อัปเดตล่าสุด 2019-11-11 18:53:28

ตอนที่ 57 อุบัติเหตุหรือจัดฉาก

บทที่ 57

อุบัติเหตุหรือจัดฉาก

 

            “ทูนหัว มันคืออุบัติเหตุ” นวลปรางย้ำคำนี้กับจอมทัพ หลังจากที่รถตู้ที่นั่งมาจากโคราช ถูกรถแท็กซี่ชนท้ายรถตู้ที่เธอนั่งจนท้ายพังยับ

            โชคดีว่าทั้งหมดลงจากรถ แล้วไปนั่งในร้านอาหาร ส่วนคนขับวนหาที่จอดก่อนจะเกิดเสียงประสานงาดังสนั่น รถแท็กซี่คันนั้นกระโปรงรถเปิดและยุบเกือบครึ่งคัน

            ส่วนรถตู้เหมือนรู้ว่าจะโดนชน พนักงานขับเหยียบเบรกแน่นๆ เพื่อไม่ให้ไปปะทะกับรถคันอื่น พอจอมทัพรู้เรื่อง เขาโทรศัพท์มาหานวลปรางคนแรก

            “ทุกคนปลอดภัยค่ะ คุณหมอนทนกับคุณนางนั่งกินผัดไทยในร้าน ปรางให้พี่นวยที่ขับรถมากินข้าวด้วย ตอนนี้ประกันทำหน้าที่แล้ว” นวลปรางรู้ว่าจอมทัพกังวล เธอหยุดทุกความกังวลไปที่เรื่องอาหารบนโต๊ะแทน

            “ทูนหัวจะมาด้วยไหมคะ จะได้สั่งผัดไทยเผื่ออีกสักจาน หรือหอยทอดกระทะร้อน” นวลปรางพูดไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้จอมทัพวิตกไปมากกว่านี้

            นวลปรางกลัว ไม่ใช่ไม่กลัว แต่ความกลัวของเธอทำให้ชายที่ชื่อจอมทัพอยู่นิ่งไม่ได้ เห็นชายชราคนขับรถแท็กซี่ ลงมาจากรถแล้วยกมือไหว้ท่วมหัว นวลปรางก็ใจอ่อนแล้ว เธอต้องตามพี่นวยคนสนิทของจอมทัพ ที่อาสาไปขับรถรับเธอจากโคราช มานั่งกินอาหารในร้าน แล้วปล่อยให้เป็นหน้าที่ของประกันจัดการเรื่อง

            เงยหน้าขึ้นมาอีกที จอมทัพมายืนอยู่ที่ประตูร้าน สีหน้าเขาไม่ดีเลย แม้เธอจะพูดปลอบใจเขาตลอดเส้นทาง ว่าทุกอย่างคืออุบัติเหตุ เธอยังยิ้มอ่อนโยนให้เขา พอจอมทัพมานั่งข้างๆ เขากอดนวลปรางเหมือนคนใจหาย

            “คุณอย่าไปเอาเรื่องแกเลยนะคะ คนขับอายุมากแล้ว จริงๆ ควรพักผ่อนอยู่ที่บ้านด้วยซ้ำ ไม่ควรมาขับรถแบบนี้เลย” นวลปรางปรามสามี เพราะสงสารคนขับแท็กซี่ที่อายุมากแล้ว

            “ครับ” จอมทัพรับคำสั้น เขายังตกใจและใจหายอยู่ เธอคีบกุ้งจากผัดไทยป้อนสามี เขายังจ้องเธอน้ำตาคลอเบ้า

            “นี่กุ้งสดนะเนื้อเด้งมากๆ กินสิคะ”

            นวลปรางบอกให้สามีรับกุ้งที่เธอคีบไปจ่อที่ปาก เขายอมให้เธอป้อน อาการใจหายมันทุเลาลงไปเยอะ

            จอมทัพหันไปมองน้องชายกับสไบนาง ทั้งคู่ยังยิ้มแย้ม พอคุยกับนวยพนักงานขับรถ เขาขอโทษขอโพยที่ทำให้รถตู้คันหรูของเจ้านายพังยับ

            “ไม่ใช่ความผิดของนวย มันเป็นอุบัติเหตุ” จอมทัพยอมรับเหตุผลที่นวลปรางบอก มันคืออุบัติเหตุที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ประกันภัยของบริษัทที่ตามจอมทัพมาด้วย เข้าไปเคลียร์เรื่องกับประกันกับอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ลุงคนขับเข้ามายกมือไหว้น้ำตาอาบหน้า

            “ขับวันแรก ก็ชนเลย” ลุงบอกกับจอมทัพ “ขวดน้ำมันหนุนเหยียบเบรกไม่ได้” ลุงอธิบายอีกก็ร้องไห้อีก

            “แล้วลุงทำงานอะไรก่อนมาขับแท็กซี่คะ” นวลปรางถามอย่างสุภาพ

            “ทำนาทำสวน เศรษฐกิจไม่ดีเลยมาขับแท็กซี่” เขาพูดไปน้ำตาไหลไป

            นวลปรางหยิบเงินในกระเป๋าให้ลุงที่ขับแท็กซี่ไปสามพันบาท เธออยากช่วยมากกว่านี้ แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับดุลพินิจของสามีที่นั่งข้างๆ

            จอมทัพพยักหน้าให้คนของเขาพาลุงออกจากที่นี่ มองดูรายละเอียดที่ฝ่ายประกันมายื่นเอกสารให้ สิ่งที่จอมทัพชะงัก คือชื่อนามสกุลของคนขับ

            อำนาจ วรวี

            นามสกุลของคนขับเหมือนกับเอกเอื้อ วรวี เสี้ยนหนามหัวใจ อาการวิตกกังวลเปลี่ยนเป็นโกรธจนแทบระงับไม่อยู่ เดินออกไปนอกร้าน ลุงผมขาวขึ้นรถแท็กซี่อีกคันไปแล้ว ส่วนรถที่เกิดปัญหาปล่อยทิ้งให้เจ้าหน้าที่จัดการทั้งหมด

            จอมทัพโทรศัพท์กลับไปหาสายสืบตัวเอง ทันทีที่รับสาย เขาสั่งงานลับพิเศษจ่ายแพงสองเท่า แต่เขาต้องการรู้ว่า อำนาจ วรวี เป็นอะไรกับเอกเอื้อ และต้องการรู้ว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เป็นอุบัติเหตุจริงๆ ไม่ใช่จัดฉากขึ้นมา

            “หาที่ตายแล้วมึง” จอมทัพคำรามใส่เอกเอื้อที่เขาไม่เห็นหน้า

            จอมทัพพยายามปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ แล้วกลับไปนั่งในร้าน แต่ความผิดปกติของจอมทัพ นวลปรางจับความรู้สึกนั้นได้ พออาหารมื้อปลอบขวัญนั้นจบลง เขาพานวลปราง นทนทีและสไบนางขึ้นรถ จอมทัพขอขับด้วยตัวเอง แม้จะเปิดเพลงฟังและเส้นทางไม่ไกลนัก นวลปรางก็รู้ว่า สามีมีเรื่องอะไรบางอย่างรบกวนจิตใจ

            พออยู่ด้วยกันสองต่อสอง เธอเดินเข้าไปกอดเขาอย่างอ่อนโยน

            “ทูนหัว เกิดอะไรขึ้นคะ” เธอสบตาจอมทัพ เห็นแววตาโกรธที่ซุกซ่อนใต้รอยยิ้ม

            “คนที่ชนรถ ชื่ออำนาจ วรวี” จอมทัพบอกกับนวลปรางตรงๆ เพราะเป็นเรื่องที่เขากับเธอตกลงกันแล้ว ว่าต่อจากนี้นวลปรางจะไม่ปิดจอมทัพ และเธออยากให้เขาเปิดเผยทุกเรื่องที่นวลปรางถามด้วย

            เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มให้กับจอมทัพ

            “จะให้ปรางจัดการให้ไหมคะ ปรางจะถามพี่เอกเอง”

            “ปราง...” จอมทัพเหมือนจะปราม เพราะแววตาที่นวลปรางมองเขาพร้อมกับคำถาม มันบ่งบอกอะไรบางอย่าง

            “ทูนหัวนั่งฟังนิ่งๆ ปรางจะจัดการเองค่ะ” นวลปรางหยิบโทรศัพท์ตัวเองมาโทรหาเอกเอื้อ

            ทันทีที่เอกเอื้อรับสาย เธอก็ทักทายแบบสุภาพ ก่อนจะถามหาว่าอำนาจ วรวีคือใคร

            “พ่อพี่ เกิดอะไรขึ้นเหรอปราง” เอกเอื้อเสียงสั่นตัวชา

            “พ่อพี่ขับแท็กซี่มาชนท้ายรถตู้ของปรางเต็มแรง” นวลปรางพูดนิ่งๆ อีกฝ่ายนิ่งเงียบพูดอะไรไม่ออก

            “ปราง พี่ไม่ได้ทำ พี่ไม่เคยสั่งพ่อไปทำเรื่องแบบนั้น ที่สำคัญตอนนี้พี่กำลังมีลูก พี่จะไม่ทำเรื่องเลวระยำเพื่อให้เวรกรรมตกมาถึงลูกพี่แน่ๆ” เอกเอื้อเสียงสั่น เขาไม่สนใจแล้วว่านวลปรางจะเชื่อเขาไหม แต่เขาต้องทำทุกอย่างเพื่อปกป้องตัวเอง และปกป้องลูกที่จะเกิด

            “พี่พาเมียมาฝากท้อง เดี๋ยวจะส่งรูปไปให้ดู แต่พี่ยืนยันว่าพี่ไม่ได้ทำอะไรที่แย่ๆ กับปราง พี่จะคุยกับพ่อเอง” เอกเอื้อพูดแค่นั้น ก่อนจะส่งรูปยืนยันมาว่า ภรรยาของเขาตั้งครรภ์หนึ่งเดือน และฝากท้องไว้กับหมอวีรภาพด้วยเช่นกัน

            สิ่งที่นวลปรางกับจอมทัพสบตากัน ไม่ใช่ชื่อหมอ แต่เป็นชื่อผู้หญิงที่ฝากครรภ์ต่างหาก

            “เฌอมาลย์ วรวี” นวลปรางอ่านชื่อนี้ แล้วมองหน้าจอมทัพ

            เอกเอื้อโทรศัพท์กลับเข้ามาอีก เขารับปากว่าจะจัดการปัญหานี้ให้ แต่ขอร้องนวลปรางอย่างเพิ่งบอกใคร ว่าเขากับเฌอมาลย์จดทะเบียนกันแล้ว เพราะถ้าข่าวนี้ไปถึงคุณหญิง เด็กในท้องเฌอมาลย์จะไม่ปลอดภัย

            “พี่รู้ว่าคุณจอมทัพคงฟังอยู่ด้วย” เอกเอื้อนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ “คุณจอม ผมขอโทษในเรื่องที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่อง...”

            “ทุกอย่างจบแล้ว แต่สิ่งที่ผมไม่พอใจคือ ใครรบกวนนวลปรางอยู่” จอมทัพไม่รื้อเรื่องเก่า เพราะตอนนี้หัวใจเขาอยู่ที่จอมน้อย กับนวลปรางผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิต

            เอกเอื้อเงียบอยู่นาน ก่อนจะบอกชื่อนั้นมาอย่างยากลำบาก เขาพร้อมส่งหลักฐานบางอย่างให้กับจอมทัพ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ขอเพียงแค่ต้องไม่กระทบกับเฌอมาลย์ เพราะตอนนี้เธอมีภาวะแท้งคุกคาม และเอกเอื้อไม่อยากสูญเสียลูกในท้องไป

            “ผมไม่ใช่คนดีมากนัก แต่สิ่งหนึ่งที่มีผม ผมเรียนรู้ว่าอดีตสอนอะไร ผมเสียใจเรื่องดารา ผมไม่อยากให้สิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับดารา ผิดพลาดซ้ำสองและทำให้เฌอ...” เอกเอื้อพูดไม่ออก

            “มีหลายความผิดที่ผมก่อ และผมยินดีรับความผิดนั้น แต่อย่าให้ถึงลูกผมเลยครับ”

            นวลปรางกับจอมทัพสบตากัน เพราะเสียงของเอกเอื้อมันสะท้อนความเสียใจ สิ่งที่เหนือความคาดหมายคือ จอมทัพพูดอโหสิกรรมให้เอกเอื้อ เพื่อให้เกิดเรื่องดีๆ ขึ้น และส่งผลถึงเด็กในท้องของเฌอมาลย์ ให้มีกำลังใจและประคองให้เด็กในท้องลืมตามองโลกใบนี้ด้วยร่างกายสมบูรณ์

            “ขอบคุณครับ” เอกเอื้อพูดคำนี้ซ้ำๆ หลายครั้งก่อนวางสาย

            นวลปรางสบตาจอมทัพ ชายหนุ่มตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้นวลปรางฟัง

            “ผมขอโทษที่ปิดปรางมาตลอด”

            แทนที่จะโกรธเอกเอื้อ ตอนนี้จอมทัพโกรธตัวเอง นวลปรางยังนิ่งเงียบเหมือนช็อกกับเรื่องราวทั้งหมด มือถือของเธอบอกว่าเอกเอื้อส่งคลิปบางอย่างมาให้คนทั้งคู่ดู

            แต่ก่อนที่จะดูคลิปนั้น ข้อความจากเอกเอื้อที่พิมพ์นำหน้า บอกว่ายินดีรับโทษที่ก่อไว้ ขอเพียงแค่นวลปรางและชิดชมให้อภัย จอมทัพตัดสินใจดูคลิปนั้นด้วยตัวเอง เพราะเขาเห็นอาการนวลปรางไม่ดีแล้ว

            เป็นภาพกล้องที่แอบซ่อนในตัวเสื้อ เห็นคุณหญิงตบตีด่าทอเอกเอื้อไม่หยุด เรื่องที่เธอบงการให้เอกเอื้อไปทำผิด เพื่อความสะใจและระบายแค้น จอมทัพมือสั่นไม่คิดเลยว่าคุณหญิงจะโหดเหี้ยมขนาดนี้ แต่ไม่ทันที่จะดูคลิปนั้นจนจบ นวลปรางก็ร้องเรียกจอมทัพ

            “ปวดท้อง” นวลปรางบอกสามีด้วยใบหน้าซีดเผือด

            จอมทัพไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เขาอุ้มนวลปรางออกจากห้องตรงไปที่โรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว

            สไบนางเป็นคนขับรถให้ เพราะตอนนี้เธอสติดีที่สุด นทนทีนั่งข้างๆ เขาบอกวิธีการให้พี่ชายช่วยนวลปราง กระดาษเอสี่ม้วนเป็นกรวย เพื่อให้เธอหายใจในนั้นระงับความเครียด และอาการเจ็บปวด

            นวลปรางดีขึ้น จังหวะที่สไบนางจอดรถที่หน้าโรงพยาบาล สิ่งที่จอมทัพกับสไบนางมองนทนที เขารีบลงไปช่วยนวลปรางบนรถเข็น ออกคำสั่งเป็นศัพท์แพทย์และรายงานอาการนวลปรางอย่างละเอียดกับหมอที่มารับเคส

            “นท จำได้แล้วใช่ไหม” จอมทัพจ้องน้องชาย

            นทนทีชะงัก เขายิ่งนิ่งในท่าเดิม เหงื่อเต็มใบหน้าและคิดไตร่ตรองหาคำตอบให้คำถาม

            “จำไม่ได้ครับ” นทนทีตอบเรียบๆ เดินไปหาสไบนางแล้วกอดเมียแน่น เธอต้องลูบแขนเขาเพื่อปลอบใจ

            “คุณจอมไปดูคุณปรางก่อนนะคะ เดี๋ยวนางดูคุณนทเอง”

            จอมทัพพยักหน้าเขาเดินไปตามเส้นทาง เพื่อติดตามอาการของเมียรักอย่างรวดเร็ว

 

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น