อัปเดตล่าสุด 2019-11-04 12:21:18

ตอนที่ 43 แต่งงานนะ

บทที่ 43

แต่งงานนะ

 

            “เดี๋ยวเราไปกินข้าวกัน” หมอนทบอกกับสไบนางพร้อมรอยยิ้ม ส่วนเธอได้แต่มองเขานิ่งๆ ก้มหน้าไม่รู้จะพูดอะไร

            มันเป็นความรู้สึกดีที่ได้รักเขา แต่เธอไม่อยากดึงนทนทีมาตกต่ำกับตัวเอง สไบนางรู้ว่าชายคนนี้ไม่เคยมองเธอเป็นของเล่น อย่างที่พ่อกับแม่ตักเตือน แต่ใจของหญิงสาวไม่กล้าตัดสินใจที่จะรักเขา

เธออยากเป็นคนที่หวังดี และหากเห็นเขาแต่งงานกับคนที่คู่ควร สไบนางจะยินดีและดีใจด้วยอย่างแน่นอน

            “นางอยากกินอะไรครับ” นทนทีดึงมือสไบนางมากุมไว้ เขาขับรถออกจากลานจอดของโรงพยาบาลช้าๆ ชายหนุ่มมองซ้ายมองขวาเหมือนหาอะไรบางอย่าง

            “คุณหมอลืมอะไรเหรอคะ” สไบนางเอ่ยปากถาม เธอยังไม่ตอบว่าจะกินอะไร แต่อยากช่วยหาสิ่งนั้นให้กับนทนทีก่อน

            “ลืมหัวใจไว้ที่นางไว้ แต่ตอนนี้ได้คืนมาแล้ว” นทนทีพูดจบก็ดึงมือเธอไปจูบอีกครั้ง

            สไบนางได้แต่ยิ้ม นทนทีเป็นหนุ่มเนิร์ดที่หล่อมาก รูปร่างใหญ่โตไม่น้อยกว่าพี่น้องตัวเองเลย เขาไม่ใช่คนเล่นเวทเพาะกายให้กำยำเหมือนจอมทัพกับนาวิน แต่ไม่ใช่ผอมแห้งจนไม่มีกล้ามเนื้อ นทนทีพูดตลกไม่ค่อยเป็น แต่เขาพยายามพูด สิ่งที่วิเศษที่สุดและทำได้ดีมากๆ นทนทีเป็นคนที่อธิบายเรื่องยาก หรืองานวิชาการให้เข้าง่ายได้อย่างลื่นไหล  

            สิ่งที่งดงามและครองใจสไบนางมาตลอด เขามีน้ำใจพร้อมช่วยเหลือคนอื่น เคยอดหลับอดนอนเพราะเรียนหนัก แต่ยังอาสาขับรถไปรับสไบนางที่โรงเรียน แล้วเผลอหลับตรงสี่แยกไฟแดง สไบนางต้องปลุกเขาให้ตื่น แล้วไปนอนต่อที่เบาะนั่งข้าง เธอเป็นฝ่ายขับรถยนต์คันนั้นกลับที่พักเอง เพราะสไบนางช่วยพ่อขับรถส่งของมาตลอด เจ้าหล่อนขับรถได้ดีกว่านทนทีเสียด้วยซ้ำ

            “แล้วคุณหมอทำงานหนักทั้งวันแบบนี้ ได้กินข้าวเที่ยงหรือยังคะ”

            สไนบางเป็นห่วง เพราะเขามักห่วงคนไข้และคนอื่น จนลืมตัวเองเสมอ

            ครั้งหนึ่งที่เขาเดินไปตลาดกับเธอ นทนทีเห็นขอทานนั่งริมถนน เขาเดินไปซื้ออาหารเช้าสองชุด เพื่อใส่บาตรหนึ่งชุดและให้คนขอทานที่นั่งอยู่ จนเงินสดที่พกติดตัวหมดเกลี้ยง เธอแบ่งปาท่องโก๋จิ้มกาแฟคนละแก้วกับเขา มันอาจจะดูธรรมดาในสายตาคนอื่น แต่สำหรับสไบนางนี่คือความงดงามที่นทนทีเป็น

            “ข้าวเที่ยงวันทันใจนะเหรอครับ” นทนทีถามทีเล่นทีจริง

            “อันนั้นเรียกว่า ข่าวเที่ยงวันค่ะ เอามารวมอะไรกันมั่วไปหมดแล้ว” สไบนางขำที่เขาพยายามที่จะล้อเล่นกับเธอ อยากย้ำกับนทนทีว่าเขาพูดเรื่องวิชาการยากๆ ให้เธอเข้าใจจะดีกว่า

            “นาง ทางมหาวิทยาลัยชวนผมไปสอนหนังสือ ตอนแรกผมจะไม่ไป เพราะทำงานสนุกกว่า” นทนทีเริ่มเกริ่นสิ่งที่อยู่ในใจ

            “ค่ะ” เธอหันไปฟังอย่างใจจดใจจ่อ

            “ตอนนี้ผมเปลี่ยนใจแล้ว ผมจะไปสอนนักศึกษาแพทย์”

            “ทำไมล่ะคะ ก็คุณหมอเคยบอกว่า สอนนักศึกษายากกว่าลงมือผ่าตัดเอง” สไบนางจำคำพูดของเขาได้

            “ก็นางเคยบอกไงครับ ผมผ่าตัดช่วยคนได้เต็มที่สามร้อยคน แต่ถ้าผมกัดฟันสอนนักศึกษาแพทย์ให้ผ่าตัดได้สักห้าคน ถ้าพวกเขาผ่าตัดได้คนละสามร้อยราย ก็เท่ากับมีคนไข้ปลอดภัยจากโรคนี้พันห้าร้อยคนเลยนะครับ และจะมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเขาขยันทำเพื่อคนอื่นเหมือนกัน”

            มันเป็นถ้อยความที่เธอเคยพูดกับเขาเหมือนหลายปีก่อน ไม่คิดเลยว่านทนทีจะจำได้

            “คุณหมอก็จะทำงานหนักเพิ่มขึ้น เหนื่อยเพิ่มขึ้น” สไบนางทวนคำของเขา

            “ครับ แต่ถ้าทำแล้วมีคนพันห้าดำเนินชีวิตอยู่ได้ เขาจะมีค่ากับคนในครอบครัวของเขาอีกเยอะนะครับ” นทนทีหัวเราะ เขาหันมายิ้มให้กับสไบนาง “เพราะผมเชื่อว่า นับจากวันนี้ผมจะมีคนอยู่ข้างๆ คอยดูแลผม ให้ผมมีกำลังทำเพื่อคนอื่นต่อไป”

            นทนทีจอดรถติดไฟแดง เขาหันมามองสไบนางพร้อมกับตลับแหวน

            “ผมรักนางมานานแล้ว นางรู้ใช่ไหม”

            “ค่ะ” เธอน้ำตาคลอเบ้า ไม่คิดเลยว่าท่ามกลางรถที่แน่นขนัดบนท้องถนน นทนทีทำให้เป็นช่วงเวลาดีๆ แสนโรแมนติกได้

            “เปิดสินาง ผมกลัวอดใจจูบนางไม่ได้” เขาพูดเองก็ยิ้มอายหน้าแดง

            เธอเปิดตลับแหวนช้าๆ เพชรงามเม็ดเดียวที่อวดตัวในนั้นส่องประกาย

            “ถ้านางสวมแหวนวงนี้ ก็เท่ากับรับหมั้นผม แหวนแต่งงานของเราผมเตรียมไว้แล้ว แต่ผมจะสวมให้นางเองในวันแต่งงานของเรา”

            มันเป็นคำขอแต่งงานที่ดีที่สุด และคงยากสำหรับนทนทีที่จะพูดออกมาแบบนี้ เพราะเขาเรียบเรียงประโยคจนสละสลวย เธอไม่กล้าหยิบแหวนขึ้นมาสวม เพราะอยากปรึกษาแม่กรองทองของตัวเองก่อน แต่ใจของสไบนาง มีแต่เขาคนเดียวเท่านั้น

            หญิงสาวคิดไตร่ตรองอะไรบางอย่าง ไม่อยากทำร้ายจิตใจเขาและหัวใจตัวเอง ส่วนนทนทีเม้มปากแน่น เขาทำใจยอมรับเพราะนี่ไม่ใช่การปฏิเสธครั้งแรกจากเธอ

            “นางขอ...” เธอพูดได้แค่นั้น

            เพราะรถสิบล้อคันใหญ่ฝั่งตรงกันข้าม ฝ่าไฟแดงพุ่งมายังรถของนทนที เขาหักพวงมาลัยหลบแรงกระแทกนั้นอย่างรวดเร็ว ทุกอย่างมืดและดับลง

            สไบนางลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง นทนทีเอาตัวกำบังภัยให้เธออยู่ ส่วนกันชนรถสิบล้อห่างจากร่างของเธอไม่ถึงคืบ

            “คุณหมอ...หมอ พี่นท” เธอตะโกนลั่นรถ ไม่อยากเชื่อเลยว่าความห่างของกายเพียงคืบ แต่เธอรู้สึกได้ถึงความสูญเสียในหัวใจ ที่อาจจะทำเขาหลุดลอยไปตลอดกาล


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น