อัปเดตล่าสุด 2020-01-14 06:26:17

ตอนที่ 2 ตอนที่ ๒...

     

       ประมุขบ้านรัตนคามขยับแว่นเขม่นมองชายหนุ่มที่คุยกับบุตรสาวคนเล็กที่โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ต้นมะม่วงใหญ่ข้าง-สนามหญ้าหน้าบ้าน และมีแมวสีสวาทชื่อให้คุณนั่งเจ๋อร่วมวงอยู่ด้วย โคมไฟให้ความสว่างแต่ก็สว่างไม่มากพอที่จะช่วยให้เห็นชัดว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร

         ใครคุยกับยายสองอยู่หน้าบ้านน่ะแม่ ?” คุณเวชบดีถามภรรยา ดวงตาหลังแว่วยังอยู่สองหนุ่มสาว  สีหน้าติดเครียดนิดๆ  “ใช่คุณพิมานหรือเปล่า ?”

       “นั่นคุณหมอดิเรกที่เป็นสัตวแพทย์ค่ะ เพื่อนที่คุณพิมานไปขอเจ้าให้คุณมาให้ยายสองเลี้ยงแทนตัวเก่าที่ถูกหมาของคุณพิมานกัดตายยังไงคะ” คุณมรกตรายงานละเอียดยิบ

         อ๋อ... หมอดิเรกหรอกเหรอ มิน่าถึงไม่คุ้นหน้าเท่าไหร่ คุณเวชบดีหัวเราะ คงมาดูเจ้าให้คุณล่ะสิ มันถึงได้เข้าร่วมวงด้วย”

       “ค่ะ เห็นว่าแวะมาฉีดยาอะไรให้ไม่ทราบคุณมรกตเดินมาเยี่ยมหน้ามองหน้าต่างบานเดียวกับสามี แต่มาเอาเสียค่ำเชียว”

         แล้วนี่ยายหนึ่งยังไม่เกลับหรือ?” สามีถามถึงบุตรสาวคนโต

         ยังค่ะ แต่บอกไว้ว่ามีนัดกับคุณพิมาน

         คุณพิมานนัดหรือยายหนึ่งนัด คุณเวชบดีพูดเหมือนถาม คิ้วสีเทามุ่นเข้าหากันน้อยๆ

       คุณมรกตหันมอง ไม่นึกแปลกใจที่ได้ยินสามีพูดอย่างนี้

         มันจะไปตื้อเขาทำไมให้เสียเวลา คุณเวชบดีพูดต่อ ดีไม่ดีเขาจะดูถูกเอาให้ด้วยซ้ำ

       “มันก็ยังไม่น่าหนักใจเท่ากับที่คุณพิมานปฏิเสธยายหนึ่งแล้วหันมาสนใจยายสองหรอกพ่อ

       “กลัวว่าพี่มันจะฆ่าน้องเพราะแย่งผู้ชายคนเดียวกันล่ะสิ คนเป็นพ่อพูดแล้วถอนใจยาว ยายสองมันไม่เอาด้วยหรอก”

         แกก็รับปากว่าจะไม่คิดอะไรกับคุณพิมานเกินคนรู้จัก

       “ก็คนกลางเขาอยากให้เกินนี่ แม่จะว่ายังไง

       สีหน้าคนเป็นแม่บอกความกังวล

       นุชจรีรับราชการอยู่ต่างจังหวัด ก่อนที่ชายหนุ่มจะมาปลูกบ้านบนที่ว่างใกล้บ้านรัตนคาม

       นุชนาถแสดงออกเต็มที่ว่าชอบพิมาน  ฝ่ายชายก็รู้แต่ก็ไม่มีทีท่าใดๆ นอกจากความเป็นเพื่อนบ้าน แต่พอนุชจรีขอย้ายกลับมาและได้รู้จักกับพิมาน  บ้านรัตนคามก็เริ่มไม่เป็นสุข

         เราอย่าเพิ่งคิดอะไรไปล่วงหน้าเลยนะแม่ คุณเวชบดียกแขนโอบไหล่ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากที่เงียบเสียงไป เมฆดำที่ปกคลุมบ้านรัตนคามของเรา ต้องลอยผ่านไปในเร็ววันนี้แหละ”

         ให้คุณนอนทำตาปรอยมองนายสาวที่ลูบหัวมันด้วยความรักใคร่เอ็นดู

          คุณหมอจะแวะมาฉีดยาให้อีกเมื่อไหร่คะ ?”

        “วันนี้ของอาทิตย์หน้าเป็นไงครับสัตวแพทย์หนุ่มบอกเป็นเชิงถาม ผมจะรีบมาแต่วันจะได้ทานอาหารฝีมือคุณสองด้วยไงฮะ”

          ด้วยความยินดีค่ะ หญิงสาวตอบรับเสียงใส

          ต๊าย... นี่เราสองคนเข้ามาขัดจังหวะหรือเปล่าคะ เนี่ย ?”

          หนุ่มสาวหันมองที่มาของต้นเสียงพร้อมกัน และเห็นเหมือนกันว่านุชนาถเดินฉีกยิ้มตรงมาหา และยังมีชายหนุ่มคล้องแขนติดมาด้วย

        ดิเรกลุกยืนต้อนรับเจ้าบ้านคนสวยที่พร้อมกับเพื่อนรักของเขา ใจก็ขำที่พิมานทำเหมือนถูกบังคับให้กินยาขมถ้วยใหญ่เข้าไปไม่มีผิด

        นุชจรีคว้าแมวขึ้นอุ้ม ให้คุณไม่สนใจว่าเกิดอะไรขึ้น มันซุกอกอุ่นนายสาวตาหลับพริ้มมีความสุข

           สวัสดีครับคุณหนึ่ง วันนี้กลับซะค่ำเชียวครับ สัตวแพทย์หนุ่มเอ่ยทัก ตามองเพื่อนยิ้มๆ

           ค่ะ ก็มีนัดกับคุณพิมานนี่คะ นุชนาถบอกพร้อมกับช้อนตาฉ่ำหวานขึ้นมองคนข้างๆ

         พิมานไม่เห็น เพราะทั้งสองตาและหัวใจของเขานั้นจดจ่ออยู่ที่สาวอีกคน แต่หล่อนกลับทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน

            พี่หนึ่งมายังไงคะ ทำไมสองไม่ได้ยินเสียงรถเลย นุชจรีถามพี่สาว

            มารถคุณพิมานสิจ๊ะ นุชนาถตอบยิ้มๆ

         “อ้าว! แล้วรถพี่หนึ่งไปไหนเสียล่ะคะ ?”

             เอาไปเช็คเครื่องจ้ะ ไม่มีรถใช้อย่างนี้พรุ่งนี้พี่คงต้องติดรถคุณพิมานไปทำงานด้วยแล้วล่ะ

            นุชนาถพูดกรุยทางให้ตัวเองเรียบร้อย แต่เจ้าของรถกลับแอบถอนใจเบื่อหน่าย

          ดิเรกมองเพื่อนอย่างเข้าใจและเห็นใจ

          เกิดมารูปหล่อก็เป็นอย่างนี้แหละเพื่อนเอ๋ย.....

             ทำไมคุณสองไม่เอารถเข้าศูนย์เช็คเครื่องบ้างล่ะครับ ผมจะได้เอารถมาบริการรับส่ง

             ต๊าย! คุณหมอพูดได้น่ารักจัง ไม่เหมือนพิมานเลยที่ต้องให้บอก

             นุชนาถหันไปทำกระเง้ากระงอดกับคนที่ยังไม่ยอมอ้าปากพูดอะไรกับใคร

             กันรู้สึกไม่ค่อยสบายว่ะ กะว่าจะลางานสักวัน แกช่วยขับรถมารับคุณหนึ่งไปทำงานแทนทีแล้วกัน พิมานโยนกองให้เพื่อนเอาดื้อๆ

             พิมานไม่รู้อะไร คุณหมอน่ะยินดีบริการแต่เฉพาะยายสองเท่านั้นหรอก นุชนาถรีบพูดปิดไม่รู้ว่าคุณหมอรู้ได้-ยังไงว่าเรานัดทานมื้อเย็นด้วยกัน เลยบึ่งรถมานั่งคุยกับยายสองมั่ง

             สัตวแพทย์หนุ่มยิ้มในหน้าอย่างรู้ทันว่านุชนาถต้องการให้พิมานเข้าใจผิดคิดว่าเขาคิดอย่างไรกับนุขจรี จะได้เลิกสนใจและหันกลับไปหาหล่อน

          เขาว่านุชนาถคิดผิด หล่อนประเมินเพื่อนผิดไป

          ผู้ชายอย่างพิมานไม่ยอมรามือกับอะไรง่ายๆ จนกว่าจะได้เห็นด้วยตารู้ด้วยใจ ไม่ใช่เพียงแค่เพราะได้ยินจากลมปากของใคร

             ผมไม่ได้มาหาคุณสองหรอกครับ ผมมาหาเจ้าตัวนี้ต่างหาก

             พิมานมองมือดิเรกลูกหัวแมวที่นุชจรีอุ้มอยู่แนบอกอย่างไม่ชอบใจ เขาปลดมือนุชนาถออกจากแขนแล้วแย่งแมวมาอุ้มไว้เอง

          ให้คุณตกใจรีบลืมตามอง พอเห็นว่าเป็นใครก็ร้องทักเบาๆอย่างรู้จักดี

          นุชนาถตรงเข้ากระชากแมวจากมือพิมานจะทุ่มฟาดลงพื้น

              “พี่หนึ่ง! อย่าคะ!”

           “คุณหนึ่ง! ระวัง!”

              นุชจรีร้องห้ามเสียงดัง  สองหนุ่มร้องเตือนดังไม่แพ้กัน  แต่ช้าไป....

                เมี๊ยวววววววววววว......................

           ว๊าย!!!!!”

                                                       *****     *****     *****

                เงาในกระจกสะท้องภาพสาวสวยคนหนึ่ง แต่แก้มด้านขวาของหล่อนปรากฏรอยแผลเป็นริ้วยาว

               นุชนาถยกมือขึ้นลูบ  ตาวาวจ้า

            ไอ้ให้คุณ!  ไอ้แมวตัวแสบ!

               มันกล้านัก!  กล้าข่วนหน้าหล่อนให้นายมันดู!

               ถึงหมอที่คลินิกจะรับรองว่าไม่เป็นแผลเป็น แต่แผลที่ใจคงไม่หายไปง่ายๆ  มันทำให้หล่อนต้องทั้งเจ็บทั้งอายและแค้นไปพร้อมกัน

               แกยังรู้จักฉันน้อยไปไอ้ให้คุณ อย่าเผลอแล้วกัน นุชนาถพึมพำ ตาฉายแววอาฆาต

            ก๊อก.....  ก๊อก....  ก๊อก.....

            หญิงสาวถอนใจรำคาญเสียงเคาะประตู

            หล่อนลุกเดินจากเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งไปเปิดอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

               อ้าว! เอาผ้าปิดแผลออกแล้วเหรอ ไหนขอแม่ดูหน่อยสิ

              นุชนาถเบี่ยงหน้าหลบมือมารดาที่ยื่นมา

               ดูทำไมคะ  แผลแค่นี้ไม่ทำให้หนึ่งถึงตายหรอก

               บุตรสาวบอกห้วนๆ แต่คนเป็นแม่ก็ไม่ถือสาเพราะรู้ว่าลูกยังโกรธอยู่

                ก็หนึ่งไปทำมันตกใจนี่

            “ใครๆก็ว่าหนึ่งผิดทั้งนั้นบุตรสาวพูดน้ำเสียงไม่พอใจ

                หนึ่ง มารดาเรียกเสียงหนัก ไม่ใช่แม่เห็นคนเดียวนะลูก พ่อก็เห็นด้วย หนึ่งคิดว่ามันน่าดูนักเหรอที่แสดงกิริยาหึงหวงคุณพิมานออกหน้าออกตาอย่างนั้น”

                นุชนาถทำท่าฮึดฮัดขัดใจ ก่อนหมุนตัวเดินกลับเข้าห้อง

             คุณมรกตหยุดแค่หน้าประตู มองบุตรสาวไปยืนทำหน้าบึ้งตรงหน้าต่าง

             “แม่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นในบ้านเรา

             “แม่ก็ไปถามยายสองดูสิคะ

                   สองไม่ได้สนใจคุณพิมานสักนิด เพราะรู้ว่าหนึ่งชอบอยู่คนเป็นแม่พยายามพูดอธิบาย

             “ถ้ายายสองไม่สนใจพิมานจริง  ก็เอาไอ้แมวเวรนั่นไปคืนเขาสิคะ

             “ทำอย่างงั้นได้ยังไง!  คุณพิมานให้มาแทนตัวเก่าที่ถูกหมาของเขากัดตาย แล้วน้องก็เลี้ยงมันมาจนโตแล้วด้วย ถ้าน้องเอาไปคืน คุณพิมานจะคิดยังไง ?”

                 พิมานเห็นยายสองเลี้ยงแมวอย่างดีก็เลยคิดว่ายายสองคงมีใจให้  ถึงได้มาคอยป้วนเปี้ยนๆอยู่ใกล้ๆ

             “เหลวไหล!” คุณมรกตอดเอ็ดบุตรสาวไม่ได้

                 นุชนาถยืดตัวตรง ตาจ้องไม่กระพริบไปยังแมวสีสวาทที่วิ่งไล่ตะครุบอะไรอยู่ในสนามหญ้า

             นุชจรีคงปล่อยให้ออกมาทำธุระก่อนเอาเข้านอนด้วย แล้วมันก็ไถลเล่นเรื่อยเปื่อยตามประสา

             แผนการอย่างหนึ่งแว่บขึ้นในสมอง

             กริยาและแววตาหมายมั่นของบุตรสาวทำให้มารดามองสงสัย

             นุชนาถเห็นอะไรข้างนอกหน้าต่าง

             คุณมรกตเดินไปจะดูว่าเป็นอะไร บุตรสาวก็รีบดึงม่านปิด

                 หนึ่งดูอะไร  แล้วทำไมไม่ให้แม่ดูมั่งล่ะ ?”

             “อ๋อ...แมวค่ะ แต่ไม่ใช่เจ้าให้คุณหรอกเพราะว่าตัวใหญ่กว่ามาก คงเป็นแมวแถวนี้แอบเข้ามาเดินเล่นในบ้านเรา” นุชนาถปิดปากหาว “หนึ่งง่วงแล้วค่ะ พรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่เช้าด้วย

                 หญิงสาวปิดปากหาวอีก แล้วผละจากหน้าต่างไปล้มตัวลงนอนที่เตียง

                 ถ้างั้นแม่ก็ไม่อยู่กวนล่ะ คุณมรกตเดินกลับไปที่ประตู

                 แม่ช่วยกดล็อคให้ด้วยนะคะนุชนาถหลับตาร้องสั่ง

             ทันทีที่ประตูปิดลง คนที่บอกว่าง่วงก็ลืมตาโพลงขึ้นทันที

                 ฉันมีวิธีแล่นงานแกแล้วไอ้ให้คุณ คราวนี้แกไม่รอดแน่

 

จบตอนที่ 2

  


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น