อัปเดตล่าสุด 2019-09-24 17:29:00

ตอนที่ 11 เจ้าสาวรอบสอง

บทที่ 11

เจ้าสาวรอบสอง

            นวลปรางได้แต่กะพริบตาถี่ๆ เธอเดินเข้ามาในงานปาร์ตี้เล็กๆ ในสวน

            สิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนได้เห็นความฝันของตัวเองเป็นจริง เธออยากมีงานแต่งเล็กๆ ที่มีดอกไม้สีขาวจัดประดับไปทั่ว มีแม่นั่งรออวยพรให้กับเธอ มีเพียงญาติและคนรู้จัก จะขาดก็เพื่อนสนิทวัยเรียน แต่นวลปรางมีเพื่อนไม่เยอะ

            ก่อนหน้านี้ชีวิตของเธอมีเพียงชมชิด ตั้งแต่งานแต่งงานเกิดขึ้น ชีวิตของนวลปรางมีอาม่า นทนทีและนาวินเพิ่มขึ้นมาอีก ตอนนี้มีจอมทัพเป็นเสาหลักของชีวิต หันไปมองชายหน้าเข้มผิวหน้าเกลี้ยงเกลา เขาหล่อเหลาในสูทสีขาวดูสะอาดสะอ้านตา ไม่มีภาพเจ้าพ่อหนวดเครารุงรังเหมือนครั้งก่อน

            นวลปรางถึงได้เห็นว่า เขาหล่อราวกับเทพบุตร ดวงตาที่ดุและหื่นเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนอบอุ่น ผมยาวรุงรังตัดให้เข้าทรง เธอมองจอมทัพแบบไม่เชื่อว่า เขาคือคนที่จ้องจะปล้ำเธอตลอดเวลา  

            “ทูนหัวหล่อใช่ไหมล่ะ” เขากระเซ้านวลปราง จอมทัพแอบเขินที่เห็นเธอตาค้าง เขาต้องรีบกลบเกลื่อนไม่ให้นวลปรางรู้ว่าเขาเขินสายตาของเธออยู่

            “แต่รู้ไหม เมียจ๋าสวยจัง” จอมทัพห้ามปากตัวเองไว้แค่นั้น เพราะใจเขาแทะโลมเธอไปไกลแล้ว

            เดรสสั้นลูกไม้คลุมเข่าเหมาะกับนวลปราง มากกว่าชุดแต่งงานคอร์เซ็ท วันนั้นเป็นชุดที่เตรียมไว้ให้เฌอมาลย์ และเปลี่ยนไม่ทัน เธอต้องใส่ชุดนั้นของพี่สาวต่างมารดา

            แต่วันนี้นวลปรางได้เป็นตัวของตัวเอง เธอดูงดงามสดใสสมวัย จอมทัพภูมิใจที่เมียของเขาสวยกว่าดอกไม้แรกแย้มที่ตกแต่งไว้รอบบริเวณเสียอีก เขากางแขนให้เธอเกาะ หญิงสาวเกาะแขนจอมทัพอย่างไม่อิดออด เธอดูสบายใจมากกว่าวันก่อนๆ อาจเป็นเพราะได้อยู่ใกล้แม่ชิดชม และเป็นวันสำคัญที่แม่จะได้อวยพรให้เธอเอง

            ทั้งคู่ไปยกน้ำชาให้อาม่า กับแม่ของชิดชมต่อหน้าแขกเหรื่อ หลังจากพิธีการในส่วนนี้ จอมทัพพานวลปรางไปรู้จักแขกที่มาร่วมงาน  

            จนกระทั่งถึงคู่ของเพื่อนสนิท ที่กล้าหาญมาร่วมปาร์ตี้ครั้งนี้ ยังไม่ทันจะได้แนะนำณพัฒน์ให้นวลปรางรู้จัก เธอก็ทักทายปาหนันเหมือนได้เจอเพื่อนเก่า

            “คุณปาหนันใช่ไหมคะ จำปรางได้ไหมคะ?” นวลปรางเอ่ยปากทักด้วยความดีใจ เธอทักปาหนันราวกับเจอเพื่อนเก่า

            “คุณปรางจริงๆ ด้วย ตอนแรกคิดว่าไม่ใช่”

            สองหนุ่มได้แต่สบตากันด้วยความงุนงง จอมทัพไม่คิดว่านวลปรางจะรู้จักกับปาหนันได้ ส่วนไอ้เพื่อนกะเพราไก่ไข่ดาวคนนี้ ก็ไม่น่าจะรู้จักกับนวลปรางได้เช่นกัน

            แล้วสองสาวนี้ไปรู้จักกันตอนไหน?

            “อะฮึ่ม” จอมทัพแกล้งกระแอมดังๆ เพื่อให้นวลปรางหันมาอยู่กับเขาต่อ

            “ขอโทษค่ะ” ฝ่ายภรรยาหันมาขอโทษ หน้าระรื่นหุบยิ้มทันที

            “ไม่บอกหน่อยเหรอว่ารู้จักกันตอนไหน?” จอมทัพถามนวลปราง

            “เมีย ไม่ใช่นักโทษ จะไปถามอะไรเขานักหนา เว้นพื้นที่ว่างให้เธอหน่อย” ณพัฒน์พูดลอยๆ แต่จอมทัพหันไปมองแบบเอาเรื่อง

            “ปรางจ๊ะ นี่...” จอมทัพไม่อยากแนะนำให้นวลปรางรู้จักสักเท่าไร เพราะไม่รู้จะบอกว่าณพัฒน์เป็นอะไรในชีวิต จนเธอจ้องมองเพื่อให้จอมทัพพูดต่อ

            “เพื่อนผม” จอมทัพพูดห้วนๆ หันไปจ้องหน้าณพัฒน์ไม่ละสายตา “เป็นสัตว์” เขาเว้นวรรคคำจนณพัฒน์หันมามองจอมทัพ “ตะวะแพทย์ณพัฒน์ ปรางอยากเลี้ยงหมาไม่ใช่เหรอ ปรึกษาสัตว์...ตะ...วะ แพทย์คนนี้ได้ เชี่ยวชาญมาก”

            “ครับ คุณปรางจะเลี้ยงหมาก็ปรึกษาผมได้นะครับ แต่ถ้าหมาในปากมันอาละวาดมากๆ ก็บอกได้ ผมยินดีช่วยเลาะหมาให้พร้อมฟันมันด้วย จะได้ไม่เที่ยวกัดใครให้เดือดร้อนครับ” ณพัฒน์พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพอ่อนโยน แต่ถ้อยความที่สื่อมานั้น เขย่าขวัญนวลปรางให้ใจคอสั่น

            ปาหนันตาเหลือกมองณพัฒน์แล้วส่ายหน้า ส่วนนวลปรางมองซ้ายทีขวาที เธอกลัวยักษ์จอมทัพกับยักษ์ณพัฒน์จะสู้รบกันกลางงานก่อน นวลปรางรีบยกมือไหว้ณพัฒน์ หันไปขอตัวจากปาหนันดันแขนจอมทัพออกจากตรงนี้

            “มีแขกตรงโน้นอีกค่ะ ทูนหัวพาปรางไปรู้จักก่อนนะคะ” เจ้าสาวรอบสองรีบแยกมวยด้วยคำที่เขาพอใจ จอมทัพยอมเดินออกจากตรงนั้นไป แต่ไม่วายหน้านิ่วคิ้วขมวด

            พอคู่บ่าวสาวเดินจากไป ปาหนันก็เหลือบมองณพัฒน์ด้วยสายตาตำหนิ

            “ฉันไม่ผิด มันเริ่มก่อน”

            “ไม่ได้ว่าเลยนี่ ไม่ได้พูดด้วย รู้ว่าอย่างคุณคงว่าไม่ได้ แต่ที่มองแบบนี้เพราะนี่งานเขา คุณมาร่วมงานก็ควรสุภาพสักนิด...ดีไหม?”

            ปาหนันพูดแบบไม่มองหน้า เธอรู้ว่าทะเลาะกับณพัฒน์ไปก็เท่านั้น ยิ่งในงานมงคลของคนรู้จัก เธอไม่อยากวิวาทวาจากับเขาขึ้นมาอีก

            “แล้วไปรู้จักเมียไอ้จอมโจรได้ยังไง?” ณพัฒน์ก็อยากรู้เหมือนกัน

            “หึ!” ปาหนันทำเสียงในลำคอ “เมื่อกี้ได้ยินนะ มีผู้บรรลุธรรมเพิ่งสั่งสอนคนอื่น ว่าเว้นช่องว่างไว้ให้เมียบ้าง” ปาหนันยิ้มเยาะ เธอพูดจบก็เดินนำหน้าลิ่วไปอีกทาง เพราะรู้ว่าณพัฒน์จะต้องเดินตามมาแน่ๆ

            “ใช่ ต้องเว้นช่องว่างให้เมีย แต่เธอเป็นเมียฉันตอนไหน?”

            ณพัฒน์เดินตามมาจับแขนว่าที่เจ้าสาวเอาไว้ ปาหนันฟังแล้วถึงกับอึ้ง นั่นสิ หล่อนยังไม่ได้เป็นเมียเขาเลย พูดบ้าออกไปแบบนั้นได้ยังไง

            “ฉันก็แค่เปรียบเทียบ” ว่าแล้วเธอก็สะบัดแขนเดินหนีไปทางอื่น จึงไม่เห็นรอยยิ้มมุมปากของคนข้างหลัง

            ส่วนอีกด้านหนึ่ง เจ้าของงานก็หน้ามุ่ย จอมทัพหันไปรั้งแขนเมียตัวเอง แล้วเริ่มหาคำตอบที่ค้างคาใจ

            “ปราง ยังไม่ได้ตอบผมเลยว่ารู้จักว่าที่เมียไอ้หมา...ไอ้หมอนั่นได้ยังไง” จอมทัพรั้งแขนนวลปราง แล้วทวงคำตอบ

            “ปรางไปอบรมเรื่องอาหารบำบัดค่ะ เป็นผู้ช่วยเชฟทำอาหาร เจอคุณปาหนันในงานแต่งงาน เพราะเขาเป็นเพื่อนเจ้าสาวที่เป็นเชฟสอนปราง เราไปรับช่อบูเก้ในงาน แล้วรับได้พร้อมกัน ก็เลยรู้จักกันตั้งแต่ตอนนั้นค่ะ”

            จอมทัพฟังคำตอบแล้วพยักหน้ารับ เขาได้คำตอบที่พอใจแล้ว บ่นเรื่องบูเก้เจ้าสาวอีกสักพัก เพราะภาพของเอกเอื้อ ที่เอาช่อบูเก้มาคุกเข่าคุยกับนวลปรางยังวิ่งวนรอบสมอง จอมทัพบ่นไปเรื่อย จนนวลปรางหันมาปรามเขาหลายรอบ ให้เลิกคิดเรื่องนี้ได้แล้ว จอมทัพพาเธอไปรู้จักคนอื่นต่อ

            แต่สิ่งที่กวนใจคือมือถือของจอมทัพดังขึ้นตลอดเวลา เขารู้ว่าคงเป็นไอ้หอกเอกเอื้อ ที่เพียรส่งข้อความมาป้อยอเมียเขา

            แต่นี่คือช่วงเวลาดีๆ ที่เขาอยากรักษาไว้ ไม่สนใจจะเปิดข้อความใดๆ มาอ่านทั้งสิ้น ชายหนุ่มจับจ้องนวลปรางด้วยสายตาของความสุข เธอมีอาการดีขึ้น เหมือนอยู่บ้านกับคนคุ้นเคย เมียเด็กเดินไปคุยกับปาหนันอีกหลายครั้ง ส่วนเขาก็ต้อนรับแขกคนอื่นๆ หันไปอีกทีไอ้หมอณพัฒน์ยืนคุยกับปาหนัน ส่วนนวลปรางหายไปจากพื้นที่นี้

            จอมทัพกำลังจะเข้าไปถาม ว่านวลปรางหายไปไหน เธอเดินออกมาจากซอกหนึ่งที่อยู่ไม่ไกล เขาเข้าใจว่าเธอเดินไปเข้าห้องน้ำ แต่แล้วมือถือตัวเองก็ดังขึ้น จอมทัพรับสายนั้นทันที

            “ว่าไง” เขาตั้งคำถามทันที เมื่อคอลเซ็นเตอร์ที่โทรมารอการรับสายจากเขาอยู่

            “เบอร์ที่คุณจอมทัพให้ผมดักฟัง โทรออกไปหาคนที่ส่งข้อความครับ”

            เหมือนโดนไฟช็อต นี่เขาดักเธอทุกทาง สั่งห้ามก็แล้ว ยังจะแอบโทรศัพท์หาเอกเอื้อตอนเขาเผลออย่างนั้นเหรอ

            “ส่งสายสนทนานั้นมาให้หน่อย คุยกันนานไหม?” จอมทัพถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

            “ยี่สิบนาทีเศษครับ เดี๋ยวส่งเป็นคลิปไปให้ครับ”

            จอมทัพวางสาย เขามองนวลปรางที่เดินไปนั่งกอดแม่ชิดชมด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

            “ฮึ่ม...เผลอไม่ได้เลย จ้องจะตีท้ายครัว ครัวก็เปิดให้เข้ามาตีเสียด้วย” จอมทัพจ้องนวลปรางด้วยความรู้สึกที่จาระไนไม่ได้

            เขากระดกไวน์ในมือจนหมดแก้ว แล้วเดินยิ้มไปหานวลปราง แม้ว่าในใจเขาเดือดจนแทบจะลุกเป็นไฟ


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น