อัปเดตล่าสุด 2019-11-05 10:11:52

ตอนที่ 50 ฝันร้ายในชีวิตจริง

บทที่ 50

ฝันร้ายในชีวิตจริง

 

             "คุณไปไหนมาคะ” เฌอมาลย์ถามเอกเอื้อที่เดินเข้ามาในห้อง

             เอกเอื้อทำหน้านิ่ง เพราะตอนนี้เฌอมาลย์ตัวติดกับเอกเอื้อทุกฝีก้าว เธอพยายามเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขา  อยากรู้ทุกกิจกรรมที่เอกเอื้อทำทุกอย่าง มันดีสำหรับคนมีความรักแต่มันอึดอัด สำหรับคนที่ไม่ได้เริ่มต้นจากคำว่ารัก ซึ่งเฌอมาลย์รับรู้ความรู้สึกนี้ของเขาได้

             “ผมเอากีตาร์ไปซ่อมมา จะโทรไปถามร้านซ่อมกีตาร์ไหม”

             เอกเอื้อพูดเนิบๆ เขามีท่าทีเอือมระอาเฌอมาลย์ไม่น้อย นี่ถ้าแม่ของเธอรู้ว่า เฌอมาลย์อยู่กับเขาที่คอนโดฯ หรูของคุณหญิง สรวงสุรางค์คงโกรธและอาละวาดแน่ๆ  

             เฌอมาลย์เดินเข้ามาสวมกอดเอกเอื้อ แนบหน้ากับอกของชายหนุ่ม จนเอกเอื้อต้องลูบหลังเฌอมาลย์เพื่อปลอบใจ

             “เป็นอะไร” เอกเอื้อก้มหน้าลงไปถามหญิงสาวในอก

             “เอก รักเฌอบ้างไหม” เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา

             “ไม่รักจะกลับมาหาที่นี่เหรอ ไม่รักจะยืนให้กอดอย่างนี้เหรอ” เขาถามกลับ รู้ว่าเฌอมาลย์ขาดความอบอุ่น เขากลายเป็นความอบอุ่นเดียวที่เฌอมาลย์มีในตอนนี้ เธอยังกอดเขาไม่ปล่อย เงยหน้าสบตาเอกเอื้อน้ำตาคลอเบ้า

             “แม่อยากให้เฌอไปเจอกับ...” เธอพูดแค่นั้น เพราะเดาใจชายหนุ่มอารมณ์ศิลปินไม่ได้

             “แม่ไม่ควรทำกับเฌอแบบนี้ แม่ควรเห็นเฌอเป็นลูกไม่ใช่โยนให้คนนั้นคนนี้ แม่ทำเหมือนกับว่าเฌอ...” เขาหยุดไว้แค่นั้น

             เอกเอื้อไม่ได้รักเฌอมาลย์เหมือนที่เขารักโสภิดารา ไม่ได้ผูกพันและเจ็บช้ำในหัวใจ เท่าที่เขารู้สึกกับนวลปราง แต่สิ่งที่เอกเอื้อทนไม่ได้ คือคุณหญิงสรวงสุรางค์ไม่เห็นเฌอมาลย์เป็นลูกสาว ไม่รักและให้เกียรติลูกตัวเอง

             เฌอมาลย์มีค่าเพียงสินค้าแลกเปลี่ยนความรวยในกระเป๋าคุณหญิงเท่านั้น ดีใจที่เห็นลูกสาวควงคนมั่งมี แต่ไม่คิดเลยว่าลูกสาวจะปลอดภัยหรือเปล่า เธอเคยเล่าให้เขาฟัง ว่าตัวเองโดนคนเหล่านั้นทำร้ายร่างกายเวลาที่โมโห ไม่ได้อย่างใจ หรือนอกใจเธอ แล้วเฌอมาลย์จับได้ บอกกับแม่สรวงสุรางค์ หวังว่าแม่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ แต่กลับกลายเป็นแม่สั่งให้เธอทน เพื่อให้ครอบครัวได้ผลประโยชน์ จากการที่ลูกสาวคบกับคนมีหน้ามีตาที่แม่พอใจ

              แต่สิ่งที่เฌอมาลย์เจ็บปวด แม่ไม่เคยถามลูกสักคำว่าเฌอมาลย์จะรู้สึกอย่างไร เธอเลยมีพฤติกรรมก้าวร้าว แหกคอก ก่อกบฏกับแม่เนื่องๆ โดยที่เนื้อแท้ของเฌอมาลย์ไม่ได้เป็นอย่างนั้น

             “เฌอไม่ไปหรอกเอก เฌอจะอยู่กับเอก” เธอถลาเข้าไปซุกอกเอกเอื้ออีกครั้ง

             “ฟังผมนะ ชีวิตนี้เป็นของคุณ คุณมีอิสระที่จะใช้ชีวิตอย่างที่คุณควรได้ใช้ ถ้าไม่รักไม่ชอบเขา คุณก็ไม่ต้องไปหาไปกินข้าวกับเขา” เอกเอื้อโกรธคุณหญิงสรวงสุรางค์

             เขารู้ว่าจะต้องจัดการอย่างไร ให้คุณหญิงหยุดบีบบังคับเฌอมาลย์สักระยะ แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะต่อรองกับคุณท่าน

             ชายหนุ่มพาเฌอมาลย์ไปข้างนอก ดูหนังฟังเพลงด้วยเงินที่เขาหาได้ บอกกับเฌอมาลย์ว่าความสุขแบบนี้ไม่ได้อยู่ที่เงินมหาศาล แต่อยู่ที่มีใครสักคนเคียงข้างและเข้าใจ ในยามที่เกิดปัญหาและต้องการใครสักคนเป็นเพื่อนคู่คิดต่างหาก  

             ในขณะที่มือถือของเอกเอื้อ เต็มไปด้วยข้อความจากสรวงสุรางค์ นักร้องหนุ่มหยิบขึ้นดู แต่ไม่รับสายและไม่ตอบกลับ จนเบอร์โทรศัพท์ของพ่อแม่เขาโทรมาหา นั่นเป็นสิ่งที่ชายหนุ่มคาดเดาไว้แล้ว

             “ไอ้เอก พ่อกับแม่ไม่มีจะกินแล้วนะ” พ่อกรอกเสียงมาตามสายทันทีที่ลูกชายรับโทรศัพท์

             “พ่อพาแม่ไปกินข้าวที่วัดก็ได้ครับ ที่ผ่านมาเราก็รอดเพราะข้าวก้นบาตรไม่ใช่เหรอครับ”

             เอกเอื้อพูดเนิบๆ รู้ว่าพ่อจะด่าเขาแรงขนาดไหน แต่นั่นเป็นสิ่งที่เอกเอื้อปรารถนาอย่างแท้จริง พ่อกับแม่ด่าเขาได้เต็มที่ แต่ขอร้องอย่าไล่เขาไปทำเรื่องชั่วอีก โดนไม่สนใจเรื่องคุณธรรมหรือความถูกต้อง เอกเอื้อไม่อยากทำผิดอะไรอีกแล้ว ทุกครั้งที่ทำเขาจะเห็นหน้าของโสภิดาราเสมอ

             “นี่ ไอ้ลูกอกตัญญู เอ็งจะปล่อยให้พ่อแม่อดอยากอย่างนั้นเหรอ เสียแรง...” แม่กระชากมือถือจากพ่อ ไปพูดสายกับเขาเอง

             “เสียแรงที่แม่อุ้มท้องผม เสียแรงที่ส่งเสียให้เรียน เสียแรงที่ฝากผมให้ทำงานกับคุณท่าน เงินทองที่มันหมดไม่เหลือติดกระเป๋า ก็เพราะพ่อกับแม่ติดพนันไม่ใช่เหรอครับ แล้วจะให้ผมวิ่งใช้หนี้ให้พ่อกับแม่อย่างนี้เหรอ” เอกเอื้อเหลืออด น้ำตาแห่งความคับแค้นมันเอ่อเต็มสองหน่วย

             “เห็นไหมไอ้ปุ่น กูบอกมึงแล้วว่าลูกชายมันไม่ได้เรื่อง มีลูกสาวป่านนี้มันคงหาให้พ่อแม่ได้กินบ้าง”

             เอกเอื้อสะอึก นี่ไม่ใช่คำพูดแม่ของเขา แต่เป็นคำที่คุณหญิงสรวงสุรางค์กรอกหูจนแม่เขาจำ คุณหญิงทำกับลูกสาวเหมือนเป็นของชิ้นหนึ่งที่จะเสนอให้กับลูกเศรษฐี และแม่จำคำนี้มาใช้กับลูกชายตัวเอง ชายหนุ่มหันไปมองเฌอมาลย์ที่เลือกของจากตู้กระจก เธอส่งยิ้มมาให้เอกเอื้อ

             “แม่ครับ แม่ได้ไปเยอะมากแล้ว แม่ควรจะเก็บเงินไว้บ้างนะครับ ไม่ควรเอาไปละลายกับการพนันแบบนี้”

             เขาพูดจบก็วางสาย เดินไปหาเฌอมาลย์ที่ยังยิ้มสดใสให้กับเขาอยู่

             “เฌอโอนเงินเข้าบัญชีเอกเมื่อกี้ พ่อกับแม่คงต้องใช้ เอกโอนไปให้ท่านเถอะ”

             “เฌอ” เอกเอื้อเรียกชื่อนี้ด้วยความรู้สึกเก็บกด เขาไม่ต้องการเงินของเธอเลย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเงินก้อนนี้เป็นเงินที่เขาจำเป็นต้องให้กับแม่ตัวเอง เพื่อความสงบปลอดภัยสักระยะ

             “พ่อแม่ของเอก ก็เหมือนพ่อแม่ของเฌอ พ่อแม่ต้องเลี้ยงเอกมาดีมาก เอกถึงได้ดีกับเฌอแบบนี้ แม่ของเฌอแทบจะชักธงเขียวหน้าบ้าน ให้เศรษฐีที่ไหนก็ได้มาขอลูกสาวคนนี้ไปแต่งงานเสียที ให้เฌอได้ชดเชยความรู้สึกตัวเองบ้างนะ จะได้รู้สึกว่าตัวเองมีค่า นะเอกนะ” เธอพูดพลางแนบหน้ากับต้นแขนของเขา

             สายตาที่เฌอมาลย์มองมา ทำให้เขาคิดถึงโสภิดารา คิดถึงนวลปราง และชิดชม เอกเอื้อพยักหน้า เขาโอนเงินจากแอปในมือถือเข้าบัญชีแม่ตัวเอง และติดต่อกลับไปเพื่อบอกว่าโอนเงินให้แล้ว พ่อกับแม่ก็พูดกับเอกเอื้อด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเช่นกัน

             “เอกก็ติดต่อคุณท่านบ้างนะ คราวก่อนโทรมาหาบอกว่าคิดถึงเอกมาก”

             แม่พูดดีกับลูกชาย เหมือนไม่ใช่คนเดียวกับเมื่อครู่ ที่ถากถางดูถูกเอกเอื้อ

             “แม่ครับ เงินที่โอนให้ไปแค่พอใช้กินพอใช้ถึงสิ้นเดือน แต่ไม่ได้มากพอที่แม่จะเอาไปเล่นพนันที่ไหนอีกนะครับ”

             “ถ้าอย่างนั้น เอกก็ไปทำงานให้คุณท่านสิ แม่จะได้โล่งใจเราจะได้มีเงินอีกก้อน” แม่ไม่ได้คิดถึงหัวอกของเอกเอื้อแม้แต่น้อย

             ชายหนุ่มไม่ตอบและรีบวางสาย การได้อยู่กับเฌอมาลย์แบบนี้ ทำให้เขาสบายใจแม้จะเสียเกียรติความเป็นลูกผู้ชาย ที่คอยรับเงินจากผู้หญิง แต่จะเป็นไรไปเล่าในเมื่อแม่ของเฌอมาลย์ก็เอาเปรียบครอบครัวเขามาตลอด

             เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง เอกเอื้อตัดสินใจรับสาย เขาจ้องไปข้างหน้า ราวกับสะกดความหยาบช้าจากจิตใต้สำนึกให้นิ่งที่สุด เพื่อจะได้เจรจากับคุณท่านได้เต็มที่

             “ครับคุณท่าน” น้ำเสียงราบรื่น แต่แววตานั้นกระด้างและโกรธคนปลายสายจนประเมินไม่ได้

             “งานที่ให้ทำ เป็นยังไงบ้าง”

             เอกเอื้อหันไปมองเฌอมาลย์ ยิ้มให้เธอที่กำลังจะจ่ายเงินค่าเสื้อผ้า

             “เรียบร้อยครับ”

             “ดี คราวนี้ต้องให้สาหัสหรือไม่ก็ตาย อย่าให้มันลอยคอเชิดหน้าชูตาเย้ยฉันได้อีก”

             คุณหญิงวางสายไปแล้ว แต่เอกเอื้อยังจ้องหมายเลขนั้นด้วยสายตาอาฆาต เขาวางแผนบางอย่างในหัวสมอง

             “เฌอ กลับคอนโดฯ กันเถอะ” เอกเอื้อยิ้มหวาน

             “ทำไมล่ะคะ ไหนบอกว่าจะดูหนังรอบดึกอีกเรื่องไง”

             เอกเอื้อไล้นิ้วไปตามผิวกายของเฌอมาลย์

             “หนังกำพร้าผมน่าดูกว่าเยอะ อยากให้เฌอช่วยดูให้หน่อย” เขาเดินไปโอบไหล่เธอประชิดตัวเขา เพื่อบอกว่าร่างกายเขาตอนนี้ อารมณ์ปรารถนามันโชติช่วงยิ่งกว่าลาวาทะลักภูเขาไฟ

             เธอหันมายิ้มหวานกับเขา ก่อนจะรีบจ่ายเงินแล้วเดินจากร้านนั้นไปอย่างรวดเร็ว

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น