อัปเดตล่าสุด 2019-12-09 05:08:11

ตอนที่ 26 ยะมะโนะเคะ (2)

                ตำนานสยองขวัญเรื่อง “ยะมะโนะเคะ (2)”

                ภาคนี้เป็นเรื่องของสองพี่น้องชายหญิงที่ได้ไปพบเจอ “ยะมะโนะเคะ” โดยบังเอิญ แต่ภาคนี้จะต่างกับภาคก่อนหน้านี้ตรงที่สามารถไล่ “ยะมะโนะเคะ” ออกจากร่างได้

                ตอนที่เกิดเรื่องพี่ชายมีอายุ 21 ปีและกำลังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย ส่วนน้องสาวมีอายุ 13 ปีและกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นปีที่หนึ่ง น้องสาวเป็นเด็กที่ติดพี่ชาย ส่วนพี่ชายก็เอ็นดูน้องสาวคนนี้มาก

                วันหนึ่งในช่วงฤดูร้อน พี่ชายขับรถพาน้องสาวไปนั่งรถเล่น ทั้งคู่นั่งรถเล่นด้วยกันอย่างสนุกสนาน น้องสาวไม่ได้เป็นเด็กพูดเยอะ เรียบร้อยน่ารักและยิ้มง่าย

                ขณะที่นั่งรถ น้องสาวพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า “จะไปไหนกันดี?

                พี่ชายที่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะขับรถไปไหนตอบกลับไปว่า “ที่ไหนดีน้า?

                พี่ชายขับรถไปเรื่อย ๆ พอขับไปสักพัก ก็มองเห็นทะเล พี่ชายจอดรถและปล่อยให้น้องสาวลงไปเล่นน้ำที่ชายหาดโดยที่บางครั้งก็ลงไปเล่นน้ำด้วย

            พอใกล้จะถึงเวลาหกโมงเย็น พี่ชายเรียกน้องสาวให้กลับมาขึ้นรถ เพื่อจะได้ขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางก็แวะซื้อข้าวปั้นกับน้ำชาที่ร้านสะดวกซื้อ

            พี่ชายส่งข้าวปั้นกับน้ำชาให้น้องสาวตอนอยู่ในรถ

                น้องสาวกินข้าวปั้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพร้อมกับพูดว่า “วันนี้สนุกดีนะ

                ขณะที่พี่ชายกำลังขับรถกลับบ้านพร้อมกับกินข้าวปั้นไปด้วย อยู่ดี ๆ น้องสาวก็พูดขึ้นมาว่า “จอดก่อน ๆ

                พอพี่ชายหยุดรถ น้องสาวก็ชี้นิ้วพร้อมกับพูดว่า “ลองกลับทางนั้นกันดีกว่า

                ทางที่น้องสาวชี้ไปคือถนนทางเข้าไปในสถานที่คล้าย ๆ ป่า

                พี่ชายรู้สึกกลัว จึงตอบกลับไปว่า “ไม่เอาดีกว่า ถ้ามีตัวอะไรอยู่ จะทำยังไง?

                แต่น้องสาวก็พูดคะยั้นคะยอไม่หยุดว่า “น่าสนุกดีออก จะได้ทดสอบความกล้าด้วยกันไง

                พี่ชายทนลูกตื้อของน้องสาวไม่ไหวจนต้องขับรถเข้าไป ระหว่างที่ขับรถเข้าไปก็เห็นแต่ต้นไม้ใหญ่ขึ้นเรียงกันเป็นแถว และรถก็สั่นตลอดเวลาเพราะเป็นถนนลูกรังไม่เรียบ แต่ไม่ว่าจะวิ่งเข้าไปนานแค่ไหน ก็มองไม่เห็นทางออกสักที ส่วนน้องสาวก็เริ่มทำหน้าง่วงนอนและนั่งเหม่อมองออกไปนอกกระจกรถ พี่ชายคิดที่จะกลับรถเพื่อวิ่งออกไปทางที่ขับเข้ามา แต่ในตอนนั้นเอง มีอะไรบางอย่างชนกระจกหน้ารถอย่างจัง

                ตึง” เสียงอะไรบางอย่างชนกระจกหน้ารถดังสนั่น

                ทั้งพี่ชายและน้องสาวร้องออกมาด้วยความตกใจพร้อมกับเหยียบเบรกทันที

                น้องสาวพูดขึ้นมาว่า “เมื่อกี้คืออะไรเหรอ?

                รอในรถก่อนนะ เดี๋ยวลงไปดูก่อน” พี่ชายบอกน้องสาวว

                พี่ชายลงจากรถแล้วก็ค่อย ๆ เดินเข้าไปดู ส่วนน้องสาวก็เริ่มรู้สึกใจคอไม่ดีและนั่งร้องไห้อยู่ในรถ พอพี่ชายเดินไปที่หน้ารถ ก็เห็นอีกานอนตายอยู่ ปากหักตาถลนออกมา และเมื่อมองดูที่กระจกหน้ารถ ก็มองเห็นรอยลึกใหญ่ พี่ชายรู้สึกเซ็งขึ้นมาทันทีเพราะเป็นรถของพ่อและต้องโดนพ่อด่าแน่ ๆ

                ในจังหวะนั้นเอง พี่ชายได้ยินเสียงเหยียบใบไม้ดังมาแต่ไกล เป็นเสียงเหยียบใบไม้ที่มีจังหวะเสียงไม่เหมือนจังหวะการเดินของคน จังหวะของเสียงนั้นเหมือนกับการกระโดดขาเดียว

                แกร็บ ๆ แกร็บ ๆ” เสียงเหยียบใบไม้ดังเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ

                พี่ชายรู้สึกกลัวมาก จึงรีบกลับขึ้นรถแล้วก็สตาร์ทเครื่อง แต่พอเหยียบคันเร่ง รถกลับไม่ยอมวิ่งไปข้างหน้า มีแต่ใบไม้ที่ปลิวสูงขึ้นตามล้อที่หมุน ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าตอนนั้นล้อรถติดหล่มอยู่ ส่วนน้องสาวที่นั่งอยู่ในรถก็เอาแต่ร้องไห้

                ผ่านไปไม่นานนัก พี่ชายมองเห็นอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนที่อยู่ข้างหลังต้นไม้

                พี่ชายรีบพูดกับน้องสาวทันทีว่า “อย่ามองนะ รีบหมอบลงไปเร็ว

                “เอ๊ะ! มีอะไรเหรอ?” น้องสาวถามด้วยความตกใจ

                พอพี่ชายเห็นน้องสาวเริ่มมีอาการตื่นตระหนก ก็ดึงศีรษะของน้องสาวเข้ามาที่ตัว

             และทันใดนั้นเอง จู่ ๆ รถก็โยกไปโยกมา เมื่อพี่ชายลองสังเกตดูดี ๆ เขามองเห็นตัวประหลาดกำลังเอาร่างกระแทกกับรถยนต์ แขนของมันยาวเท่าประมาณแขนของผู้ใหญ่ แล้วก็มีขนเหมือนกับขนของสุนัข คิดว่าที่ขาก็น่าจะเป็นเหมือนกัน ใบหน้าของมันใหญ่มากเกือบจะเท่ากระจกหน้ารถ ถ้าดูรวม ๆ มันเหมือนตัวเคอร์บี้ที่มีใบหน้าอยู่ที่ลำตัว หน้าของมันมีแต่รอยย่น ผิวก็ดูแห้ง ปากใหญ่มากและมีฟันใหญ่ที่ดูสกปรกโดยเรียงตัวกันมั่วซั่ว

                ตอนที่มันเอาตัวกระแทกรถ น้องสาวได้บังเอิญเงยหน้าขึ้นไปมองมัน พอมันเห็น มันก็อ้าปากกว้าง แล้วน้องสาวก็อ้าปากตาม

                พอพี่ชายเห็น เขาพูดออกมาเสียงดังว่า “หยุดนะ” แล้วก็หมดสติไป

                พี่ชายหมดสติเป็นเวลานานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่พอฟื้นขึ้นมา ก็เห็นน้องสาวกำลังนอนหลับอยู่ ทั้งหมดมันดูเหมือนความฝันมาก แต่พอมองไปที่กระจกหน้ารถ ก็ยังคงมองเห็นรอยลึกใหญ่อยู่

                พี่ชายรีบกลับรถแล้วก็ขับกลับไปทางเดิมที่ขับเข้ามา (รถน่าจะบังเอิญหลุดจากหล่มตอนที่ถูกตัวประหลาดกระแทกรถ) ระหว่างทางเขารู้สึกจิตใจว้าวุ่น ไม่เข้าใจว่าตนเองเจออะไร

             หลังจากขับไปได้สักพัก พี่ชายมองเห็นวัด จึงตัดสินใจรีบขับรถเข้าไปในวัดทันที

                พี่ชายรีบอุ้มน้องสาวลงจากรถ แล้วก็วิ่งไปที่ประตูวัด

                ขอโทษด้วยครับ” พี่ชายตะโกนอยู่หน้าประตูวัด

                แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับออกมา

                พี่ชายตัดสินใจทุบประตูพร้อมกับตะโกนว่า “ขอโทษด้วยครับ มีใครอยู่มั้ยครับ?

                สักพัก มีพระรูปหนึ่งเปิดประตูออกมา

                เมื่อพระเห็นน้องสาวก็พูดออกมาว่า “เป็นอะไร?

                หลังจากนั้นพระก็ไม่พูดอะไรอีกและเรียกให้เข้าไปข้างในตัววัด เอาเบาะรองนั่งสองใบมาให้ พี่ชายนั่งลงบนเบาะรองนั่ง ส่วนน้องสาวก็ให้นอนโดยใช้เบาะรองนั่งเป็นหมอน

                เนื่องจากพระไม่ยอมพูดอะไร พี่ชายจึงชิงพูดออกมาก่อนว่า “มันคือยะมะโนะเคะใช่มั้ยครับ?

                พอพระได้ฟัง ก็มองหน้าพี่ชายด้วยความตกใจและตอบกลับไปว่า “ใช่ ทำไมเธอถึงรู้จัก

                พี่ชายไม่ได้ตอบคำถามนั้นและถามต่อว่า “เคยมีโผล่ออกมาให้เห็นรึเปล่าครับ?

                พระหลบตาของพี่ชายและตอบกลับไปว่า “เคย...และตัวนี้ก็มีฤทธิ์มากด้วย

                พี่ชายเริ่มรู้สึกโมโหตัวเองว่าไม่น่าพาน้องสาวมานั่งรถเล่นเลย ไม่น่าขับรถเข้าไปในถนนเส้นนั้นเลย จากนั้นพี่ชายก็เริ่มนั่งร้องไห้

                รักน้องสาวคนนี้มากใช่มั้ย?” อยู่ดี พระก็ถามขึ้นมา

                พี่ชายหันหน้าไปมองพระแล้วก็พยักหน้าตอบรับ

                พระบอกพี่ชายอีกว่า “ถ้าเป็นแบบนั้น เธออาจจะเป็นบ้าก็ได้นะ

                พี่ชายมองน้องสาวแล้วคิดในใจว่า ถ้าน้องสาวเปลี่ยนไปเหมือนเรื่องที่เคยได้ยิน ตนเองจะทนได้ไหม พี่ชายร้องไห้หนักมากและหันไปมองหน้าพระ

                พระบอกกับพี่ชายว่า “เธอกลับบ้านไปจะดีกว่านะ...

                พี่ชายตอบกลับไปด้วยเสียงสั่นเครือว่า “ไม่...ไม่เป็นไรครับ

                พระพยักหน้าตอบรับ จากนั้นก็เดินเข้าไปใกล้น้องสาว

                เว้ยยยยย” พระตะโกนเสียงดังใส่น้องสาวจนพี่ชายตกใจ

                ในจังหวะนั้นเอง น้องสาวลืมตาขึ้น จากนั้นก็ลุกขึ้นนั่ง

                ฮะอิเระตะ ฮะอิเระตะ ฮะอิเระตะ ฮะอิเระตะ ฮะอิเระตะ” น้องสาวเริ่มพูดพึมพำ

                พอพระเห็นน้องสาวเป็นแบบนั้น ก็เอามือฟาดที่ไปน้องสาวเต็มแรง

                ฮี้-------- น้องสาวร้องออกมาพร้อมกับเสียหลักล้มลงไปนอน

                น้องสาวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พร้อมกับหายใจเสียงดัง พระรีบเดินเข้าไปใกล้น้องสาวอีกครั้ง จากนั้นก็ใช้ฝ่ามือตบอย่างเต็มแรงอีกหลายที

             ผ่านไปสักพัก น้องสาวลุกขึ้นนั่งน้ำลายยืด มีขยับตัวบ้างบางครั้ง เมื่อพระเห็นน้องสาวเป็นแบบนั้น ก็ตัดสินใจลากตัวน้องสาวไปขังข้างในห้องอีกห้องหนึ่ง

                ไม่นานหลังจากนั้น พี่ชายได้ยินเสียงครางของน้องสาวดังออกมาจากห้อง ๆ นั้น พอพี่ชายหันไปมองหน้าพระ เขาเห็นพระถอนหายใจเฮือกใหญ่...

                พระเริ่มเล่าเรื่อง “ยะมะโนะเคะ” ให้พี่ชายฟัง

                ยะมะโนะเคะ” เป็นปีศาจชั้นต่ำที่ชอบเสพอารมณ์ทางเพศของมนุษย์ “ยะมะโนะเคะ” ชอบสิงร่างผู้หญิงเพราะผู้หญิงจะให้อารมณ์ทางเพศมากกว่าผู้ชาย ผู้หญิงที่ถูกสิงจะเริ่มช่วยตัวเองและจะทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะตาย แต่ “ยะมะโนะเคะ” จะไม่มีวันตาย เมื่อคนที่ถูกสิงตาย “ยะมะโนะเคะ” จะออกจากร่างแล้วก็ไปสิงคนอื่นต่อ

                วิธีไล่ “ยะมะโนะเคะ” ให้ออกจากร่างที่ได้ผลคือ การทำให้รู้สึกเจ็บปวดอย่างต่อเนื่องหรือการทำให้รู้สึกเจ็บปวดมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

                การทำให้รู้สึกเจ็บปวดอย่างต่อเนื่องมีหลายวิธี เช่น การดึงเล็บออกจากนิ้วทีละนิ้วซึ่ง “ยะมะโนะเคะ” บางตัวอาจจะยอมออกไป แต่บางตัวถึงแม้จะดึงครบยี่สิบนิ้ว ก็ยังไม่ยอมออกไป

                ส่วนวิธีที่ทำให้เจ็บปวดมากที่สุดก็คือ การให้คลอดลูกซึ่ง “ยะมะโนะเคะ” เกือบทุกตัวจะทนไม่ได้จนต้องยอมออกจากร่างไป

                พี่ชายอยู่ในสภาวะบีบคั้นที่จะต้องเลือกทางใดทางหนึ่งระหว่างการทรมานน้องสาวไปเรื่อย ๆ กับการให้น้องสาวคลอดลูก

             “ยะมะโนะเคะ” อาจจะออกจากร่างไปเองก็ได้ แต่โอกาสนั้นมีน้อยมากจนถึงน้อยที่สุด พี่ชายโทรศัพท์ไปหาพ่อแม่ เขาพยายามอธิบายเรื่องต่าง ๆ ให้ฟัง แต่พ่อแม่ไม่เชื่อ จนสุดท้ายต้องให้พระมาอธิบายแทน

                ...สุดท้ายทางออกที่เลือกตอนที่พ่อแม่เดินทางมาที่วัดคือ ให้น้องสาวคลอดลูก โดยในตอนนั้น คุณแม่เอาแต่ร้องไห้และคุณพ่อก็เอานิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไร พี่ชายได้แต่คิดว่าพ่อแม่คงโทษเขาแน่ ๆ ที่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้

                วันที่จะดำเนินการคือวันรุ่งขึ้น คนที่จะเป็นพ่อของเด็กเป็นคนที่พระเรียกมาและดูเหมือนเป็นผู้เชี่ยวชาญทางนี้โดยเฉพาะ คน ๆ นี้มีผมดำยาวถึงหัวเข่าโดยมัดผมไว้เรียบร้อยและแต่งชุดเหมือนชุดหน้าร้อน (ชุดจิมเบ)

                เวลาที่พระคุยกับคน ๆ นี้ จะคุยแบบกระซิบข้างหูทุกครั้ง โดยที่คน ๆ นี้ไม่พูดอะไรออกมาเลย เอาแต่พยักหน้ารับอย่างเดียว

                ในคืนที่ทำพิธีการ...

                พ่อแม่กลับบ้านไป เหลือแต่พี่ชายที่บอกว่าจะอยู่รอ พระให้พี่ชายไปรอในห้องที่อยู่ไกลที่สุดจากห้องที่ทำพิธีการ ในคืนนั้นตลอดทั้งคืน เสียงครางของน้องสาวดังไปทั่ววัด พี่ชายได้แต่นอนร้องไห้เมื่อนึกถึงใบหน้ายิ้มแย้มของน้องสาวตอนที่ยังมีสติดีอยู่

                พระเข้ามาในห้องที่พี่ชายรออยู่ เอาน้ำชามาให้และพูดว่า “ถึงบอกไงว่าให้กลับบ้านไปก่อน

                ผ่านไปอีก 3-4 วันหลังจากคืนนั้น พระบอกกับพี่ชายว่า “น้องสาวท้องแล้ว โชคช่วยแล้วนะ

                แต่พี่ชายกลับมีสีหน้าเฉยชา ได้แต่พยักหน้ารับรู้ พี่ชายกลับไปที่บ้าน แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน ก็กลับมาที่วัดอีก ตอนนี้พี่ชายรู้สึกเหมือนกับว่า ไม่มีที่ให้ตนเองอยู่ในบ้านแล้ว พ่อแม่เอาแต่ตำหนิพี่ชายตลอดเวลาถึงแม้ว่าจะไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ แต่พอไปที่วัด เขาก็รู้สึกลำบากใจอีก ไม่กล้าเจอหน้าน้องสาว บางครั้งน้องสาวมีความต้องการจนเข้าไปกอดพระ พี่ชายทนไม่ไหวเกือบจะเป็นบ้า ได้แต่ร้องไห้เป็นวัน ๆ

                เวลาผ่านไปหลายเดือนจนมีอยู่วันหนึ่ง พระเดินมาบอกพี่ชายว่า “จะคลอดแล้วนะ

                ตอนที่ “ยะมะโนะเคะ” กำลังเสื่อมกำลังลงเพราะความเจ็บปวด สิ่งที่ต้องทำคือการเรียกชื่อน้องสาว

             พระพาพี่ชายไปที่ห้อง พอเข้าไปในห้อง พี่ชายได้ยินเสียงกรีดร้องที่ไม่เหมือนเสียงร้องของคนดังกังวานไปทั่วห้อง น้องสาวที่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าถูกจับแยกขาออกโดยถูกจับยึดข้อเท้าเอาไว้ บางครั้งน้องสาวก็ยิ้มแสยะออกมาบนใบหน้าที่กำลังแสดงความรู้สึกเจ็บปวด ใบหน้าของน้องสาวเต็มไปด้วยเหงื่อจนเส้นผมติดที่หน้า ไม่นานนัก น้องสาวก็ร้องเสียงดังออกมาราวกับลูกกำลังจะคลอดแล้ว

                ในจังหวะนั้นเอง พระรีบตะโกนออกมาว่า “ตอนนี้แหละ

                ทุกคนที่อยู่ในห้องต่างตะโกนเรียกชื่อของน้องสาว จากนั้นพระก็เริ่มสวดมนต์อะไรบางอย่าง น้องสาวหยุดยิ้มและลืมตาค้าง

                พี่ชายตะโกนไปสุดเสียงว่า “(ชื่อน้องสาว) กลับมา! (ชื่อน้องสาว) กลับมามีสติเร็ว ๆ (ชื่อน้องสาว)

                อุแว้ อุแว้” ทารกที่คลอดออกมาส่งเสียงร้อง

                พระพูดเบา ๆ ว่า “ในที่สุดก็คลอดออกมาอย่างปลอดภัย

                พี่ชายเห็นน้องสาวสลบไปด้วยใบหน้าที่กลับมาเป็นปกติ แต่เขาก็มีแต่ความรู้สึกหดหู่...

                ผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์ พี่ชายขับรถพาน้องสาวกลับไปที่บ้าน

                น้องสาวจำอะไรไม่ได้เลย เธอจับหน้าอกตัวเองที่รู้สึกตรึง ๆ พร้อมกับพูดว่า “รู้สึกแปลก ๆ ที่ตัว...

                ก่อนหน้านี้ หลังจากที่น้องสาวฟื้นขึ้นมา คนที่ช่วยทำคลอดได้โกหกน้องสาวไปว่าน้องสาวแค่ไม่สบายเท่านั้น

                พี่ชายบอกกับน้องสาวว่า “ดีจังเลยนะ ตอนนี้แข็งแรงขึ้นแล้ว

                น้องสาวหันไปยิ้มให้พี่ชาย

             แต่เรื่องเศร้าจริง ๆ ได้เกิดขึ้นหลังจากนี้...

                น้องสาวฆ่าตัวตายในอีกหนึ่งเดือนต่อมา

            จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้คุณแม่เริ่มเป็นบ้าและเล่าทุกอย่างให้น้องสาวฟัง

                ตอนที่แม่กับน้องสาวอยู่ด้วยกันตามลำพัง แม่บอกกับน้องสาวว่า “แกไม่ได้เป็นเด็กที่บริสุทธิ์อีกแล้ว” จากนั้นก็เอานิ้วใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของน้องสาว

                  ปัจจุบันแม่เข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลโรคจิต ทุกคนในครอบครัวกระจัดกระจายกันไปคนละทิศคนละทาง ส่วนเด็กที่เกิดมา ตอนนี้อยู่ที่ไหนก็ไม่มีใครรู้


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น