อัปเดตล่าสุด 2020-01-14 06:02:42

ตอนที่ 1 ตอนที่ ๑...

       

       นุชนาถในชุดกระโปรงตัวสวยที่เตรียมจะออกไปทำงาน สะพายกระเป๋าถือและสมุดเล่มใหญ่ก้าวลงบันไดจากชั้นบนผ่านห้องนั่งเล่นไปยังโต๊ะรับประทานอาหารตัวกลม

       หญิงสาวชะงัก ดวงตาที่แต้มสีสันไว้ประณีตขุ่นเขียวขึ้นทันควันทันทีที่เห็นว่าบนโต๊ะรับประทานอาหารไม่มีเพียงสำรับอาหารที่จัดเตรียมไว้สำหรับสมาชิกของบ้านรัตนคามเท่านั้น แต่ยังมีแววสีสวาทอายุห้าเดือนนอนหลับตาพริ้มอยู่ใกล้ๆ โดยไม่สนใจกับอาหารหน้าตาน่าลิ้มลองจานไหน

       เจ้าหล่อนมองแมวเหมือนเป็นศัตรูตัวร้ายที่ต้องรีบกำจัดให้สิ้นซาก หล่อนใช้สองมือจับสมุดเล่มใหญ่ไว้มั่น เดินจรดปลายเท้าย่องเข้าใกล้

       “แกเสร็จฉันแน่  ไอ้ให้คุณ

       นุชนาถพูดรอดไรฟัน ตาจ้องเขม็งที่เป้าหมาย

       แม้เสียงจะเบาแค่ไหน เจ้าสี่ขาก็คงได้ยินมันจึงทำหูกระดิกแล้วลืมตาขึ้นมองอย่างเกียจคร้าน

       ดวงตาสีเขียวเบิกกว้างในวินาทีต่อมา.....

        ปึง!

         ให้คุณกระโจนหลบสมุดที่ฟาดเปรี้ยงลงมาหมายให้มันแบนติดโต๊ะไปได้อย่างเฉียดฉิว ทำให้นุชนารถโมโหที่มันรู้ตัวและกระโจนหนีไปได้

         คิดว่าหนีฉันพ้นเร๊อะ ไอ้แมวโสโครก

       และเมื่อคนไม่ยอมเลิกราหาเรื่องกับแมว เกมส์คนเอาสมุดไล่ฟาดแมวจึงเริ่มขึ้น

       กริ๊ง ๆ ๆ ๆ ๆ!!!

         เพล้ง!

       เสียงกระพรวนคอแมวดังผสมกับเสียงจานอาหารที่กระเด็นหล่นจากโต๊ะตกกระจายเกลื่อนพื้น

         มี้ยววววววววว..........

         นุชนารถวิ่งเอาสมุดไล่ฟาดแมวอย่างเอาเป็นเอาตาย แมวก็วิ่งวนอยู่แค่รอบโต๊ะอาหาร วิ่งไปร้องไปเหมือนจะเรียกให้ใครต่อใครมาดูคนรังแกแมว

       “ว๊าย!  คุณหนึ่ง อย่าค่ะ อย่าตีให้คุณค่ะ อย่าตี

       “พี่หนึ่ง! อย่าตีให้คุณค่ะ อย่าตี

       “ยายหนึ่ง! หยุดไล่ตีแมวเดี๋ยวนี้นะ!”

         สามเสียงร้องห้ามขึ้นพร้อมกันเสียงหลง  เสียงแรกเป็นของสะอิ้งสาวใช้ เสียงที่สองเป็นของนุชจรีน้องสาว และเสียงสุดท้ายเป็นของคุณมรกตมารดาของนุชนารถและนุชจรี

          ได้ยินที่แม่พูดมั้ย ยายหนึ่ง ?”

         คุณมรกตตะเบ็งเสียงถามบุตรสาวคนโต

         นุชนาถชะงัก ส่วนแมวก็วิ่งปรู๊ดหลบหลังขานายสาวแล้วยื่นคอโผล่หน้าทำหูตั้งตาโตมองคนไล่ตีที่ยืนหอบจนตัวโยน  หน้าตาที่แต่งไว้สวยพราวด้วยเหงื่อ ตาถมึงทึงลุกวาวด้วยความโกรธที่ทำอะไรแมวไม่ได้

       นุชจรีก้มอุ้มแมวขึ้นกอดแนบอก รับรู้ถึงหัวใจที่เต้นถี่แรงของมัน

       นุชนาถหน้าบึ้ง มองหน้าน้องสาวด้วยสายตาแบบเดียวกับที่ใช้มองแมว

          ดูสิ หมดกันมื้อเช้า คุณมรกตมองพื้นที่เกลื่อนไปด้วยเศษอาหาร แล้วส่ายหน้าถอนใจ ไม่ต้องกินกันแล้ว

          ต้องโทษเจ้าให้คุณแหละค่ะแม่ นุชนารถฟ้องมารดา หนึ่งลงมาเห็นมันกำลังกินของบนโต๊ะ ก็เลยต้องตีสั่งสอนซะบ้าง”

        “ไม่จริงหรอกค่ะคุณนาย  สะอิ้งเห็นให้คุณนอนอยู่ข้างอาหารดีๆ พอคุณหนึ่งลงมาเห็นเท่านั้นก็เอาถาดไล่ฟาดใหญ่เลยค่ะ แล้วยัง......”

          นังอิ้ง... นี่แกให้ท้ายกระทั่งแมวเชียวเหรอ มันเป็นญาติโยมข้างไหนของแก ห๋า...”  เสียงถามแปร๋นๆ บวกกับดวงตาเขียวปัดของนุชนารถทำเอาสะอิ้งหัวหด

          เอาล่ะพอ พอกันที คนกลางโบกมือห้าม เก็บกวาดเช็ดถูให้สะอาดนะสะอิ้ง แล้ว ไปบอกแม่เอียดให้ทำของเช้าให้ใหม่อีกชุด  ทำให้คุณหนึ่งกับคุณท่านก่อน  ส่วนของฉันกับคุณสองเอาไว้ที่หลัง”

        “อะไรกันคะแม่ เจ้าให้คุณมันก่อเรื่องขนาดนี้ แม่จะไม่ว่าอะไรมันสักคำเลยหรือคะ ?”

          ให้คุณไม่เคยยุ่งกับของที่ตั้งขึ้นโต๊ะหรอกนะหนึ่ง คนเป็นแม่บอกบุตรสาวคนโตเสียงเรียบ คนเลี้ยงเขาอบรมดี

        “แม่หาว่าหนึ่งหาเรื่องได้กระทั่งแมวหรือคะ ?” นุชนารถถามหน้าง้ำ

        “แม่ไม่ได้ว่าหนึ่งอย่างนั้น แม่ว่าหนึ่งเข้าใจผิด หนึ่งเห็นว่าแมวมันมาอยู่ใกล้สำรับก็คงคิดว่ามันจะกิน แต่มันไม่กินหรอก  แม่ก็เห็นอย่างนี้อยู่บ่อยๆ ”

        บุตรสาวคนโตฮึดฮัดไม่พอใจ

        “แม่พูดมาเลยดีกว่าค่ะว่าหนึ่งผิด หาเรื่องได้กระทั่งกับสัตว์หน้าขน

        “แม่บอกแล้วไงว่าหนึ่งเข้าใจผิด พูดแล้วคุณมรกตก้หันไปหาบุตรสาวคนเล็ก ต่อไปนี้ก่อนทานข้าว สองก็เอาให้คุณขังกรงไว้ก่อน จะได้ไม่เกิดเรื่องอย่างเช้านี้อีก”

           ค่ะ แม่ นุชจรีรับคำ

           ไงสะอิ้ง มายืนฟังอะไร  ทำตามที่ฉันสั่งหรือยัง ?” คุณมรกตหันไปหาสาวใช้ที่ยืนฟังตาปริบๆ

           ทำให้พ่อทานคนเดียวก็พอ หนึ่งไม่กงไม่กินมันแล้ว นุชนารถโกรธไม่หาย จากโกรธแมวก็เปลี่ยนเป็นโกรธคนที่ไม่มีใครยอมเข้าข้าง

         คนเป็นแม่ถอนใจแรง

            จะไปหาทานข้างนอกก็ตามใจ

         นุชนารถข่มความโกรธพูดกับมารดาด้วยน้ำเสียงปกติ เย็นนี้ไม่ต้องรอทานข้าวนะคะ

         “มีนัดอีกล่ะสิ มารดาดักคอ กับใครล่ะคราวนี้

         คุณมรกตชิตเสียแล้วกับการที่บุตรสาวคนโตจะมีเดทกับผู้ชายคนโน้นคนนี้  แต่ก็ไม่เห็นว่านุชนารถจะชอบใครจริงจังสักคน  เว้นแต่.....

            คนใกล้ๆ นี่แหละค่ะ นัยน์ตาของหญิงสาวพราวหวานขึ้นทันทีที่พูดถึงคู่เดท พิมานไงคะ

         ชื่อชายหนุ่มที่บุตรสาวเอ่ย ทำเอาคนเป็นแม่ถึงกับอึ้ง

         นุชนารถปรายตามองน้องสาวพร้อมรอยยิ้มหยัน ก่อนเชิดหน้าเดินออกประตูไป

         เสียงรถติดเครื่องและถอยห่างออกไป  ทำให้คุณมรกตถอนใจตามไปด้วย ก่อนหันมองบุตรสาวคนเล็กที่ก้มหน้าเอามือเกาคางให้แมวหลับตาพริ้มอย่างไม่สนใจคำพูดทิ้งท้ายของพี่สาว

         เพราะผู้ชายคนเดียวแท้ๆ ที่ทำให้พี่น้องต้องบาดหมางกัน

           อิ้งว่า...คุณหนึ่งเป็นฝ่ายไปตื๊อขอนัดคุณพิมานมากกว่าค่ะ สะอิ้งพูดขึ้นเพราะมั่นใจว่านุชนารถไม่มีทางได้ยิน “คุณหนึ่งตามตื๊อคุณพิมานมาตั้งนานแล้ว...ก็ไม่เห็นคุณพิมานจะสนใจสักที

           สะอิ้ง คุณมรกตเรียกสาวใช้เสียงหนัก

          คนเอาแต่ใจขี้โมโหแถมหาเรื่องได้กระทั่งแมวอย่างนี้ก็สมควรแล้วที่จะไม่มีใครชอบสะอิ้งพูดต่ออย่างมันปากและสะใจ

          แกกล้านินทาลูกฉันต่อหน้าฉันเชียวหรือ สะอิ้ง ?”

       สาวใช้รีบเอามือตะครุบปากตัวเองทันที พร้อมกับเหลือบตามองนายจ้าง

         จำได้มั้ยว่าฉันสั่งให้แกทำอะไร ?” 

         จำได้ค่ะ สะอิ้งยิ้มแหย แล้วรีบกระวีกระวาดไปจัดการตามที่นายสั่ง

         สองขอบอกแม่อีกครั้งนะคะ ว่าสองไม่ได้คิดอะไรกับคุณพิมานเกินคนรู้จัก นุชจรีพูดขึ้นเมื่อไม่มีบุคคลที่สามคอยตะแคงหูฟัง

       “แม่รู้ คุณมรกตบอก แล้วรู้ด้วยว่าคุณพิมานคิดยังไงกับลูกสาวคนไหนของแม่เกินคนรู้จัก

       นิ้วเรียวสวยที่เกาคางให้แมวชะงัก

       นุชจรีเงยหน้าขึ้นมองมารดา แววตาหม่น

         สองบังคับให้คุณพิมานเลิกสนใจสองไม่ได้ แต่เมื่อเขาคือคนที่พี่หนึ่งเลือกแล้ว สองก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรกับเขาด้วยเด็ดขาด

       คนฟังถอนใจแรง

       “แม่ก็บังคับให้คุณพิมานชอบพี่หนึ่งของสองไม่ได้เหมือนกัน แต่ถ้าเขาจะไม่หันมาชอบลูกสาวอีกคนของแม่ แม่ก็จะสบายใจใช่น้อย”

       หญิงสาวเข้าใจที่มารดาพูด การที่พิมานมีใจให้หล่อนแทนที่จะเป็นพี่สาวที่เขารู้จักกันมานานพอสมควร  คือต้นเหตุของความไม่สงบในบ้านรัตนคาม

       พี่สาวหล่อนมั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะใจพิมานจนเขาขอแต่งงานด้วย แล้วหล่อนก็โผล่มาเป็นนางมารร้ายที่แย่งหัวใจพิมานมาครอง

       ถ้ารู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ หล่อนคงไม่ขอย้ายกลับมากรุงเทพฯ แน่

       แล้วเจ้าแมวที่หล่อนอุ้มอยู่นี้ คงไม่ต้องมาร่วมเป็นแพะรับบาป

                                                                                      *****   *****   *****

 

          นุชนารถลุกยืนส่งยิ้มหวานให้ร่างสูงที่เปิดประตูห้องรับรองแขกของบริษัทเข้ามา

          พิมานไม่ยิ้มตอบ นึกแปลกใจด้วยซ้ำที่คนแจ้งความจำนงขอพบเขากับประชาสัมพันธ์เป็นนุชนารถ

         คุณหนึ่ง  มาพบผมเรื่องอะไรครับ ?”

       หญิงสาวไม่ตอบ เดินยิ้มร่าตรงเข้าคล้องแขนสนิทสนม

       ชายหนุ่มทำตัวแข็ง ตาหลุบมองลำแขนกลมกลึงที่คล้องแขนเขาไว้ แล้วตวัดสายตามองใบหน้าที่แต่งไว้เนียนสวยคล้ายตำหนิ

         หนึ่งจะมาชวนพิมานไปหาอะไรทานกันเย็นนี้ค่ะ

        นุชนารถบอกเสียงใส ทำเป็นไม่เข้าใจความหมายในแววตาของเขา

        ทำเป็นหวงเนื้อหวงตัว คิดจะเก็บไว้ให้ยายสองหรือไง ?

        ฝันไปเถอะ!

        หล่อนรู้จักพิมานก่อน แล้วเรื่องอะไรจะปล่อยให้หลุดไปอยู่ในมือผู้หญิงคนอื่นง่ายๆ ถึงผู้หญิงคนนั้นจะเป็นน้องสาวที่คลานตามกันมาก็เถอะ

           นุชนารถเอียงหน้าซบต้นแขนแข็งแรงไต้เสื้อเชิ้ตสีเย็นตา

           นะคะ  เราไม่ได้ไปทานอะไรด้วยกันมาตั้งนานแล้ว

         พิมานไม่สนใจเสียงออดอ้อนและเนื้อตัวนิ่มอุ่นที่จงใจเบียดเข้าหา กลับรู้สึกรำคาญด้วยซ้ำ เขาปลดแขนนุชนารถออกได้ก็รีบถอยห่าง แล้วยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู

            อีกตั้งเกือบชั่วโมง กว่างานจะเลิก พิมานบอกเสียงขรึม

         ถึงไม่พอใจกิริยาเหินห่างของชายหนุ่ม แต่นุชนารถก็บอกกับตัวเองว่า...ต้องยิ้มเอาไว้

            นานกว่านี้ หนึ่งก็รอได้ค่ะ

           หญิงสาวบอกสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ใจขุ่นคลั่ก

         พิมานถอนใจระอา ถ้าทำได้เขาก็อยากเปลี่ยนนุชนารถให้เป็นผู้หญิงอีกคน และไม่ต้องให้หล่อนเป็นฝ่ายรุกอย่างนี้ด้วย  “ตามใจ งั้นผมขอตัวไปทำงานต่อล่ะ

            ร่างสูงผลุบหายไปจากประตู รอยยิ้มบนริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติคสีสวยก็หายวับ  พร้อมกับนัยน์ตาพราวหวานที่เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้นมาทันที

 

 

จบตอนที่ 1


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น