อัปเดตล่าสุด 2019-04-09 01:35:24

ตอนที่ 10 คุณแม่กินกระดาษ

            เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าที่ผู้นำมาเล่าให้ฟังได้ยินมาจากพ่อของเขาอีกที เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับแม่กับลูกชายที่อาศัยอยู่ในบ้านในป่าบนเขา

            สมัยก่อนนานมาแล้ว มีแม่กับลูกชายอาศัยอยู่ด้วยกันสองคนในบ้านที่อยู่ในป่าบนเขา แม่ลูกคู่นี้ดำรงชีวิตด้วยการทำสวนบ้าง เก็บผลไม้บ้างหรือไม่ก็เก็บเห็ดในป่า

            แต่เมื่อเวลาผ่านไป การดำรงชีวิตลำบากมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุด ลูกชายก็ตัดสินย้ายเข้าไปทำงานในเมือง ลูกชายเช่าอพาร์ทเม้นท์ราคาถูกอยู่และตั้งใจทำงานอย่างขะมักเขม้น พอมีเงินเหลือเก็บ ลูกชายก็มักจะซื้ออาหารและเสื้อผ้าส่งกลับไปให้แม่ที่อาศัยอยู่ในบ้านที่อยู่ในป่าบนเขา

            และเมื่อเวลาล่วงเลยไปอีก วันหนึ่งลูกชายคนนี้ก็แต่งงานและมีลูก ลูกชายเริ่มยุ่งกับการทำงานหาเลี้ยงภรรยากับลูกจนไม่ค่อยมีเวลากลับไปเยี่ยมแม่ที่บ้าน

            ระหว่างนั้น คุณแม่ก็พยายามดำรงชีวิตต่อไปตามลำพังและรอคอยวันที่ลูกชายจะกลับมาหา แต่ยิ่งนานวัน คุณแม่ก็เริ่มมีร่างกายที่อ่อนแอลงตามอายุที่มากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากขาและเอวไม่แข็งแรงเหมือนแต่ก่อน คุณแม่จึงไม่สามารถเดินทางไกล ๆ ไปเก็บผลไม้หรือเห็ดได้ และทำได้แค่เพียงเก็บพืชผลที่ปลูกไว้ในสวนกินเท่านั้น ส่วนอาหารที่แต่ก่อนลูกชายส่งมาให้นั้นก็หมดไปนานแล้ว

            คุณแม่ต้องทนกับความหิวโหย เก็บพืชผลในสวนกินและรอคอยวันที่ลูกชายจะกลับมา แต่คุณแม่มีขาและเอวที่ไม่แข็งแรงเหมือนแต่ก่อน จึงไม่สามารถทำงานสวนให้ได้ดีเพียงพอเมื่ออยู่ตามลำพัง ไม่ว่าจะหว่านเมล็ดลงไปสักเท่าไหร่ เมล็ดก็ไม่แตกหน่อ ถึงแม้จะมีแตกหน่อออกมาบ้าง ต้นอ่อนก็อยู่ได้ไม่นานเพราะเฉาตายหมด 

            ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนหรือพยายามมากเท่าไหร่ ก็ไม่มีพืชผลเจริญเติบโตพอให้เก็บเกี่ยว จนในที่สุดคุณแม่ก็ต้องเก็บพืชเล็ก ๆ ที่ขึ้นอยู่รอบ ๆ บ้านกินอย่างช่วยไม่ได้ คุณแม่เด็ดพืชเล็ก ๆ และฝานเปลือกไม้มารวมกันแล้วก็เอาไปต้มกิน

            เมื่อเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า พืชเล็ก ๆ กับเปลือกไม้ก็ลดลงไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดรอบ ๆ บ้านก็ไม่มีพืชเล็ก ๆ ที่สามารถกินได้เหลืออยู่เลย แต่ถึงกระนั้นคุณแม่ก็ไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะเดินไปเก็บพืชเล็ก ๆ ที่อยู่ไกลออกไปจากบ้านมากิน และยิ่งเวลาผ่านไปคุณแม่ก็ยิ่งหมดเรี่ยวแรง จนสุดท้ายก็ไม่มีเรี่ยวแรงพอแม้กระทั่งจะเดินออกจากบ้าน

            แต่ความหิวก็ไม่ปราณีใคร คุณแม่ทนหิวไม่ไหวจนต้องฉีกกระดาษติดประตูเลื่อนออกมาเป็นแผ่นเล็ก ๆ แล้วก็เอามากิน ที่คุณแม่ต้องทำอย่างนี้ก็เพราะว่าในบ้านไม่เหลืออะไรที่สามารถกินได้แล้ว ด้วยความหิวบวกกับความเหงาโศกเศร้าที่ไม่ได้พบลูกชาย ทุก ๆ วันคุณแม่ต้องทนกินกระดาษที่ฉีกออกมาพร้อมกับร้องไห้ไปด้วย

            “แควก แควก แควก งั่ม งั่ม งั่ม” มีแต่เพียงเสียงฉีกและเคี้ยวกระดาษที่ฟังแล้วทำให้รู้สึกโศกเศร้าดังออกมาจากในบ้าน

            ในช่วงเวลาเดียวกัน ลูกชายที่อาศัยอยู่ภรรยากับลูกในเมืองก็เริ่มมีฐานะที่มั่นคงขึ้นและมีเวลาว่างมากขึ้น ลูกชายจึงคิดที่จะซื้ออาหารและกลับไปเยี่ยมคุณแม่ที่บ้านหลังจากที่ไม่ได้กลับไปนานมากแล้ว แต่พอยิ่งลูกชายเดินเข้าไปใกล้บ้านแม่มากยิ่งขึ้นเท่าไหร่ เขาก็รู้สึกใจคอไม่ดีมากขึ้นเท่านั้น ลูกชายรู้สึกแปลก ๆ เมื่อมองเห็นรอบ ๆ บ้าน ทั้งต้นไม้ ทั้งพืชเล็ก ๆ ไม่มีให้เห็นที่บริเวณรอบ ๆ บ้านเลยสักต้น สวนที่เคยทำไว้ก็รกร้างแห้งแล้งไป ลูกชายรีบวิ่งไปที่บ้านเพราะรู้สึกเป็นห่วงคุณแม่ขึ้นมาทันที

            ลูกชายเปิดประตูบ้านพร้อมกับตะโกนเรียกคุณแม่ว่า “แม่ครับ!

            แต่ไม่มีเสียงของคุณแม่ตอบกลับมา

            ลูกชายตะโกนเรียกหาคุณแม่อีกครั้งว่า “แม่ครับ! แม่อยู่ไหนครับ!!

            ไม่ว่าลูกชายจะตะโกนเรียกคุณแม่สักกี่ครั้ง ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา และพอสังเกตภายในบ้านดี ๆ ลูกชายก็รู้สึกได้ว่าภายในบ้านมันดูแปลก ๆ สิ่งที่ลูกชายสังเกตเห็นได้ก็คือประตูเลื่อนภายในบ้านไม่มีกระดาษติดอยู่เลยสักบานเดียว ความรู้สึกเป็นห่วงเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกับความกลัว แล้วลูกชายก็รีบเดินไปที่ห้องที่อยู่ในสุดของบ้าน

            “แควก แควก แควก งั่ม งั่ม งั่ม” เขาได้ยินเสียงดังมาจากในห้อง

            ลูกชายรู้สึกดีใจมากที่คุณแม่ยังอยู่ในบ้าน แล้วก็รีบเปิดประตูห้องทันที

            ลูกชายพูดพร้อมกับเปิดประตูห้องว่า “คุณแม่ครับ! ผมกลับมาแล้วครับ!

            แต่ก็ไม่มีร่างที่ยังมีชีวิตของคุณแม่อยู่ต่อหน้าเขาแล้ว เหลือแต่เพียงศพของคุณแม่ที่ผอมแห้งเหมือนกับกิ่งไม้ที่แห้งกรอบล้มนอนอยู่ในห้อง คุณแม่กินกระดาษติดประตูบานเลื่อนในบ้านจนหมดเพื่อเอาชีวิตรอด แต่ก็ไม่สามารถช่วยให้คุณแม่หายหิวได้และเสียชีวิตลงไปในที่สุด

            ปัจจุบันถึงแม้ว่าบ้านหลังนั้นจะถูกรื้อออกไปแล้ว แต่ว่ากันว่าในยามค่ำคืนก็ยังคงได้ยินเสียงดังมาจากจุดที่บ้านหลังนั้นเคยตั้งอยู่ว่าแควก แควก แควก งั่ม งั่ม งั่ม

            ผู้ที่นำเรื่อง “คุณแม่กินกระดาษ” มาเล่าให้ฟังบอกว่าไม่ได้มีเพียงพ่อเท่านั้นที่รู้จักเรื่องเล่านี้ ผู้เล่าเรื่องนี้เคยได้ยินเรื่องทำนองเดียวกันจากคุณลุงข้าง ๆ บ้านและญาติพี่น้องของพ่อแม่ แต่พอถามรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องเล่านี้ ทุกคนต่างทำสีหน้าลำบากใจราวกับว่าไม่อยากจะเล่ารายละเอียดอะไรไปมากกว่านี้ จริง ๆ แล้วไม่แน่ว่าเรื่อง “คุณแม่กินกระดาษ” อาจจะเป็นเรื่องจริงและที่ไม่อยากจะเล่ารายละเอียดมากนักก็เพราะว่าอาจจะมีคนที่รู้จักกับลูกชายของคุณแม่คนนั้นอยู่ด้วยก็เป็นได้


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น