อัปเดตล่าสุด 2019-10-08 10:17:59

ตอนที่ 22 ประลองกำลัง (ไม่รู้จักอาม่าซะแล้ว)

บทที่ 22

ประลองกำลัง (ไม่รู้จักอาม่าซะแล้ว)

           

            แจกันดอกซ่อนกลิ่นจัดมาอย่างสวยงาม แต่พยาบาลที่ดูแลห้องพิเศษของชิดชมไม่ยอมให้วางบนโต๊ะ บนโต๊ะนั้นมีดอกไม้เยี่ยมสารพัดชนิดจากลูกค้า และเพื่อนของจอมทัพ แต่แจกันใบนี้แตกต่าง เหมือนแช่งอาการป่วยคนไข้เสียมากกว่า

            พยาบาลยืนยันให้ชายที่ถือมานำออกไป ไม่ทันไรคุณหญิงสรวงสุรางค์ก็เดินมาที่หน้าห้อง บอกให้พยาบาลเปิดประตูห้อง เธอจะเอาแจกันนี้ไปเยี่ยมคนป่วยด้วยตัวเอง ในห้องนั้นชิดชมตัวสั่น ส่วนนวลปรางก็กลัวจนหน้าซีด สไบนางมองอาการของคนไข้และลูกสาว เธอบอกให้แม่กรองทองอยู่ด้านใน แล้วล็อกประตูทันที ที่เธอออกไปจัดการปัญหาภายนอก

            “ฉันมาเยี่ยมชิดชม” สรวงสุรางค์บอกกับสไบนางที่เดินออกมาจากห้อง

            สไบนางบอกให้พยาบาลหลบไป ฝ่ายนั้นรีบจากไปเพื่อไปตามผู้ใหญ่มาระงับเหตุ เพราะท่าทีของสไบนางเอาเรื่องไม่น้อย

            “คนไข้ไม่พร้อมให้เยี่ยมค่ะ เชิญกลับไปก่อน” สไบนางกล่าวแบบไม่เกรงกลัว เธอดูนิ่งแต่พร้อมระงับเหตุทุกอย่างที่จะเกิดกับชิดชมและนวลปราง

            สไบนางไม่ชอบคุณหญิงคนนี้แม้แต่น้อย ข่าวคราวของคุณหญิงบนหน้าหนังสือพิมพ์ และเรื่องเล่าจากปากอาม่าที่สลับตัวคนแต่งงานกะทันหัน ทำให้สไบนางเดานิสัยคุณหญิงคนนี้ได้ เธอไม่ต่อว่าผสมโรง แต่รับฟัง

            และเวลานี้สไบนางต้องประจันหน้ากับสรวงสุรางค์ เพื่อปกป้องคนป่วย ตามหน้าที่และสัญชาตญาณของตัวเอง

            “แกเป็นใครมาสั่งห้ามฉัน” คุณหญิงถลึงตาใส่สไบนาง

            “เป็นคนดูแลคุณชิดชมและคุณนวลปราง” สไบนางตอบเรียบๆ มองคนติดตามคุณหญิงด้วยท่าทีที่นิ่งสงบ

            “แหม...ตั้งแต่เกี่ยวพันกับตระกูลใหญ่ ก็มีลิ่วล้อเต็มไปหมดเลยนะ” สรวงสุรางค์หันไปบอกชายฉกรรจ์ด้านหลัง ให้ผลักสไบนางให้พ้นประตู เธอจะเข้าไปในห้องนั้นให้ได้

            สไบนางผลักชายที่เข้ามา เธอใช้วิชาป้องกันตัวหักนิ้วมือกลับด้าน จนเขาต้องคุกเข่า พอหันกลับไปมองคุณหญิง สรวงสุรางค์เงื้อกระเป๋าสะพายจะฟาดสไบนาง แต่หมอนทนทีวิ่งมากันรับแรงเหวี่ยงนั้นด้วยตัวเอง

            สไบนางอ้าปากค้าง ส่วนคุณหญิงตกใจ ไม่คิดเลยว่าหมอนทนทีจะออกมากันสไบนาง จนตัวเองเจ็บตัวแบบนี้ เธอรีบปล่อยผู้ติดตามที่หักข้อมือเขาไว้ เพื่อประคองหมอนทนทีที่ออกหน้าปกป้องตนเอง

            “อั๊วไม่ได้จ้างงิ้วมาเล่นที่นี่” อาม่าตวาดขณะที่เดินมาที่จุดเกิดเหตุช้าๆ

            นางเลียงจ้องสรวงสุรางค์เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ เพราะโกรธที่คุณหญิงฟาดกระเป๋าใส่สไบนางเต็มแรง แต่กระทบหลังหลานชายสุดที่รักที่เข้าไปกันไว้ ถ้านทนทีไม่เอาตัวบัง สไบนางคงโดนหนักไม่น้อย แต่ที่โกรธไปมากกว่านั้น นางเลียงไม่เคยตีหลานคนไหนมาก่อน แม้แต่จอมทัพที่ว่าเฮี้ยว นางก็แค่ถือไม้เรียวขู่ นี่หลานที่เธอเลี้ยงมากับมือ ต้องมาโดนสะเก็ดอารมณ์ของคุณหญิงคนนี้   

            “มาทำไม อีคุณหญิง” อาม่าถามเรียบๆ แต่คำที่เรียกทำให้สรวงสุรางค์เริ่มไม่แน่ใจว่า เป็นถ้อยความสำนวนจีนที่เคยได้ยินบ่อยๆ หรือเปล่า

            “มาเยี่ยมชิดชม ได้ข่าวว่าป่วยไม่ใช่เหรอคะ”

            “อ๋อ...น้ำใจงามจริงๆ” อาม่าพยักหน้า หันไปมองแจกันดอกไม้ นางเลียงเงยหน้ามองสรวงสุรางค์แล้วเหยียดยิ้ม

            “ดอกไม้เยี่ยมค่ะ ทูเบอะโรสจากญี่ปุ่นเลยนะคะ” สรวงสุรางค์ปั้นหน้า

            “มาเยี่ยมอาชิดชม ใช้ดอกบัวหรือดอกเข็มจะดีกว่านะ อาชิดชมเหมาะกับดอกไม้แบบนี้ ส่วนดอกนั้นในแจกันมันแพศยาไป อาชิดชมไม่ชอบหรอก”

            “อาม่า” สรวงสุรางค์กระชากเสียงอย่างลืมตัว

            “ฟังคำอั๊วให้ดีๆ อาชิดชมเป็นแม่ยายของจอมทัพ จอมทัพเป็นหลานชายอั๊ว เพราะฉะนั้น อั๊วคิดว่าอาชิดชมเป็นเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง ใครมาตีลูกอั๊ว...อั๊วไม่เอาไว้แน่”     อาม่าไม่เคยพูดอั๊วกับใคร เพราะรู้ว่าอยู่ในสังคมที่หลานมีหน้ามีตา พยายามสื่อสารด้วยภาษาไทยที่ฟังดูสุภาพ เพื่อรักษาหน้าหลานของตัวเองมาตลอด แต่คราวนี้ไม่ใช่ นทนทีรู้ว่าอาม่าโกรธจัดอย่างที่ไม่เคยเห็นมานานแล้ว

            “ดิฉันรับทราบค่ะ” สรวงสุรางค์เอ่ยปากแต่ไม่มองหน้า

            “รับทราบก็ดี อีกเรื่องหนึ่งนะอีคุณหญิง...อาจอมต้องสั่งคนห้าสิบคน บริหารที่ดินของคุณหญิงให้เพิ่มมูลค่า แต่อั๊วสั่งอาจอมคนเดียว ที่ดินของคุณหญิงจะไร้ค่าทันที เป็นฮวงซุ้ยยังไม่มีใครเอาเลย”

            สรวงสุรางค์กะพริบตาถี่ๆ คำเตือนนี้เรียกสติก่อนหน้าที่แตกกระจาย เพราะอารมณ์หึงหวงให้กลับมาครบถ้วน คุณหญิงหันไปยกมือไหว้อาม่ากล่าวคำขอโทษอีกครั้ง

            “ส่วนเรื่องสินสอดทองหมั้นที่อั๊วตกลงกับลื้อ ขอหนูเฌอมาลย์มาแต่งกับอาจอม” อาม่าหยุดพูดแล้วยิ้มให้ คุณหญิงเลยต้องยิ้มตามไปด้วย “อั๊วยกให้ อั๊วไม่เอาคืน” อาม่าพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน โบกไม้โบกมือประกอบการพูด

            “มันแค่เศษเงิน อั๊วไม่ถือสา เพราะของมีค่ากำลังรักษาตัวอยู่ในห้อง ขอบใจนะที่ส่งอาปรางมาเป็นสะใภ้ สองคนนั้นมีค่ามากกว่าสินสอดที่ให้ลื้อเสียอีก”

            สรวงสุรางค์ตัวสั่น เพราะสินสอดเกือบห้าสิบล้าน เธอตะครุบไว้ทั้งหมด ไม่คิดแบ่งให้พ่อของนวลปรางเลยด้วยซ้ำ เธอบอกว่าจะเก็บไว้ให้เฌอมาลย์ พอบารมีขอส่วนหนึ่งไปมอบเป็นทุนให้นวลปรางกับชิดชมสรวงสุรางค์บ่ายเบี่ยง

            แต่เวลานี้ อาม่าบอกว่าเป็นเพียงเศษเงิน ราคาไม่เท่าชิดชมกับนวลปรางที่อยู่ในห้อง คำนี้เหมือนตบคุณหญิงให้ร่วงจากชั้นดาดฟ้า ตกไปที่ถนนชั้นล่างแล้วโดนรถเมล์ทับร่างกระจาย ไม่เหลือสภาพคุณหญิงเลยด้วยซ้ำ   

            สรวงสุรางค์ยืนกลั้นน้ำตาไว้ มันเป็นความโกรธที่เธอเสียเหลี่ยมให้กับอาม่าของจอมทัพ  ขณะที่อาม่าเดินนำทุกคนเข้าไปในห้องพักของชิดชม

            “อีคุณหญิงจะเข้าไปไหว้ชิดชมหน่อยไหม?”

            อาม่าหันมาถามสรวงสุรางค์ที่ยืนน้ำตาคลอ

            “ฝากดอกไม้เข้าไปแล้วกันค่ะ” เธอบอกปัด

            “ก็บอกแล้วไง ว่าอาชิดชมเหมาะกับดอกบัวหรือดอกเข็ม คราวหลังใช้สมองในการเลือกของให้คนอื่นหน่อยนะ” อาม่าพูดไปยิ้มไป ปล่อยให้หลานๆ เข้าไปในห้อง ส่วนเธอจะเข้าห้องนั้นเป็นคนสุดท้าย เธอยืนสบตาคุณหญิงนิ่งๆ แบบไม่เกรงกลัว

            คนอย่างอาม่า เจอปัญหาใหญ่มามาก ปัญหาเรื่องเท่านี้เธอจัดการให้ชิดชมได้แน่ๆ อาม่ายืนรอให้สรวงสุรางค์เดินจากไป พร้อมกับแจกันดอกไม้ที่น่ารังเกียจใบนั้น


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น