อัปเดตล่าสุด 2019-06-18 01:00:36

ตอนที่ 20 คางยื่น

                ตำนานสยองขวัญ “คางยื่น”

                ตำนานสยองขวัญเรื่องนี้เป็นที่รู้จักกันในท้องถิ่นแห่งหนึ่ง คนที่เล่าเรื่องนี้คือคุณมิสุโนะ (ชื่อสมมติ) ผู้ดูแลเว็บไซต์สยองขวัญเว็บหนึ่งได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณมิสุโนะ จึงสอบถามคุณมิสุโนะว่า “มีเรื่องเล่าประสบการณ์จริงที่เป็นเรื่องสยองขวัญบ้างมั้ย

                คุณมิสุโนะทำหน้ามุ่ยพร้อมกับตอบว่า “จะว่าไม่มีก็ไม่เชิง แต่รู้สึกไม่ค่อยอยากจะเล่าเท่าไหร่

                ยิ่งพูดแบบนี้ ผู้ดูแลเว็บไซต์ก็ยิ่งอยากรู้ จึงขอร้องให้คุณมิสุโนะเล่าให้ฟัง คุณมิสุโนะทนลูกตื้อของคนดูแลเว็บไซต์สยองขวัญไม่ไหว จึงพยักหน้าตอบรับว่าจะเล่าฟัง (จริง ๆ แล้วอาจจะอยากเล่าให้ฟังแหละ แต่แอบทำเล่นตัวนิดนึง)

                คุณมิสุโนะเล่าว่า “นี่เป็นเรื่องเล่าของผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อเอตะ (ชื่อสมมุติ)

                เอตะมีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ชื่อบีโกะ (ชื่อสมมติ) บ้านของทั้งคู่อยู่ใกล้กันและมักจะเล่นด้วยกันเสมอ บีโกะเป็นเด็กผู้หญิงที่หน้าตาน่ารักมาก ๆ และด้วยความที่เป็นเด็กหน้าตาน่ารักแถมลักษณะท่าทางก็ดูดี จึงกลายเป็นไอดอลที่เป็นที่ชื่นชอบประจำโรงเรียนตั้งแต่สมัยอนุบาลจนถึงชั้นประถมต้น แต่พอขึ้นชั้นประถมตอนปลายซึ่งร่างกายจะเริ่มเข้าสู่ช่วงเจริญเติบโต ความน่ารักของบีโกะกลับค่อย ๆ ลดน้อยลงไป สมัยที่ยังเป็นเด็ก ลักษณะใบหน้าของบีโกะจะสมส่วนน่ารักมาก ๆ แต่พอเข้าสู่ช่วงเจริญเติบโตของร่างกาย หน้าตาของบีโกะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งคางของบีโกะนั้นเจริญเติบโตไวกว่าส่วนอื่น ๆ มาก ต่อให้ส่วนอื่น ๆ ของใบหน้ามีความสวยและความสมดุลกันมาแค่ไหน แต่ถ้าคางเจริญเติบโตเร็วและมากกว่าส่วนอื่น ๆ มันก็ทำให้หน้าตาดูไม่น่ารัก ที่ผ่าน ๆ มา มีแต่คนชมบีโกะว่า “น่ารักอย่างงั้น” “น่ารักอย่างงี้” แต่พอหน้าตาเริ่มเปลี่ยนไปแบบนี้ จึงทำให้บีโกะรู้สึกช็อกมาก ๆ

                พอขึ้นชั้นมัธยมปลาย ก็ไม่มีใครชมบีโกะว่าน่ารักอีกเลย ในทางตรงกันข้าม เริ่มมีคนแอบตั้งชื่อเล่นล้อเล่นบีโกะลับหลังว่า “คางยื่น

                เวลาผ่านไปจนมีอยู่วันหนึ่ง บีโกะบังเอิญได้ยินคนพูดนินทาตัวเองว่า “ถ้าคางยื่น ไม่มีคางแบบนั้นก็คงจะเป็นคนหน้าตาน่ารักแล้ว

                บีโกะรู้สึกช็อกมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอไปปรึกษามากับเอตะที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กโดยพูดความในใจออกมาว่า “นี่...คางของฉัน มันยื่นออกมาจนเห็นชัดขนาดนั้นเลยเหรอ

                แต่เอตะยังเป็นเด็กวัยรุ่นอายุสิบกว่าปีเท่านั้น จึงยังไม่เข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงดี ในความเป็นจริงก็ควรจะตอบกลับไปแบบถนอมความรู้สึกว่า “อย่าคิดมากเลย มันไม่เด่นชัดขนาดนั้นหรอก

                แต่เอตะกลับไม่ตอบแบบนั้น ในทางตรงกันข้าม กลับมองความกลุ้มใจของบีโกะเป็นเรื่องตลกขำขันโดยบอกบีโกะไปว่า “อื๋อ! เรื่องคางเหรอ เจ๋งจะตาย คางแบบนั้น เอามาทำเป็นเรื่องตลกให้คนหัวเราะได้นะ เช่นถ้ามีใครเอามือกำคางแกไว้ แกก็แกล้งเปลี่ยนเสียงพูด พูดเสียงแหลม ๆ ว่าหยุดนะ และถ้าเอามือออก แกก็กลับมาพูดเสียงแบบเดิม เชื่อดิ คนเห็นต้องฮากันแน่ ๆ

                เอตะให้คำแนะนำแบบไม่คิดหน้าคิดหลังแต่ก็ไม่มีประสงค์ร้ายอะไรซึ่งอาจจะแฝงความหมายทำนองว่า “เรื่องรูปร่างภายนอก ไม่ว่าใครก็ตามก็ต้องมีจุดสองจุดที่เป็นเรื่องกลุ้มใจ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ก็เอาความกลุ้มใจนั้นมาเรียกเสียงหัวเราะดีกว่า

                แต่อย่างว่า เรื่องแบบนี้ถ้าไม่อธิบายให้ฟังทั้งหมด ก็คงไม่มีใครเข้าใจกันอีกฝ่ายเป็นผู้หญิงที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น ยิ่งไปกว่านั้นยังได้รับคำชมจากทุกคนที่ได้พบเห็นตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ว่าน่ารัก ด้วยเหตุนี้ บีโกะจึงทนฟังคำพูดแบบนั้นของเอตะไม่ได้

                วันต่อมา บีโกะไม่ยอมไปโรงเรียน แน่นอนว่าไม่มีใครรู้ว่าบีโกะหยุดเรียนไปเพราะอะไร เวลาผ่านไปเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน ๆ บีโกะก็ไม่ยอมไปโรงเรียน

                ถ้าหยุดแค่นี้ก็คงจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เด็กผู้ชายสามสี่คนในห้องเรียนเดียวกับบีโกะกลับโทรศัพท์ไปแกล้งบีโกะอีก

                พอบีโกะรับสาย หนึ่งในกลุ่มเด็กผู้ชายก็พูดไปตามสายว่า “สวัสดีครับ ผมเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนXXX (โรงเรียนที่บีโกะกับเด็กผู้ชายเรียนอยู่) คุณคางยื่นไม่มาโรงเรียนเพราะคางเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วรึเปล่าครับ? ช่วงอายุนี้เป็นช่วงสำคัญมากนะ กินแคลเซียมเยอะ ๆ แล้วก็สร้างคางที่สมบูรณ์แบบขึ้นมานะ ถ้ามาโรงเรียนเร็ว ๆ ได้ก็ยิ่งดี

                แน่นอนว่าคำพูดนี้ไม่ได้แสดงความรู้สึกเป็นห่วง แต่เป็นคำพูดล้อเลียนให้บีโกะเป็นเหมือนตัวตลก บีโกะน่าจะรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจมากที่สุดหลังจากที่ได้ฟังคำพูดนี้ จากนั้นไม่นาน บีโกะก็ฆ่าตัวตาย คนในบ้านไปพบศพของบีโกะในห้องในสภาพแขวนคอตาย โดยเพื่อน ๆ ในห้องเรียนไปร่วมงานศพของบีโกะด้วย

                แต่ไม่วาย กลุ่มเด็กผู้ชายก็ยังจับกลุ่มพูดล้อเลียนบีโกะโดยหัวเราะชอบใจว่า “ตอนที่บีโกะแขวนคอตัวเอง เชือกคงเข้าล็อกที่คางพอดี ไม่หลุดง่าย ๆ แหง ๆ เลย

                แต่ทว่า...เมื่อเวลาผ่านไปได้สักพักหลังจากเสร็จสิ้นงานศพ เริ่มมีความลือแปลก ๆ ออกมาโดยมีคนพูดว่า “มีคนเห็นบีโกะที่ตายไปแล้วตอนกำลังเดินกลับบ้าน

                พอเริ่มมีคนเห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ข่าวลือก็ยิ่งแพร่กระจายออกไปไวมากขึ้น นาน ๆ เข้าจากข่าวลือก็กลายเป็นตำนานสยองขวัญ

                “มีคนเห็นร่างของบีโกะ

                “เห็นบีโกะจ้องมองมาด้วยสายตาเคียดแค้น

                “บีโกะวิ่งไล่ตาม

                “บีโกะวิ่งสี่ขาไล่ตามด้วยความเร็วสูง

                “ใครที่บีโกะวิ่งตามทันจะเสียชีวิต

                ข่าวลือข้างต้นแพร่กระจายออกไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีใครรู้ว่าอันไหนเรื่องจริง อันไหนเรื่องโกหก แต่มีอย่างเดียวที่จริงแท้แน่นอนคือจำนวนคนที่มองเห็นบีโกะมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

                จนมีอยู่วันหนึ่ง เด็กผู้ชายที่อยู่ในห้องเรียนเดียวกับบีโกะประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกชนจนอาการสาหัสไม่ได้สติ และเด็กผู้ชายที่ประสบอุบัติเหตุก็คือเด็กที่โทรศัพท์ไปแกล้งบีโกะ จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ความรู้สึกหวาดระแวงได้ปกคลุมไปทั่วโรงเรียน

                “อุบัติเหตุนั้นเป็นคำสาปแช่งของบีโกะแน่นอน

                “รายต่อไปต้องเป็นไอ้นั่นแน่นอน

                “เมื่อก่อน แกก็เคยพูดล้อเลียนบีโกะว่าคางยื่นใช่มั้ย

                “พูดเรื่องอะไร แกนั่นแหละที่พูด

                คำเล่าลือข้างต้นกระจายออกไปพร้อมกับความหวาดกลัว

                จนในที่สุด มีนักเรียนที่ไม่ยอมมาโรงเรียนซึ่งคนอื่น ๆ รับรู้ได้ทันทีว่าต้องเป็นเพราะกลัวคำสาปของบีโกะแน่ ๆ

                ความหวาดกลัวคำสาปของบีโกะแผ่ขยายกว้างขึ้นจนเข้าถึงหูของเหล่าคุณครูในโรงเรียน เหล่าคุณครูยอมรับว่าสถานการณ์แบบนี้น่าเป็นห่วงมาก จึงตัดสินใจเปิดประชุมนักเรียนทั้งโรงเรียนทันที

                ในที่ประชุม คุณครูพูดกับนักเรียนทุกคนว่า “ในโลกนี้ไม่มีคำสาปแช่งหรอก

                แต่คำพูดแบบนี้ของคุณครูกลับทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปกว่าเดิม ในความเป็นจริงมีคนพบเห็นบีโกะตั้งหลายคนและยิ่งไปกว่านั้นคนที่โทรศัพท์ไปแกล้งบีโกะก็ประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกชนด้วย    

                เหล่านักเรียนต่างพูดคุยกันเองจนเสียงดังอื้ออึงในที่ประชุมนักเรียน หลังจากนั้นยังมีคนพบเห็นบีโกะเรื่อย ๆ พอมีใครประสบเหตุการณ์ร้าย ๆ ทุกคนจะคิดกันไปเองว่านั่นคือคำสาปของบีโกะ

                ส่วนเอตะที่เป็นเพื่อนกับบีโกะตั้งแต่เด็ก ๆ เริ่มนอนหลับฝันแปลก ๆ หลังจากวันที่บีโกะฆ่าตัวตาย เอตะฝันว่าตอนที่ตนเองนั่งอยู่ในห้อง จู่ ๆ ก็มีเสียงคนมาเคาะประตูห้อง พอเปิดประตูออกไป ก็เห็นบีโกะยืนหน้าเศร้าและถามคำถามหนึ่งกับเอตะ

                “คางของฉัน มันยื่นออกมาเด่นชัดมากเลยเหรอ?บีโกะถามเอตะ

                ในความฝันของเอตะ บีโกะถามคำถามข้างต้นซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด

                “คางของฉัน มันยื่นมากมั้ย? คางของฉัน มันยื่นมากมั้ย? คางของฉัน มันยื่นมากมั้ย?.....เอตะได้ยินคำถามนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกในฝัน

                พอตื่นขึ้นมา ร่างของเอตะจะเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อทุกครั้งไป

                ทุกคืนเอตะจะฝันแปลก ๆ แบบนี้จนตนเองรู้สึกพักผ่อนไม่เต็มที่เพราะจะต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเสมอ ตาของเอตะเริ่มคล้ำ ร่างกายอ่อนแอและมีอารมณ์ซึมเศร้า แต่ดูเหมือนว่าไม่ได้มีแค่เอตะเท่านั้นที่ฝันแปลก ๆ กลุ่มเด็กผู้ชายที่เคยโทรศัพท์ไปแกล้งบีโกะ กลุ่มเด็กผู้ชายที่พูดล้อเลียนบีโกะในวันจัดงานศพ และกลุ่มเด็กผู้หญิงที่แอบพูดนินทาบีโกะลับหลัง ทุกคนนอนฝันแปลก ๆ ทำนองนี้เหมือนกันหมดและในฝันของทุกคนจะมีอยู่ 2 สิ่งที่เหมือนกันคือ

                - บีโกะจะมาปรากฏตัวให้เห็นในฝันทุกคืน

                - จะถูกถามคำถามเดิมซ้ำไปซ้ำมาตลอดในฝัน

                พอฝันแบบเดิม ๆ ทุกวัน ๆ นานเข้าก็เริ่มมีคนที่สุขภาพจิตเสีย บางคนถึงกับต้องไปหาจิตแพทย์

                เมื่อคุณมิสุโนะเล่ามาถึงตอนนี้ เขาแอบเปรยออกมาว่า “ทุกคืนผมนอนไม่หลับ มันช่างเหนื่อยเหลือเกิน

                หลังจากนั้น คุณมิสุโนะก็ถอดแว่นตาดำออก

                ผู้ดูแลเว็บไซต์สยองขวัญพูดกับคุณมิสุโนะว่า “เอ่อ...อย่าบอกนะครับว่า...คุณเอตะในเรื่องเล่าคือคุณมิสุโนะ

                คุณมิสุโนะหัวเราะเบา ๆ พร้อมกับตอบกลับไปว่า “ฮะฮะฮ่า อย่าพูดแบบนั้นซิครับ ทำไมเอตะต้องเป็นผมด้วยล่ะครับ เรื่องเล่านี้ ผมฟังมาจากคนอื่นอีกที เป็นเรื่องจริงรึเปล่าก็ไม่รู้

                หลังจากนั้น คุณมิสุโนะก็เอาแต่นั่งจ้องหน้าผู้ดูแลเว็บไซต์สยองขวัญ

                ผู้ดูแลเว็บไซต์สังเกตเห็นรอยคล้ำใต้ดวงตาของคุณมิสุโนะ มันดูไม่เหมือนรอยคล้ำที่เพิ่งจะเกิดเมื่อวานหรือวันนี้ แต่มันดูเหมือนรอยคล้ำใต้ดวงตาที่เกิดต่อเนื่องติดต่อกันมาหลายปี ยิ่งไปกว่านั้น ใบหน้าก็ดูซีดผอม สีขาวซีดเหมือนคนอดนอน

                ผู้ดูแลเว็บไซต์สยองขวัญไม่ได้ถามเซ้าซี้อะไรไปมากกว่านี้ แต่ก็รู้สึกหนาวสันหลังขึ้นมาเล็ก ๆ หลังจากที่คุยกันจบ


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น