อัปเดตล่าสุด 2020-01-07 18:14:43

ตอนที่ 3 2. สิ่งเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่

       *เราต้องการมีความสงบในหัวใจข้างใน  หรือว่าเราต้องการจะมีความรุ่งเรืองสั่งสม  สะสม  และเสียงปรบมือจากคนที่เราไม่รู้ว่า  เขานิยมเราจากใจจริงหรือเปล่า  เราต้องออกไปพบปะผู้คนทุกวัน  ทำให้เขาประทับใจในการปรากฏกายของเรา  ยอมรับเรา  หรือปล่อยเวลาว่างให้กับตัวเองได้พูดคุยกับตัวเอง  ให้เวลากับคนในครอบครัว

 

       สงครามไม่เคยทำให้ใครมีความสุข แต่สงครามก็มีมุมที่มีเสน่ห์และทำให้คนอย่างเข้าไปอยู่ร่วมเสมอ  คนบางคนมีชีวิตอยู่เพื่อสิ่งสำคัญบางอย่าง สิ่งยิ่งใหญ่ในใจของคนกลุ่มหนึ่ง อาจจะไม่ใช่สิ่งยิ่งใหญ่ในหัวใจของคนอีกคนหนึ่ง  คนบางคนทำงานเพียงเพื่อแลกกับเงิน หน้าตา ได้รับการยอมรับทางสังคม คนบางคนทำงานเพื่อให้ชีวิตมีค่า มีความหมาย

       ค่าและความหมายของแต่ละคนในโลกใบนี้  ไม่มีมาตรฐานแน่นอนวัดได้ค่าและความหมายของคนแต่ละคนในโลกใบนี้  ขึ้นอยู่กับว่าเขาวาดหวังและให้คุณค่ากับชีวิตของตนเองมากน้อยเท่าใด

 

       มากไม่ใช่ว่าจะดี...น้อยไม่ใช่ว่าจะไม่ดี

       มากไม่ใช่ว่าจะไม่ดี...น้อยไม่ใช่ว่าจะดี

       ไม่มากไม่น้อยใช่ว่าจะถูกต้องเสมอไป

       เพราะว่าส่วนผสมของแต่ละคนนั้นไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

 

       หากเราจะฝึกตัวเองให้เก่งไม่ต้องเก่งในสายตาคนอื่นแต่ต้องเก่งกับตัวเอง หากเราอยากรู้จักกับตัวเอง เรื่องเล็กน้อยที่ยิ่งใหญ่ หรือหัวใจสำคัญของมันอยู่ที่ว่า เรารู้หรือไม่ว่าสิ่งที่เราต้องการจริงๆ ในชีวิตมันอยู่ตรงไหนเราต้องการมีความสงบในหัวใจข้างใน  หรือว่าต้องการจะมีความรุ่งเรืองสั่งสม สะสม หรือเสียงปรบมือจากคนที่เราไม่รู้ว่า เขานิยมเราจากใจจริงหรือเปล่า เราต้องออกไปพบปะผู้คนทุกวัน  ทำให้เขาประทับใจในการปรากฏกายของเรา ยอมรับเรา หรือปล่อยเวลาว่างให้กับตัวเองได้พูดคุยกับตัวเอง ให้เวลากับคนในครอบครัว

 

       อะไรคือความสุขที่แท้จริงและยั่งยืน

       อะไรคือความสุขจอมปลอม

       อะไรคือสิ่งเล็กน้อย ที่ยิ่งใหญ่

 

       เราต้องการอะไรในชีวิต

 

       *ฟังเรื่องราวที่ลูกเล่าให้ฟังว่า  วันนี้ที่โรงเรียนสนุกแค่ไหน

       มีเวลาคุยกับแม่ถึงเรื่องราวเก่าๆ

       สมัยเมื่อตอนเรายังเด็กเราดื้อซนขนาดไหน

 

       *สูดอากาศที่สะอาด หายใจแต่อากาศที่สดใส

       หลับตาล่องลอยไปกับเสียงเพลงเหมือนต้องมนตร์

       แม้ไม่ต้องเดินทางไกลเราก็ไปได้ทุกที่  ที่อยากไป

 

       *รู้ลิ้มรสชาติของน้ำตาตัวเอง  ถึงแม้มันจะเค็มสักหน่อย

       อย่างน้อยมันก็ทำให้เรารู้ว่าเรายังเป็นคนมีหัวใจ

 

       *เขียนจดหมายหาเพื่อนรักสักเดือนละฉบับ

       บอกเขาว่าเรายังระลึกถึงเขาอยู่แม้ไม่มีเวลาไปพบหน้ากัน

 

       *สอบถามคนรอบข้างว่า มีอะไรให้เราช่วยได้บ้างไหม

       ห่วงใยคนใกล้ตัว

 

       *อยู่กับตัวเอง  เรียนรู้ถึงสิ่งผิดพลาดที่เราเคยทำในอดีต

       หาบทเรียนจากก้าวที่เราเคยพลาด

 

       *ออกกำลังกาย ร่างกาย และหัวใจที่เราใช้มันทำงานหนักอยู่ทุกวัน

 

       *หาพรสวรรค์ของเราให้พบ  พัฒนามันขึ้นมาให้โดดเด่น

 

       *เดินทางท่องเที่ยว เรียนรู้ในสิ่งที่ไม่เคยเห็น

       เก็บเกี่ยวประสบการณ์จริงจากโลก และธรรมชาติ

 

       ถามตัวเองย้ำอีกครั้ง  เราต้องการอะไรในชีวิต

 

       - เป็นพนักงานดีเด่น  เป็นมนุษย์เงินเดือนที่เปลี่ยนสีเก่งที่สุด

       - เป็นนักเรียนเกรดสี่  ฉลาดมาก  แต่ยังขาดความเฉลียว

       - ตัวเลขในบัญชีเพิ่มขึ้นทุกวัน  แต่ไม่เคยสนใจคนรอบกายว่า  เขายังขาดเหลืออะไร  เขามีความสุขไหม หรือยังไม่มี

       - ต้องการความรัก  แต่ยังไม่เคยให้ความรักกับใคร

       - เหยียบหัวคนอื่นเดินไปข้างหน้า  มุ่งมั่นไปหาความสำเร็จที่ทุกคนรอคอย

       - วิ่งเร็ว  เดินเร็ว  แต่ไม่เคยเดินเล่น  หรือออกไปสูดอากาศรับลมที่ไหนเลย

       - ใช้เหตุผลกับเรื่องทุกเรื่อง  มองข้ามว่าอารมณ์ก็มีส่วนสำคัญ

 

       สิ่งเล็กๆ บ้างครั้งก็ยิ่งใหญ่ น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้มีความหมาย ‘เล็กน้อย’ เลยในมุมของคน ‘รับ’

       ไม่ว่าเราจะตั้งใจทำความดีมากแค่ไหน  ไม่ว่าเราจะตั้งใจ ‘ทำดี’ มากแค่ไหน  สิ่งดีๆ นั้นจะมีค่าก็ต่อเมื่อ คนรับต้องการรับมัน  เปิดหัวใจรับมัน  และเห็นคุณค่าของมัน

 

       หากเราเป็นคนมีทิฐิมาก และอยู่กับมันมานาน หากเราเป็นคนมองเห็นค่าตังเองมากแต่ไม่เคยมองเห็นค่าคนอื่นเลย  หากเรายังจมอยู่กับความคิดเข้าข้างตัวเองมานาน  และยังเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้สักที บางครั้งเรารู้ดีว่าการเอาใจตัวเองมากเกินไป มันจะทำให้เราเคยชินและควบคุมตัวเองได้น้อยลง แต่เราก็ยังคงติดอยู่กับมัน  สิ่งเดียวที่ควรทำ  คือถามตัวเองว่า ‘ทำไม’

 

       ทำไมเราจึงมีอคติ

       ทำไมเราจึงมีทิฐิ

       ทำไมเราจึงมองเห็นตัวเองสำคัญ

       และมองไม่เห็นความสำคัญของคนอื่นเลย

       ทำไมเราจึงเอาแต่ใจตัวเอง

       ทำไม  ทำไม

 

       หากเราเปิดใจให้กว้างยอมรับคำตอบและพร้อมที่จะแก้ไข  หากเราเปลี่ยนแปลงได้เพียงความคิด สิ่งเล็กน้อยที่ยิ่งใหญ่ก็จะเกิดขึ้นกับเรา  การที่ได้เรียนรู้ตัวเอง  ยอมรับตัวเอง นับเป็นสิ่งเล็กน้อยที่ยิ่งใหญ่ที่ต้องทำความรู้จักและรู้จักให้ลึกเข้าไปเป็นอันดับแรกๆ การที่เราเอาตัวอคติออกไปจากหัว ไม่มีทิฐิในใจ มองโลกในแง่ดี เห็นและให้ความสำคัญกับคนอื่น พอๆ กับที่เรามอบสิ่งพิเศษนี้ให้กับตัวเราเอง  มันจะทำให้เราดีขึ้นทั้งในทางตรงและทางอ้อม  มันเป็นเหมือนวิชาบังคับทำให้เราก้าวไปสู่บทเรียนใหม่ๆ การเรียนรู้ใหม่ๆ

       

       เมื่อไรที่ออกมาจากกรอบของตัวเองได้ 

       เราก็จะเจอกับสิ่งใหม่ๆ ที่สวยงาม

 

       *สิ่งเล็กน้อยที่ยิ่งใหญ่

       ให้คุณค่ากับตัวเอง  ให้คุณค่าสิ่งที่ตัวเองทำ  มองเห็นคุณค่าของตัวเอง  และรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนมีค่า

       คนเราเมื่อมองไม่เห็นค่าของตัวเองมันก็ยากที่จะคาดหวังให้ใครมาเห็นค่าของเรา หากเราไม่มีความเชื่อแล้ว จะทำให้ใครเชื่อได้อย่างไร  แต่ถ้าเรามีความเชื่อแล้ว  คนอื่นเขาก็จะเชื่อเอง  ไม่ต้องอาศัยคำโฆษณาชวนเชื่ออะไร

       โฆษณามีผลต่อสินค้า  เป็นเพียงแรงผลักแรงกระตุ้นให้คนใช้สินค้า ถ้าคนใช้สินค้าแล้วรู้สึกว่าดีโฆษณาก็พลอยมีคุณค่าไปด้วย หากคนใช้สินค้าแล้วปรากฏว่าห่วยและพบว่าตัวเองถูงหลอกลวง ความเสียหายจะตามมาเป็นลูกโซ่ โฆษณาชวนเชื่อ แต่เชื่อแล้วผิดหวังก็ถือว่าหลอกกัน บริษัทก็เสียหาย สินค้าก็เสียหาย  ปากต่อปากพูดต่อๆกันไป  เดี๋ยวเดียวก็รู้กันทั่วเมือง

       สิ่งเล็กน้อยที่ยิ่งใหญ่

       คือ เนื้อแท้ต้องดี แล้วสิ่งยิ่งใหญ่จะตามมา

 

       *สิ่งเล็กน้อยที่ยิ่งใหญ่

       บางชีวิตก็ถึงทางแยก  แล้วเป็นทางแยกธรรมดา เหมือนกับทางแยกที่เคยเลือกลี้ยวมา  แต่เลี้ยวนี้มันเป็นเลี้ยวที่ยิ่งใหญ่  หากเลือกผิด  ก็เดินกลับทางเก่าไม่ได้  หากตัดสินใจผิด  อาจจะต้องนั่งนึกถึง  อาจเสียดายไปจนวันแก่  วันเฒ่า  ในเมื่อเราไม่สามารถล่วงรู้อนาคตได้  ทุกสิ่งทุกอย่างล่วนเป็นลูกโซ่ที่เกี่ยวข้องกันเป็นเรื่องใหญ่  เราจึงควรมองหน้าระวังหลัง และใช้ชีวิตอย่างรอบคอบ

       บางสิ่ง บางเรื่อง เราอาจจะมองเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อยและปล่อยผ่านไป  แต่ไอ้เรื่องเล็กน้อยที่เราปล่อยผ่านไปนั้น กลับกลายเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบแรงๆ ให้กับเรา  เราจึงควรจัดการกับทุกเรื่องด้วยความละเอียดอ่อนและละมุนกับมัน เพราะทุกเรื่องเล็กน้อยที่ผ่านเข้ามา มันอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้เสมอ

               

       *สิ่งเล็กน้อยที่ยิ่งใหญ่

       เพื่อนไม่สนใจหรอกว่าเราจะมีความรู้ความสามารถมากแค่ไหน  เพื่อนจะรักเราก็ต่อเมื่อเขารู้ว่าเราแคร์หรือให้ความสำคัญกับเขามากแค่ไหน และเมื่อเราก้าวผ่าน สอบผ่าน ก้าวเข้าไปอยู่ในหัวใจของเขาแล้ว เขาก็จะยอมรับเราในแบบที่เราเป็น  เมื่อความรักก่อขึ้นในหัวใจใครแล้ว  การยอมรับ  ความศรัทธา  รักและหวังดีกันอย่างจริงใจจะตามมาเอง

       เพราะฉะนั้นการให้ความใส่ใจสนใจคนอื่นนั้นนับเป็นเรื่องดี  ใส่ใจในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของเขา  หากเราฝึกฝนจนเป็นนิสัยของเรา  เราจะพบว่า  ยิ่งเรารักเขามากเท่าไร  เขาจะรักเรากลับมากกว่านั้นหลายเท่า 

       เชื่อไหม...คนบางคนพร้อมจะรักอยู่แล้ว แต่รักใครก่อนไม่เป็น หากมีใครมากห่วงใย ไยดี เขาก็จะหวงแหนความสัมพันธ์นั้นและรักษามันไว้อย่างดี

       สิ่งเล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่ไม่ใช่เทคนิคที่ยาก  กลับเป็นเทคนิคที่ง่ายแค่เราเปิดใจ เปิดใจรักเขาก่อน ไม่ว่าเขาจะมีกรอบนอกที่น่ากลัวอย่างไรก็ตาม เพราะความรักและการให้นั้น เป็นเรื่องเล็กน้อยที่ยิ่งใหญ่

 

       หากเรารักคนเป็น ชีวิตของเราก็มีความสุข

       หากเราเป็นคนมีความสุข ใครๆก็อยากอยู่เคียงข้างเรา

 

       *สิ่งเล็กน้อยที่ยิ่งใหญ่

       หากเราคิดว่าเราไม่สามารถทำได้ เราก็ไม่มีวันทำได้

       แต่หากเราเชื่อว่าเราทำได้ เรื่องยากก็จะเป็นเรื่องง่าย

       ความเชื่อนั้นจะทำให้เรามีแรงผลักหลัง

       ความเชื่อทำให้เราพบว่าเรื่องที่เรากังวลว่าจะสอบไม่ผ่านนั้น

       มันไม่ยากอย่างที่เราคิดเลย หากเราเริ่มต้นลงมือทำ

       และค่อยๆ ทำตามขั้นตอน

 

       *คนเราต้องก้าว และก้าวไปเรื่อย ๆ

       เราลองมาสังเกตตัวเองดู  ลองมาแบ่งเป็นข้อๆ

       เพื่อจะทำให้เราตรวจสอบ และสังเกตได้ง่ายยิ่งขึ้น

       การดำเนินชีวิตไม่เคยยากเกินไป

       เมื่อไรที่รู้สึกสับสนและวุ่นวาย ลองแบ่งเป็นข้อๆ

       เมื่อไรที่ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน ลองทำไปทีละข้อ

       เมื่อไรที่รู้สึกสับสน อย่าพยายามทำหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน      

       เมื่อไรที่เหนื่อย หลับตาแล้วลองร้องเพลงคนเดียว

       เลือกเพลงที่ชอบ เลือกเพลงที่ทำให้เรามีกำลังใจและพร้อมที่จะเดินต่อไป

               

 

       *ในแต่ละวัน ลองหาเวลาว่างให้ตัวเองสักครู่ ก่อนนอน ก่อนเริ่มต้นวันใหม่ ตอนพักทานอาหารกลางวัน แทนที่จะเอาเวลาไปวุนวายกับเรื่องไม่เป็นเรื่องแทนจะเอาเวลาไปนั่งคิดถึงเรื่องของคนอื่น ลองให้เวลากับตัวเองเพื่อที่จะทบทวนความคิดของเราอีกครั้ง  เราเสียเวลากับอะไรที่ไร้สาระบ้างหรือเปล่า เราทำอะไรที่ไม่มีประโยชน์ต่อใครเลยบ้างไหม 

       *วิธีหรือหนทางที่เราจะก้าวไปถึงฝันของเรานั้นมันถูกต้องหรือยังบกพร่องอยู่ เราต้องแก้ไขอะไรบ้าง หรือยังคงวิธี  หรือวิถีเดิมไว้  อย่าลืมว่าเราเป็นคนกำหนดกลยุทธิ์เอง และเราสามารถปรับปรุงได้  ถ้ามันทำให้เราลงแรงน้อยลง และถึงจุดหมายได้เร็วขึ้น  แต่อย่าลืมว่าต้องไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน หรือไม่ต้องถึงฝันเร็ว โดยเหยียบหัวคนอื่นขึ้นไป

 

ลองถามตัวเองว่าในแต่ละวันเราเครียดมากไปหรือเปล่า 

เรามุ่งสู่ฝันโดยไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองได้หัวเราะ

ยิ้มรื่นเริง มีความสุขบ้างเลยหรือไม่

 

  • เราอ่านหนังสือบ้างหรือเปล่า  เราเปิดโอกาสให้เราได้เติบโตทางความคิด เพิ่มประสบการณ์ของเราจากหนังสือ หรือสื่ออื่นๆ บ้างไหม  หรือเรายังคงนิ่งอยู่กับที่

 

  • เราเดินออกมานอกกรอบ  และมุมมอง  หรือความคาดหวังของคนอื่นบ้างหรือเปล่า

 

  • เราได้ใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่หรือยัง เราได้สร้างกำหนดกฎเกณฑ์ให้ตัวเองก่อนที่คนอื่นจะสร้างให้เสียอีกหรือไม่

 

  • เราได้ยื่นมือช่วยเหลือคนอื่น  เราเป็นคนมีน้ำใจกับคนรอบข้างมากแค่ไหน

 

  • เราเคยทำสิ่งพิเศษเล็กๆ น้อยๆ ให้เพื่อนร่วมโลกเราบ้างหรือยัง

 

  • เรามีความรักหรือไม่

 

  • เราติดกับดักความไม่กล้ารักใครหรือเปล่า

 

  • เรากลัวที่จะมอบสิ่งดีๆ กับคนที่เรารู้สึกดีๆ ด้วยหรือไม่

 

  • เราได้ทำการประเมินความฝันของเราหรือเปล่าว่าความฝันของเราเดินหน้า  เขยิบไปอีกขั้น  หรือยังยืนย่ำอยู่อย่างเดิม

 

  • เรายิ้มให้ใครบ้างหรือเปล่า 

 

  • เราหัวเราะบ้างหรือไม่หรือว่าเราหน้าบึ้งหน้างอ อารมณ์เสียตลอดวัน

 

       เคยสังเกตไหม

       ว่าความโกรธขโมยสิ่งดีๆ  อะไรจากเราไปบ้าง 

       เวลาเราโกรธเราสูญเสียอะไรบ้าง 

       เราจะกำหนดอารมณ์โกรธของเราในวันต่อไปได้ด้วยวิธีใด

 

       *เราได้ฝึกฝนทำอะไรที่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นบ้างหรือยัง อาทิ  เราพบว่าน้ำหนังเรามากเกินกำหนด  เราควรแบ่งเวลาตรวจสอบว่าเราได้ดำเนินการแก้ไขเรื่องน้ำหนังเกินได้อย่างไร  จริงจัง  หรือเป็นเพียงตั้งใจไว้  แต่ยังไม่ได้ทำ เราพบว่าเรามีสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง  วันนี้เราได้ทำอะไรเพื่อเป็นการออกกำลังกายไปในตัว  หรือตั้งใจออกกำลังกายอย่างจริงจังบ้างหรือเปล่า  หรือแค่คิดว่าควรทำ  แต่เราก็ยังไม่ได้ทำ

 

  • เราได้ทำสิ่งใหม่ๆ  ที่สร้างสรรค์ และพัฒนาตัวเองบ้างหรือเปล่า เราได้พัฒนาแนวทางการคิด  การขบปัญหาให้แตกต่าง และจัดการกับปัญหาให้ดีขึ้น หรือว่าควรมีจุดอ่อนตรงไหน  วันนี้จุดอ่อนก็ยังอยู่อย่างเดิม เราเป็นนักวางแผน  หรือเราเป็นคนอยู่ไปวันๆ

 

...................................

 

       เราประเมินผลตัวเอง  สำหรับวันที่ผ่าน 

       สัปดาห์ที่ผ่านมา 

       เดือนที่ผ่านมา 

       หรือว่าปีที่ผ่านมาบ้างหรือไม่

 

       เรายอมรับข้อบกพร่องของเราหรือไม่ 

       เราได้คิดค้นแนวทางแก้ไขข้อบกพร่องของเราหรือไม่ 

       หรือจะปล่อยให้ผิดแล้วก็ผิดอีก

        พลาดแล้วก็ยังอยากพลาดอีกอยู่ร่ำไป

 

 

       *สิ่งเล็กๆ  น้อยๆ  เหล่านี้ 

       หากเราสละเวลาให้ตัวเองเพียงวันละนิด

       มันจะทำให้เรามีวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าวันนี้ มีอนาคตที่สดใส

       เพียงแต่เราไม่มองข้ามสิ่งเล็กน้อย

       และฝึกตนให้ก้าวไปข้างหน้าทุกวัน

       เราก็จะเป็นคนดีในสังคม

       เป็นคนมีคุณภาพของบ้านเมือง


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น