อัปเดตล่าสุด 2019-11-18 04:13:20

ตอนที่ 23 คดีต้องห้ามซะเมะจิมะ

                ตำนานสยองขวัญเรื่อง “คดีต้องห้ามซะเมะจิมะ

                เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน ปี 1999 จนถึงเดือนพฤษภาคม ปี 2000 โดยถูกเล่าขานในเว็บไซต์ 2Channel สมัยที่ยังมีความเป็นเว็บไชต์ใต้ดินสูง

                แต่ปัจจุบันเนื้อหาต้นตำรับของคดีต้องห้ามซะเมะจิมะได้ถูกลบไปจนหมดสิ้นแล้วโดยผู้ดูแลเว็บไซต์ในสมัยนั้น บันทึกที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบันนั้นก็เกิดจากบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โดยตรงทำการรวบรวมและสรุปเอาไว้

                ในตอนที่ผู้คนกำลังลืมเลือนตำนานสยองขวัญ “คดีต้องห้ามซะเมะจิมะ” อยู่ดี ๆ ในวันที่ 3 กรกฎาคม ปี 2002 ก็มีผู้ใช้ไอดี Ks9cBztn โพสข้อความเกี่ยวกับ “คดีต้องห้ามซะเมะจิมะ” ลงในเว็บไซต์จนกลายเป็นชนวนทำให้มีคนที่ไม่เคยรู้เรื่องราวนี้มาก่อนเกิดความสนใจในวงกว้าง

                ข้อความที่โพสมีอยู่ว่า

                มีข่าวลือไม่ดีอย่างหนึ่งที่เว็บบอร์ดนั้น เป็นข่าวลือไม่ดีที่ไม่มีใครอยากจะพูดถึงมัน เมื่อเวลาผ่านไป คนก็ลืมเลือนข่าวลือนี้ ข่าวลือนี้กลายเป็นข่าวลือที่ไม่มีใครรู้จัก แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปจนถึงวันหนึ่ง มันก็มีบางอย่างที่แตกหน่อออกมาให้เห็นพร้อมกัน

                มีเส้นตรงเส้นหนึ่งถูกขีดขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 1999 จนถึงเดือนพฤษภาคม ปี 2000 เป็น “เส้นตรง” ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ในช่วงนั้นคนที่รู้เรื่องก็มีเพียงไม่กี่คน แต่กว่าจะเป็นที่รู้จักของคนหลาย ๆ คน เหตุการณ์หลายอย่างก็เลวร้ายลง เลวร้ายลงมากจนพูดได้ว่าสายเกินไปเสียแล้ว นี่คือคดีที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นในโลกอินเตอร์เน็ตญี่ปุ่นเกือบ 20 ปีที่แล้ว และไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคดีที่เต็มไปด้วยความคิดชั่วร้ายถึงขนาดนี้ มันอยู่ในมุมมืดได้อย่างแยบยล พูดได้เลยว่ามันคือคดีที่เกิดจากมันสมองของปีศาจ

                ตัวฉันเองก็รู้เรื่องราวของคดีนี้ไม่มาก พูดตามตรง ฉันรู้สึกไม่ดีจนอยากอาเจียนและต้องกลืนน้ำลายขม ๆ ตอนที่ต้องเขียนข้อความเหล่านี้ ความรู้สึกจริง ๆ ของฉันคืออยากจะลืมทั้งหมดไปซะ มันเป็นคดีที่ “ไม่เคยมีมาก่อน” และคงไม่ “เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง” โอกาสที่คดีที่โหดร้ายทารุณเช่นนี้จะเกิดขึ้นอีกคงแทบจะไม่มีในยุคสมัยนี้ที่มีการใช้อินเตอร์เน็ตอย่างแพร่หลายในวงกว้างซึ่งมีทั้งความสะดวกสบายและความน่ากลัวที่ถูกพูดถึงราวกับว่ามีอยู่จริง

                พูดง่าย ๆ ว่า คดีต้องห้ามนี้เป็นความสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในยุคที่อินเตอร์เน็ตยังอ่อนด้อย ในความเป็นจริง เรื่องราวทั้งหมดของคดีต้องห้ามนี้คงไม่ถูกเปิดเผยออกมา 100% หนังสือพิมพ์และสถานีโทรทัศน์คงร้องเสียงหลงและหนีออกห่างจากคดีต้องห้ามนี้ ทั้งนิตยสารรายสัปดาห์ นิตยสารพิมพ์แจกหรือแม้แต่นิตยสารซุบซิบ คงไม่มีใครเอาความอยู่รอดของบริษัทมาเดิมพันเพื่อไขความจริงของคดีต้องห้ามนี้ ไม่ใช่แค่สื่อมวลชนเจ้าใหญ่ แม้แต่ในอินเตอร์เน็ตก็เจอการตรวจสอบขนานใหญ่ และมีร่องรอยการปลอมแปลงข้อมูล

                ไม่ว่าจะใช้เว็บไซต์ค้นหาหาเรื่องราวของ “คดีต้องห้าม” นี้สักเท่าไหร่ ก็คงไม่มีข้อมูลอะไรออกมาให้เห็น สิ่งที่เหลืออยู่ตอนนี้คงเหลือแค่ซากของคดีเท่านั้น ถ้าคุณโชคดี คุณอาจจะได้เจอคนที่รู้เรื่องราวคดีต้องห้ามนี้ “ที่ยังเหลือรอดอยู่” ใช่...ที่เว็บบอร์ด 2Channel นี้แหละ เพียงแต่ว่า พวกเขาคงจะปิดปากเงียบไม่ยอมพูดความจริงอะไรออกมาแน่นอน สำหรับคนที่รู้ความจริง มันก็เป็นเรื่องราวที่หนักอึ้งเกินไปสำหรับพวกเขาเช่นกัน แม้แต่คนที่สิงเว็บบอร์ด 2Channel ที่ชอบละเมิดผู้เสียหายอย่างในคดีจี้รถบัสเซบุยังต้องแสดงความเคารพผู้ตายและเกิดความกลัวเมื่อต้องนึกถึง “คดีต้องห้าม” นี้ ในโลกใบนี้มีสิ่งต้องห้ามอยู่จริง ๆ มันอยู่ในขอบเขตที่ไม่มีใครสามารถสัมผัสถึงได้ ฉันยอมเดิมพันด้วยชีวิตที่จะพูดถึงคดีต้องห้ามนี้ ต้องพูดตอนนี้แหละ เรื่องคดีต้องห้ามซะเมะจิมะอันเลวร้าย

                แต่หลังจากนั้น เจ้าของไอดี Ks9cBztn ก็ไม่กลับมาเขียนต่ออีกเลยคนที่สิงเว็บ 2Channel ก็ออกมาให้เหตุผลต่างๆ เช่น

                เพราะเป็นเรื่องต้องห้ามใน 2Channel ที่คนออกมาพูดเรื่องนี้มีน้อย หมายถึงอะไรก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้ว ทั้ง ๆ ที่คนก็มีอิสระพอสมควรในการโพสข้อความลงเว็บบอร์ด 2Channel แต่ไม่มีใครกล้าพูดถึงเรื่องนี้เลย..คิดว่าเพราะอะไร?

                มันคือมุมมืดของ 2Channel

                อย่าทำให้ต้องนึกถึงคดีต้องห้ามนั้นอีก

                อย่าเข้าไปยุ่งกับคดีนั้นจะดีกว่า

                ลืมมันไปซะ

                ตอนนั้นมันมีคนตายด้วยนะ

                หยุดซะ มันอาจจะทำให้เว็บบอร์ด 2Channel หายไปก็ได้

                เป็นต้น

                ปัจจุบันเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีต้องห้ามซะเมะจิมะหายสาบสูญไปหมดแล้ว จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหาข้อมูลของคดีนี้

                แต่ในช่วงเวลานั้น ก็มีคนพยายามหาข้อมูลเก็บเอาไว้ และมีการตั้งสมมติฐานของคดีที่น่าจะเกี่ยวข้อง เช่น

                (1) คดีต้องห้ามซะเมะจิมะ “เกาะโดดเดี่ยวในทะเล

                มีคนที่เล่นเว็บบอร์ด 2Channel จำนวน 5 คนเดินทางไปเที่ยวที่เกาะซะเมะจิมะในทะเลเปิดที่จังหวัดคะโกะชิมะ แต่ทั้ง 5 คนก็หายสาบสูญไป ได้มีการส่งคนออกค้นหาบริเวณรอบ ๆ ซะเมะจิมะแต่ก็หาไม่พบ

                เวลาผ่านไปประมาณครึ่งปี ได้พบศพโครงกระดูกคนจำนวน 4 คน และศพทั้ง 4 ศพก็ถูกส่งไปที่สถานที่ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ แต่กลับไม่มีใครพบคนสุดท้ายซึ่งเป็นคนที่มีญาติพี่น้องที่เกี่ยวข้องกับตำรวจรักษาความสงบ

                วันรุ่งขึ้นหลังจากที่โครงกระดูกของทั้ง 4 คนถูกส่งไป ได้มีการโพสข้อความโดยคนที่คาดว่าน่าจะเป็นคนสุดท้ายลงในเว็บบอร์ด 2Channel ว่า “ตอนนี้อยู่ที่เกาะซะเมะจิมะ” แต่ก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นตัวจริงหรือไม่เพราะช่วงนั้นยังไม่มีระบบบันทึก IP address บนเว็บบอร์ด 2Channel

                หลังจากนั้นทีมค้นหาก็ได้ไปที่เกาะซะเมะจิมะอีกครั้ง แต่คราวนี้กลับพบศพคนที่คาดว่าน่าจะเป็นคนสุดท้าย ศพถูกสัตว์ป่าแทะกินจนเละ ถึงศพจะเสียหายไปเยอะแต่ก็พบรอยฟันของคนบนศพ นอกจากนี้ยังพบรอยถูกบีบอย่างแรงที่บริเวณคอ

                สุดท้ายก็ไม่มีใครรู้ว่าเป็นการฆาตกรรมหรืออุบัติเหตุ

                -------------------------------------------------------------------------

                (2) คดีต้องห้ามซะเมะจิมะ “การรุมประชาทัณฑ์

                คดีนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากเว็บบอร์ด 2Channel แต่ได้เริ่มต้นที่เว็บบอร์ด Amezou (อะเมะโซ) ซึ่งเป็นเว็บบอร์ดขนาดใหญ่ที่มีมาก่อนเว็บบอร์ด 2Channel

                ที่เว็บบอร์ด Amezou มีคนใช้ชื่อถาวรว่า “ซะเมะจิมะ” ในการโพสข้อความ และก็เกิดเหตุการณ์ที่นาย “ซะเมะจิมะ” ถูกหลอกออกมาให้เจอที่สถานีคะชิวะ จากนั้นก็ถูกคน 20 คนรุมประชาทัณฑ์จนเสียชีวิต ระหว่างที่รุมประชาทัณฑ์ก็มีการตั้งกระทู้ “ซะเมะจิมะ” เพื่อรายงานสดการรุมประชาทัณฑ์ มีการอัพรูปภาพลงเว็บบอร์ด 16 รูปโดยถูกเรียกว่า “16 รูปภาพเลือด

                รูปแรกที่โพสลงไปคือรูปป้ายสถานีรถไฟฟ้าคะชิวะ และรูปสุดท้ายคือรูปนิ้วของนาย “ซะเมะจิมะ” ที่ถูกหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ทั้งหมดเป็นรูปถ่ายที่โหดร้ายทารุณมาก ขนาดคนที่ชอบความรุนแรงยังต้องเบือนหน้าหนี

                แล้วทำไมนาย “ซะเมะจิมะ” ถึงถูกหลอกมาโดนรุมประชาทัณฑ์?

                นายซะเมะจิมะได้ขายวิดีโอบนเว็บบอร์ด Amezou โดยที่เนื้อหาของวิดีโอคือการทำร้ายร่างกาย ข่มขืนและกลั่นแกล้งเด็กหญิงพิการและสุดท้ายก็ลงมือฆ่า ซึ่งวิดีโอนี้ถูกเรียกในชื่อทั่วไปว่า “มิสุคิ

                เวลาผ่านไปก็มีการคาดเดากันว่าคนถ่ายวิดีโอวิตถารนี้ก็คือตัวนายซะเมะจิมะเอง และซะเมะจิมะก็ไม่เคยออกมาโพสข้อความปฏิเสธหรือออกมาโพสอธิบายเกี่ยวกับตนเองเลย ซึ่งการกระทำแบบนี้ได้เพิ่มความน่าสงสัยและความน่าเชื่อของข่าวลือให้มากขึ้นไปอีก

                ไม่มีใครทราบจำนวนคนซื้อวิดีโอที่แน่นอนจากนายซะเมะจิมะ แต่ที่รู้แน่ ๆ คือคำวิจารณ์ของวิดีโอนั้นแย่มาก ๆ

                ช่วงนั้นเอง มีชายคนหนึ่งที่ใช้ชื่อ eom เกิดความรู้สึกอยากเรียกร้องความถูกต้อง จึงหลอกล่อให้ซะเมะจิมะออกมาพบ และนาย eom ก็คือผู้วางแผนรุมประชาทัณฑ์นั่นเอง

                นาย eom วางแผนหลอกให้นายซะเมะจิมะออกมาเจอที่สถานีรถไฟฟ้าคะชิวะ จากนั้นก็ยกพวกรุมประชาทัณฑ์จนตาย ถ้าจบเพียงแค่นี้มันคงไม่กลายเป็นคดีต้องห้าม แต่เอาเข้าจริง ๆ คนที่ออกมาพบไม่ใช่ซะเมะจิมะตัวจริง แต่เป็นตัวปลอมที่รู้สึกหลงระเริงในการแอบอ้างว่าเป็นซะเมะจิมะตัวจริง และในตอนนั้นซะเมะจิมะตัวจริงก็ได้ดูการรุมประชาทัณฑ์ผ่านกระทู้สด “ซะเมะจิมะ” จนมีอารมณ์โมโหสุดขีด

                ไม่รู้ว่านายซะเมะจิมะตัวจริงใช้เทคนิคอะไรในการสืบหาที่อยู่ของคนรุมประชาทัณฑ์ แต่ที่แน่ ๆ หลังจากวันที่มีกระทู้สด “ซะเมะจิมะ” คน 2 คนในกลุ่มประชาทัณฑ์ถูกฆ่าตาย นายซะเมะจิมะโพสข้อความลงในเว็บบอร์ดว่านี่คือการเอาคืน หลังจากนี้จะตามฆ่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับกระทู้ซะเมะจิมะ ข้อความเหล่านี้ทำให้ผู้ใช้เว็บบอร์ด Amezou เกิดความหวาดกลัว

                ถึงแม้ว่าเหตุการณ์จะเลยเถิดมาถึงจุดนี้ แต่เรื่องก็ไปไม่ถึงตำรวจเพราะเวลาช่วงนั้นเว็บไซต์ที่เป็นเว็บบอร์ดมักจะเป็นเว็บไซต์ใต้ดิน

                นาย eom ที่เป็นผู้วางแผนเกิดความกลัวว่าสักวันคงถูกนายซะเมะจิมะฆ่าตายแน่นอน จึงเข้าไปมอบตัวกับตำรวจ แต่เมื่อตำรวจได้ฟังเรื่องราว ต่างก็เงียบเฉยกันหมด เนื่องจากในสมัยนั้นอินเตอร์เน็ตยังไม่แพร่หลายมากนัก คดีแบบนี้จึงฟังดูแปลกประหลาดมาก ๆ

                ผู้ตาย (ซะเมะจิมะตัวปลอม) คือคนที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรเลย ส่วนผู้กระทำคือคนที่เกิดความรู้สึกอยากเรียกร้องความถูกต้องจนลงมือตัดสินเอง การกระทำแบบนี้คือการรุมประชาทัณฑ์ แถมยังมีการรายงานสดสภาพของผู้ถูกรุมประชาทัณฑ์ และใช้กล้องถ่ายรูปเก็บภาพเพื่อการเผยแพร่ซึ่งแสดงถึงความสนุกสะใจของผู้กระทำ ส่วนนายซะเมะจิมะตัวจริงที่ขายวิดีโอลามกที่มีเนื้อหาการข่มขืนและฆ่าเด็กสาวพิการ เมื่อได้รู้เรื่องราวว่าตนเองเป็นเป้าหมายของการรุมประชาทัณฑ์ ก็เกิดความโกรธแค้นจนตามฆ่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนรุมประชาทัณฑ์ไป 2 คน

                ส่วนเว็บบอร์ด Amezou ก็มีความผิดที่ปล่อยให้มีการซื้อขายวิดีโอผิดกฎหมาย และยังมีความผิดที่ปล่อยให้มีการตั้งกระทู้สดฆ่าคน สำนักงานตำรวจของจังหวัดรองรับคดีนี้ไม่ไหวจึงปล่อยไปและไม่ทำการไขคดี คนที่ตายไปก็ทำเป็นคดีฆ่าคนตายธรรมดาโดยไม่มีการสืบสวนและสอบสวนเบื้องหลังของการเกิดคดีฆ่าคนตายเลย

                ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความสงบได้พยายามปกปิดจุดด่างพร้อยในอดีตนี้ ถ้าถูกขุดคุ้ยขึ้นมาเมื่อไหร่ ต้องกลายเป็นเรื่องที่ไม่น่าพึงประสงค์ที่ไม่สมควรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพื่อไม่ให้เรื่องนี้เผยแพร่ออกไป เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แอบไล่ล่านายซะเมะจิมะที่กำลังหลบหนีอยู่อย่างลับ ๆ

                เหตุผลที่แท้จริงอีกอย่างหนึ่งที่คดีนี้กลายเป็นสิ่งต้องห้ามในเว็บบอร์ด 2Channel ก็คือ นายฮิโระยุคิอดีตผู้ดูแลเว็บบอร์ด 2Channel เคยโพสความเห็นลงในกระทู้ซะเมะจิมะ ซึ่งข้อความที่โพสลงไปมีเนื้อหาอย่างไรก็ไม่มีใครรู้เพราะหลังจากเกิดคดีนั้น เว็บบอร์ด Amezou ก็ถูกปิดไป

                -------------------------------------------------------------------------

                (3) สมมติฐานอื่นๆ

                มีลือกันว่าน่าจะเป็นการปกปิดคดีของนักการเมืองที่มีอำนาจ หรือไม่ก็เป็นคดีการแย่งชิงทรัพย์สินกันระหว่างกลุ่มอันธพาล

               

                เรื่องราวแท้จริงหลังจากนั้น

                มีคน ๆ หนึ่งแอบอ้างว่าตนเองคือผู้ตั้งกระทู้ซะเมะจิมะที่เป็นต้นเรื่องโดยได้เปิดเผยความจริงว่า “เรื่องราวในคดีทั้งหมดคือเรื่องเล่าตลก ๆ เท่านั้น

                ถึงจะมีคนออกมาบอกว่าเป็น “เรื่องแต่ง” แต่ก็หยุดข่าวลือที่เลยเถิดไปไม่ได้แล้ว หลังจากนั้นยังมีข่าวลือให้ได้ยินกันตลอด ยังมีคนพูดถึงคดีต้องห้ามซะเมะจิมะ มีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมอยู่ตลอดโดยไม่มีใครรู้ว่าเป็นความจริงหรือไม่

                บทสรุปของตำนานสยองขวัญเรื่อง “คดีต้องห้ามซะเมะจิมะ” ทั้งหมดน่าจะเป็นเรื่องแต่ง ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ว่าคดีแบบนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริง ๆ (ต้องแต่งขึ้นมา) แต่บางคนที่ไม่อยากให้จบก็จะบอกว่า “มันเป็นแผนของคนที่อยู่เบื้องหลังคดีทั้งหมดที่พยายามหลอกให้ทุกคนคิดว่าเป็นเรื่องแต่ง จะได้ไม่ต้องติดตามกันต่อ

                ถ้าการดูแลจัดการเว็บบอร์ด 2Channel มีตำรวจเกี่ยวข้องด้วยจริง ก็อาจจะมีโอกาสที่จะมีการปลอมแปลง ID หรือ log เพื่อปกปิดความจริง


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น