อัปเดตล่าสุด 2019-10-15 10:41:36

ตอนที่ 24 ฆ่าฉัน ฆ่าฉัน ให้ตายดีกว่า

บทที่ 24

ฆ่าฉัน ฆ่าฉัน ให้ตายดีกว่า

             นทนทีนอนกระสับกระส่าย จะให้เขาหลับแบบสงบได้ยังไง ในเมื่อค่ำคืนดึกดื่นหูเจ้ากรรมก็ยังเสาะหาเสียงแว่วที่ลอยมา คุณหมอไม่ได้อินโนเซ้นท์จนไม่รู้ว่า นั่นคือเสียงครวญครางเพราะความรัญจวนขั้นสุด ก่อนหน้านี้เขาสงสารซ้อ ที่ตั่วเฮียโหมไฟรักใส่เมียเด็กทุกค่ำ

             คืนก่อนๆ ก็เคยได้ยินเสียงนี้แว่วมาเบาๆ เขาไม่สนใจ นทนทีปิดประตูนอนตามปกติ เพราะแต่ละห้องที่นี่พอปิดประตูก็กลายเป็นห้องเก็บเสียง แต่คืนนี้มันอยู่ไม่ได้ มันอยู่ไม่ได้จริงๆ เพราตั่วเฮียตัวดีก่อเรื่องไว้ ก่อนแยกย้ายเข้าห้องใครห้องมัน มันเริ่มจากบทสนทนา ที่อาม่ามากระซิบถามนทนทีว่าจอมทัพจะมีลูกเมื่อไร อาม่าอยากอุ้มหลานแล้ว นทนทีเลยต้องทำหน้าที่ไถ่ถามพี่ชาย แล้วก็เจอฤทธิ์เดชของจอมทัพจนนอนไม่หลับแบบนี้

            “พี่จะมีลูกเมื่อไรครับ ตอนขากลับอาม่าถามผมเรื่องโอกาสที่พี่จะมีลูก” นทนทีเปรยสิ่งที่อาม่ากังวล

            “นท เอ็งไม่เคยมีเมีย ไม่รู้หรอกว่ามันซู่ซ่าขนาดไหน? พี่ไม่รีบมีตอนนี้ คุยกับปรางแล้วว่าอยากอยู่กับปรางอย่างนี้สักระยะ จนกว่าเราจะอิ่มด้วยกันทั้งคู่ แล้วค่อยมีลูก”

            “ครับพี่” นทนทีรู้ว่าตั่วเฮียเปิดเผย แต่ไม่คิดว่าตั่วเฮียจะเปิดมากขนาดนี้ เขาทำทีจะเดินขึ้นบ้าน แต่จอมทัพชวนคุยต่อ

            “นทรู้ไหมว่าการมีเมียเป็นเรื่องดี เมื่อก่อนพี่ก็กลัวที่จะแต่งงาน กลัวที่จะมีลูก พี่บอกตรงๆ นะ พี่กลัวเป็นอย่างเตี่ยกับแม่ พี่เลยไม่กล้าแต่งงานแล้วก็ใช้ชีวิตให้สนุกไปวันๆ”

             จอมทัพพูดไปลูบเคราที่คางไป เขาหันไปมองน้องชายที่มองมา เพราะน้องเขาก็คงกลัวเหมือนกับที่เขาเคยกลัวด้วย

            “วันที่พี่แต่งกับปราง พี่ก็คิดว่าทนไม่ไหวจะเลิกก็ได้ พี่ไม่แคร์” จอมทัพหยุดพูด หันมามองหน้าน้องตาเยิ้ม “แต่ปรางรับพี่ได้ แล้วปรางเป็นอาหารจานโปรดที่พี่อยากกินทุกคืน”

            “ครับพี่” นทนทีเริ่มเขินอาย

            “อารมณ์เสน่หารัญจวนแบบนี้ มันไม่ได้เกิดกับผู้หญิงทุกคน เมื่อก่อนที่พี่ผูกปิ่นโตกับสาวๆ ก็เลือกว่าอวบ อึ๋ม เปรี้ยว แต่ตอนนี้เรียบๆ หวานๆ นี่แหละ แซ่บอร่อยกินคล่อง...”

            “พี่ครับ ดึกแล้ว ผมคิดว่า...” นทนทีตัดบท เขาหูแดงไปหมดแล้ว

            “เออ เกือบลืม นทไปดูห้องนวดหน่อย เผื่อจะแก้ไขอะไรบ้าง?”

            นทนทีเลยต้องตามจอมทัพไปดูห้องนวด เห็นนาวินยืนมองกลางห้องแล้วทำหน้าตาตกตะลึง

            “พี่จอม โอเคมากเลย” นาวินกวาดสายตารอบห้อง

            “นี่ อันนี้เด็ด วินมาลองดูมา” จอมทัพให้นาวินนอนคว่ำกับเตียงนวด มันเป็นเตียงอย่างดีที่ปรับความสูงตามผู้นวดได้

             “ตรงนี้ไฮโดรลิค ถ้าวินจะนวดหลังให้นท ก็ปรับตรงนี้เตียงก็จะค่อยๆ เลื่อนขึ้นๆ ลงๆ  โดยที่ผู้นวดไม่รู้สึก แต่...ถ้านางจะนวดให้นท ก็ปรับตรงนี้ จะเท่ากับความสูงของนางที่จะนวดให้นทพอดิบพอดี” พี่เขาพูดจบก็หันไปมองนทนทีคุณหมอได้แต่ส่ายหัว

             นทนทีมองดูเตียงนวดที่เลื่อนขึ้นเลื่อนลง ให้เหมาะกับความสูงของผู้นวด นาวินทดลองนอนคว่ำ ให้ใบหน้าอยู่ในช่องเจาะ ที่ก้มหน้าไปจะมองเห็นอ่างน้ำเหยาะน้ำมันหอมละเหยด้านล่าง นาวินบอกว่านอนสบายเพราะฟูกยางพารารับทุกสัดส่วน

            “พี่นทลองมานอนดูสิ มันสบายจริงๆ นะ” นาวินบอกให้พี่ชายทดลองนอน เผื่อว่าอาม่ากับน้าชิดชมต้องนอนที่เตียงนี้ คุณหมอนทจะได้รู้ว่าปรับแต่งสมดุลยังไงให้เหมาะกับสรีระ

            พอนทลองนอนคว่ำ นาวินก็ช่วยนวดหลังให้พี่ชายเบาๆ ความเหนื่อยล้า กับความเครียดจากตั่วเฮียมันหายไปหมด ความสบายของการผ่อนคลาย ทำให้นทนทียอมถอดเสื้อให้น้องนวดต่อ เขากำลังเคลิ้ม รู้ว่านาวินนวดให้อาม่าบ่อย ต่อจากนี้จะให้น้องมานวดหลังให้เขาบ้าง ไหล่ด้านขวาที่ปวดจากออฟฟิศซินโดรมเบาโล่งไปถึงปลายนิ้ว

            “ดีจัง นวดตรงไหล่กับต้นคอด้วย” นทนทีพูดอีก ความที่ใบหน้าก้มพอดีกับรูที่เจาะไว้ของเตียง ทำให้จอมทัพต้องไปก้มฟังว่านทนทีพูดว่าอะไร

            จอมทัพทวนคำสั่งนวดหลัง นวดไหล่ นวดต้นคอ นทนทีกำลังสบายยิ้มกริ่ม มือนุ่มแต่มีแรงกดที่พอดีทำให้เขาผ่อนคลายไปทั่วทั้งตัว นทนทีกำลังเคลิ้มกับสัมผัสที่ได้รับ

            “สบายใช่ไหมพี่” นาวินถามอีก

            “อื้อ สบายดีจังเลย” นทนทีตอบน้อง แล้วเขาก็ลืมตาโพลง เพราะตั่วเฮียนั่งยองๆ ก้มามองหน้าเขาแล้วยิ้มเผล่

             ส่วนนาวินยิ้มกรุ้มกริ่ม ก้มหน้ามารอดูสีหน้านทนที ตอนนี้นทนทีรู้แล้วว่าใครนวดหลังให้ ผิวหนังที่หลังเขาขนลุกทั่วตัว เขาเริ่มหายใจไม่สะดวก เพราะปฏิกิริยาทางกายมันตอบสนองกับฝ่ามือนุ่มๆ ที่นวดวนไปเรื่อยๆ  

            กลิ่นแป้งเด็กยี่ห้อเดียวกับที่เขาใช้ กลิ่นหอมจางๆ เข้าจมูก เขาใช้แป้งเด็กยี่ห้อนี้ทาตัว ไม่ใช่ว่าไม่รู้จักโต แต่เป็นกลิ่นที่เขาจำได้ว่ามาจากผิวของสไบนาง มือนุ่นของเธอนวดไปตามต้นคอ เพียงเท่านั้นอาการทางกายก็แข็งขืนไม่นอนสงบ มังกรน้อยถูกปลุกให้ตื่นจากนิทราที่ยาวนาน

            “คุณหมอเจ็บเหรอคะ?” สไบนางถามเบาๆ แม้จะไม่กระซิบที่ริมหู แต่กลับทำให้นทนทีขนลุกทั้งตัวมากกว่าเดิม

            สไบนางต้องละมือ เพราะเธอกลัวหมอนทจะเจ็บหนัก เขาเกร็งทั่วตัว ผิวหนังขนลุกจนเธอรู้สึกได้ เธอถอยออกมายืนมองนทนทีนิ่งๆ ส่วนเขาไม่กล้านั่งเพราะกลัวพี่ตัวแสบจะจับได้ว่านทน้อยใต้ร่มผ้าตื่นขึ้นมาทักทายสไบนาง แต่จะให้นอนคว่ำต่อก็ทรมาน เหมือนกดหัวหมาดุไว้ให้เงยหน้าขึ้นมาเห่า นทนทีเคืองพี่ชายน้องชายตัวเอง ที่รวมหัวกันแกล้งเขาให้เกิดอาการน่าอายต่อหน้าสไบนาง

            “พ...พอก่อนก็ได้ครับ”  นทนทีตะแคงหน้ามาบอกสไบนาง

            “ค่ะ” เธอรับคำเบาๆ แล้วเดินออกไปจากห้อง

            นาวินมาบอกว่าสไบนางเดินออกไปแล้ว นทนทีถึงได้ลุกขึ้นนั่ง ตั่วเฮียหยิบเสื้อมาส่งให้น้อง ส่วนนาวินยิ้มให้กับพี่คนกลางแล้วเดินออกไปจากห้อง

            กว่าคุณหมอนทจะลุกออกจากเตียงนั้น แล้วกลับขึ้นห้องนอนได้ เขาต้องรวบรวมกำลังใจมากโข เพื่อไม่ให้วิ่งไปที่ห้องสไบนาง แล้วทำอย่างที่ใจตัวเองปรารถนา

             ตอนนี้คุณหมอหนุ่มขังตัวเองไว้ในห้องนอน แต่ตั่วเฮียส่งเสียงเพลงรักที่บรรเลงร่วมกับเมียเด็กให้น้องคนนี้ได้ฟังด้วย

            นทนทีเดินเข้าห้องน้ำรอบที่สาม เขาแค่หลับตาคิดถึงมือนุ่มของสไบนาง ก่อนจะฝันหวานว่าตัวเองร้องเพลงรักให้สาวกลางหัวใจฟังอีกรอบ

      “นางจ๋า...ผมขอ” แม้จะเป็นเพียงในจินตนาการ แต่นทนทีก็อยากได้ยินคำอนุญาตของเธอเหมือนเคย


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น