อัปเดตล่าสุด 2019-11-05 10:17:03

ตอนที่ 55 ยกระดับสู่คำว่า พ่อจ๋า

บทที่ 55

ยกระดับสู่คำว่า พ่อจ๋า

 

             จอมทัพแนบหน้ากับหน้าท้องของนวลปราง เขาชอบอยู่ท่านี้ เหมือนจะนอนหนุนตักเมีย แต่ไม่ได้หนุน เขากลัวนวลปรางจะเป็นตะคริว แต่ขอนั่งแนบหน้ากับหน้าท้องเมียอยู่อย่างนั้น แต่ถ้าเด็กในท้องเคลื่อนตัวเบาๆ แล้วสัมผัสกับผิวหน้าเขา จอมทัพจะดีใจเป็นพิเศษ

             “เห่อ” นวลปรางบอกกับสามี เธอยิ้มให้กับจอมทัพที่นั่งๆ นอนๆ ท่านี้แทบทั้งวัน เอ็นดูสามีร่างยักษ์ ที่อยากสัมผัสจอมน้อยในครรภ์ตัวเอง

             “เห่อสิเมียจ๋า” จอมทัพดีดตัวมานั่งคู่กับนวลปราง เขากุมมือเธอดึงมาจูบซ้ำๆ เพราะเย็นนี้จอมทัพต้องกลับไปกรุงเทพฯ เพราะพรุ่งนี้มีงานแต่เช้า นาวินบอกกับพี่ชายว่าจะเข้าประชุมแทนเอง แต่จอมทัพไม่อยากเอาเปรียบน้อง

             “ผัวจ๋าหัดตั้งชื่อลูก เอามาให้เมียจ๋าเลือกว่าลูกเราน่าจะชื่ออะไรบ้าง”

             จอมทัพคลี่โพยกระดาษที่ยาวเกือบเมตร เขาตัดกระดาษเอสี่แล้วมาต่อกันด้วยกาว เขียนชื่อที่เขาอยากตั้งให้กับลูกคนแรก

             “อันนี้สำหรับวันจันทร์ ปรางไล่ดูไปทีละวันได้เลย นี่ผมแยกเวลาเกิดลูกให้เลยนะ เกิดตอนเช้าชื่อนี้ เกิดตอนกลางวันปรางดูจากตรงนี้ แต่ถ้ากลางคืนก็แถวนี้ นี่มีให้เลือกเจ็ดแถว เพราะเราไม่รู้ว่าเขากำหนดคลอดวันไหน เวลาไหน”

             เขาบอกเมียรัก ว่าตัวเองกำหนดจุดดูชื่อที่ตั้งให้ลูก เพื่อให้นวลปรางได้ดูอย่างละเอียด  

             “เมียจ๋าเลือกเลยนะ เลือกสักสิบชื่อ เดี๋ยวผัวจ๋ามาเลือกให้เหลือชื่อเดียว” จอมทัพอธิบายอีก เขาอยากตั้งชื่อลูกเอง แต่ใจเขาอยากให้นวลปรางมีส่วนร่วมด้วย

             นวลปรางมองชื่อที่จอมทัพตั้ง เธอคว้ายาดมมาจ่อจมูก เพราะแต่ละชื่อที่เขาเขียนมาเสนอนั้น แทบจะเขย่านวลปรางให้บ้านหมุนทันที สารพัดชื่อที่จอมทัพเขียน นวลปรางหันไปมองหน้าเขาแล้วทำหน้าไม่ถูก

             “ลัมโบกินา สรวงสวรรค์ ฟินนาร่า ดอกรักเร่ ขยันยิ่ง แล้ว...นี่อะไรคะ จอมปราง”

             เธอขานชื่อแล้วหันไปมองหน้าเขา นวลปรางอยากเป็นลมเสียเดี๋ยวนี้

             “ผมชอบชื่อนี้ จอมเหมือนพ่อ ปรางเหมือนแม่ไง”

             จอมทัพอธิบาย แต่พอเห็นสีหน้าเมียเขารีบถามหาเหตุผล เพราะดูท่าเมียจะไม่ปลื้มกับชื่อนี้สักเท่าไร

             “ถ้าลูกกวนประสาท หรือเกิดไม่สวย เพื่อนล้อว่าจอมปลวก ลูกจะมีปมด้อยตั้งแต่เด็กเอานะคะ”

             นวลปรางรักษาน้ำใจสามี แต่เธอต้องปรามคุณพ่อขี้เห่อไว้บ้าง สารพัดชื่อที่ตั้งขึ้นมานวลปรางกลัวเพื่อนลูกจะล้อเลียน แล้วคนที่ทนไม่ได้ก็คือคุณพ่อ ที่หน้าตาเหมือนจอมโจรคนนี้ คงได้บุกตั้งแต่ชั้นเตรียมอนุบาลกันบ้าง

             “ใครกล้ามาล้อลูกแบบนี้ ผมเอาตาย” จอมทัพทำท่าขึงขัง

             “ผัวจ๋า ไหนเราตกลงกันแล้วว่าจะเลี้ยงลูกแบบพื้นๆ ให้เขาได้เรียนรู้โลกไปพร้อมเราสองคนไงคะ”

             นวลปรางทวงคำมั่นสัญญา เธอได้บทเรียนนี้มาจากแม่ชิดชม แม่มักจะบอกลูกสาวเสมอๆ ว่าให้ดำเนินชีวิตด้วยรอยยิ้มได้ ใช้ชีวิตให้สนุกเผื่อแม่ หากวันหนึ่งที่แม่ลาโลกนี้ไปแล้ว

             นวลปรางเพิ่งเข้าใจตอนนี้ เธออยากเลี้ยงลูกให้หัวใจแข็งแกร่ง แต่นิสัยอ่อนโยนตั้งแต่เด็ก วันที่เธอไม่ได้อยู่ข้างลูกแล้ว ลูกจะต้องใช้ชีวิตของตัวเองอย่างมีความสุขได้ จอมทัพหน้าง้ำ จนนวลปรางต้องประคองใบหน้าสามีด้วยฝ่ามือของตัวเอง แล้วรั้งใบหน้ารกหนวดเครามาใกล้ๆ จูบที่ปลายคางอย่างนุ่มนวลที่สุด

             “พ่อจ๋า” เธอเปลี่ยนสรรพนามนี้ นั่นทำให้จอมทัพหันไปมองเมียเด็กแล้วยิ้มได้

             “หรืออยากให้ลูกเรียกเตี่ย เอ...หรือจะให้เรียกปาป๊ะดีคะ” นวลปรางถามอีก ตอนนี้จอมทัพเหมือนเด็กได้ของถูกใจ เขาจ้องนวลปรางตาเป็นประกายระยิบระยับ

             “พ่อจ๋าก็ได้ แต่ถ้าลูกเบื่อจะเรียกปาป๊ะก็ได้ หรือจะเรียกเตี่ย...ผัวจ๋าโอเคตามใจลูกทุกอย่าง แต่ถ้าไปมอบตัวลูกเวลาเข้าเรียน แล้วลูกเรียกเตี่ยลูกจะโดนเพื่อนล้ออีกไหม ก็พ่อหน้าไม่จีนเอาเสียเลย”

             นวลปรางหัวเราะ คนที่ควรจะกังวลควรเป็นเธอ แต่กลับกลายเป็นจอมทัพที่กังวลสารพัดเรื่อง อาม่าบอกกับนวลปรางว่าจอมทัพตื่นเต้นเรื่องจอมน้อย เพราะลูกที่มาเกิด ปรับเปลี่ยนนิสัยจอมทัพเป็นคนละคนตั้งแต่อยู่ในท้อง อาม่าให้กำลังใจหลานสะใภ้ กลัวว่าเธอแพ้ท้องแล้วจะรำคาญสามีที่นัวเนียไม่ห่าง

             นวลปรางเข้าใจสามี ตนเองเคยว้าเหว่ไม่มีพ่อ และยิ่งเข้าใจมากขึ้น เพราะนวลปรางยังมีชิดชมที่เป็นแม่และพ่อในคนเดียวกัน แต่จอมทัพโตมาในครอบครัวที่แก่งแย่งลูกชาย มันเหมือนมอบความรักพร้อมโยนความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ ให้กับเด็กชายคนนั้น

             สิ่งที่สาหัสคือ เด็กชายต้องสูญเสียสิ่งมีค่าของครอบครัวไป ‘รักในครอบครัว’ แม่ของจอมทัพหันหลังให้เขา แม่เลี้ยงหอบเสื้อผ้าหนี เตี่ยของสามีจัดการปัญหาแม่ใหญ่แม่รองและเมียใหม่ๆ ที่หามาให้ไม่ได้

             ครอบครัวที่ควรอบอุ่นเลยร้อนเป็นไฟเผา โชคดีที่จอมทัพยังมีน้องชายอีกสองคน และมีอาม่าที่เข้าใจหลานทุกอย่าง

             “เรื่องชื่อลูก ปรางว่าจะให้อาม่าตั้งให้ พ่อจ๋าลองปรึกษาอาม่าไหมคะ อาม่าจะได้มีส่วนร่วมกับเรา ส่วนชื่อเล่นของลูก ปรางจะให้พ่อจอมตั้งให้ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา เรายังไม่ต้องคิดอะไรมากก็ได้ พ่อจ๋าคิดไปหลายๆ ชื่อเลย เกิดถูกใจชื่อไหนก็จดๆ ไว้ก่อนก็ได้ สิ่งที่ปรางมีความสุขไม่ใช่การตั้งชื่อเขา แต่เห็นพ่อจ๋ารักลูกจ๋าในท้องเมียต่างหาก”

             เธอลูบใบหน้าสามีอย่างอ่อนโยน จอมทัพมองนวลปรางตาปริบๆ เมื่อก่อนอาม่าบอกเธอว่า ให้ดูแลจอมทัพเหมือนลูกชายคนหนึ่ง วันนั้นเธอนึกไม่ออกเลยว่าผู้ชายที่ห้าวหาญ นักเลง เหมือนจอมโจรในวงการอสังหาริมทรัพย์ จะกลายเป็นเด็กชายในร่างผู้ใหญ่สำหรับนวลปรางด้วย

             เขาสวมกอดนวลปรางอีกครั้ง อ้อนเมียเหมือนตัวเองอายุไม่กี่ขวบ

             “พรุ่งนี้ผัวจ๋าไปทำงาน ถ้าไม่ได้โทรหา ปรางรายงานผมตลอดได้ไหม ส่งเป็นข้อความก็ได้ อะไรก็ได้ที่ให้ผมรู้ว่าปรางสบายดี ไม่กวนเวลาผมหรอกแต่อยากรู้สึกว่าปรางอยู่ใกล้ๆ ตลอด” เขาอ้อนนวลปราง เหมือนกับตัวเองแพ้ท้องแล้วกำลังตั้งครรภ์เอง

             “ทูนหัวทำงานไปสิคะ เดี๋ยวเที่ยงปรางโทรหา รับสายไม่ได้ติดประชุมก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวทูนหัวว่างเราค่อยคุยกันก็ได้นี่คะ” เธอพูดเบาๆ หอมแก้มสามีอีกรอบ เธอต้องค่อยๆ อธิบายให้สามีเข้าใจ ว่าการห่างกันตรงนี้ เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของครอบครัวทั้งหมด ทั้งตัวเธอ อาม่า แม่ชิดชม และน้ากรองทอง

             “วันศุกร์ปรางก็เข้ากรุงเทพฯ แล้ว ไปเตรียมตัวตรวจสุขภาพกับฉีดวัคซีนวันเสาร์ ทูนหัวจำไม่ได้เหรอคะ”

             “เดี๋ยวผมมารับ” จอมทัพกะพริบตาถี่ๆ ใส่นวลปราง เขาไม่อยากจากเธอไปทำงานเลย

             “ไม่ต้องวนไปวนมาหรอกค่ะ พักผ่อนให้พอ เดี๋ยวค่ำวันศุกร์ปรางไปรอที่บ้าน ให้ทูนหัวมานอนกอด ถ้าตีรถมาเดี๋ยวทูนหัวจะเหนื่อยนะ”

             “ไม่เป็นไร ทนได้” เขาตอบเบาๆ แต่น้ำเสียงยืนยันที่จะเดินทางมารับนวลปรางเอง

             “หมอนทกับคุณนางไปด้วย ไม่ต้องห่วงหรอก ให้คุณวินตีรถเข้ามาอยู่เป็นเพื่อนอาม่ากับแม่ๆ จะดีกว่า” นวลปรางยื่นข้อเสนอ

             “ทูนหัวรู้ไหม หมอนทจำอะไรได้หลายอย่างแล้วนะคะ เมื่อวานบอกกับปรางว่าจะพาไปหาอาจารย์หมอ กับคุณหมอวีรภาพที่ปรางฝากครรภ์ ถามว่าคุณหมอจำได้แล้วเหรอ...เขาก็อึ้ง ปรางคุยกับคุณนางแล้ว จะพาไปหาหมอวีรภาพ เผื่อหมอนทจะจำอะไรได้มากขึ้น”

             จอมทัพพยักหน้า นี่เป็นข่าวดีของเขาที่น้องชายเริ่มมีอาการดีขึ้น เขาอยากให้นทนทีกลับมาเป็นปกติตามเดิม แต่สิ่งที่ดีกว่าข่าวดีคือเขาโชคดี ไม่ได้โชคดีที่มีลูก แต่โชคดีที่แม่ของลูกเข้มแข็งมากขนาดนี้

             “ถ้าให้ลูกเรียกพ่อจ๋า ให้ลูกเรียกแม่จ๋าด้วยนะ ผมจะซ้อมเรียกปรางว่าแม่จ๋าบ้าง”

             นวลปรางหัวเราะ  

             “อย่างนี้เราก็อดเรียกผัวจ๋า เมียจ๋ากันแล้วสิ” เธอมองเขาด้วยสายตาของความหมาย จอมทัพเขินอาย มองซ้ายมองขวาชวนนวลปรางเข้าห้อง

             “เดี๋ยวถามลูกให้เอง ทนฟังเสียงพ่ออ้อนแม่ได้หรือเปล่า” เขาจูบเธออย่างดูดดื่ม

             จอมทัพวางแผนในหัวสมองไว้แล้ว จะให้นวลปรางมีลูกติดกันเลย จะอ้างกับเธอว่าลูกจะได้มีเพื่อนเล่น ส่วนตัวเขาจะอดรักหวานวามสักระยะ แต่หลังจากปิดจ๊อบผลิตลูก ความรู้สึกหวานที่มีต่อกันต้องไม่หายไป

             เขาสัญญากับตัวเอง จะทำให้นวลปรางเรียกเขาว่าผัวจ๋าหวานๆ ทั้งคืนอีกแน่

             “กฎของเมียจอมทัพที่แสนหื่น ต้องอดทนและมีความสุขกับผัวจ๋านะ”

             เขากระซิบข้างหูนวลปรางอย่างมีความสุข ก่อนจะอุ้มเธอเข้าห้อง อยากบอกรักเธอและลูกให้หวานไปถึงทรวงใน ก่อนที่ตัวเขาจะต้องกลับกรุงเทพฯ เย็นนี้

 

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น