อัปเดตล่าสุด 2019-10-29 10:50:29

ตอนที่ 36 ยาของหมอนท

บทที่ 36

ยาของหมอนท

 

          “จริงๆ คุณเฌอไม่ได้เป็นอะไรมากนะครับ แต่รอยฟกช้ำพวกนี้มัน...” นทนทีพูดแค่นั้น เขาเห็นรอยฟกช้ำตามตัวของเฌอมาลย์แล้วถอนหายใจ “ผมคิดว่าคุณเฌอควรแจ้งความ”

          “แล้วจะกระทบกระเทือนกับ...” เธอแสร้งก้มตัวให้หมอนทดูรอยช้ำบริเวณไหปลาร้า อกอวบของเธอแทบจะหลุดจากเสื้อมาโชว์ตัวต่อหน้าหมอนท

          “เอาอย่างนี้ดีกว่า เดี๋ยว MRI เลยจะได้ดูว่าบาดเจ็บหนักแค่ไหน แล้วเดี๋ยวได้ผลตรวจออกมา เราค่อยมาคุยกันก็ได้ครับ”

          นทนทีให้พยาบาลพาเฌอมาลย์ออกจากห้องตรวจ เขารีบเรียกคนไข้คนใหม่เข้ามา เพื่อไม่ให้เฌอมาลย์มีพื้นที่ในห้องนี้นาน

          ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเฌอมาลย์คิดอะไรอยู่ การที่เธอมาเปิดเสื้อโชว์รอยแผลกับร่องอก พร้อมกับซับน้ำตาบอกว่าอดีตคนรักไม่ยอมเลิกง่ายๆ ทำร้ายร่างกาย เพื่อให้เขาสงสารสำหรับนทนทีมันเป็นเรื่องตลก และมันตลกมากขึ้น เมื่อเหตุการณ์แบบนี้เกิดกับสไบนางจริงๆ เมื่อสองวันก่อน

          คืนนั้นเขากำลังจะเลี้ยวรถเข้าบ้าน เห็นน้ากรองทองร้องไห้วิ่งออกมา บอกว่าสไบนางอยู่โรงพักเขาเลยขับรถพาน้ากรองทองไปที่นั่นเอง สไบนางวางมวยลากไอ้คนลวนลามไปแจ้งความดำเนินคดี

          พอไปถึงหมอนทนทีเห็นสภาพสไบนางที่มีทั้งรอยฟกช้ำที่ใบหน้าหลายจุด นทนทีไม่อยากจินตนาการเลยว่า สไบนางเจออะไรจนทำให้เธอเจ็บมากขนาดนี้ เขาอยากเอาเรื่องคนที่ทำร้ายคนกลางหัวใจ แต่พอหันไปเห็นผู้ต้องหา สภาพชายคนนั้นเหมือน ‘ซาก’ ที่โดนสไบนางลากมาหาตำรวจ นทนทีถึงกับสงสารไอ้โจรคนนั้นทันที

          เขาพากรองทองกับสไบนางกลับบ้าน แม้ว่านทนทีจะขอให้ไปทำแผลที่คลินิกก่อน เธอก็ยังดื้อรั้นไม่ยอมไป พอมาถึงบ้าน อาม่าเห็นสภาพสไบนาง อาม่าสั่งให้หมอนททำแผลให้สไบนาง แถมยังทำแผลที่เตียงนวด มีอาม่า น้าชิดชม น้ากรองทองนั่งเป็นเพื่อน

          ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่จับจอง ในห้องนวดที่ปรับอุณหภูมิสบาย เขากลับเหงื่อแตกมือไม้สั่น ดีว่านทน้อยซ่อนตัวเงียบ แต่พอเห็นสไบนางถอดเสื้อออก เหลือแต่เสื้อกล้ามกับกางเกงยีน เจ้าตัวดีก็ตื่นขึ้นมาทักทายใต้กางเกงสเลค เขาต้องปั้นหน้านิ่งแล้วจ้องแต่แผลตามผิวนวลเนียนนั่น

          อยากจูบซับความเจ็บออกจากผิวทั้งหมด อยากเป็นสำลีที่แตะผิวของสไบนาง อยากกลับไปเอาเรื่อง ‘ซาก’ ที่หน้าแตกยับ โทษฐานทำร้ายสไบนางได้ขนาดนี้

          “อานท แผลอานางจะเลือดกรังแล้ว จะต้องดูใกล้ขนาดนั้นเลยเหรอ” อาม่าจ้องหลานชาย ที่ก้มไปมองแผลที่หลังของสไบนางจนชิด

          เขาได้สติ ค่อยๆ เช็ดทำความสะอาดแผลอย่างเบามือ ก่อนจะใส่ยาฆ่าเชื้อให้อีกอย่าง

          “เดี๋ยวผมให้ยากินด้วย ช้ำขนาดนี้พรุ่งนี้ไม่ต้องออกแรงนะ มือข้างนั้นซ้น ส่วนข้างนี้ข้อมือแตก ไม่รู้ว่าเลือดผู้ต้องหาปะปนมาด้วยหรือเปล่า ผลเลือดของผู้กระทำผิดจะออกอีกสิบห้าวัน พรุ่งนี้ไปกับผม จะได้ตรวจร่างกายแล้วเจาะเลือดตรวจด้วย” นทนทีสบตาสไบนาง เขาออกคำสั่งกับเธอ

          สไบนางก้มหน้า ส่วนกรองทองได้แต่น้ำตาคลอ ยิ่งคำขู่ของนทนทีมันเรียบเหมือนไม่มีอะไร แต่เนื้อความหนักหนากรองทองก็เอาแต่ร้องไห้ กลัวลูกสาวจะเป็นอะไรมาก

            “พรุ่งนี้ ให้น้าไปเป็นเพื่อนไหม” ชิดชมคิ้วขมวด เธอห่วงสไบนางเหมือนกับห่วงลูกสาวคนหนึ่ง นทนทีรีบปฏิเสธทันที

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ ให้นางไปตรวจให้เรียบร้อย น้ากรองทองจะได้สบายใจ ผมเป็นห่วงน้ากรองทองกับน้าชิดชม อยู่ดูอาม่าที่นี่แล้วกัน เดี๋ยวผมรายงานมาเรื่อยๆ ครับ คงต้องบังคับให้ตรวจสุขภาพอื่นๆ อย่างละเอียดด้วย หลังจากนั้นให้สไบนางนั่งรถแท็กซี่กลับมา ถ้าน้าชิดชมไปด้วย เดี๋ยวจะเดินทางกลับลำบากครับ” เขาอธิบายช้าๆ เบาๆ ทำทีเหมือนไม่สนใจสไบนางสักเท่าไร

            ทุกคนยอมรับการตัดสินใจของนทนที ชายหนุ่มบอกให้สไบนางมารอพรุ่งนี้ตีห้าครึ่ง เพราะเขาต้องพาเธอไปตรวจเลือดก่อน และจะพาไปตรวจสภาพร่างกายอื่นๆ ต่อ

            สรุปคืนนั้นหมอนทนอนแทบไม่หลับ ก็เจ้านทน้อยมันตื่นเต้นที่ได้ใกล้ชิดสไบนาง ปลุกเขามากำราบรีดพิษหลายรอบ แค่ได้สัมผัสผิวสไบนางแค่นี้ เจ้านอนน้อยก็แปลงร่างอาละวาด รบเร้าให้หมอนทหาทางให้เราได้อยู่ใกล้กัน กว่านทนทีจะรีดพิษเจ้าตัวแสบให้สงบลงได้ ก็หมดเวลาและเหงื่อไปหลายยก

          พอเช้าขึ้นมา สไบนางระบมกับรอยเจ็บตามตัว นทนทีเข้าไปช่วยพยุงสไบนางขึ้นรถ เพราะร่างกายที่เจ็บปวดเมื่อวานส่งผลจนแทบจะก้าวเดินไม่ได้ เขาอยากจะอุ้มเธอขึ้นรถเสียเดี๋ยวนี้ แต่เกรงใจน้ากรองทองที่ยืนมองตาละห้อย เขาต้องทำทีเป็นไม่สนใจสไบนาง เพื่อให้กรองทองตายใจจะได้ไม่กีดกันเขากับลูกสาวอีก

          สิ่งที่ดีที่สุด คือได้เฝ้ามองเธอหลับ ขณะที่เขาขับรถไปตามท้องถนน มือข้างหนึ่งของสไบนางวางที่หน้าตักของเขา ดึงมือของสไบนางไปจูบด้วยความรักและคิดถึง เหมือนกับครั้งหนึ่งที่เคยทำ

            ให้พยาบาลพาสไบนางไปรักษาตามหน่วยต่างๆ ส่งข่าวให้อาม่ารับรู้ตลอดเวลา เพื่อให้อาม่าบอกกรองทองอย่างสบายใจ สุดท้ายหมอนทให้สไบนางนอนรักษาตัว และพาเธอกลับบ้านพร้อมตัวเองในช่วงเย็น เป็นวันที่นทนทีมีความสุขมากที่สุด แม้ว่าจะต้องทำงานหนักทั้งวันจนไม่ได้กินข้าวเที่ยง

 

          “คุณหมอยิ้มตาเยิ้มแบบนี้ ยายไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม”

            นทนทีสะดุ้งเฮือก เขาแอบยิ้มแบบเขินๆ ให้คุณยายวัยแปดสิบกว่า

            “ไม่ได้เป็นไรมากครับ เดี๋ยวรับยาได้เลย” เขาเขียนรายละเอียดทั้งหมด นัดดูอาการของคุณยายเดือนหน้า ทุกครั้งที่เครียดเรื่องงาน เขาจะคิดถึงวันที่ได้ดูแลสไบนาง กลับไปก็ยังได้ทำแผลให้เธออีก โดยที่น้ากรองทองชะเง้อมองแบบเป็นห่วง ไม่กีดกันเขากับสไบนางอีก

            ชายหนุ่มยังมีรอยยิ้มแต้มใบหน้า เพราะเขาคิดถึงสไบนางทีไรก็อดยิ้มอย่างนี้ไม่ได้ จนกระทั้งฟิล์มเอกซเรย์ของเฌอมาลย์วางที่โต๊ะ เธอถือมาเอง ส่วนพยาบาลที่เดินตามมาหน้ายุ่งบอกบุญไม่รับ คงทนพิษอารมณ์ของเฌอมาลย์ไม่ไหวแน่ๆ

            นทนทีดูฟิล์มและผลต่างๆ ที่รายงานออนไลน์ เขารู้อยู่แล้วว่านี่คือการจัดฉาก แต่จะทำยังไงได้ เขาพยายามบ่ายเบี่ยงที่จะไม่มองเฌอมาลย์นานนัก ไม่ได้ซู่ซ่ามีความสุขเหมือนมองสไบนาง แต่กลับรู้สึกอึดอัดที่ต้องมองเธอเสียด้วยซ้ำ

          “อานทคิดว่าดอกไม้จริงกับดอกไม้ปลอมต่างกันไหม?”

          แล้วคำถามของอาม่าที่เคยถามไว้ลอยติดหู สำหรับนทนทีมันไม่ใช่คำถาม แต่เป็นคำสอนที่เขาไม่มีวันลืมเลือน  

          “เลิกงานแล้ว คุณหมอพอมีเวลาไหมคะ” เฌอมาลย์เริ่มหมดความอดทน เธอถามถึงเป้าหมายตัวเอง

          “ผมมีคนไข้ที่ต้องตรวจอีกหลายสิบคน ยังไม่รู้เลยว่าบ่ายสองจะได้กินข้าวเที่ยงหรือเปล่า”

          “แล้วบ่ายสามล่ะคะ พอมีเวลาให้เฌอสักครึ่งชั่วโมงไหม” เฌอมาลย์ถามแบบตัดพ้อ

          “ต้องเขียนรายงานคนไข้ครับ คุณเฌอต้องการให้ผมช่วยอะไรครับ” นทนทีถามอีก “วันนี้ผมมีคิวผ่าตัดสมองคนไข้สองราย กว่าจะเลิกงานก็น่าจะหกทุ่ม วันนี้ผมคงนอนค้างที่นี่ครับ แล้วพรุ่งนี้ตรวจตามตึก จากนั้นก็มารับตรวจคนไข้นอกที่นี่อีก”

          นทนทีอธิบายยาว ว่าคิวงานเขายุ่งมากขนาดไหน

          “คุณหมออดทนน่าดู แล้วนี่...ไม่เครียดบ้างเหรอคะ?” เธอถามแบบเซ็งๆ เพราะดูจะหาจังหวะว่างของนทนทีไม่ได้เลย

          “ไม่ครับ เวลาเครียดก็ดูคลิปตลก อย่างคลิปนี้...ฝรั่งคนนี้เขาเชื่อว่าเอามะนาวทาหน้า แล้วกล้องวงจรปิดจะจับภาพเขาไม่ได้ เลยเอาน้ำมะนาวทาก่อนออกปล้น” นทนทีพูดไปหัวเราะไป

          ส่วนเฌอมาลย์เหยียดยิ้ม แต่เธอไม่อยากให้การสนทนาที่มีแนวโน้มจะดีต้องสั้นลง

          “ค่ะ แล้วไงต่อคะ”

          “ก็ตลกดีนะสิครับ ตำรวจไปจับเขาก็บอกว่า เปล่าเขาไม่ได้ทำ พอตำรวจเอาคลิปจากกล้องวงจรปิดให้ดู เขาก็บอกว่าเอาน้ำมะนาวทาหน้าแล้ว ทำไมกล้องยังจับภาพเขาได้อีก”

          เฌอมาลย์มองนทนทีแล้วเลิกคิ้วเหมือนจะถาม เธอขี้เกียจฟังเรื่องตลกฝืดของหมอนทแล้ว

          “ผมตลกตรงที่ เขาไปเอาความมั่นใจมาจากไหน ว่าน้ำมะนาวจะทำให้กล้องวงจรปิดจับภาพใบหน้าเขาไม่ได้  เป็นพวกเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ คิดว่านั่นฉลาด น่าสงสารเขานะครับ อยู่กับพวกฉลาดน้อยมานาน ก็เลยคิดว่าตัวเองเก่ง”

          นทนทีพูดไปเรื่อยๆ เขายิ้มเป็นระยะ เขียนใบสั่งยาให้กับเฌอมาลย์ “อย่าลืมไปแจ้งความดำเนินคดีนะครับ ผมช่วยคุณได้เท่านี้จริงๆ”

          นทนทียิ้ม ส่วนเฌอมาลย์นั่งนิ่งแทบขยับตัวไม่ได้ เธอรู้ว่าเขาตำหนิเธอ แต่มันเจ็บและกรีดลึกจนเฌอมาลย์อยากหายตัวไปจากตรงนี้ ความหวังที่จะจีบนทนทีดับวูบ

          เธอเดินออกจากห้องตรวจของหมอนทและเดินทางกลับคอนโดฯ ในหัวสมองเริ่มคิดหาทางออก จะแก้ตัวกับแม่อย่างไรดี ในเมื่อคืนสินสอดทองหมั้นห้าสิบล้านให้อาม่าไปแล้ว ระหว่างทางเฌอมาลย์คิดถึงแต่เอกเอื้อ ตอนนี้เหลือแค่ทางเดียว

          “บงกช เธอจะพลาดไม่ได้เลยนะ ถ้าฉันไม่ได้อะไรคืนมา ฉันก็ต้องตีบ้านนั้นให้แตกย่อยยับเหมือนกัน”

          เฌอมาลย์ไม่ได้โกรธ แต่เธอกลัวแม่สรวงสุรางค์มากกว่า เธอไม่อยากให้แม่ประณามว่าเธอโง่อีกต่อไป


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น