อัปเดตล่าสุด 2019-11-05 10:09:54

ตอนที่ 48 เอาแล้ว ตั่วเฮียเจอเข้าให้

บทที่ 48

เอาแล้ว ตั่วเฮียเจอเข้าให้

 

            จอมทัพกลับมาอย่างเหนื่อยล้า แต่พอมาถึงบ้าน อาม่านัดวันจะยกน้ำชาของนทนที เพื่อรับรองสไบนางเป็นสะใภ้ จากนั้นหากทั้งคู่ดำเนินชีวิตไม่คิดแยกทาง หลังความทรงจำกลับมา จะจัดงานแต่งและฉลองสมรสให้อีกครั้ง จอมทัพยิ้มอย่างยินดี แม้จะไม่ใช่รอยยิ้มที่กว้างและสดใสอย่างเมื่อก่อนก็ตาม

            เขาชวนนวลปรางไปเยี่ยมนทนทีที่ห้อง พอเห็นน้องชายกึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียง ฟังสไบนางอ่านหนังสือให้ฟัง จอมทัพถึงกับน้ำตาคลอ เขาเดินไปนั่งกลางเตียง ส่วนนทนทีก็มองจอมทัพเหมือนเห็นคนแปลกหน้า

            สิ่งที่ทำให้ตั่วเฮียสะอื้น คือหมอนทกระถดตัวจากการนั่งพิงหัวเตียงมากอดพี่ชาย จอมทัพสูดลมหายใจเข้าลึก กอดน้องคนนี้แน่น ลูบหัวลูบหลังเหมือนน้องยังเป็นเด็ก

            “ผมแค่จำอะไรไม่ได้เฉยๆ ยังไม่ตายครับ” นทนทีบอกกับจอมทัพ

            ตั่วเฮียเกือบหัวเราะ เขาคลายอ้อมกอดตัวเองมานั่งมองหน้าน้อง

            “แล้วตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง” จอมทัพถามเบาๆ

            นทนทีมองสไบนางไม่ละสายตา

            “อยากนอนกับเมีย” คุณหมอชี้ไปที่สไบนาง ส่วนเจ้าตัวหน้าเหลอหลา ไม่คิดว่านทนทีจะพูดออกมาตรงๆ แบบนี้ เพราะก่อนหน้านี้นทนทีเป็นคนสุภาพขี้อาย แทบจะไม่พูดไม่จาและออกจะเป็นหนุ่มเนิร์ด ที่พูดเล่นไม่เป็นด้วยซ้ำ

            “เดี๋ยวอาม่ายกน้ำชาแล้ว สไบนางก็เป็นเมียที่นทต้องดูแล” จอมทัพตอบน้องเบาๆ

            “แล้วยังไม่ยกน้ำชา ผมปล้ำเมียผมได้ไหม”

            จอมทัพมองนทนทีแล้วอ้าปากค้าง นี่ถ้าสไบนางไม่นั่งตรงนี้ เขาจะบอกให้นทนทีปล้ำเธอเลยด้วยซ้ำ

            “คุณจอมคะ อาจารย์หมอบอกคุณหมอนทจะมีด้านมืดฉายแววออกมาบ้าง คือ...” สไบนางอายหน้าแดง เธอพยายามพูดให้จอมทัพเข้าใจ

            พี่ชายก้มหน้ายิ้ม มองน้องด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เขาคิดทบทวนแล้วว่า ที่นทนทีเป็นแบบนี้ เพราะตัวเองป้อนข้อมูลหื่นเข้าหัวสมองน้องมากไปหรือเปล่า เขาพยักหน้ารับสิ่งที่เกิดขึ้น เริ่มคิดว่าหลังจากยกน้ำชา จะให้สไบนางกับนทนทีได้อยู่กันตามลำพัง แต่จะเป็นที่ไหนดีระหว่างบ้านเขาที่โคราช หรือบ้านพักต่างอากาศที่ต่างจังหวัด

            “นทอยากไปทะเลหรือภูเขา” จอมทัพถามก่อน

            “ไปภูเขา” เขาทำท่าคิดอยู่นาน “ห้องที่มีหนังสือเยอะๆ มองเห็นประตูกับชั้นหนังสือทางซ้ายมือ” นทนทีพูดแบบลอยๆ

            จอมทัพยิ้มกริ่ม ไม่คิดเลยว่าห้องหนังสือในบ้านหลังนั้น จะเป็นพื้นที่สำคัญในความทรงจำของน้องชายเช่นกัน  

            “ผมอยากไปยืนมองกังหันลม” นทนทียังพูดอีก ในแววตาเขามีความสุข

            จอมทัพยิ้มกว้างกว่าเดิม เขาเคยพาน้องชายไปทำงานด้วย ตอนนั้นนทนทีไปนอนเล่นที่บ้านโคราช ส่วนตัวเขาไปทำงานและไปดูพื้นที่เพื่อจัดทริปทัวร์ ก่อนจะทำบ้านจัดสรร โปรเจคเมืองในหมอกบ้านในฝันแถวห้วยบง

            นทนทีเห็นกังหันลมนับร้อยเพียงครั้งเดียว และมองดูสั้นๆ เท่านั้น เพราะจอมทัพพานทนทีออกจากพื้นที่นั้นไปที่อื่นต่อ แต่มันคงเป็นความประทับใจ จนน้องเขาจำได้ไม่มีลืม

            “เดี๋ยวยกน้ำชาแล้ว จะให้นางกับนทไปรักษาตัวที่โคราช เดี๋ยวผมไปเยี่ยมทุกสัปดาห์ พาอาม่า แม่ชิดชมกับน้ากรองทองไปเที่ยวด้วย มีอะไรก็คุยกับหมอดอมได้ เพราะนทชอบไปคุยกับวัวนมที่บ้านหมอดอม น่าจะฟื้นตัวได้เร็วมากขึ้น”

             หลังจากที่ตกลงกันเรียบร้อย จอมทัพจูงมือนวลปรางออกจากห้อง ซ้อใหญ่กล่าวอำลาสไบนางอย่างอ่อนหวาน หันไปบอกหมอนทว่าหลับฝันดี หมอนทมองหน้านวลปรางเหมือนกำลังนึกอะไรอยู่

            “ผมจำเสียงนี้ได้” นทนทีพูดลอยๆ

            นวลปรางทำหน้างง เพราะเธอคุยกับนทนทีน้อยมาก และตัวคุณหมอก็คุยกับพี่ชายเป็นส่วนใหญ่

            “เสียงอะไร” จอมทัพถามนทนทีพร้อมรอยยิ้มแห่งความหวัง

            “เสียงที่ได้ยินตอนกลางคืนบ่อยๆ เสียงที่มีความสุขมากๆ เสียงที่ทำให้ผมคิดถึงเมียทุกคืน”

            นทนทีกล่าวเรียบๆ แต่ที่เหลือตายกันเรียบคาห้อง เพราะทั้งหมอเดาได้ว่านทนทีพูดถึงอะไร  

            “ไอ้นท ตกลงเอ็งลืมจริงใช่ไหม นอนพักได้แล้ว พอยกน้ำชาแล้วพี่จะยกบ้านหลังนั้นให้เป็นเรือนหอ” จอมทัพต้องรีบพูด เพราะตอนนี้เมียเด็กเขินจนไปยืนด้านหลังเขา

            “ครับ” นทนทียิ้มให้กับพี่ชาย หมอหนุ่มหันไปมองสไบนางอย่างมีความสุข

            ส่วนจอมทัพดึงมือเมียเด็กกลับห้อง แม้เวลานี้นทนทีจะยังจำอะไรไม่ได้ แต่วี่แววของการกลับมาน่าจะดีอย่างแน่นอน

            พอกลับมาห้องนอนตัวเอง จอมทัพหันไปมองเมียเด็กที่อายจนแก้มแดงไปถึงหู เขาหอมแก้มนวลปรางเต็มปอด สูดลมหายใจจากผิวกายเมียสาว วี่แววการกลับมาของนทนทีนั้นดีมาก แต่ที่จะไม่ดี ก็ตรงที่ทำให้เมียเขาอายจนทำอะไรต่อไม่ได้

            “ไม่ต้องเลย เห็นไหมว่าหมอนทได้ยินเสียงด้วย ไหนบอกว่าไม่ได้ยินไงคะ ไหนบอกว่าห้องนอนออกแบบมาอย่างดี เป็นห้องเก็บเสียงไงคะ” นวลปรางตีต้นแขนเขาเบาๆ

            “เก็บเสียงจริงๆ ไม่ได้โกหก” จอมทัพหยอกล้อเมียเล่น “ก็เก็บเสียงจากนอกห้องเข้ามาในห้อง แล้วปล่อยเสียงในห้องไปรบกวนคนอื่นไง”

            นวลปรางส่ายหัวให้กับจอมทัพ ไม่คิดเลยว่าเขาจะพูดแบบนี้ออกมาได้ ชายหนุ่มหันไปอ้อนเมียเด็กด้วยแววตาระยิบระยับ

            “ขัดหลังให้ผัวจ๋าหน่อยสิ” เขาไม่พูดเปล่า แต่มือยังปลดเสื้อผ้าเธอออกจากตัวด้วย

            ตั้งแต่เกิดเรื่องนทนทีกับสไบนางประสบอุบัติเหตุ จอมทัพเครียดมาก สิ่งที่เกิดขึ้นคือเขากลายเป็นคนขี้ระแวง จอมทัพคอยบอกให้นวลปรางคาดเข็มขัดตลอดเวลาที่นั่งรถ เขาขับรถระวังมากขึ้น จอมทัพอ้างว่านวลปรางจะกลัว แต่เธอรู้ว่าคนที่กลัวมากที่สุดไม่ใช่เธอ แต่เป็นจอมทัพมากกว่า

            ถ้าวันไหนไม่เหนื่อยมาก เขาจะชวนเธอไปเยี่ยมนทนทีที่โรงพยาบาล พอสไบนางออกจากโรงพยาบาล เขาโล่งใจ จอมทัพเผ้ารอให้นทนทีกลับบ้านเพียงเท่านั้น เขาก็สดใสขึ้น แต่ตลอดเวลาที่เกิดเรื่องวุ่นวาย ทุกคืนเขาจะนอนกอดนวลปรางแน่นๆ จนเธอถามเขาว่าจอมทัพกลัวอะไร

            แล้วก็ได้คำตอบว่า ตั่วเฮียกลัวเมียหายไปจากชีวิต!

            วันนี้เขากลับมาอยู่กับเธอในสภาพของผัวจ๋าเมียจ๋า อยู่ด้วยกันใต้ฝักบัวอุ่นกับร่างที่เปลือยเปล่า เธอค่อยๆ ถูหลังให้เขา โดยโอบกอดเขาจากด้านหน้า อกอิ่มเบียดแน่นกับเขา จอมทัพจ้องนวลปรางเหมือนไม่เคยเห็นหน้าเมียจ๋ามาก่อน

            “คุณคือของขวัญในชีวิตผม” เขาพูดเบาๆ เพียงเท่านั้น ขณะที่ฝ่ามือร้อนกว่าน้ำอุ่นลูบไล้ไปทั่วตัวเมียเด็ก

            ไม่ได้บอกรักกับนวลปรางเพียงเดือนเดียว เขาคิดถึงเธอเหลือเกิน ทั้งที่นอนกอดกันไม่ห่าง บทรักวาบหวามใต้สายน้ำเริ่มขึ้น เขาดำเนินไปช้าๆ อกอิ่มอวบเต็มไม้เต็มมือมากกว่าเคย ผิวเธอเนียนนุ่มมากกว่าเก่า ทางรักอุ่นวาบและแน่นจนจอมทัพคลั่ง ปลุกอารมณ์กระสันให้กระเจิดกระเจิง ทุกสัดส่วนของเมียรักคือความปรารถนาของเขา

            เขายื้อจังหวะและบอกรักเธอไม่หยุด กว่าจอมทัพจะปลดปล่อยตัวเองได้ เมียเด็กก็ร่างสั่นสะท้าน สิ่งหนึ่งคือเธอไปไม่ถึงสวรรค์ แต่เขาหิวโหยเจียนคลั่งเกือบขาดใจตาย จูบปลอบใจเธออีกครั้ง อยากเริ่มบทรักครั้งใหม่ให้เธอมีความสุขบ้าง

            นวลปรางปรามไว้ก่อน กว่าจะออกมาจากห้องน้ำได้ใช้เวลานานพอดู

            ก่อนที่จอมทัพจะได้กอดเธออีกครั้ง เธอยื่นกล่องของขวัญขนาดกลางให้เขา ชายหนุ่มจ้องมองด้วยความสงสัย

            “รู้ผลมาสองสัปดาห์แล้วค่ะ เห็นผัวจ๋าเครียดๆ เลยพักไว้ก่อน ตอนแรกว่าจะให้พรุ่งนี้เช้า แต่ถ้าผัวจ๋าหื่นแตกแบบนี้ คิดว่าไม่ให้ไม่ได้แล้ว”

            จอมทัพค่อยๆ เปิดกล่องด้วยใจระทึก สิ่งที่เขาเห็นคือรองเท้าเด็กสีขาวคู่เล็กๆ กับที่ตรวจครรภ์เจ็ดชิ้น แต่ละชิ้นปรากฏแถบแดงสองขีด

            “ปราง!” จอมทัพเรียกชื่อเธอน้ำตาคลอ

            “กลัวเครื่องจะเพี้ยน เลยซื้อมาตรวจหลายยี่ห้อค่ะ” นวลปรางบอกเขาอย่างเขินอาย

            “แล้วไปซื้อมาตอนไหน ทำไมผมไม่รู้เลย” จอมทัพนึกทบทวนช่วงเวลาที่ผ่านมา เธอทำงานกับเขา นั่งคู่เขาตลอด จอมทัพไม่ปล่อยให้นวลปรางห่างสายตาด้วยซ้ำ

            “สั่งออนไลน์ อยากทำเซอร์ไพร้สผัวจ๋า...ต่อไปนี้เรียกผัวจ๋าไม่ได้แล้ว ต้องเรียกพ่อจ๋า ซ้อมเรียกให้ชินจะได้เรียกนำลูก หรืออยากให้เรียกปาป๊ะ เตี่ย...” นวลปรางบอกสามีที่กอดเธอแน่น เขาน้ำตาไหลด้วยความดีใจ

            จอมทัพพูดไม่ออก ความดีใจมันปิดกล่องเสียงเขาจนมิด พอปล่อยนวลปรางเขาแทบจะวิ่งถลาออกไปนอกห้อง ทั้งที่มีผ้าเช็ดตัวผืนเดียว จนเมียจ๋าต้องดึงแขนแล้วชี้ที่ผ้าขนหนู จอมทัพรีบคว้าเสื้อคลุมมาสวม แล้ววิ่งออกไปนอกห้อง ไปบอกอาม่าคนแรก นาวินนั่งอยู่ในห้องอาม่าด้วย เขาได้รู้ข่าวดีนี้พร้อมกัน

            ชิดชมกับกรองทองก็พลอยยิ้มอย่างยินดี หลังจากที่หม่นหมองกับความเศร้ามานาน นทนทีตื่นขึ้นมาจากอาการหลับ เขาเดินออกมานอกห้อง แล้วกอดพี่ชายตัวเองด้วยสัญชาตญาณ  คุณหมอมองจอมทัพ แล้วเอียงคอเหมือนเด็กๆ ในขณะที่ทุกคนลุ้นว่า หมอนทจะพูดอะไรกับจอมทัพที่ยิ้มแก้มปริ

            “อย่างนี้ ผมก็อดได้ยินเสียงซ้อแล้วสิครับ” นทนทีพูดด้วยสีหน้าและแววตาที่บ่งบอกถึงความเสียดาย

            จอมทัพกำลังยิ้มกว้าง เขาหุบยิ้มแทบไม่ทัน ก่อนจะกอดน้องชายอีกรอบ 

            "นท...หายเร็วๆ มาช่วยพี่เลี้ยงลูกแล้วกัน"

            "ไม่ใช่หมอเด็กครับ"

            จอมทัพมองน้องชายแล้วหัวเราะลั่น เดาว่านี่คงเป็นอีกด้านของนทนที ที่อยากบอกเขามาตลอด รู้ว่าด้านมืดของหมอหนุ่ม เต็มที่ก็แค่อยากกวนประสาทพี่ชายเท่านั้น เพราะตอนที่เขาเป็นปกติ เขาทำแบบนี้ไม่ได้เลย

            ตอนนี้นทนทีทำได้แล้วและไม่ต้องกังวลว่าจะผิดพลาดหรือกระทบกับหน้าที่การงาน ก็ในเมื่อเขาจำอะไรไม่ได้ เขาก็แสดงให้เห็นว่านทนทีจริงๆ คิดอะไร

            "เลี้ยงในฐานะอาเจ๊กอาของไอ้ตัวเล็ก ไม่ใช่หมอเด็กก็ได้" 

            จอมทัพเดินเปิดประตูให้น้องชายกลับเข้าไปนอนในห้องตามเดิม เขาแทบจะตะโกนกลางบ้านยามดึกด้วยความดีใจ นี่ไม่ใช่ข่าวดีของเขาแต่เป็นเรื่องน่ายินดีของครอบครัวต่างหาก 

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น