อัปเดตล่าสุด 2019-05-28 01:01:24

ตอนที่ 17 คู่รักตั้งแคมป์

                ตำนานสยองขวัญ “คู่รักตั้งแคมป์”

                มีคู่รัก 2 คู่เดินทางไปท่องเที่ยวออกเดทและตั้งแคมป์ด้วยกัน คู่แรกคือเอโกะกับบีทาโร่ ส่วนคู่ที่สองคือซีโกะกับดีซุเคะ โดยทั้งสองคู่คบหากันได้ 1 ปีแล้ว

                ในตอนแรก ทั้ง 4 คนวางแผนไว้ว่าจะเดินทางไปด้วยกันทั้งหมดโดยใช้รถของดีซุเคะ แต่มีสัมภาระเยอะเกินกว่าที่คาดไว้มาก จึงทำให้เหลือพื้นที่นั่งน้อยลง ถ้าจะให้นั่งเบียด ๆ กันในรถก็พอได้ แต่เนื่องจากต้องเดินทางไกลซึ่งกว่าจะไปถึงจุดหมาย คงจะทำให้รู้สึกเบื่อไปซะก่อนถ้าต้องนั่งเบียด ๆ กันไปตลอดทาง

                บีทาโร่จึงเสนอความคิดว่า “พวกแกนั่งรถยนต์ไปกันเถอะ เดี๋ยวเราจะขี่มอเตอร์ไซค์ตามไปเอง

                ถึงแม้ทุกคนจะรู้สึกเกรงใจ แต่ถ้าให้นั่งเบียดกันในรถก็คงอึดอัดกันน่าดู ข้อเสนอของบีทาโร่จึงเป็นอะไรที่ช่วยเหลือทุกคนได้มาก ถึงแม้จะผิดจากแผนที่วางไว้แต่แรกไปบ้าง แต่ทุกคนก็ยังตั้งใจเดินทางไปตั้งแคมป์โดยคาดหวังว่าจะได้สร้างความทรงจำที่ดี

                การเดินทางโดยรถมอเตอร์ไซค์นั้นเร็วกว่ารถยนต์เพราะไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากรถติดมากนัก ในช่วงแรก ๆ บีทาโร่พยายามขี่รถมอเตอร์ไซค์โดยไม่ให้ทิ้งห่างรถยนต์ของดีซุเคะมากนัก แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ระยะห่างระหว่างรถมอเตอร์ไซค์กับรถยนต์ก็มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ทุกคนก็ยังคิดว่าสุดท้ายถ้าสามารถเจอกันที่จุดนัดหมายได้ ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร

                กว่าดีซุเคะจะฝ่ารถติดไปถึงที่หมายได้ ก็ค่อนข้างสายกว่าเวลานัดหมายพอสมควร ทุกคนในรถคิดว่าบีทาโร่น่าจะมาถึงก่อนแล้วแน่นอน จึงเดินตามหาบีทาโร่ แต่ไม่ว่าจะหาที่ไหน หายังไง ก็หาบีทาโร่ไม่เจอ เอโกะลองโทรไปที่โทรศัพท์มือถือก็โทรไม่ติด

                ดีซุเคะพูดขึ้นมาว่า “แปลกมาก ๆ ถ้าเป็นมอเตอร์ไซค์ ก็น่าจะมาถึงก่อนตั้งนานแล้ว สงสัยบีทาโร่คงหลงทางอยู่แหง ๆ เรามาจัดเตรียมของกันก่อนดีกว่า

                ทั้ง 3 คนรู้สึกเป็นห่วงบีทาโร่ แต่ก็คิดว่าน่าจะแค่หลงทาง ถ้ารออีกสักพัก เดี๋ยวก็คงมาถึงเองแหละ ทั้ง 3 คนช่วยกันกางเต็นท์และจัดเตรียมอาหารกันอย่างสนุกสนาน แต่พอกางเต็นท์และทำอาหารเสร็จ บีทาโร่ก็ยังไม่มา ถึงเวลาจะผ่านไปแค่ไหน ก็ไม่มีวี่แววว่าบีทาโร่จะมาสักที ทุกคนลองโทรเข้าไปที่โทรศัพท์มือถือของบีทาโร่ตั้งหลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็มีเสียงตอบรับกลับมาว่าไม่สามารถติดต่ออีกฝ่ายได้

                มาถึงตอนนี้ ทั้ง 3 คนรู้สึกเป็นห่วงบีทาโร่มาก ๆ จนดีซุเคะพูดขึ้นมาว่า “ช่วยไม่ได้ ไม่ต้องรอบีทาโร่แล้ว เดี๋ยวเรากินข้าวก่อน พอกินเสร็จแล้ว เราจะออกไปตามหาบีทาโร่ให้เอง

                พอดีซุเกะพูดแบบนั้น เอโกะกับซีโกะจึงตัดสินใจจะออกไปตามหาด้วยเหมือนกันหลังจากกินข้าวเสร็จ แต่ถ้าออกไปตามหาพร้อมกันหมดทั้ง 3 คน จะไม่เหลือคนคอยเฝ้าเต็นท์และถ้าบีทาโร่มาถึง เขาจะไม่เจอใครเลย ทั้ง 3 คนจึงปรึกษากันและสรุปออกมาว่าซีโกะกับดีซุเคะจะออกไปตามหาบีทาโร่ ส่วนเอโกะจะอยู่เฝ้าเต็นท์เอง

                ขณะที่ดีซุเคะและซีโกะขับรถออกตามหาบีทาโร่ เอโกะก็เก็บกวาดอาหารอยู่ที่เต็นท์ เธอเก็บรักษาอาหารส่วนของบีทาโร่เอาไว้เผื่อตอนที่บีทาโร่มาถึง แต่เมื่อเวลาผ่านไป เอโกะเริ่มรู้สึกใจคอไม่ค่อยดีที่ต้องอยู่เฝ้าเต็นท์คนเดียว พอพระอาทิตย์เริ่มตกดิน ทำให้รอบ ๆ เต็นท์มืดลงเรื่อย ๆ ยิ่งมืด เอโกะก็ยิ่งรู้สึกใจคอไม่ค่อยดี

                เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงจนเลยสามทุ่ม ดีซุเคะกับซีโกะก็ยังไม่กลับมา ส่วนบีทาโร่หลงทางหายไปไหนก็ไม่มีใครรู้ เอโกะลองโทรเข้าโทรศัพท์มือถือของดีซุเคะกับซีโกะแต่ก็โทรไม่ติด

                ตอนที่เอโกะเริ่มกลัวและกังวลจนใกล้จะทนไม่ไหว ดีซุเคะกับซีโกะก็กลับมาที่เต็นท์พอดี

                เอโกะรีบถามทั้งสองคนว่า “ทำไมกลับมาช้าจัง แล้วบีทาโร่ล่ะ?

                ทั้งสองคนไม่ยอมตอบอะไรโดยแสดงสีหน้าไม่สู้ดีและดูซีดเผือด

                พอเอโกะเห็นท่าทีของทั้งสองคน ก็เริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจว่าน่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น จึงรีบถามออกไปว่า “มีอะไรเกิดขึ้นกับบีทาโร่ใช่มั้ย

                ทั้งสองคนก้มหน้าและไม่พูดอะไร

                เอโกะรู้สึกร้อนใจ จึงถามซ้ำอีกครั้งว่า “มันเกิดอะไรขึ้น ตอบฉันหน่อยซิ แล้วบีทาโร่อยู่ที่ไหน?

                ดีซุเคะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น แล้วก็พูดว่า “คือว่า...พวกเราขับรถตามหาบีทาโร่ แต่ไม่ว่าจะพยายามหายังไงก็หาไม่เจอ ระหว่างทาง พวกเราได้ยินข่าวว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น จึงลองขับรถไปดูที่เกิดเหตุ ปรากฏว่าเป็นบีทาโร่ที่ประสบอุบัติเหตุ”

                เอโกะรีบถามต่อว่า “แล้วตอนนี้บีทาโร่อยู่ที่ไหน อยู่ที่โรงพยาบาลใช่มั้ย รีบไปโรงพยาบาลกันเถอะ

                ดีซุเคะพูดกลับไปว่า “อย่าพึ่ง! เอโกะทำใจดี ๆ ไว้นะ บีทาโร่ตายแล้วตอนเกิดอุบัติเหตุ

                เอโกะไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องที่ดีซุเคะเล่าจะเป็นความจริง เธอร้องออกมาด้วยความเสียใจว่า “ไม่จริง มันต้องเป็นเรื่องโกหกแน่ ๆ

                ในความเป็นจริง คงจะไม่มีใครตอบว่า “เข้าใจแล้ว” ถ้ามีใครมาบอกว่าแฟนของคุณตายไปแล้ว

                เอโกะรู้สึกสับสนใจ คิดอะไรไม่ออกและรู้สึกเหมือนกับว่าตนเองกำลังอยู่ในความฝัน ส่วนดีซุเคะกับซีโกะก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะปลอบเอโกะยังไง จึงได้แต่ยืนก้มหน้าอยู่อย่างนั้น

                เวลาผ่านไปอย่างเงียบ ๆ สักพัก ซีโกะพูดขึ้นมาว่า “วันนี้ก็ดึกมากแล้ว พักผ่อนกันก่อนเถอะ แล้วพรุ่งนี้ค่อยคุยกันใหม่

                ดีซุเคะเห็นด้วยกับข้อเสนอของซีโกะ จึงพูดเสริมขึ้นมาว่า “ใช่ วันนี้พวกเราเจออะไรมามากเกินไปแล้ว ทุกคนก็รู้สึกเสียใจกันหมดโดยเฉพาะเอโกะ...แต่วันนี้พวกเราพักผ่อนกันก่อนเถอะ

                ไม่มีเหตุผลอะไรที่เอโกะจะต้องโต้แย้ง เอโกะทำตามที่ทั้งสองคนบอก ปิดไฟแล้วก็เข้านอน

                ทุกคนเงียบไม่พูดอะไร ไม่รู้ว่าดีซุเคะกับซีโกะนอนหลับรึเปล่า แต่ที่แน่ ๆ เอโกะนอนไม่หลับเลย เอโกะคิดถึงบีทาโร่ตลอดเวลา บีทาโร่ที่ใจดี บีทาโร่ที่เคยสัญญาว่าสักวันจะแต่งงานกัน ไม่อยากจะเชื่อว่าบีทาโร่จะไม่มีชีวิตอยู่ในโลกนี้แล้ว แล้วเอโกะก็เริ่มร้องไห้ออกมา

                หลังจากเอโกะนอนร้องไห้คิดถึงบีทาโร่ไปได้สักพัก เอโกะได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์ ตอนแรกเธอคิดว่าตนเองหูฝาดไปเอง แต่ผ่านไปสักพักก็ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์อีก เอโกะแอบรู้สึกดีใจ ลุกขึ้นนั่งและเปิดไฟดวงเล็ก ๆ ข้างหมอนหนุนหัว พอหันไปมองข้าง ๆ ก็เห็นดีซุเคะกับซีโกะกำลังมองมาที่ตนเอง

                เอโกะรีบบอกทั้งสองคนว่า “เมื่อกี้ฉันได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์ของบีทาโร่ด้วย บีทาโร่อาจจะยังมีชีวิตอยู่ อุบัติเหตุนั้นคงไม่ใช่บีทาโร่แน่ ๆ

                แต่ดีซุเคะตอบกลับมาด้วยสีหน้าจริงจังว่า “อุบัติเหตุนั้นเป็นบีทาโร่แน่นอน ทั้งเราทั้งซีโกะก็ไปดูศพมาแล้วด้วย ไม่มีทางที่บีทาโร่จะยังมีชีวิตอยู่

                เมื่อเอโกะได้ฟังคำตอบของดีซุเคะ เธอได้แต่ตอบกลับไปสั้น ๆ ว่า “แต่... แต่ว่าเมื่อกี้...

                เอโกะคิดว่าตนเองอาจจะรู้สึกเหนื่อยมากเกินไปจนทำให้หูฝาด แต่ในจังหวะนั้นเอง ก็มีเสียงมอเตอร์ไซค์ดังขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เสียงมอเตอร์ไซค์เท่านั้น แต่มีเสียงตะโกนของบีทาโร่ดังมาด้วย

                เอโกะ เอโกะอยู่ที่ไหน ถ้าอยู่แถวนี้ ช่วยออกมาให้เห็นหน่อยได้มั้ย” เสียงตะโกนของบีทาโร่ดังขึ้นตามมาหลังจากได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์

                เอโกะรู้สึกดีใจมากและหันไปมองดีซุเคะกับซีโกะ ดูเหมือนทั้งสองคนก็ได้ยินเสียงตะโกนเรียกของบีทาโร่เหมือนกัน

                เอโกะบอกกับทั้งสองคนว่า “เห็นมั้ย บีทาโร่ยังไม่ตาย เดี๋ยวฉันจะไปเรียกเขาให้มาที่นี่นะ

                ซีโกะรีบคว้ามือเอโกะพร้อมกับพูดขึ้นมาว่า “อย่านะ ห้ามออกไปเด็ดขาด บีทาโร่ตายไปแล้วนะ ถ้าเธอออกไป เธอคงไม่ได้กลับมาอีก

                ดีซุเคะพูดเสริมขึ้นมาบ้างว่า “เราก็คิดเหมือนกัน บีทาโร่คงรู้สึกเหงาที่ตายคนเดียว ก็เลยจะพยายามพาเธอไปอยู่ด้วย พวกเราไม่ให้เธอออกไปหรอก ใครจะยอมให้มันพาเธอไปล่ะ

                ดีซุเคะกับซีโกะคิดว่าบีทาโร่เป็นผีที่จะมาเอาตัวเอโกะไปอยู่ด้วย น่าจะเป็นเพราะทั้งสองคนได้เห็นศพของบีทาโร่แล้วถึงคิดแบบนี้ แต่เอโกะกลับไม่อยากจะเชื่อว่าบีทาโร่ตายไปแล้ว ระหว่างนั้นเอง เสียงตะโกนของบีทาโร่ก็ดังขึ้นอีก

                เอโกะ เอโกะอยู่ที่ไหน ขอร้องล่ะ ออกมาเถอะ เราอยากจะเจอเธอมากนะ” บีทาโร่ตะโกนเรียกเอโกะ

                เอโกะเริ่มลังเลใจ แต่ความรู้สึกอยากเจอบีทาโร่นั้นมีมากกว่า เอโกะจึงบอกกับดีซุเคะกับซีโกะว่า “ซีโกะ ดีซุเคะ ขอโทษด้วยนะ ฉันรู้สึกดีใจมากที่เธอทั้งสองคนเป็นห่วงฉัน แต่บีทาโร่ก็เป็นคนสำคัญสำหรับฉัน และถ้ามีโอกาส ฉันก็ยังอยากพบเขา ดังนั้นถึงแม้ว่าเสียงตะโกนที่ได้ยินจะเป็นเสียงของวิญญาณของบีทาโร่จริง ๆ ฉันก็ยังอยากพบเขา

                เอโกะไม่ฟังเสียงห้ามปรามของดีซุเคะกับซีโกะ เธอรีบออกจากเต็นท์ไป เอโกะวิ่งออกไปท่ามกลางความมืดโดยวิ่งไปตามทิศทางของต้นเสียง เอโกะคิดในใจว่าบีทาโร่อาจจะยังมีชีวิตอยู่ก็เป็นได้ พอวิ่งไปสักพัก เอโกะก็เห็นเงาคน เธอรู้ได้ทันทีว่านั่นต้องเป็นบีทาโร่แน่ ๆ เอโกะโผเข้ากอดบีทาโร่ทันทีที่เห็นตัวเขา

                เธอร้องออกมาด้วยความดีใจว่า “บีทาโร่!

                ทั้งคู่กอดกันอยู่สักพัก หลังจากนั้น เอโกะถามบีทาโร่ว่า “บีทาโร่ เธออย่าตกใจนะ ความจริงน่ะ เธอตายไปแล้วนะ ดีซุเคะกับซีโกะบอกว่าเธอประสบอุบัติเหตุตายไปแล้ว ดังนั้น รู้ตัวรึเปล่าว่าตอนนี้เธอเป็นวิญญาณนะ...

                บีทาโร่ทำหน้าตกใจเมื่อได้ยินคำพูดของเอโกะ เขาจึงรีบตอบกลับไปว่า “เอโกะ ดีซุเคะกับซีโกะเล่าให้เธอฟังเหรอว่าเราประสบอุบัติเหตุตายไปแล้ว แสดงว่าเธอเจอดีซุเคะกับซีโกะมาใช่มั้ย

                เอโกะตอบกลับไปว่า “อืม เมื่อกี้ยังนอนอยู่ในเต็นท์ด้วยกันอยู่เลย ทั้งสองคนอยู่ในเต็นท์ที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่

                บีทาโร่บอกให้เอโกะตั้งสติและฟังสิ่งที่ตนเองจะพูดต่อจากนี้

                บีทาโร่บอกกับเอโกะว่า “เอโกะ ทำใจดี ๆ ไว้นะ คนที่ประสบอุบัติเหตุจริง ๆ น่ะไม่ใช่เรา แต่เป็นซีโกะกับดีซุเคะต่างหาก

                เอโกะตกใจร้องเสียงหลงออกมา

                บีทาโร่เล่าต่อว่า “ระหว่างที่เราขี่มอเตอร์ไซค์มาที่นี่ รถเกิดเสียกะทันหันจนต้องหาร้านซ่อมและเสียเวลาไปเยอะมาก มือถือก็แบตหมด พอซ่อมรถเสร็จ เราก็รีบขี่รถตามมาถึงที่นี่ แต่ระหว่างทาง เราได้ยินข่าวรถยนต์ชนกัน พอไปดูที่เกิดเหตุ เราตกใจมากเพราะรถที่ชนกันเป็นรถของดีซุเคะ จากนั้นเราก็ไปไล่ถามตำรวจว่ามีใครเป็นอะไรมั้ยโดยตำรวจบอกว่าศพคนตายอยู่ที่โรงพยาบาล จึงตามไปดูที่โรงพยาบาลถึงได้รู้ว่าเป็นดีซุเคะกับซีโกะ เราเป็นห่วงเอโกะมากนะ ก็เลยรีบตามมาที่ที่ตั้งแคมป์นี่ ถ้าเธอบอกว่าดีซุเคะกับซีโกะนอนอยู่ในเต็นท์จริง ๆ งั้นก็ลองพาเราไปดู

                มันช่างเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมากสำหรับเอโกะและเพื่อพิสูจน์ความจริง เอโกะกับบีทาโร่เดินกลับไปที่เต็นท์เพื่อไปหาดีซุเคะกับซีโกะ

                แต่พอทั้งคู่เดินไปถึงเต็นท์ กลับไม่พบใครอยู่เลย เห็นแต่ถุงนอน 3 ถุงวางเรียงกันเอาไว้อยู่

                .............

                ถ้าเอโกะทำตามที่ดีซุเคะกับซีโกะบอกโดยไม่ออกไปหาบีทาโร่ เอโกะอาจจะไม่ได้เจอบีทาโร่อีกเลยก็เป็นได้


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น