อัปเดตล่าสุด 2019-10-01 10:18:04

ตอนที่ 16 แผนสองของอาม่า

บทที่ 16

แผนสองของอาม่า

            อาม่ามาเยี่ยมแม่ของนวลปรางที่โรงพยาบาล พร้อมกรองทองและสไบนาง เพราะสไบนางเป็นนักกายภาพบำบัด อาม่าเลยอยากให้เธอมาดูอาการของชิดชมด้วย

            แต่ทันทีที่มาถึง จอมทัพกำลังเคลียร์ตัวเองกับสาวๆ ที่เข้ามาคุยด้วย หลายคนกระเง้ากระงอดต่อรองกับจอมทัพ หลังจากที่เขาประกาศแต่งงานด่วน แล้วสาวแต่ละนางที่จอมทัพเคยคั่วจะทำอย่างไรต่อ

            บางคนเสนอตัวส่งปิ่นโตให้จอมทัพต่อไปเรื่อยๆ ในขณะที่อีกหลายคนติดใจในบทรักของจอมทัพ ขอให้เขาแวะมาหาบ้าง สัปดาห์ละครั้งก็ยังดี

            แต่แปลก ที่จอมทัพไม่อยากได้บทรักรสเผ็ดร้อนจากสาวที่เรียงหน้ากันสะล่อน  

            เมียที่บ้านยังพาเธอขึ้นสวรรค์ไม่ได้ ต้องกลับไปไต่เลเวลทำแต้มก่อน จอมทัพไม่รู้สึกซู่ซ่ากับแต่ละคนที่มองเขาราวจะกลืนกิน สิ่งที่ทำได้คือพยายามบอกปัด บอกเลิก หยุดติดต่อ แต่เธอยังอ้อนขอคุยกับจอมทัพ

            ส่วนนวลปรางอยากเจอเขา คิดถึงรสพิศวาสของสามีที่ตั้งหน้าตั้งตาทำคะแนนเมื่อคืนที่ผ่านมา เธอชอบกลิ่นกายของเขา อยากโอบกอดเขาหากได้เจอกัน แต่พอลงจากรถแล้วเห็นภาพจอมทัพที่มีสาวๆ ห้อมล้อม นวลปรางได้แต่นิ่ง เธอมองเขาแล้วหันหน้าหนี ภาพที่สามีต่อรองกับสาวที่ยืนรายล้อม มันกรีดหัวใจนวลปรางให้น้ำตาคลอ

            พอจอมทัพหันหน้ามามอง เห็นนวลปรางยืนมองอย่างสงบ พ่อตัวดีถึงกับสะดุ้ง เพราะเมียแต่งเก็บทุกความรู้สึก แล้วเดินตามอาม่าไป ท่าทางไม่สนใจเขาเลย

            นี่ถ้านวลปรางเข้ามาต่อว่าสาวที่ห้อมล้อม เขายังกันท่าได้บ้าง แต่เล่นนิ่งเหมือนไม่เห็นเขา คนที่ใจสั่นขาสั่นคือจอมทัพคนนี้ และทั้งหมดนี้ อยู่ในสายตาของน้องชายสองคน ที่ลอบสบตากัน

            “พี่ว่าตั่วเฮียจะรอดไหม?” นาวินกระซิบถามนทนที ขณะที่เดินไปหาแม่ชิดชมที่ห้องพักพิเศษด้วยเช่นกัน

            “มีคำถามอื่นที่ตอบง่ายกว่านี้ไหม” นทนทีถามกลับ เหลือบมองน้องชายที่เดินข้างๆ  

            “ถ้าอย่างนั้น พี่ว่าเจ้สไบนางสวยขึ้นไหมครับ” นาวินเริ่มก่อกวน และมันก็ได้ผล เพราะนทนทีหยุดเดิน หันไปมองนาวินเต็มสองตา ไอ้น้องตัวแสบรีบเดินไปประคองอาม่า หลังจากที่เขี่ยถ่านไฟเก่าในหัวใจของนทนที  

            หมอหนุ่มคนนี้ครองตัวโสดจนเพื่อนๆ ล้อ เพราะเขาเคยหลงรักใครบางคน เด็กในบ้านที่โตมาด้วยกัน ฝ่ายพ่อเทียนกับแม่กรองทองพาสไบนางย้ายออก เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหาใหญ่ และคำครหาที่เหมารวมว่า เลี้ยงลูกสาวไว้ดักจับเศรษฐี

            สไบนาง ผู้หญิงที่เคยรักกับนทนทีแบบป๊อปปี้เลิฟ ตอนที่เธอย้ายออกจากบ้าน นทนทีเสียใจจนผลการเรียนตก เขายอมปล่อยมือ แต่แอบติดตามข่าวสไบนางมาตลอด โดยไม่บอกใครเลยว่า เธอคือคนที่เขาหมายปอง

            อาม่ารับรู้ แต่นางเลียงคิดแล้วว่า ช่วงเวลานั้นยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม เพราะตอนนั้นนทนทียังเป็นนักศึกษาแพทย์ ส่วนสไบนางก็เพิ่งจะเรียนจบมัธยมปลาย นางเลียงก็เฝ้ารอและหวังว่าทั้งคู่จะกลับมาเจอกันอีก เพื่อที่คุณหมอนทนทีจะครองคู่กับสไบนางคนนี้

            ส่วนเพื่อนพ้องที่สนิทกัน แม้จะเชิญชวนนัดบอดสาวให้หมอนท เขาก็ทำได้เพียงเพื่อนที่ดีเท่านั้น จะให้นทนทีไปมองสาวอื่นได้อย่างไร ก็คนมันรักไปแล้วจะให้ตัดใจง่ายๆ คงไม่ได้ด้วย  

            ทั้งหมดเดินไปที่ห้องพิเศษที่แม่ชิดชมพักรักษาตัว นวลปรางยืนข้างแม่ไม่ห่าง เธอเป็นห่วงแม่ หงุดหงิดน้อยใจที่เห็นจอมทัพยืนคุยกับสาวคนอื่น

            “อาปราง เดี๋ยวอาม่าจะจัดการให้” อาม่ากระซิบบอกหลานสะใภ้ เพราะเธอก็เห็นภาพจอมทัพกับผู้หญิงเหล่านั้นด้วยเช่นกัน

            “มีอะไรเหรอปราง” แม่ถามลูกสาวที่ยืนน้ำตาคลอ นวลปรางมีอาการผิดปกติ แม้เธอจะพอเดาได้ แต่ชิดชมก็เลือกที่จะถามเพื่อให้นวลปรางได้รู้ว่า แม่คนนี้ยืนเคียงข้างลูกสาวเสมอ

            “ไม่มีอะไรค่ะแม่” นวลปรางบ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถามนั้น ไม่อยากให้แม่ทุกข์ใจกับเรื่องของลูกสาว

            แล้วทุกคนก็หันไปมองจอมทัพเป็นตาเดียวกัน เขาเปิดประตูเข้ามาให้ห้องนี้ เหมือนวิ่งหนีภัยอันตรายบางอย่าง แม้ทุกคนจะมองจ้องเป็นตาเดียวกัน แต่มีนวลปรางเท่านั้นที่ไม่มองหน้าเขา จอมทัพฉีกยิ้ม เดินไปหาเมียที่ก้มหน้าไม่พูดไม่จา

            “ปราง” จอมทัพเรียกนวลปรางเสียงแผ่ว

            แต่เสียงเรียกของจอมทัพ ทำให้นวลปรางหันไปมองเขาตาเขียว  เธอไม่พูดด้วย สะบัดหน้าหนีหันไปทางอื่น มองแม่สลับกับหมอที่อธิบายอาการป่วยให้ฟัง

            แม้จะรู้สึกได้ว่า จอมทัพยืนเยื้องอยู่ด้านหลัง นวลปรางก็ไม่หันไปมองเขาอยู่ดี จอมทัพรู้ว่าเธองอน ที่เห็นเขาคุยกับสาวคนโน้นคนนี้ เขาอยากอธิบายให้เธอเข้าใจ อยากกอดเธอ อยากแตะเธอแต่ไม่กล้า อาการกลัวเมียกำลังครอบงำความรู้สึกเขา จอมทัพปฏิเสธความรู้สึกนี้

            จะกลัวได้อย่างไร นวลปรางต้องกลัวเขาสิ เขาจะหลอกให้นวลปรางหลงรักเขาไม่ใช่หรือ?

            ทุกอย่างสงบลง แม้กระทั่งความคิดของจอมทัพ ทันทีที่หมอเจ้าของไข้แจ้งแผนการรักษา การแจกแจงรายละเอียดเหมือนประกาศข่าวร้ายของชิดชมให้ทุกคนรับรู้

            แม่ของนวลปรางมีเนื้อร้ายแบบไม่ลุกลามในช่องท้อง หมอจะทำการผ่าตัดก้อนเนื้อร้ายนี้ก่อน จากนั้นจะติดตามผลการรักษานี้อย่างละเอียด ระหว่างนี้ให้ทำกายภาพบำบัดรักษาอาการมือเท้าชาจากเส้นประสาทอักเสบครั้งใหญ่

            นวลปรางยืนนิ่ง เธอกำลังช็อกกับข่าวของแม่ที่หมอบอกกล่าว อารมณ์งอนจอมทัพหายไปสิ้น ลูกสาวถามหมอซ้ำอีกรอบ ราวกับไม่เชื่อสิ่งที่ตัวเองได้ยิน

            “เราจะผ่าตัดเอามดลูกออกก่อน จากนั้นค่อยๆ ดูอาการครับ” นทนทีบอกซ้อใหญ่วัยเด็กให้รับรู้อีกครั้ง “แต่ซ้อไม่ต้องห่วงนะครับ ผลออกมาแล้ว ไม่ใช่ชนิดที่ลุกลาม”

            “โชคดีจังที่ไม่ลุกลาม” ชิดชมพูดพร้อมกับยิ้ม เธอหันไปมองลูกสาวที่ยืนน้ำตาร่วง “ปราง จะร้องไห้ทำไม ในเมื่อยังไม่มีอะไรแย่ๆ เกิดขึ้น”

            คราวนี้นวลปรางปล่อยโฮ เธอปาดน้ำตาแล้วฝืนยิ้มให้แม่ เข้าไปกอดแม่ที่กึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียงคนไข้

            “หมอก็บอกแล้วนี่ว่ามันไม่ลุกลาม นี่ไม่ใช่เรื่องดีเหรอปราง” แม่ชิดชมใจแข็งกว่าที่หลายคนคิด เธอไม่มีแม้แต่น้ำตาคลอหน่วยเสียด้วยซ้ำ ปลอบขวัญลูกสาวที่เอาแต่ร้องเป็นเด็กๆ ดุนวลปรางที่ร้องไห้แบบนี้ เพราะมันทำลายขวัญกำลังใจคนรอบข้าง แม่รู้ว่าลูกสาวรู้สึกอย่างไร แต่แม่ไม่กังวล เพราะเธอมั่นใจว่าจอมทัพจะดูแลนวลปรางได้ หากตัวเองไม่รอดจากโรคที่ต้องรักษา 

            “ไม่ต้องห่วงนะ อาม่าจะดูแลอาปรางอย่างดี” อาม่ายืนยันกับชิดชม “แล้วจะผ่าเมื่อไรอานท” อาม่าหันไปถามหมอนทนที

            “ถ้าพร้อมก็ค่ำนี้เลยครับ” นทนทีแจ้งคิวผ่าตัด

            อาม่าหันไปถามนวลปรางที่ยังซุกตัวในอ้อมแขนของแม่ ตอนนี้คนไข้พร้อม แต่คนที่ไม่พร้อมคือนวลปรางต่างหาก จังหวะนั้นนายแพทย์หนุ่มหันไปมองสไบนางจนเต็มตา และเธอก็มองเขา ก่อนจะหลบสายตาลงต่ำ

            “ปรางจะอยู่เฝ้าแม่เองค่ะ” นวลปรางบอกกับหมอนทนที

ไม่มีใครขัดขืนถ้านวลปรางจะอยู่ แต่คนที่อ้าปากค้างคือจอมทัพ ที่จ้องนทนทีราวกับบีบคอน้อง

            “คิวผ่าตัดประมาณหกโมงครับ ออกมาจากห้องผ่าตัดแล้วจะย้ายเข้าไปห้องไอซียู เพื่อเฝ้าระวังแบบพิเศษ ซ้ออยู่เฝ้าไม่ได้หรอกครับ พักผ่อนที่บ้านดีกว่า แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมนะครับ”

            นทนทีบอกรายละเอียด เขาพยายามบังคับเสียงให้เป็นปกติ เมื่อกี้หัวใจเขาโดนไฟรักชาร์จเต็มที่ มือไม้สั่นเมื่อได้เห็นหน้าสไบนางชัดๆ อย่างนี้

            “อาปราง เดี๋ยวจะอยู่เฝ้าแม่ก่อนก็ได้แต่พอแม่ผ่าตัดเสร็จแล้ว กลับไปนอนกับอาม่าก่อนนะ” อาม่าปลอบใจหลานสะใภ้

            “อาชิด...อาม่าพากรองทองกับสไบนางมาให้รู้จัก พอรักษาตรงนี้หาย จะทำกายภาพบำบัด ก็ให้สองคนนี้ไปอยู่เป็นเพื่อน จะได้รักษาโรคมือเท้าชาจนสั่นนะ อาม่าจ้างมาเป็นพิเศษเลย” อาม่าหันไปบอกกับชิดชม

            แนะนำให้เธอรู้จักกรองทองกับสไบนาง ชิดชมยกมือไหว้ขอบคุณอาม่า ที่ให้กำลังใจและดูแลเธอดีขนาดนี้ หันไปทักทายกรองทองกับสไบนางที่ยืนยิ้มให้กำลังใจ

            “อาชิดชมต้องสู้นะ มาช่วยอาม่าเลี้ยงหลานก่อน อาม่าอยากได้เหลนเหมือนอาปราง จะนิสัยแบบนี้ก็ต้องให้อาชิดชมช่วยเลี้ยง” อาม่าพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม นางเลียงให้กำลังใจคนเจ็บ ชิดชมเองก็ซาบซึ้งน้ำตาซึมออกมา เธอกล่าวขอบคุณอาม่าหลายครั้ง  

            “ค่ะ จะสู้เพื่อกลับไปเลี้ยงหลาน” ชิดชมรับปากกับอาม่า

            นทนทีลอบยิ้ม เพราะรู้ว่านี่เป็นวิธีการที่อาม่าบอกนวลปรางกลายๆ ว่าอยากเห็นหน้าลูกของจอมทัพ ไม่ใช่แค่ให้กำลังใจชิดชมต่อสู้กับโรคร้าย

            อาม่าหันไปมองนทนที รู้ว่าหลานคนนี้ฉลาดรู้ทันนางทุกอย่าง สิ่งหนึ่งที่อาม่าซ่อนอยู่ในแผนการรักษาชิดชม นางเลียงอยากกู้หัวใจเย็นชาของนทนที

            ให้หลานชายคนนี้กลับมายิ้มอบอุ่นด้วยรักอีกสักครั้ง ไม่อย่างนั้นคงไม่วางแผนดึงกรองทองกับสไบนางมาอยู่ที่บ้านหลังนี้

            คนอย่างอาม่า ยิงปืนอีกครั้งต้องได้สะใภ้เพิ่มอีกคน

 

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น