อัปเดตล่าสุด 2019-11-12 11:08:07

ตอนที่ 62 แผนพ่อจอม -ตอนจบ-

บทที่ 62

แผนพ่อจอม

 

            ตั้งแต่พาลูกเมียกลับมาอยู่บ้าน จอมทัพก็ตั้งสำนักงานสาขาย่อยที่โคราช เขาทำงานที่นี่ และนั่งทำงานที่โต๊ะในห้องสมุด พอได้ยินเสียงลูกร้อง จอมทัพรีบปรี่ไปหาลูกทันทีก่อนนวลปรางจะถึงตัวลูกเสียอีก ทั้งที่เธอนั่งเล่นอยู่ไม่ไกลเลย

            “พ่อจ๋า ลูกแค่แอ๊ะ ๆ ๆ เท่านั้น” นวลปรางนั่งอ่านตำราอาหารเพื่อลดน้ำหนักและบำรุงน้ำนม

            “ก็ต้องมาดู เผื่อจะตื่น เผื่อจะนอนทับจมูก เผื่อจะหายใจไม่สะดวก เผื่อ...”

จอมทัพหยุดพูด เพราะลูกชายยิ้มน้อยๆ ขณะที่ตัวเองหลับ ดวงหน้าเหมือนจอมทัพแต่มีรอยยิ้มที่สะกดพ่อคนนี้ได้เหมือนแม่

            “ลูกน่ารักจังเลยปราง” เขารำพึงรำพัน ใช้นิ้วลูบไปตามผิวที่หลัง ผิวเด็กบอบบางและนุ่มนิ่ม จอมทัพจ้องมองลูกได้ไม่เบื่อ ความรู้สึกมันรุนแรง กว่าตอนที่เขามองภาพนิ่งของนวลปรางเสียอีก

            ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมามองนวลปราง ไม่อยากเชื่อเลยว่า เขาจะได้แต่งงานกับเธอจนมีพยานรักตัวน้อย ช่วยเวลาปีกว่าที่ผ่านมา มีหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงและสอนเขา แม้จะมีปัญหาและเรื่องวุ่นๆ บ้าง แต่นวลปรางยังอยู่ตรงนี้ ยิ้มให้เขาเหมือนเดิมทุกครั้งที่จอมทัพหันไปมอง

            “พ่อจ๋า พี่เฌอแสดงความยินดีด้วย” นวลปรางหันไปบอกจอมทัพ เธอกำลังคุยกับเฌอมาลย์ทางมือถือ เพราะนวลปรางคลอดก่อนกำหนด

            ตอนนี้เฌอมาลย์ท้องแก่ เธอไปทำบุญที่วัดไม่ไหวแล้ว หลวงพ่อบารมีที่จำวัดไม่ห่างกันแวะมาเยี่ยมบ่อยๆ พี่สาวบอกกับน้องว่า หลวงพ่อยินดีกับหลานดวงลูกของนวลปรางด้วย

            “แล้วหลวงพ่อเป็นไงบ้าง” จอมทัพขยับตัวเข้าไปใกล้ แล้วถามหาอาการป่วยของหลวงพ่อที่ปรากฏก่อนบวช

            “หลวงพ่อไม่มีอาการอะไรเลยนะคะ ไปตรวจหมอก็ยังยืนยันว่าเป็นมะเร็งอยู่ อาจจะเป็นที่พ่อไม่เครียดก็ได้ค่ะ อาการของโรคเลยสงบ”

            “ดีจัง” จอมทัพพูดเบาๆ

            แอบคิดถึงอีกคนที่เป็นคู่ชีวิตของหลวงพ่อบารมีไม่ได้ รายนั้นเพิ่งโดนศาลสั่งฟ้องล้มละลาย สรวงสุรางค์เจตนาจะให้เป็นอย่างนั้น เพื่อหอบเงินในบัญชีและทรัพย์สินไปตั้งต้นใหม่ เนื่องจากลูกน้องที่เธอเคยว่าจ้าง ตามรังควานเต็มไปหมด ข่าวล่าสุดที่จอมทัพเห็น มีคนทำร้ายร่างกายคุณหญิง จนเธอต้องอยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  

            เหตุเพราะเธอไม่ยอมจ่ายเงินค่าจ้างให้ลูกน้อง พวกเขาไม่ได้เงินก็ทำร้ายร่างกายคุณหญิงสรวงสุรางค์ เธอเลยอยากหายไปอยู่ที่อื่น เพื่อให้ตัวเองปลอดภัย คุณหญิงตามหาเฌอมาลย์และเคยมาถามกับเขา รวมถึงวัดที่หลวงพ่อบารมีจำพรรษา

            จอมทัพไม่บอก เพราะรู้ว่าเธอจะไปอาละวาดเพื่อดึงลูกสาวกลับไป ดึงบารมีออกจากผ้าเหลือง ส่วนคนอื่นๆ รอบตัวเขาไม่มีใครรู้เลยว่า ทั้งหมดอยู่ที่ไหนมีเพียงจอมทัพเท่านั้นที่รู้ รวมถึงวัดที่หลวงพ่ออาศัยอยู่ด้วย

            แม้แต่นวลปรางก็ไม่รู้เรื่องนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้สรวงสุรางค์ มาทำนิสัยเดิมกับเมียและแม่ชิดชมอีกทางหนึ่ง

            “พ่อจ๋าดูท้องพี่เฌอสิ” นวลปรางยื่นโทรศัพท์ให้สามีดู คลิปที่เอกเอื้อถ่ายไว้ ท้องของเฌอมาลย์ดันนูนขึ้นมาเพราะเด็กดิ้นจนผิวท้องเป็นรอย

            “พี่เฌอบอกว่าพี่เอกไว้หนวดแล้ว เพราะว่าหวงลูกสาวตั้งแต่ยังไม่คลอด”

            จอมทัพอมยิ้ม ขนาดเขามีลูกชายยังทั้งหวงทั้งห่วงขนาดนี้ มีหรือที่คนเคยเจ้าชู้ จะไม่หวงลูกสาวตัวเองขนาดนั้น

            “เราจะมีแต่ลูกชายเนอะ” จอมทัพบอกกับนวลปราง เขาจูบขมับเมียที่เอนกายซุกอก

            “แล้วหมอนทเป็นยังไงบ้างคะ จะกลับไปทำงานได้เมื่อไร” นวลปรางอดไม่ได้ที่จะถามหาคนสำคัญ ที่เป็นแรงสำคัญ ดูแลเธอช่วยทำคลอดในห้องนี้ ทั้งที่เวลานั้นตัวหมอนทยังจำอะไรไม่ได้

            “ไอ้นทบอกทุกคนว่าจำได้แล้ว แต่ยังไม่บอกนาง”

            “อ้าว ทำไมล่ะคะ” นวลปรางถามด้วยความสงสัย

            เพราะสไบนางห่วงหมอนทและดูแลเขาอย่างดี เธออดห่วงสไบนางไม่ได้ อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมนทนทีถึงทำแบบนั้น

            “มันจะเอามาต่อรองปั๊มลูก ทุกคนเลยช่วยกันปิด”

            “อ๋อ...แล้วคุณนางกินยาคุมหรือเปล่าคะ” นวลปรางตั้งข้อสงสัย เพราะครั้งหนึ่งเธอเคยใช้วิธีนี้กับจอมทัพ

            “กิน แต่ไอ้นทเปลี่ยนยาเป็นโฟลิกแล้ว คิดว่าน่าจะมีเจ้าตัวเล็กเร็วๆ นี้แหละ รายนั่นยิ่งกว่าพ่อจ๋าอีกนะ ทั้งวางแผน ทั้งวางยา ทั้งอ้อนเมีย ทั้งหลอกล่อ นี่ไอ้นทแยกวันพระวันโกนหาจังหวะปั๊มลูกเลยนะ” จอมทัพนินทาน้องชาย หลังจากที่นทนทีมาถามหากรรมวิธีปั๊มลูกชายจากเขา

            ไม่คิดเหมือนกันว่า อาการเสียความทรงจำชั่วคราว น้องชายขี้อาย จะกลับมาเป็นน้องชายตัวร้ายหื่นและแสบไม่น้อย ท่าทีความร้าย ก็ดูจะไม่หายไปง่ายๆ เสียด้วย

            อาม่าบอกว่ายังดี ที่ร้ายและหื่นกับสไบนางคนเดียว

            ตอนนี้ก็เหลือแค่นาวินเท่านั้น ยังไม่รู้ว่าจะออกมาในสภาพไหน

            “แล้วหมอดอมล่ะคะ ช่วงนี้ไม่เห็นหน้าเลย” นวลปรางถามอีก เธอเอนหลังพิงจอมทัพเต็มที่ เหมือนอยากหลับเป็นเพื่อนลูก

            จอมทัพเอนกายลง เพื่อให้นวลปรางเอนหลังซุกในอ้อมแขน จอมทัพเขี่ยผิวที่ต้นแขนเมีย เพื่อกล่อมให้เธอหลับ เพราะเขาไม่อยากเล่าเรื่องเพื่อนรักให้เมียฟังมากนัก

            ได้แต่ให้กำลังใจ หวังว่าณพัฒน์จะตามนีน่ากลับมาได้

            คิดถึงวันที่บารมีเดินมาบอกเขา ว่าจะหย่าขาดกับคุณหญิง แล้วจะปลีกวิเวกไปใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายอย่างสงบ บอกให้จอมทัพยกเลิกโครงการบริหารที่ดินแปลงนั้น เพราะเขาคงมาประชุมด้วยไม่ได้แล้ว และสรวงสุรางค์มีนิสัยที่จะกอบโกย ไม่อยากให้มีปัญหาติดค้างใดๆ ต่อกันอีก

            สิ่งที่จอมทัพทำ ต้องโยงบารมีกับเฌอมาลย์ไว้ด้วยกัน

            เขาถามเอกเอื้อว่าอยากอยู่ที่ไหน รายนั้นอยากไปเปิดรีสอร์ตที่น่าน ที่ๆ เขาเห็นชิดชมกับนวลปราง แต่ไม่ใช่เพราะความรักที่มีต่อนวลปราง แต่เป็นการระลึกถึงความดีที่ได้รับจากสองแม่ลูกคู่นี้ต่างหาก เขาตั้งใจจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไม่ทำเรื่องแย่ๆ ให้ชีวิตมัวหมองอีก

            จอมทัพมอบที่ดินแปลงหนึ่งให้เอกเอื้อ และให้เงินทุนอีกก้อนให้เอกเอื้อไปตั้งตัว

            “ไม่ใช่เงินผม แต่เป็นเงินของดาราที่ฝากผมให้คุณ เขาอยากให้คุณตั้งหลักให้ได้ และผมจะดีใจมากถ้าคุณจะใช้เงินก้อนนี้สร้างครอบครัวให้แข็งแรง”

            เอกเอื้อใช้เงินก้อนนั้นทำโฮมสเตย์ โดยมีเฌอมาลย์อยู่ฝ่ายต้อนรับ มีพนักงานท้องถิ่นทำอาหารเสิร์ฟลูกค้า เอกเอื้อเล่นดนตรีเอง บริหารเอง ด้วยความรู้สึกเป็นสุข ส่วนหลวงพ่อบารมี จอมทัพเชิญท่านไปจำพรรษาที่น่าน ให้เหตุผลกับท่านว่า คุณหญิงจะคิดไม่ถึงและตามไม่เจอ

            วันที่เฌอมาลย์ไปทำบุญวันเกิด หลวงพ่อออกมารับถังสังฆทานด้วยตนเอง ต่างมองหน้ากันแล้วน้ำตาไหล แม้ว่าพ่อจะเปลี่ยนสถานะ แต่พ่อก็ยังอยู่ใกล้ๆ เธอ เฌอมาลย์ได้แต่ดูแลห่างๆ ในขณะที่หลวงพ่อบารมี ปฏิบัติธรรมเพื่อชำระล้างจิตใจตัวเอง

            จอมทัพทำทั้งหมดนี้ ก็เพื่อนวลปราง ผู้หญิงที่นอนหลับซุกอกเขา แต่ของขวัญอีกอย่างที่เขายังไม่ได้บอกเธอ ชิดชมแทบจะไม่มีอาการสั่นแล้ว นอกจากออกแรงกับกล้ามเนื้อมากๆ จะทำให้อาการสั่นทั้งตัวก็จะกลับมา แม่ชิดชมชวนกรองทองทำเบเกอรี่ขาย อาม่าเห็นดีด้วยสนับสนุนเป็นอย่างดี

            เหลือฝันอีกสองอย่างของนวลปราง ที่เขาเคยดับฝันเธอแล้วดึงหญิงสาวมาเป็นภรรยาโดยที่นวลปรางไม่ทันตั้งตัว

            รอให้ลูกโตกว่านี้อีกหน่อย เขาจะส่งนวลปรางไปเรียนต่อปริญญาโท เธอจะได้มีโอกาสรับปริญญาอย่างที่ตั้งใจ เขาอยากเปิดร้านอาหารคลีนให้เมียเด็กอีกสักอย่าง ขอเพียงแค่นวลปรางแข็งแรงกว่านี้ก่อน เขาจะทำสิ่งนี้ให้กับหญิงสาว

            จอมทัพเอนกายเคลิ้มๆ เขามองท้องฟ้าในห้องกระจกนี้ ต้นไม้ใหญ่มีดอกบานประดับเต็มไปหมด ตัดกับฟ้าสีครามที่สวยจนไม่อยากหลับตาลง หันไปมองลูกที่นอนหลับ ได้ยินเสียงลูกเล็กบ่นเบาๆ แล้วหลับต่อ

            จะมีอะไรเป็นสุขกว่านี้ไหม สุขที่มีคนรักและได้รักใครสักคน จนกล้าแลกหัวใจและร่ายกายไว้กับเขา สุขที่ได้มองต้นกล้าใหม่ของชีวิต หลับๆ ตื่นๆ บ่นให้เขาฟัง

            สุขที่นทนทีกลับมาแข็งแรง เป็นหมอนทตามเดิม และเริ่มวางแผนมีลูกได้ซับซ้อนกว่าเขาเสียอีก สุขที่อาม่าและสองแม่ จะร่วมมือกันทำร้านเบเกอรี่ แล้วจอมทัพก็คิดถึงใครบางคน

            “เตี่ย ผมมีความสุขมาก ผมแบ่งความสุขนี้ให้เตี่ยด้วยนะ”

            จอมทัพรำพึงรำพัน ก่อนจะเผลอหลับไป โดยที่เขาไม่รู้สึกเลยว่า คนที่เขาแบ่งความสุขให้มองจอมทัพด้วยรอยยิ้ม ที่เห็นลูกชายคนนี้มีความสุข

            “ขอบใจ จิมมี่” เสียงกระซิบที่ข้างหู ทำให้จอมทัพลืมตาตื่นมามองรอบห้อง เขาถึงกลับน้ำตาคลอที่ได้เสียงนี้กับชื่อนี้อีกครั้ง มีแต่เตี่ยของเขาเท่านั้น ที่เรียกจอมทัพว่าจิมมี่เหมือนแม่ที่เป็นชาวต่างชาติ เตี่ยรับรู้ความสุขที่ลูกชายมีในตอนนี้

            “จิมมี่ของเตี่ย แต่เป็นอาจอมของทุกคน”

            เขายิ้มกว้าง ค่อยๆ วางนวลปรางกับหมอน แล้วลุกไปทำงานในฐานะตั่วเฮียของตระกูลต่อไป

 

-จบ-

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น