อัปเดตล่าสุด 2019-12-02 04:10:12

ตอนที่ 25 เสียงมาตามนัด

                ประสบการณ์สยองขวัญ “เสียงมาตามนัด”

                เรื่องขนหัวลุกนี้เป็นเรื่องที่ผู้เขียนเจอกับตัวเองสมัยที่ยังอาศัยอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น

                เรื่องมีอยู่ว่า...

                หลังจากที่ผมได้ลาออกจากมหาวิทยาลัย (ด็อกเตอร์ปี 1) ผมได้มีโอกาสเข้าไปทำงานในบริษัทญี่ปุ่น H แผนกออกแบบพัฒนาเครื่องมือวัดโดยจะประจำอยู่ที่โรงงานในจังหวัดอิบะระคิ

                หลังจากที่ผมผ่านการฝึกอบรมในแผนกต่าง ๆ ของบริษัทซึ่งใช้ระยะเวลาเกือบสี่เดือน หัวหน้าแผนกสั่งให้ผมไปฝึกงานต่อที่แผนกวิจัยและพัฒนาของบริษัทในเครือซึ่งอยู่ในโตเกียว โดยการฝึกงานครั้งนี้จะใช้เวลาประมาณสี่เดือนและผมจำเป็นต้องย้ายไปอยู่ที่หอพักพนักงานของบริษัทในเครือนั้นด้วย

                หอพักพนักงานของบริษัทในเครือจะเป็นตึกสูง 5 ชั้น จะแยกเป็นตึกปีกซ้ายและปีกขวา โดยที่ปีกซ้ายจะเป็นห้องพักสำหรับพนักงานที่สังกัดบริษัทในเครือแห่งนั้น ส่วนห้องพักทางปีกขวาจะเป็นห้องพักสำหรับพนักงานที่มาจากที่อื่นโดยส่วนใหญ่จะพักอาศัยเพียงแค่ไม่กี่เดือน

                ห้องที่ผมจะได้เข้าไปอยู่จึงเป็นห้องทางปีกขวาห้องแรกสุดของชั้นหนึ่ง ขนาดของห้องค่อนข้างจะกว้างเพราะดังเดิมเป็นห้องคู่แต่ผมจะได้อยู่คนเดียว

                พอเปิดประตูเข้าไปจะเห็นเตียงสองเตียง โดยเตียงหนึ่งจะอยู่ทางซ้ายมือสุดและอีกเตียงหนึ่งจะอยู่ทางขวามือสุด และฝั่งตรงข้ามประตูทางเข้าจะเป็นประตูกระจกบานเลื่อนที่สูงตั้งแต่พื้นจนเกือบถึงเพดาน ถ้าเปิดประตูกระจกบานเลื่อนออกไป จะเห็นสนามพื้นหญ้าเล็ก ๆ อยู่ต่อหน้า

                ผมไม่ได้นำของใช้ติดตัวไปด้วยมากมายเพราะจะอาศัยอยู่เพียงแค่สี่เดือน เอาแค่โทรทัศน์ เครื่องเล่นเกมและเสื้อผ้าที่จำเป็นไปเท่านั้น ผมเลือกที่จะนอนบนเตียงฝั่งซ้ายใกล้ประตูทางเข้าและวางโทรทัศน์ไว้ที่ด้านหน้าประตูกระจกบานเลื่อน ในตอนนั้น โทรทัศน์ที่ผมใช้เป็นโทรทัศน์แบบเก่าทรงสี่เหลี่ยมเหมือนกล่อง ตัวเคสเป็นพลาสติก ยี่ห้อโซนี่ (โทรทัศน์จอแก้ว)

                เวลาผ่านไปได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ ผมเริ่มรู้สึกได้ว่าทุก ๆ วัน ตอนเวลาประมาณ 23 นาฬิกาหลังจากเข้านอนได้ไม่นาน ผมจะได้ยินเสียงเหมือนมีคนมาทุบด้านบนของตัวเคสของโทรทัศน์เสียงดัง แม้แต่ในคืนวันเสาร์หรือคืนวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันที่ผมนอนดึกกว่าปกติ เสียงทุบนี้ยังคงดังขึ้นเหมือนเดิมในเวลาเดิม เพียงแต่ว่าตอนนั้นผมไม่ได้ติดใจมากนัก คิดแค่ว่าตนเองคงดูโทรทัศน์ติดต่อกันหลายชั่วโมงจนทำให้ตัวเคสพลาสติกร้อนและขยายตัวจนเกิดเสียงดัง 

                หลังจากเสร็จสิ้นการฝึกงานที่บริษัทในเครือ ผมได้ย้ายกลับมาอาศัยอยู่ที่หอพักเดิมในจังหวัดอิบะระคิ แต่พอผมกลับมาที่อยู่หอพักเดิม ไม่ว่าผมจะดูโทรทัศน์ติดต่อกันนานสักกี่ชั่วโมงหรือจะเวลาใดก็ตาม ผมไม่เคยได้ยินเสียงทุบด้านบนของตัวเคสของโทรทัศน์เลยสักครั้ง และพอลองย้อนกลับไปนึกถึงเรื่องราวในอดีตดูดี ๆ อีกที ผมใช้โทรทัศน์เครื่องนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ปริญญาโท ผมไม่เคยได้ยินเสียงเหมือนมีคนมาทุบโทรทัศน์เลยสักครั้ง

                ...

                เวลาผ่านไปอีกประมาณ 3 ปี...

                คราวนี้มีพนักงานใหม่ของบริษัทในเครือที่ผมเคยไปฝึกงานถูกส่งมาฝึกงานที่แผนกที่ผมสังกัดอยู่ หลังจากที่ทำความรู้จักกัน ผมได้พูดคุยกับเขาทุกวันจนกระทั่งสนิทกันและสามารถพูดคุยกันได้เกือบทุกเรื่อง

                มีอยู่วันหนึ่ง เขาเล่าเรื่องหอพักพนักงานของบริษัทที่เขาสังกัดอยู่ให้ผมฟัง ซึ่งเป็นหอพักเดียวกับที่ผมเคยไปอาศัยอยู่ชั่วคราวตอนฝึกงาน

                เขาถามผมว่า “ทะเนโตะซัง ตอนที่ไปฝึกงานที่บริษัทผม ทะเนโตะซังต้องไปอยู่ที่หอพักนี้ใช่มั้ยครับ?

                ใช่” ผมตอบกลับไป

                ที่หอพักนั้นมันมีอะไรเหรอ?” ผมถามต่อด้วยความสงสัย

                มีซิครับ ทะเนโตะซังอยากจะฟังมั้ยล่ะ?” เขาตอบกลับมาพร้อมกับพูดทิ้งปมให้เกิดความรู้สึกสงสัยมากขึ้นไปอีก

                แต่ผมรีบเบรกเขาไว้ก่อน แล้วผมก็เล่าเรื่องประหลาดที่ผมเคยเจอที่หอพักแห่งนั้นให้เขาฟัง    

                พอเขาได้ฟัง เขาถามผมกลับทันทีว่า “แล้วทะเนโตะซังรู้มั้ยว่า ทำไมที่หอพักแห่งนั้น เขาจัดให้พนักงานในสังกัดอยู่ห้องทางปีกซ้าย ส่วนพนักงานที่มาจากที่อื่นให้ไปอยู่ที่ห้องทางปีกขวา

                ไม่รู้หรอก แล้วทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ? ผมตอบกลับไป

                หลังจากนั้น เขาเล่าให้ผมฟังว่า ที่ห้องทางปีกขวาชั้นสองซึ่งตรงกับห้องชั้นหนึ่งที่ผมเคยอยู่ เคยมีพนักงานในสังกัดฆ่าตัวตายเนื่องจากความเครียดจากการทำงาน หลังจากเกิดเรื่อง บริษัทได้ย้ายพนักงานทั้งหมดที่พักอยู่ที่ห้องทางปีกขวาไปอยู่ที่ห้องทางปีกซ้าย พอห้องทางปีกซ้ายไม่พอก็ให้พนักงานบางส่วนออกไปอยู่หอพักอื่น ส่วนพนักงานที่มาจากที่อื่นที่มาพักอาศัยเพียงแค่ชั่วคราว ก็ให้อยู่ที่ห้องทางปีกขวา เหตุที่ทำแบบนี้ก็เพราะว่าพนักงานที่มาจากที่อื่นจะไม่รู้เรื่องการฆ่าตัวตายของพนักงานในหอพักและน่าจะอยู่ได้โดยไม่คิดเอะใจอะไร

                พอผมได้ฟังเรื่องที่เขาเล่า ผมรู้สึกขนลุกวาบขึ้นมาทันที ได้แต่คิดในใจว่าที่ผมได้ยินเสียงเหมือนมีคนมาทุบโทรทัศน์ทุกวันเวลาเดิม มันจะเกี่ยวกับเรื่องที่เขาเล่ามาหรือไม่ แต่อย่างน้อยก็ยังคิดว่าตนเองโชคดีแล้วที่ตอนนั้นไม่รู้เรื่องอะไรเลย จึงทำให้ไม่จิตตกและสามารถผ่านช่วงเวลานั้นมาได้โดยไม่เสียสุขภาพจิต

                ...

                มีอีกเรื่องหนึ่งที่ตอนนั้นผมนึกขึ้นมาได้อีกคือ...

                ตอนที่ผมไปฝึกงานที่บริษัทในเครือ เคยมีรุ่นพี่ที่อยู่แผนกที่ผมไปฝึกงานถามผมว่า “อยู่ที่หอพักนั้นเป็นยังไงบ้าง? เจออะไรบ้างรึเปล่า?

                ซึ่งในตอนนั้น ผมก็งง ว่าทำไมรุ่นพี่คนนี้ถามแปลก ๆ แทนที่จะถามว่า “อยู่สบายดีมั้ย?

             แต่หลังจากได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด มันก็ทำให้ผมถึงบางอ้อว่าทำไมรุ่นพี่ถึงถามผมแบบนั้น


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น