อัปเดตล่าสุด 2019-09-17 09:10:18

ตอนที่ 6 ด้วยรัก...และอาฆาต (3)

               “น้องครับ ว่างไหมครับ พี่มีเรื่องด่วนมาก” พี่ท็อปดูร้อนรนมากกว่าปกติ

               “ก็ได้อยู่ครับ” ผมตอบไปตามตรง

               “งั้นพี่ไปรับที่หอนะครับ”

               “กรี๊ดดดดด....!!!”

พี่ท็อปตอบกลับมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องของผู้หญิงที่ดังขึ้นก่อนจะถูกตัดสายไป

                     ตอนนี้ผมนั่งอยู่ในรถของพี่ท็อปที่กำลังมุ่งตรงไปยังบ้านของพี่เขาซึ่งอยู่ไกลพอสมควร ผมถามพี่ท็อปว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงดูร้อนใจอย่างนี้ พี่ท็อปบอกว่าไม่รู้เหมือนกัน เย็นนี้กำลังจะทานข้าวกันกับพี่บี แล้วอยู่ดี ๆ พี่บีก็มีอาการแปลก ๆ ดูไม่เป็นตัวของตัวเอง แล้วก็เอาแต่กรี๊ด ๆ อย่างที่ผมได้ยินในโทรศัพท์นั่นแหละ ตอนนี้ก็มีแม่กับเพื่อนพี่ท็อปที่อยู่บ้านใกล้ ๆ กันมาช่วยเฝ้าไว้ให้

               พอเราเข้ามาถึงบ้านของพี่ท็อป สถาพพี่บีตอนนี้ไม่เหลือความสวยเหมือนที่เจอกันในวันแรกเลย ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงจากการที่ขยี้และจิกหัวตัวเอง โต๊ะอาหารและตู้เก็บของใกล้เคียงมีของร่วงกระจัดกระจายไปทั่วบ่งบอกถึงการอาละวาดของผู้หญิงคนนี้ แต่ตอนนี้เธอทำได้แค่นั่งหอบอยู่กับพื้น

               “บี น้องมาแล้ว” พี่ท็อปเรียกพี่บีอยู่ห่าง ๆ เพราะตัวเองก็ยังไม่แน่ใจว่าพี่บีจะอาละวาดขึ้นมาอีกไหม

               “ฮือ....” พี่บีเริ่มร้องไห้อย่างไร้สาเหตุ

               ผมเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่ามันเกิดขึ้นจากอะไร แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกถึงวิญญาณที่อยู่ในที่นี้เลย มันไม่น่าจะเกิดจากอาการผีเข้าหรืออะไรทำนองนั้นแน่ ๆ ด้วยความสงสัยผมจึงนึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้

“พี่ท็อป หุ่นดินเหนียวอยู่ไหนครับ ?”

               พี่ท็อปเข้าใจว่าผมไม่ได้แค่ถามถึงเฉย ๆ จึงวิ่งไปที่ห้องนอนแล้วเอาหุ่นตัวนั้นมายื่นให้ผม ผมเอาหุ่นนั้นมาถือไว้แล้วสิ่งที่ผมคิดไว้มันก็ถูกจริง ๆ พี่บีร้องไห้ด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิม

ผมอยากยืนยันความคิดของผมอีกครั้ง ไฟแช็กที่ผมขอมาจากพี่ท็อปจึงถูกจุดขึ้นแล้วลนไปที่หุ่นตัวนั้นทันที แล้วคำตอบทุกอย่างก็ปรากฏให้เราเห็น เมื่อพี่บีกรีดร้องด้วยเสียงทั้งหมดที่ตัวเองมี เอาแต่ตะโกนว่าร้อนสลับกับร้องไห้ ผมแน่ใจแล้วว่ามันไม่ใช่ผีเข้า แต่ของมันเข้าตัวคนทำ

               ผมบอกให้พี่ท็อปกับเพื่อนล็อกพี่บีไว้ โดยมีแม่ยืนดูอยู่ห่าง ๆ ด้วยความกลัว ผมขอสร้อยที่ให้พี่ท็อปไว้คืนมาแล้วคล้องไปยังคอของพี่บีแทน อีกครั้งที่พี่บีกรีดร้องออกมาสุดเสียงดูทรมานอย่างมาก จนคนเป็นแม่ต้องขอร้องให้หยุดก่อนได้ไหม

“ทำไมเข้าไปอยู่ในนั้นได้ ?” ผมถามถึงใครบางคนที่อยู่ในนั้น

“ฮือ...เจ็บ...” คำตอบที่ได้กลับมามีเพียงเสียงร้องไห้เท่านั้น

“ไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปใช่ไหม อยากออกไหม ?”

ร่างหญิงสาวตรงหน้าพยักหน้าเป็นเชิงตอบรับ

               “เธอมากับอะไร หุ่นนี่หรือเปล่า ?” ผมยื่นหุ่นในมือให้เธอมอง แต่เธอส่ายหน้าปฏิเสธ

               “แล้วตัวเธออยู่ที่ไหน ?” ผมถามเสียงแข็งจนเธอร้องไห้โฮออกมาอีกครั้ง

               ผมคิดว่าคงไม่สามารถจะคุยกันได้รู้เรื่องไปมากกว่านี้แล้ว จึงบอกให้แม่ช่วยค้นของที่พี่บีพกติดตัวให้หน่อย เพราะพี่ท็อปกับเพื่อนยังต้องจับตัวพี่บีเอาไว้ แม่พยายามค้นข้าวของทั้งลิ้นชักโต๊ะทำงานและในรถ จนสุดท้ายคือกระเป๋าถือของเธอ

               แม่เดินมาหาผมพร้อมกับขวดเล็ก ๆ ในมือ ข้างในมีน้ำใส ๆ สีเหลืองอ่อนอยู่ในนั้น ผมตกใจมากเพราะมันไม่น่าจะหาได้ง่ายขนาดนี้ ผมหยิบเอาขวดนั้นมาถือไว้ในมือ พร้อม ๆ กับที่ร่างของพี่บีหยุดร้องครวญคราง แต่หันมาจ้องผมด้วยสายตาเอาเรื่อง

               ผมชูขวดในมือไปมาพร้อมกับสายตาของพี่บีจับจ้องไปที่ขวด สายตานั้นฉายแววหวาดระแวง ผมเปลี่ยนเป็นเอามือข้างที่มีแหวนที่ใช้เป็นสื่อถึง ‘ท่าน’ มาถือแทน แล้วมันก็ได้ผลจริง ๆ

“มึงจะทำอะไร!!! เอามา!!!”

               ร่างของพี่บีพยายามจะกระโจนเข้ามาหาผม ดีที่พี่ท็อปกับเพื่อนสามารถล็อกตัวไว้ได้ ร่างนั้นร้องโวยวายส่งเสียงขู่ตลอดเวลา เอาแต่บอกให้ปล่อย บอกให้เอาขวดนั้นคืนให้เธอ  

               ผมขอให้แม่หาถังที่ไม่ใช้แล้วหรือปี๊บอะไรก็ได้ให้ผมหน่อย พร้อมกับน้ำมนต์ที่ได้มาจากหลวงพ่อ ผมโยนเอาของทุกอย่างลงไปในปี๊บที่แม่ใช้เป็นถังขยะนอกบ้านทันที จากนั้นเปิดขวดน้ำมนต์ราดลงไปบนหุ่นและขวดน้ำมันพรายนั้นโดยตรง

               “หยุด!!!! หยุด!!!!” ร่างนั้นส่งเสียงร้องไม่หยุดหย่อนขณะดิ้นไปมา

               ผมจุดไฟแช็กใส่กระดาษจนไหม้ไฟแล้วใส่มันลงไปข้างในพร้อมราดน้ำมันตามไปด้วย ร่างตรงหน้ายังคงส่งเสียงกรีดร้องอย่างน่ากลัวผลัดกับร้องไห้อย่างน่าสงสาร พี่ท็อปกับเพื่อนใจอ่อนเผลอคลายมือลง ทำให้เธอกระโจนมาทางผมได้ แต่นั่นก็ไม่ได้ไวไปกว่าพี่ผู้ชายทั้งสองคนที่ออกตัวตะครุบเธอไว้ได้อีกครั้ง

               “สัพเพ สัตตา...ไปดีนะลูกนะ” แม่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ผมพยายามแผ่เมตตาให้ใครก็ตามที่เข้ามาทำร้ายครอบครัว

               “กลับไปเถอะ ไปทางของเธอ เราปลดให้เธอแล้ว ไปตามทางของเธอเถอะ” ผมบอกให้เธอไป

               เงาร่างของหญิงสาวน่าตาเหวอะหวะในสภาพตายทั้งกลมปรากฏให้ผมและแม่ได้เห็น ร่างนั้นยังคงกรีดร้องจนสุดท้ายร่างของเธอหายไปในอากาศ ผมต้องรีบหันมาประคองแม่ที่เหมือนจะเป็นลมลงไปกับสิ่งที่ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้เห็น

               ตอนนี้พี่บีสงบลงแล้ว กลับมาเป็นปกติเพียงแต่อ่อนแรงเป็นอย่างมาก พี่ท็อปหันมาสนใจแม่โดยไม่สนใจพี่บีเลยคงเป็นเพราะความกลัวและความโกรธ สงสารก็แต่เพื่อนของพี่ท็อปที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยแต่ต้องมารับรู้ความน่ากลัวไปด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดได้จนพูดออกมาทำให้พี่ท็อปก็ติดใจเหมือนกัน

“วิญญาณที่เห็นเมื่อกี้ ทำไมไม่ใช่คนเดียวกับที่ผมเห็นที่ห้อง กับที่พี่บีเห็น”

               วิญญาณที่เพิ่งจากเราไปนั้น รูปร่างที่ปรากฏต่างจากวิญญาณที่มาหาผมที่หอพัก และที่พี่บีเห็นมาคร่อมตัวพี่ท็อปโดยสิ้นเชิง แต่สิ่งที่ผมกับพี่บีเห็นนั้นตรงกัน ด้วยเหตุนี้ผมจึงยังรู้สึกไม่สบายใจ เหมือนกับเรื่องนี้มันยังไม่ถึงบทสรุป

               “ทำไมบีทำแบบนี้ ?” พี่ท็อปถามพี่บีที่นั่งห่างออกไป

               “บีรักท็อปนะ” พี่บีพูดแค่นั้น

               ผมอึดอัดกับสถานการณ์เกิดขึ้น แต่แล้วสถานการณ์มันก็เลวร้ายลงกว่าเดิม เมื่อวิญญาณที่เราถามหานั้นมาปรากฏตัวในบ้าน โดยคราวนี้ไม่ใช่ผมคนเดียวที่เห็น แต่เป็นพี่บีที่เห็นเหมือนกัน ผมเริ่มสงสัยว่าทำไมวิญญาณดวงนี้ถึงจงใจให้พี่บีเห็นอยู่คนเดียว

               ร่างของหญิงสาวใบหน้าบวมอืด ลิ้นใหญ่โตล้นออกมาจากปาก ตอนนี้กำลังยืนจ้องพี่บีอยู่ห่าง ๆ ร่างนั้นค่อย ๆ เดินเข้าไปหาพี่บีทีละนิดจนพี่บีร้องไห้เหมือนคนเสียสติ ขณะที่คนอื่นพากันงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะไม่มีใครเห็นเหมือนกับที่พี่บีและผมเห็น

               ผมตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าจนลืมว่าต้องทำอะไร จนตอนนี้วิญญาณดวงนั้นหายไปแล้ว หายเข้าไปในตัวของพี่บี...ใช่ครับ พี่บีโดนสิงอีกแล้ว

                ทันทีที่พี่บีโดนสิงอีกครั้ง พี่บีก็นิ่งเงียบไป ไม่มีท่าทีจะร้องไห้โวยวายอะไรอีก พี่บีค่อย ๆ คลานเข่าเข้าไปหาพี่ท็อป ซบลงตรงตักอยู่อย่างนั้นเงียบ ๆ ไม่ได้ส่งเสียงร้องหรือท่าทางน่ากลัวอะไร แต่พี่ท็อปนั้นมีอาการหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด

               ผมเดินไปหาพี่บีใกล้ ๆ แตะมือลงบนตัวของพี่บี ซึ่งไม่ได้มีท่าทางหวาดกลัวผมเหมือนอย่างเธอคนเมื่อกี้ ผมพยายามแผ่เมตตาให้เผื่อเธอคนนี้จะมีแรงสื่อสารกับพวกเราบ้าง

               “คิดถึง...” พี่บีพูดออกมาเบา ๆ แต่กลับได้ผลเหลือเชื่อ เพราะน้ำตาของพี่ท็อปไหลออกมาอาบแก้มในทันที

               “พิม...พิมใช่ไหม ?” พี่ท็อปหันไปเขย่าตัวพี่บีด้วยความตกใจ

               ร่างนั้นไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ มีเพียงรอยยิ้มเท่านั้นที่ปรากฏอยู่บนใบหน้า พี่ท็อปเหมือนจะเป็นคนเดียวที่รู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของเธอคนนี้

ทันใดนั้น ผมก็เอ่ยแทรกบทสนทนาขึ้นมา

“ยังไงก็ถอยไปก่อนไหม แล้วจะช่วยคุยให้ สงสารร่างผู้หญิง”

               “ไม่!!!” ร่างนั้นหันมาตวาดอย่างเกรี้ยวกราดใส่ผม ไม่เหลือรอยยิ้มให้เห็นอีกแล้ว

               เราทุกคนตกใจกันอีกครั้ง เริ่มงงว่าจะทำอย่างไรดี จนเราต้องคุยต่อรองกันอยู่พักใหญ่ และแน่นอนว่ามีเพียงพี่ท็อปที่เธอยอมฟัง พี่ท็อปจะยอมถอยออกไป แต่มีข้อแม้ว่าพี่บีจะต้องสารภาพทุกอย่าง

               ตอนนี้พี่บีกลับมาแล้ว พี่บีดื่มน้ำเพื่อบรรเทาความอ่อนล้าจากสิ่งที่เกิดขึ้น โดยที่มีวิญญาณของเธอคนนั้นนั่งเฝ้าไม่ห่าง แต่คงมีเพียงผมและพี่บีเท่านั้นที่เห็น ร่างอันน่ากลัวนั้นจ้องพี่บีอย่างเอาเป็นเอาตาย แล้วพี่บีก็เริ่มเล่าเพื่อสารภาพ

               ก่อนที่พี่บีกับพี่ท็อปนั้นจะรู้จักกัน พี่ท็อปมีแฟนอยู่แล้ว พี่บีชอบพี่ท็อปมาก ทั้งหน้าตาและนิสัย แต่พี่ท็อปที่มีแฟนอยู่แล้วก็ไม่ได้สนใจพี่บีเลย จนพี่บีตัดสินใจพึ่งไสยศาสตร์ ไปทำเสน่ห์ให้ตัวเองจนพี่ท็อปเริ่มหันมาสนใจ และก็ได้พี่ท็อปมาครอบครองสมใจ แต่ฝ่ายแฟนเก่านั้นก็ไม่ได้ยอม ด้วยความเสียใจจนขาดสติ ทางนั้นก็เพิ่งไสยศาสตร์เช่นกัน ทำเสน่ห์เพื่อให้กลับไปรักตน

               ทั้งสองฝ่ายต่างทำเสน่ห์ใส่ฝ่ายชายอยู่คนเดียว จนสุขภาพของผู้ชายแย่ลง ทางนั้นคงจะรู้ถึงผลกระทบอันนี้เป็นอย่างดี แต่กลับเป็นทางนี้เองที่ไม่สนใจถึงผลกระทบนั้นเลย ยังคงทำของใส่พี่ท็อปเรื่อยมา จนเวลาผ่านไปเป็นปี ทางนั้นก็ขาดการติดต่อไป พี่บีก็เลยหยุดที่จะใช้ข้าวของพวกนี้อีก

               จนล่าสุดที่มีสาวจากปาร์ตี้มาทำของใส่พี่ท็อป พี่บีเกิดความไม่มั่นคงในใจ จนสุดท้ายก็เลือกที่จะกลับไปใช้วิธีเดิมเพื่อผูกมัดแฟนตัวเองเอาไว้ แต่โชคร้ายที่มันไม่ใช่จังหวะของเธอ เธอสะเพร่าจนพลาดทำให้ของนั้นเข้าตัว เกิดเป็นเรื่องร้ายอย่างที่เห็น บวกกับแฟนเก่าคนนี้ที่ตามมาคุ้มครองคนรักของเธอ

               มาถึงตรงนี้ทุกอย่างก็เริ่มกระจ่างแล้วว่าทำไมมีเพียงแค่พี่บีเท่านั้นที่เห็นสภาพอันน่ากลัวของเธอ แต่พี่ท็อปนั้นมองเห็นเป็นหญิงสาวสวยและรู้สึกผูกพัน

               พี่ท็อปร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกหลาย ๆ อย่าง เช่นเดียวกับพี่บีที่กลัวว่าความสุขที่เคยมีจะต้องจบลง แต่อย่างไรเสียก่อนที่เราจะหาทางออกต่อไป เราคงต้องทำอะไรสักอย่างกับ ‘พิม’ เสียก่อน

                พี่ท็อปขอให้ผมสื่อสารกับวิญญาณดวงนั้น ซึ่งผมจะไม่พูดถึงในนี้นะครับ แต่สิ่งที่จะเล่าได้ก็คงมีเพียงแค่เรื่องราวของเธอ หลังจากเธอเสียคนรัก เธอก็เสียใจจนคิดทำอะไรโง่ ๆ ลงไป และด้วยผลกรรมที่เธอเข้าไปยุ่งกับไสยศาสตร์นั้น ทำให้เธอต้องตกอยู่ในสภาพอันน่ารังเกียจแบบนี้ และไม่สามารถไปสู่สุคติได้ ได้แต่วนเวียนอยู่รอบ ๆ ชายหญิงสองคนนี้มาตลอด

               วันนี้ทุกอย่างจบลงแล้ว แต่มันก็เป็นจุดเริ่มต้นของอะไรหลาย ๆ อย่าง พี่ท็อปขอให้ผมไม่ส่งเธอไปไหน และแน่นอนว่าถึงต้องการก็ไม่สามารถส่งเธอไปไหนได้ ด้วยผลกรรมที่มัดเธอไว้ เธอจะยังคงวนเวียนอยู่รอบ ๆ ตัวทั้งสองคน แต่อาจจะไม่สามารถปรากฏตัวให้ได้เห็นอีก ถ้าพี่บีไม่เข้าไปยุ่งกับสิ่งเลวร้ายนั้น และแน่นอนว่าวันหนึ่ง...พี่บีก็อาจจะต้องทรมานเหมือนกับผู้หญิงคนนี้

               หลังจากนั้น ผมทราบว่าพี่ท็อปไปบวชให้กับพิมอยู่พักใหญ่ ก่อนจะกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ทั้งสองคนไม่ได้เลิกกัน เพราะเวลาที่อยู่ด้วยกันมานานและสิ่ง ๆ ดีที่มีให้แก่กัน ทำให้มันเกิดเป็นความรักของจริงขึ้นมา แต่ก็คงต้องใช้เวลาอีกสักพักในการสร้างความเชื่อใจกัน

‘ความรักนั้นสวยงาม...จนวันที่เราเข้าไปเปลี่ยนมัน’


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น