อัปเดตล่าสุด 2019-11-04 17:23:36

ตอนที่ 44 เรารักกัน

บทที่ 44

เรารักกัน

 

            อาม่านั่งบนรถเข็นนางตัวสั่น เพราะข่าวร้ายที่กระชากหัวใจให้หลุดลอย หญิงชราวัยแปดสิบเศษได้แต่นิ่ง แต่กลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ หลานชายสุดที่รักอยู่ในห้องฉุกเฉิน เพิ่งคุยกับนทนทีเรื่องแต่งงานไปเมื่อวันก่อน เพิ่งขอหลานสะใภ้ให้หลานชายได้ แต่เวลานี้สถานการณ์บีบคั้นให้เธอรู้สึกเหมือนสูญเสียสิ่งที่รัก

            “ถ้าให้แลกชีวิตอาม่ากับอานท อาม่ายอมแลก” ความเจ็บปวดทำให้เธอตั้งจิตอธิษฐานอย่างนั้น

            “อาม่าครับ พี่นทจะไม่เป็นไร หมอบอกแล้วว่าพี่นท...”

            นาวินไม่กล้าพูด เขากอดอาม่าและลูบหลังหญิงชราตลอด นาวินไม่คิดเหมือนกันว่าตัวเองจะเจอเหตุการณ์แบบนี้ เขากะพริบตาถี่ๆ เพื่อไม่ให้น้ำตาไหลอาบใบหน้า จนทำให้อาม่าขวัญเสียไปมากกว่านี้  ส่วนจอมทัพยืนนิ่งที่หน้าห้องฉุกเฉิน เขาไม่ขยับตัวและไม่หันหลังมามองคนที่อยู่ด้านหลัง มันคือความเจ็บปวดจนให้ใครเห็นไม่ได้

            ตั่วเฮียของตระกูล ไม่ได้แลกมาด้วยการเกิดก่อน แต่มันต้องใช้ความอดทนและเสียสละ เวลานี้ทุกอย่างกำลังจะพังลงมา เพราะความสูญเสียมาสั่นคลอนหัวใจเขาให้สั่นระริก คนที่เขารักอย่างที่สุด ถึงแม้นทนทีจะไม่ได้อยู่ใกล้เขาเหมือนนาวิน แต่จอมทัพพยายามอยู่ใกล้และแกล้งน้องประจำ

            จอมทัพรักน้องชายทั้งคู่ เวลานี้เขาเสียใจที่เคยหยอกล้อนทนทีไว้หลายอย่าง จะให้จอมทัพทำอะไรตอนนี้ เพื่อแลกกับการกลับมาของน้องชาย เขาพร้อมที่จะทำทั้งนั้น

            หันกลับไปมองด้านหลัง เห็นกรองทองร้องไห้จนมือไม้อ่อน เพราะลูกสาวตัวเองก็อยู่ในห้องฉุกเฉินด้วยเช่นกัน ส่วนชิดชมกลัวไม่น้อย เธอเคยเจออุบัติเหตุร้ายแรงในชีวิต รู้ว่าความเจ็บปวดรวดร้าวนั้นเป็นอย่างไร เธอได้แต่กอดกรองทอง บอกว่าทุกอย่างจะดีขึ้น ชิดชมสวดมนต์เบาๆ เพื่อให้คุณพระคุ้มครองผู้บาดเจ็บ

            อาจารย์หมอเดินออกมาจากห้องผ่าตัด มองคนทั้งหมดที่รออยู่เบื้องหน้า นาวินมายืนข้างพี่ชายตัวเองทันที

            “อาการของหมอนทคงต้องเฝ้าระวังอีกสักระยะ ทางกายไม่มีส่วนไหนที่แตกหัก แต่ว่า...” อาจารย์หมอยืนนิ่ง เขาเห็นรอยยิ้มเล็กๆ ของจอมทัพ แม้ว่าแววตาจะเจ็บช้ำเหมือนจะร้องไห้ออกมา

            “พูดมาเถอะครับ” จอมทัพยืนยันด้วยเสียงที่แหบแห้ง

            “มีแรงกระแทกที่สมอง หลังจากนี้จะ MRI อย่างละเอียดอีกครั้ง หมอคิดว่าหากเขาฟื้นขึ้นมา เขาอาจมีปัญหาเรื่องความทรงจำ เราคงต้องประคับประคองเขาสักระยะ”

            “ครับ” จอมทัพระบายลมหายใจช้าๆ เขาดีใจที่ได้ยินแบบนี้ น้องยังอยู่กับเขา แต่จะให้ดีอยากให้นทนทีกลับมาเหมือนเดิม

            “ส่วนคุณสไบนาง ไหปลาร้าหัก หมอผ่าตัดต่อไหปลาร้าให้แล้ว มีรอยบาดแผลทั่วไปคิดว่าใช้เวลารักษาสักระยะก็จะเป็นปกติเช่นกัน”

            อาจารย์หมอเดินจากไป นาวินเดินไปแจ้งข่าวกับอาม่าและน้ากรองทอง ชิดชมยกมือไหว้เพื่อขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อาม่าพลอยยกมือตามไปด้วย

            “เดี๋ยวผมจะไปดูน้องเองครับ ส่วนนางไม่ต้องเป็นห่วง ผมจะดูแลนางอย่างดี” จอมทัพบอกกับกรองทอง เธอแทบจะปล่อยโฮออกมา จอมทัพลงไปนั่งยองๆ มองหน้ากรองทอง

            “น้าครับ นทรักนางมากไม่ต้องห่วงนะครับ ผมเห็นนางเป็นน้องสาวเป็นคนสำคัญของน้องชายผม ผมจะดูแลเขาเทียบเท่าที่ดูแลนท น้าทำใจให้สบายนะครับ” จอมทัพกอดกรองทองที่ขวัญเสีย

            เธอพยักหน้ารับ ชิดชมบอกว่าคืนนี้ให้กรองทองไปนอนเป็นเพื่อนเธอ ไม่อยากให้กรองทองอยู่คนเดียว จอมทัพเดินไปดูความเรียบร้อย นทนทีต้องนอนในห้อง ICU พร้อมใส่ท่อช่วยหายใจที่สอดลงไปในลำคอ ไม่ใช่ภาพที่ดีนักหากให้อาม่ามาเห็นแบบนี้

            ส่วนสไบนาง พยาบาลเข็นมานอนคู่กันเพื่อสังเกตอาการอีกคืน หากไม่มีอะไรจะย้ายเธอออกไปห้องพิเศษ

            “พี่จอม” นาวินเรียกพี่ชาย เขาเดาออกว่าจอมทัพรู้สึกอย่างไร

            “พี่ยังไหว วินดูอาม่าให้ดีๆ นะ พี่ไม่อยากให้อาม่าเห็นภาพนทแบบนี้” จอมทัพกำชับน้องชาย พรุ่งนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ค่อยให้อาม่ามาเยี่ยม หรืออาจจะรอให้นทนทีออกจากห้อง ICU ไปพักข้างนอก เขาไม่อยากเห็นอาม่าล้มป่วย  

            “เดี๋ยวคืนนี้ผมไปนอนกับอาม่าที่ห้องเองครับ เห็นว่าน้าชิดชมกับน้ากรองทองจะไปนอนห้องเดียวกัน ซ้อก็จะไปนอนเฝ้าด้วย” นาวินห่วงพี่ชาย รู้ว่าจอมทัพต้องการกำลังใจ และคนที่เติมกำลังใจให้จอมทัพได้ดีที่สุดคือนวลปราง

            “ดีแล้ว ปรางเขาอยากทำหน้าที่ลูกที่ดี พี่ดีใจ” จอมทัพรู้ว่านาวินกำลังจะบอกอะไร

            ทั้งหมดกลับบ้านด้วยท่าทีไม่ดีนัก นาวินไปนอนห้องเดียวกับอาม่า คอยเฝ้าอาม่าอย่างใกล้ชิด ส่วนชิดชมกับนวลปราง นอนเตียงกลางของห้องชั้นล่างด้วยกัน

            ส่วนเตียงขนาดเล็กที่ติดผนัง นวลปรางนอนที่นั่น เธอรอให้สองแม่กินยาคลายเครียดที่นาวินขอมาจากหมอ เฝ้ามองจนแม่ตัวเองและกรองทองหลับ บรรจงห่มผ้าให้ หันกลับมาอีกทีจอมทัพนั่งอยู่ที่เตียงเล็กๆ ตัวนั้น

            “ผมขอนอนที่นี่ด้วยนะ” เขาบอกเธอพร้อมน้ำตาคลอเบ้า

            “ค่ะ” นวลปรางพูดเบาๆ พร้อมกับหย่อนตัวนั่งข้างเขา

            จอมทัพกอดนวลปรางแน่น ทุกอย่างนิ่งเงียบ มีเพียงฝ่ามือเธอที่ลูบหลังเขาเพื่อปลอบใจ

            เสียงสะอื้นของจอมทัพดังขึ้น ทำให้นวลปรางน้ำตาไหลออกหางตา รู้ว่าเขาคงเจ็บปวดหัวใจ ใจหายและอ้างว้าง เธอกอดเขาแน่นกว่าเดิม

            “ทูนหัว เราจะผ่านเรื่องแย่ๆ ไปด้วยกัน เราจะเดินไปด้วยกันค่ะ”

            เพียงเท่านั้น นวลปรางรู้สึกได้ถึงสายน้ำตาที่ไหลเปียกมาถึงไหล่ นั่งนิ่งเป็นที่พักพิงให้สามีได้ระบายความทุกข์ด้วยการร้องไห้ พอเขาปล่อยเธอแล้วจอมทัพเดินไปล้างหน้า นวลปรางก็ปูที่นอนกับพื้น เพราะเตียงเล็กๆ นั้นไม่พอให้จอมทัพนอนแน่ๆ และเธอก็ปล่อยให้เขานอนพื้นอย่างเดียวดายไม่ได้ เขานอนกอดเธอแน่น ราวกับกลัวว่าจะมีฝันร้ายซ้ำซ้อนเกิดขึ้นในวันนี้อีก

            เธอหลับอย่างอบอุ่น ปล่อยให้ค่ำนี้เขาได้นอนกอดเธอ เพราะที่ผ่านมาเธอนอนกอดเขามาทุกค่ำคืน

            “ผมรักปราง” จอมทัพพูดประโยคนี้อีกเบาๆ ที่ริมหู

            “เมียจ๋าก็รักผัวจ๋ามากเหมือนกัน” เธอนอนลูบหลังเขาทั้งคืน เพื่อให้จอมทัพหลับลงได้อย่างอบอุ่นในคืนนี้

 

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น