อัปเดตล่าสุด 2019-09-23 19:27:20

ตอนที่ 9 ผู้ชายคนนี้ชื่อจอมทัพ

บทที่ 9

ผู้ชายคนนี้ชื่อจอมทัพ

            “แม่” นวลปรางเรียกชิดชมเสียงหลง

            ทันทีที่เธอเดินเข้ามาในบ้าน เห็นแม่ชิดชมเดินคุยกับอาม่าในสวน มีนทนทีกับนาวินเดินตามอยู่ด้านหลัง หญิงสาวตะโกนเรียกเหมือนเด็กๆ แล้วโผเข้าไปกอดแม่ เธอร้องไห้ไม่ยอมหยุด

            “ร้องไห้อย่างนี้ไม่ได้แล้วนะปราง หนูแต่งงานแล้วนะ”

            คำปลอบโยนยิ่งทำให้นวลปรางร้องไห้ดังกว่าเดิม กว่าเธอจะคลายอ้อมแขนที่กอดแม่ได้ ก็ใช้เวลาพอสมควร

พอนวลปรางผละออกมา เธอไปยืนกอดแขนแม่ แต่แล้วจอมทัพที่ยืนด้านหลัง ก็ทำบางอย่างให้นวลปรางน้ำตาไหล

            เขาทรุดตัวลงกับพื้น กราบเท้าแม่ชิดชมต่อหน้าภรรยา ต่อหน้าอาม่าของตนเอง ชิดชมก้มลงไปลูบหลังจอมทัพ มือสั่นๆ ของเธอประคองร่างยักษ์ของลูกเขยให้ยืนขึ้น เขาเดินเข้ามากอดแม่ยายที่ป่วยจนร่างสั่นอย่างอ่อนโยน

            “แม่กินข้าวหรือยังครับ เห็นนทบอกว่าอาจจะต้องให้น้ำเกลือ”

            “กินได้ค่ะ ปรางกลับมาก็กินได้แล้ว” ชิดชมเกรงใจ พูดกับจอมทัพอย่างสุภาพ เพราะรู้ว่าจอมทัพเป็นใครอาชีพอะไรในสังคมหรูหรา

            “ฉันเองก็ต้องขอโทษ ที่ขอนวลปรางมาแต่งงานกะทันหัน” อาม่าที่ยืนมองอยู่เอ่ยปาก

            ชิดชมรีบยกมือไหว้อาม่าอีกรอบ สิ่งที่เธอห่วงสุดหัวใจคือลูกสาวคนนี้ เธอป่วยหนักแค่ไหนก็จำทน เพื่อให้ลูกได้เรียนและมีอนาคต จนหมอบอกว่าอาการป่วยของชิดชมแย่ลงเรื่อยๆ

            เธอส่งนวลปรางไปหาพ่อ ให้ไปร่วมงานแต่งงานของจอมทัพกับเฌอมาลย์ เพื่อให้พ่อของเธอรับรู้ และได้ดูแลนวลปรางต่อจากเธอในวันข้างหน้า แต่กลับกลายเป็นว่าชิดชมส่งแก้วตาดวงใจไปเจอสถานการณ์ที่คาดเดาไม่ถูก

            โชคดีที่จอมทัพโทรศัพท์มาคุยกับชิดชม อธิบายทุกอย่างให้เธอฟัง และขอให้ชิดชมเก็บเสื้อผ้าข้าวของจำเป็นย้ายมาอยู่กับนวลปรางที่นี่ เขาจะให้คนงานของเขาไปย้ายของต่างๆ กลับมาให้เอง ที่สำคัญจอมทัพยินดีจดทะเบียนสมรสกับนวลปราง และให้แม่ชิดชมอวยพรให้กับลูกสาวทุกอย่าง ราวกับว่าแม่ส่งตัวเจ้าสาวด้วยตนเอง

            แม่ยอมให้เป็นอย่างนั้น เพราะเธอจดทะเบียนสมรสซ้อนโดยที่ไม่รู้เลยว่า พ่อของนวลปรางเจตนาให้เกิดเรื่องนี้ ความแตกตอนที่คุณสรวงสุรางค์มาที่บ้านของเธอ มาคุยกับพ่อแม่ของชิดชม ถึงได้รู้ว่าบารมีโกหกเธอ ไม่ได้หย่ากับสรวงสุรางค์ แต่จดทะเบียนซ้อนกับชิดชมอีกรอบ เธอตกเป็นเมียน้อยโดยที่บารมีปกป้องเธอไม่ได้ ชิดชมต้องย้ายออกจากบ้านเกิด เพราะพ่อแม่รังเกียจสิ่งที่ลูกสาวทำ แถมยังจะส่งชิดชมให้แต่งงานกับนักการเมืองท้องถิ่น เพื่อล้างอายที่ชิดชมทำให้ครอบครัวเสื่อมเสีย

            เธอไม่อยากให้ลูกสาวผิดพลาด เหมือนกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับตนเองมาก่อน ทันทีที่จอมทัพประกาศจดทะเบียนกับนวลปราง มันบ่งหนองในความทรงจำจนหมดสิ้น

            “วันนี้เซฟเตรียมอาหารพิเศษให้ครับ สำหรับคุณแม่กับอาม่า” นทนทีบอกทุกคนที่ยืนอยู่ ระหว่างเดินไปยังโต๊ะที่จัดเตรียมไว้ เป็นอาหารของครอบครัวที่สร้างบรรยากาศอบอุ่นไว้รอท่า

            ตลอดเส้นทางนวลปรางประคองแม่ไม่ห่าง โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า จอมทัพคอยจ้องจากด้านหลัง เพื่อคอยดูแลนวลปรางกับชิดชมอย่างใกล้ชิด หากเธอเกิดพลาดเดินลื่นในสวน เขาจะคว้านวลปรางและชิดชมได้ทัน

            อาม่านั่งตำแหน่งแรกของโต๊ะกลม มีชิดชมนั่งข้างๆ อาม่า นวลปรางนั่งประกบแม่แล้วจอมทัพนั่งข้างเธอ อีกด้านเป็นของนทนทีและนาวิน ที่นั่งทางด้านซ้ายของอาม่า

            “เราเป็นครอบครัวคนจีน แต่ไม่ได้เคร่งประเพณีแบบเก่าก่อน แต่นี่เป็นมื้อแรกของครอบครัว ต้อนรับอาชิดชมกับซ้อใหญ่ของกาญจนอัศวิน” อาม่าพูดบนโต๊ะที่นั่งร่วมกันครั้งแรก เธอคีบไก่ชิ้นงามวางบนจานกับข้าวให้ชิดชมคนแรก

            “ของอาชิดชม ต่อจากนี้ลื้อจะมีจอมทัพเป็นลูกชาย อาม่าฝากจอมทัพด้วย คิดว่าเป็นลูกชายดื้อๆ น่าปวดหัวที่เธอต้องคอยให้อภัย”

            ชิดชมพยักหน้าเธอแทบจะร้องไห้ด้วยความปีติ

            “ส่วนชิ้นนี้ของอาจอม ตั่วเฮียของตระกูล ต่อไปนี้ไม่ใช่แค่พี่น้องที่ต้องดูแล แต่มีเมียที่ต้องดูแลให้ดี อย่าขาดตกบกพร่อง ให้สมกับที่เป็นตั่วเฮียของน้องๆ”

            อาม่าวางตะเกียบลงข้างถ้วย ส่งสัญญาณให้จอมทัพชวนทุกคนกินข้าว เพราะความเป็นลูกชายคนโต เขาต้องพูดชวนทุกคนกินข้าว จอมทัพหันไปมองนวลปรางกับแม่ยาย สองคนนี้ยังใช้ตะเกียบไม่คล่อง ชายหนุ่มสั่งคนดูแลรอบวงอาหาร ให้เอาช้อนส้อมมาวางอีกสองคู่

            “ขอปรางป้อนข้าวแม่ได้ไหมคะ แม่มือสั่นถือช้อนไม่ไหวแล้ว” นวลปรางขออนุญาตทุกคนที่ร่วมโต๊ะ เพื่อที่เธอจะทำหน้าที่ลูกที่ดีอีกสักครั้ง  

            พอทุกฝ่ายยิ้มรับ เธอก็ป้อนข้าวแม่ช้าๆ นวลปรางไม่รู้เลยว่า สิ่งที่เธอทำเป็นประจำมาหลายปี จะสร้างความประทับใจให้กับสมาชิกที่ของตระกูลนี้ นวลปรางไม่ยอมกินข้าว จนกว่าแม่จะกินจนอิ่ม แม้ว่าชิดชมจะบอกให้นวลปรางหันไปกินข้าวที่จานตัวเองบ้าง เธอก็ยังป้อนข้าวแม่ไม่หยุด

            พอข้าวแม่หมดถ้วย นวลปรางหันกลับมา จานตรงหน้าเต็มไปด้วยกับข้าวที่จอมทัพคีบวางเรียงไว้ให้

            “กินสิ ไม่กินผมจะป้อนปรางบ้างนะ” เขาพูดหยอกเธอ

            นวลปรางมองจอมทัพด้วยความรู้สึกขอบคุณ เธอไม่เคยได้รับการดูแลดีอย่างนี้มาก่อน  เธอมองเขาด้วยสายตาตื้นตัน และเขาก็มองเธอกลับมาด้วยสายตาอบอุ่น

            จอมทัพถามนวลปรางว่ากินกุ้งได้ไหม เขานั่งแกะเนื้อกุ้งเผาให้เธอกินเปล่าๆ จนเธอปรามว่าพอแล้ว เพราะตอนนี้มองไม่เห็นข้าวเลยด้วยซ้ำ

            จอมทัพเอาใจนวลปรางทุกอย่าง ใต้หนวดเคราที่รกครึ้มเขาแอบยิ้มกับตัวเองหลายครั้ง วางแผนจะทำให้เธอหลงรักเขาคนเดียวเท่านั้น มันอาจจะดูทุเรศสักหน่อยในความคิดคนอื่น จอมทัพรู้ดี แต่ถ้าคิดจะเอาคืนไอ้เอกเอื้อให้สาสม ต้องทำให้มันรู้สึกเหมือนที่เขารู้สึก

            วันที่โสภิดาราหลงรักมัน ปฏิเสธงานหมั้นของเราเพราะหลงรักไอ้เด็กหนุ่มนักดนตรี มันปอกลอกเงินทองของโสภิดาราไปมากมาย บ้านที่เธอเก็บออมเงินซื้อเอง มันก็แอบเอาไปขาย

            เอกเอื้อพูดกับโสภิดาราด้วยข้อความหวานหู  ซึ่งเขาไม่เคยพูดกับคนรักมาก่อน

            เอกเอื้อเคยส่งข้อความและรูปภาพ ที่อยู่กับคนรักของเขามาเยาะเย้ย ก่อนจะถีบหัวส่ง หลังจากที่รู้ว่าโสภิดาราตั้งครรภ์ พอจอมทัพรู้เรื่องนี้ เขายอมรับเด็กในท้องของอดีตคนรัก ต่อรองกับอาม่า โกหกว่าเด็กในท้องเป็นลูกของเขา ในขณะที่พ่อที่แท้จริง ยังเฉิดฉายร้องเพลงตามผับยามค่ำไม่หยุดหย่อน

            แต่สิ่งที่แทบทำให้จอมทัพล้มทั้งยืน คือโสภิดาราไปทำแท้งโดยไม่ถามเขาสักคำ เธอตกเลือดและตายอย่างทรมาน ก่อนตายยังถามหาเอกเอื้อ ยกเงินก้อนสุดท้ายที่มีให้กับมันอีกด้วย

            ตั้งแต่นั้นมาเขาจ้างนักสืบมาสืบเรื่องของไอ้หอกเอก จนรู้ว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่มันหลอกคนรักของเขา มันเอาไปเลี้ยงดูนวลปรางกับแม่ชิดชม

            “กินนี่ด้วยสิปราง” จอมทัพยื่นถ้วยใส่ยำหอยนางรมให้นวลปรางอีกอย่าง

            เขายิ้มให้เธออย่างหมายมั่น อะไรที่เอกเอื้อทำไว้กับโสภิดารา เขาจะเอาคืนให้กระอัก จะทำให้นวลปรางรักเขาจนขาดเขาไม่ได้ จะทำให้เธอเพ้อแต่ชื่อเขา หลงเขาจนลืมเอกเอื้อไปจากความทรงจำ จอมทัพวางถ้วยใส่ฟองดูว์ให้นวลปรางอีกอย่าง ผลไม้สีแดงฉ่ำชุบไวท์ช็อกโกแลต เซ็ทสภาพสวยในถ้วย เพราะด้านล่างของถ้วยคือน้ำแข็งแห้ง ทำให้ไวท์ช็อกโกแลตคงสภาพเร็ว เหมือนกับความแค้นของเขา ที่ซุกซ่อนไว้ใต้ความยินดีปรีดา ที่แต่งงานกับนวลปรางในครั้งนี้  

            ไม่มีใครรู้ว่าเอกเอื้อคือคนที่หลอกลวงโสภิดารา ไม่มีใครรู้ว่าเอกเอื้อเอาเงินไปให้นวลปราง  มีแต่เขาเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ ทันทีที่เห็นหน้านวลปราง เขาบอกกับตัวเองว่า ถึงเวลาเอาคืนเอกเอื้อให้สาสมแล้ว

            เขายื่นไวน์รสดีให้กับนวลปรางอีกแก้ว

            “เพื่อความรักของเรา”

            จอมทัพมองเธอ และพูดประโยคนั้นอย่างแผ่วเบา ราวกับกระซิบบอกเอกเอื้อ ให้เตรียมใจกับการสูญเสียคนรักอย่างถาวร

            “มันต้องเจ็บเหมือนกับที่เขาเจ็บเจียนตายมาแล้ว”


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น