อัปเดตล่าสุด 2019-11-05 10:08:24

ตอนที่ 46 บูมเมอแรง

บทที่ 46

บูมเมอแรง

 

             เอกเอื้อไม่อยากรับโทรศัพท์สายนี้ เขาปล่อยให้มันดังแล้วเงียบไป คิดว่าอีกสักพักสายโทรศัพท์ที่โทรจิกเขาจะหยุดรังควาน แต่เปล่าเลยมันดังถี่มากกว่าเดิม รวมถึงข้อความต่างๆ ก็ส่งมาไม่ยั้ง

             ชายหนุ่มเปิดอ่านข้อความแล้วหงุดหงิด เตือนตัวเองอย่าติดหนี้ใครอีก โดยเฉพาะหนี้บุญคุณคน เพราะหนี้เงินยังใช้ให้หมดได้ แต่พระคุณจะกลายเป็นบุญคุณทันที ถ้าหากการหักลบกลบหนี้นั้นไม่จบสิ้น และไม่ทำให้ผู้สร้างพระคุณรู้สึกคุ้มค่าได้

             เขาถอนหายใจยาวๆ เดินออกมาที่ระเบียงคอนโดมิเนียม ก่อนจะรับสายนั้นอย่างจำใจ

             “ครับ” เอกเอื้อรับคำสั้นๆ ที่รับสายเรียกเข้านั้น

             “ยังไม่ตายเหรอ?”

              “คุณท่านมีอะไรให้ผมรับใช้ครับ” เอกเอื้อยังสุภาพเหมือนเดิม แม้ใจไม่อยากจะพูดคุยกับปลายสาย

             “ตกลงแกจะเอายังไงต่อ ในเมื่องานที่สั่งให้ทำไม่สำเร็จสักอย่าง”

             “คุณท่านครับ ถ้ามีการสืบสวนขึ้นมา ผมเกรงว่าจะพาดพิงไปถึงกระทบเกียรติคุณท่านได้นะครับ” เขาไม่ห้าม เพราะรู้ว่าคนอย่างคุณหญิงสรวงสุรางค์ ไม่เคยฟังใครอยู่แล้ว

             “ครั้งที่แล้วฉันจ่ายหนี้พนันแทนพ่อแม่แกไปหลายแสน...”

             “ครับ แต่ผมก็หาเงินไปใช้คืนให้คุณท่านจนหมดแล้วเหมือนกัน” เอกเอื้อสวนกลับอย่างอารมณ์เสีย

             “ยัง เพราะนี่แม่แกมาขอเงินฉันไปอีกเจ็ดแสน เอาที่นากระจอกๆ มาจำนำไว้”

             “นั่นมันเงินจำนำไม่ใช่เหรอครับ” เอกเอื้อโกรธ ที่พ่อแม่ไม่ยั้งมือกับความเพลิดเพลินในวงพนันที่เป็นบ่อนวิ่ง

             “ฉันให้คนมาประเมินราคาแล้ว มันถูกกว่าเงินที่ฉันจ่ายให้พ่อแม่แก”

             เอกเอื้อเงียบกริบ เขาได้แต่ปล่อยสายตามองไปที่ไกลๆ

             น่าแปลก เขาแอบเปรียบเทียบคุณหญิงคนนั้น กับแม่ของนวลปรางบ่อยๆ

             คนหนึ่งอยู่ใกล้ได้ยินเสียงที่ปลายหู กลับทำให้เขาร้อนเหมือนไฟนรกแผดเผา ส่วนอีกคนต่อให้อยู่ไกลถึงน่าน แต่ทุกครั้งที่เจรจากับเขาต่างปลอบโยนและยิ้มให้ ราวกับน้ำเย็นดับร้อนจนเขาไม่กล้าทำอะไรเลวทรามกับครอบครัวนี้อีก

             “ถ้าแกอยากได้ที่ดินแปลงนี้คืน ฉันจะโอนกลับเป็นชื่อแกฟรีๆ เลย ขอเพียงแค่...” คุณหญิงสรวงสุรางค์เว้นจังหวะ เขารอให้เอกเอื้อถามกลับ

             “แค่อะไรครับ” เขาถามไปอย่างนั้น เพราะเดาทางได้อยู่แล้วว่าคุณหญิงจะพูดว่าอย่างไร

             “จัดการนางนวลปราง เหมือนกับที่แม่มันเคยเจอ ทำให้มันพิการหรือตายไปเลยก็ได้ ถ้าจะให้ตระกูลนั้นมีไอ้ง่อย อีง่อยคู่กันยิ่งดี”

             “ผมบอกแล้วไง ว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก”

             เอกเอื้อสวนกลับอย่างรวดเร็ว เขาน้ำตาเอ่อเมื่อคิดถึงกรรมเก่าๆ ที่เคยทำไว้ แต่ถ้าวันนั้นเขาไม่หักหลบชิดชมก็อาจจะเสียชีวิตคาที่ แล้วนวลปรางจะดำเนินชีวิตได้อย่างไร

             สภาพร่างกายชิดชมที่รอดมาเพื่อดูแลนวลปรางต่อ ทำให้เขาอายต่อสิ่งที่ทำ ร้องไห้ให้กับจิตใจบอบช้ำ ที่ต้องทำเพื่อแลกเงินและใช้หนี้แทนพ่อแม่ตัวเอง

             “ก็ได้ ถ้าอย่างนั้น แกก็เตรียมรับโทรศัพท์พ่อแม่แกแล้วกัน ฉันอยากจะดูนักว่าแกจะทนได้สักกี่น้ำ”

             คุณหญิงสรวงสุรางค์วางสายไปแล้ว เอกเอื้อ ‘กดปุ่มบนโทรศัพท์’ เขาหันหลังกลับไป เพราะเฌอมาลย์เรียกชื่อเขาด้วยความเป็นห่วง

             “เอก เป็นอะไรหรือเปล่า ใครโทรมาเหรอ”

             “โอเค แค่เจ้าหนี้โทรมาทวงเงิน” เขาตอบตามตรง แต่ไม่บอกชื่อเจ้าหนี้คนนั้นว่าเป็นแม่ของเฌอมาลย์เท่านั้น

             “เอาเงินของเฌอไปจ่ายให้เขาก่อนไหม จะได้ไม่ต้องเครียดแบบนี้” เฌอมาลย์เดินเข้ามากอดเอกเอื้อ เพราะเธอก็เพิ่งเจอฤทธิ์แม่ตัวเอง จนต้องหลบมาอยู่ที่นี่ เอกเอื้อไม่ตอบ เขากอดตอบเฌอมาลย์แน่นๆ เหมือนกับว่าชีวิตนี้มีเธอเป็นที่พึ่งสุดท้าย เฌอมาลย์หยิบมือถือตัวเองขึ้นมา ถามจำนวนที่เขาต้องใช้ชำระหนี้ เธอจะโอนจากมือถือตัวเองเข้าบัญชีเอกเอื้อก่อน

             “อย่าเลย ผมไม่อยากได้เงินของเฌอ ผมอยากได้ความรักจากเฌอมากกว่า แค่มีความรักผมก็มีแรงที่จะออกไปทำงาน หาเงินมาจัดการหนี้สินแล้ว”

             เฌอมาลย์ลูบใบหน้าเอกเอื้อด้วยความรู้สึกอิ่มเอม ไม่ใช่เธอที่ให้ความรักเขา แต่เขาต่างหากที่มอบความรักที่เฌอมาลย์ต้องการ เอกเอื้อเข้าใจเฌอมาลย์ที่ต้องทนอยู่ในบ้านอย่างเหงาหงอย ทนกับอารมณ์เอาแต่ใจของแม่ ทนกับความเจ้าชู้ของพ่อ บางครั้งเธอรู้สึกไม่มีค่า เพราะแม่มักทวงทุกอย่างที่เคยให้เธอ และบอกว่าตัวเธอเดินเกมผิดพลาดทั้งชีวิต

             แม้ว่าพ่อกับแม่จะอยู่กันพร้อมหน้า แต่ช่องว่างบางอย่างที่แม่สร้างให้กับครอบครัว ทำให้เธอรู้สึกว้าเหว่ ไม่รู้จะบอกปัญหาชีวิตที่แท้จริงของตัวเองกับใครได้บ้าง

             จนมีเอกเอื้อ ทุกปัญหากลายเป็นเรื่องง่าย เขาบอกวิธีแก้และรับมือกับมัน พอเฌอมาลย์ทำตาม ทุกอย่างมันง่ายและปลดปล่อยความทุกข์ไปได้จริงๆ

              “เฌอขอบคุณที่เอกอยู่กับเฌอตรงนี้ เดือดร้อนตรงไหนก็ขอให้บอก เฌอยินดีแก้ปัญหาให้” เฌอมาลย์จูบเขา

             และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นบทรักอ่อนหวาน ที่เรียกร้องให้เธอตอบสนองเช่นกัน ร่างอ่อนนุ่มของเฌอมาลย์ ทำให้เอกเอื้อคิดถึงใครบางคน สำหรับเขามีผู้หญิงสองคนที่เอกเอื้ออยากปกป้อง นวลปรางกับโสภิดารา

             เขาจูบเฌอมาลย์ที่ซอกคอ ดึงเธอมากอดแนบอก ปล่อยให้เธอวาดลวดลายบทรักที่ร้อนฉ่าบนร่างของเขา ในขณะที่สมองเขา คิดถึงความทรงจำที่มีต่อโสภิดารา ผู้หญิงคนนั้นครองใจมหาเศรษฐี แต่ดารายืนด้วยลำแข้งของตัวเอง เธอทำให้เอกเอื้อกล้าลุกขึ้นมาสู้ทุกปัญหา และต่อสู้กับความล้มเหลวในวันที่เขาแพ้กับหน้าที่การงาน จนเอกเอื้อเห็นคุณค่าของตัวเองอีกครั้ง

             ในขณะที่สมองคิดถึงดาราผู้หญิงที่เขาเคยรัก ปัจจุบันเขาอยู่กับเฌอมาลย์ เอกเอื้อดึงเฌอมาลย์ขึ้นมาพิงกำแพง เธอพอใจกับบทรักที่เขากระหน่ำย้ำใส่ร่าง เฌอมาลย์เหมือนกับดาราที่ไม่เคยอิ่มกับรักร้อนๆ จากหนุ่มรุ่นอย่างเขา

             โสภิดาราบอกว่าจอมทัพทำแต่งาน ไม่ค่อยสนใจเธอมากนัก และมีนิสัยพูดตรงไม่คิดถึงหัวอกคนอื่น เธอเลือกที่จะอยู่กับเอกเอื้อ เพราะเขาอ่อนโยนอ่อนหวาน และมีบทรักที่ถูกใจโสภิดาราทุกจังหวะ

             แต่สิ่งที่เอกเอื้อทำผิดพลาด คือเขาไม่ยอมรับเด็กในท้องของดารา เขาเด็กเกินกว่าจะรับผิดชอบชีวิตใหม่ เพราะเวลานั้น เขาสำนึกผิดกับนวลปรางและชิดชม ซ่อนทั้งคู่ไว้ลึกสุดหัวใจ คิดเพียงว่าจะรับผิดชอบชีวิตของนวลปรางให้ได้ เพื่อที่เขาจะไถ่โทษความผิดที่เคยทำไว้กับชิดชม

             แต่ไม่คิดเลยว่า ความกลัวของตนเอง บอกให้โสภิดาราไปเอาเด็กออก เพราะเขาไม่พร้อมเป็นพ่อคน จะทำร้ายโสภิดาราจนถึงชีวิต และนั่นเปลี่ยนชีวิตของเอกเอื้อไปตลอดกาลเช่นกัน   

             บทรักร้อนแรงที่เอกเอื้อป้อนให้กับเฌอมาลย์ มันถึงพริกถึงขิง เธอชอบทุกสัมผัสร้อนแรงนั้น ขณะที่เขาบอกกับตัวเองว่า นี่คือการเอาคืนคุณหญิงสรวงสุรางค์ต้นเหตุเรื่องทั้งหมด

             ชายหนุ่มไปถึงฝั่ง หลังจากที่เฌอมาลย์ทุรนทุราย ราวกับถูกทรมานให้ติดผนัง เธอหายใจหอบ ขณะที่เอกเอื้อค่อยๆ ถอนร่างออกมา แล้วก้มลงไปดึงกางเกงมาสวมกลับตามเดิม  สมองยังคิดเรื่องต่างๆ ต่อไปไม่หยุด แต่ความเครียดความกดดันที่มีเบาบางลง ชายหนุ่มไปเอนหลังที่เตียงนุ่ม เฌอมาลย์ล้มตัวลงคลอเคลียข้างๆ

            “แล้วเอกจะเอายังไงต่อ” เธอมาลย์นอนหนุนแขนชายที่เธอรัก

            “เรื่องผมไม่สำคัญหรอก ไหนบอกว่าวันนี้จะไปค้างบ้านแม่ไง” เขาเขี่ยจมูกเฌอมาลย์เบาๆ

            “พ่อกับแม่ทะเลาะกัน พ่อออกจากบ้านไปแล้ว หาไม่เจอด้วยว่าหายไปที่ไหน” เฌอมาลย์ซุกใบหน้ากับอกของเขา

            “พ่อไปหาครอบครัวน้องคุณหรือเปล่า” เขาถามและจูบที่หน้าผากเฌอมาลย์

            “เฌอว่าพ่อไม่ได้ไปหรอก เพราะครอบครัวคุณจอมกำลังมีเรื่องวุ่นๆ”

            เอกเอื้อเลิกคิ้วถาม เขาเขี่ยผมม้าที่ปรกหน้าออกเพื่ออวดดวงตาคู่งามของเฌอมาลย์

            “คุณหมอนทมีอุบัติเหตุ อาจจะพิการตลอดชีวิต แล้วพ่อให้เฌอไปเยี่ยม แต่แม่ไม่ให้ไป พ่อเลยหายไปจากบ้านเลย เฌอเชื่อว่าพ่อไม่ไปที่นั่นหรอก”

            “ทำไมล่ะ” เขากระชับวงแขน ให้เฌอมาลย์นอนหนุนอกของเขาไว้อย่างนั้น

            “พ่อเคยบอกว่า ปรางสั่งไม่ให้ไปหา เพราะถ้าพ่อไป แม่จะไปอาละวาดแน่นอน แต่พ่อไปไหนไม่รู้จริงๆ”

            เอกเอื้อเหยียดยิ้ม เพราะอย่างนี้ใช่ไหม คุณท่านถึงได้ติดต่อกลับมา เพื่อให้เขาทำร้ายนวลปรางให้เป็น ‘อีง่อย’ ตามความคิดของคุณหญิงเสียให้ได้

            “เอกคะ” เฌอมาลย์เรียกเอกเอื้อเบาๆ

            “ครับ”

            “เอกยังรักปรางอยู่ไหม”

            เขาได้ยินน้ำเสียงน้อยใจในประโยคเรียบๆ นั้น

            “ต้องให้บอกรักกันวันละกี่รอบ ถึงจะรู้ว่าตอนนี้ผมมีแต่เฌอคนเดียว” เอกเอื้อไม่พูดเปล่า แต่เขาเริ่มบรรเลงเพลงรักบทใหม่ เขาพอใจเรือนร่างของเธอ และเฌอมาลย์ก็พอใจกับบทรักและคำพูดของเอกเอื้อเช่นกัน

             เมื่อคุณหญิงสรวงสุรางค์ยืมดาบฆ่าคน คุณหญิงก็ต้องเรียนรู้ว่า บางครั้งดาบที่ถือก็ไม่ได้มีคมด้านเดียว

และครั้งนี้คุณหญิงควรรับรู้ ความเจ็บปวดของคมดาบอีกด้านหนึ่งบ้าง

            “ผมจะทำให้คุณรู้ว่า ผมรักคุณมากขนาดไหน” เอกเอื้อกระซิบบอกเฌอมาลย์ ก่อนที่รักร้อนบทใหม่จะเริ่มกลางเตียง

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น