อัปเดตล่าสุด 2019-11-05 10:12:50

ตอนที่ 51 วางแผนใหม่

บทที่ 51

วางแผนใหม่

 

             จอมทัพมองนวลปรางด้วยความรู้สึกไม่ค่อยดี เธอนั่งข้างเตียงแม่และจ้องมองแม่ชิดชม ข่าวดีวันนี้เลยเป็นข่าวดีที่ไปไม่สุด นวลปรางตรวจครรภ์ฝากท้องเรียบร้อย แต่เธอขออยู่ตรงนี้ ไม่ตามจอมทัพไปทำงาน เพราะแม่ถึงกับล้มพับไปกองกับพื้น เมื่อเห็นมอเตอร์ไซด์คันใหญ่คันนั้น

             แม้ว่าเขาจะให้คนตาม แต่ก็หาไม่เจอว่ารถคันนั้นหมายเลขทะเบียนอะไร รู้แต่ว่าหลบหลีกไปตามซอกซอย แล้วหายลับ แม้จะมีกล้องวงจรปิดเกลื่อนเมืองจับภาพไม่ได้

             “ทำไมไม่กลับไปพักที่บ้าน” แม่ถามคำถามแรก เมื่อลืมตาตื่นมาเจอลูกสาวกุมมืออยู่

             “แม่เป็นยังไงบ้าง” นวลปรางถามชิดชมเสียงสั่น

             “ปรางควรจะห่วงตัวเอง เวลานี้ปรางมีลูกแล้วนะ” แม่ติติง เพราะดูลูกสาวไม่ขยับตัวไปทางไหน นอกเสียจากนั่งนิ่งอยู่ตรงนี้เพื่อเฝ้าอาการตนเอง

             “แม่ครับ จำรถคันนั้นได้ด้วยเหรอครับ” จอมทัพเอ่ยปากถาม เพราะรถแบบนี้มีหลายคันในเมืองหลวง อาจจะละม้ายคล้ายกันได้ แม้จะมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจก็ตาม

             “ไม่ใช่รถ แต่หมายถึงคนที่ชนต่างหาก แม่จำได้” ชิดชมจะลืมได้อย่างไร

             เหตุการณ์ในวันนั้น แม้ท้องฟ้ายังไม่สว่าง เธอเข็นรถสองล้อที่เตรียมของไปใส่บาตร หลังจากใส่บาตรแล้ว ชิดชมเข็นรถคันนั้นมาตามทาง เพื่อเอาของที่ซื้อจากตลาดมาทำขนมขาย ขากลับมีรถกระบะคันหนึ่งแฉลบเฉี่ยวมาที่รถเข็นของเธอ

             ชิดชมกระโดดหลบลงข้างทาง ขณะที่รถเข็นพังไม่เหลือสภาพ ข้าวของกระจายเต็มพื้นถนน เธอมองต้นทุนการขายด้วยความเสียดาย ชิดชมก้มๆ เงยๆ เก็บของ ได้แต่บ่นและรู้สึกกังวลทุกชีวิตที่เมาจนถึงสว่าง

             นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชิดชมเจอ เด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งมันจะสนุกด้วยการเมา แล้วกลับบ้านเช้าในสภาพที่ยังไม่สร่าง ที่ผ่านมาเธอได้ยินเรื่องอุบัติเหตุมากมายบนท้องถนนเพราะเมาแล้วขับ

             เธอเป็นห่วง...เพราะเธอก็มีลูกวัยนี้ด้วยเหมือนกัน โชคดีที่นวลปรางไม่เคยคิดจะออกไปกินดื่มที่ไหน

             ขณะที่พยายามจะเข็นรถเดินต่อ ใจเธอคิดถึงแต่ลูกสาว ป่านนี้นวลปรางคงเตรียมติดเตาเพื่อทำขนมแล้ว และนั่นเป็นจังหวะที่โดนกระแทกเต็มแรงอีกครั้ง ชิดชมรู้สึกตัวอีกทีร่างของเธอลอยไปบนอากาศตกกับพื้นถนน ความรู้สึกเหมือนหลับแล้วไม่อยากตื่นมารับรู้ปัญหาอะไรอีก

             แต่เสียงหนึ่งที่ตะโกนร้องแบบตกใจ ทำให้ชิดชมฝืนกลับมารับรู้ความเจ็บปวด จากนั้นเป็นความรู้สึกห่วงลูก เธอเห็นคนในชุดบอดี้สูทสีดำก้มมองชิดชมด้วยท่าทีหวาดกลัว แม้จะถอดหมวกกันน็อกออก แต่มีหมวกโม่งที่คลุมใบหน้า เว้นดวงตาเท่านั้นที่บ่งบอกความเสียใจอย่างที่สุด ไม่กี่อึดใจ ร่างนั้นก็หายไปกับเสียงมอเตอร์ไซด์ที่พุ่งทะยาน

             เธอไม่เคยลืมลักษณะแบบนี้ ไม่เคยลืมจริงๆ

             “บางทีแม่อาจจะกังวล แล้ววิตกว่าคนแต่งตัวแบบนี้เป็นคนชนแม่” ชิดชมตอบช้าๆ เธอพยายามตั้งสติให้ดี ไม่อยากให้ลูกเขยกับลูกสาว ต้องกังวลกับอาการป่วยไข้ของตัวเอง

             “ผมคุยกับอาม่าแล้วครับ อาม่าจะย้ายไปอยู่ที่โคราชด้วย น้ากรองทองก็จะไปด้วย จะให้แม่กับปรางไปพักที่นั่น อากาศที่นั่นดีกว่าที่นี่ บรรยากาศก็รื่นรมย์กว่า น่าจะสบายใจหายป่วยเร็วขึ้น แล้วเสาร์-อาทิตย์ ผมจะไปหา”

             “ปรางอยู่ที่นี่ ดูแลคุณจอมดีกว่า” แม่หันไปบอกนวลปราง เพราะรู้ว่าจอมทัพติดนวลปรางมากแค่ไหน

             “ไม่เป็นไรครับ ช่วงนี้ปรางต้องดูแลลูกในท้องด้วย ผมอยากให้พักเต็มที่ น้องรักแม่มากผมก็ดีใจที่ปรางห่วงแม่แบบนี้ ผมอยากให้ลูกของผมเติบโตมาแล้วห่วงปราง ผมดูแลตัวเองได้ สัญญาว่าจะมีปรางคนเดียว ไม่วอกแวกไปมองสาวไหน เสาร์อาทิตย์จะไปหาที่โคราช”

             จอมทัพอธิบายเพิ่ม เขาใจหายที่จะต้องห่างนวลปราง แต่การให้นวลปรางไปอยู่บ้านเขาที่โคราช จะช่วยให้เธอมีสุขภาพกายใจที่ดีตามไปด้วย

             ที่สำคัญ เขายังหาไม่เจอว่าใครกัน กล้าปรากฏตัวหน้าบ้านเขาแบบนี้

             ถ้ายังหาไม่เจอ จอมทัพไม่กล้าเสี่ยงใดๆ ทั้งสิ้น ความปลอดภัยในชีวิตนวลปรางเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เขาจ้องมองเมียเด็กที่พูดคุยกับแม่ด้วยสีหน้าสดใส  

             จอมทัพอยากบันทึกทุกภาพของนวลปรางไว้ในความทรงจำ หมอเข้ามาตรวจชิดชมอีกรอบ พอพยาบาลเข้ามาดูแลทำความสะอาดร่างกายให้แม่ ชายหนุ่มพานวลปรางออกมาคอยด้านนอกห้อง

             สิ่งที่เหนือความคาดหมาย ทั้งคู่เจอบารมีกำลังวางแจกันดอกไม้ให้กับชิดชม ทั้งสองฝ่ายมองหน้ากันแล้วอ้ำอึ้ง บารมีก้มหน้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มให้กับลูกสาว ที่เขาแทบไม่ได้เจอกันหลังจากส่งตัวเธอเข้าหอ

             “พ่อมาเยี่ยมแม่เหรอคะ” นวลปรางทักพ่อด้วยความตื้นตันใจ แม้ว่าก่อนหน้านี้พ่อจะไถ่ถามอยากมาหา แต่นวลปรางห้ามไว้ เพราะเธอกลัวคุณหญิงสรวงสุรางค์จะมาสำแดงเดชใส่แม่และเธออีก ครั้งนี้แปลกไป เพราะเธออยากให้แม่ได้เจอพ่อ อยากบอกข่าวดีให้พ่อรู้ ว่าเขากำลังจะเป็นตาของเด็กน้อยที่จะมาเกิด

             “ใช่ พ่อมาเยี่ยมแม่ แม่เป็นยังไงบ้าง”

             บารมีพูดกับนวลปราง รู้สึกผิดต่อการกระทำของตัวเองในอดีต ที่ผลักลูกคนนี้ให้กับจอมทัพ นวลปรางยังมองพ่ออยู่ บารมีคิดว่าเพียงเท่านี้ก็เป็นสิ่งดีที่สุด ที่ลูกสาวคนนี้มอบให้เขา

             “แม่ดีขึ้นค่ะ เดี๋ยวเราจะไปรักษาตัวที่ต่างจังหวัดต่อ” นวลปรางบอกพ่อ แต่ไม่บอกว่าที่ไหน

             “ดีแล้ว ไปพักรักษาตัวที่ต่างจังหวัด” พ่อทวนคำลูกสาว เหมือนไม่มีอะไรจะพูด เขาเองมีเรื่องในใจอยากคุยกับลูกและชิดชม แต่เอาเข้าจริงพูดไม่ออกสักอย่าง

             “พ่ออยากเข้าไปเยี่ยมแม่ด้านในไหมคะ” นวลปรางถามอีก เธอบีบมือตัวเองที่จอมทัพกุมไว้แน่น

             “อย่าเลยลูก พ่อละอายใจเกินกว่าจะเข้าไปหาแม่ พ่อมาเยี่ยมแค่นี้จะดีกว่า อีกอย่างเดี๋ยวคุณหญิง...” บารมีพูดไม่ออก เพราะเขายังจำได้ว่าสรวงสุรางค์ เคยเอาแจกันดอกซ่อนกลิ่นมาเยี่ยมชิดชมด้วย

             “พ่อผอมลงไปนะคะ ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ” นวลปรางทักพ่อด้วยความเป็นห่วง “พ่อคะ หนูกำลังจะมีลูกกับคุณจอม หนูแต่งกับคุณจอมหนูมีความสุขมาก หนูรักคุณจอม คุณจอมก็รักหนู พ่ออย่าทุกข์ร้อนใจอะไรเลยนะคะ” นวลปรางบอกกับพ่อ เธอเดินเข้าไปหาบารมีช้าๆ และกอดพ่อตัวเองเป็นครั้งแรก

             บารมีค่อยๆ โอบกอดลูกสาว น้ำตาของพ่อไหลลงมาด้วยความตื้นตัน

             “ปรางให้อภัยความผิดที่พ่อเคยทำกับหนู กับแม่ของหนูนะ” บารมีบอกนวลปราง เขากอดลูกสาวตัวเองอีกครั้ง ส่วนเธอได้แต่ร้องไห้ เหมือนความทุกข์ในใจและความรู้สึกติดค้าง มลายหายไปพร้อมกับหยดน้ำตาด้วย

             “หนูรักพ่อนะคะ”

             มันเป็นคำสวรรค์ที่ทำให้บารมียิ้มออก เขายอมเดินตามนวลปรางกับจอมทัพ เข้าไปเยี่ยมชิดชมในห้องพิเศษ ภาพครอบครัวสุขสันต์ครั้งแรกของนวลปรางและชิดชม แต่เป็นภาพขมขื่นของใครบางคนที่แอบเฝ้ามองมานาน

             “ฉันนึกแล้วว่าคุณต้องมาเยี่ยมมัน”

             สรวงสุรางค์คำรามในใจ เธอกดโทรศัพท์มือถือตัวเอง เพื่อให้เอกเอื้อทำตามแผนต่อไป เธอจะไม่ยอมให้นวลปรางและชิดชมได้ยิ้มกว้างได้อีก


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น