อัปเดตล่าสุด 2019-12-16 05:23:42

ตอนที่ 27 สะพานยะงิยะมะ

            สถานที่สุดหลอนในจังหวัดมิยะกิ “สะพานยะงิยะมะ”

            สะพานยะงิยะมะเป็นสะพานที่อยู่ระหว่างชุมชนนะงะมะฉิในเขตไทฮะคุกับชุมชนคะวะอุฉิในเขตอะโอะบะ เมืองเซนได จังหวัดมิยะกิ สะพานยะงิยะมะเป็นสะพานที่พาดผ่านหน้าผารูปตัว V สูง 70 เมตรชื่อว่า “ทะสึโนะคุฉิซะวะ” ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่ง นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปปราสาทอะโอะบะจากเขตไทฮะคุส่วนมากจะเดินทางผ่านสะพานนี้

            ในตอนกลางวันจะมีคนสัญจรไปมาผ่านสะพานนี้เยอะมากเนื่องจากเป็นเส้นทางหลักที่จะมุ่งหน้าไปคะวะอุฉิแคมปัสกับอะโอะบะยะมะแคมปัสของมหาวิทยาลัยโตโฮะคุหรือไปมหาวิทยาลัยมิยะงิเคียวอิคุ แต่พอตกดึก กลับแทบไม่มีคนผ่านเส้นทางนี้เลย อาจจะด้วยเหตุนี้กระมัง ถึงได้มีคนไปฆ่าตัวตายที่สะพานแห่งนี้ในยามค่ำคืนกันเยอะมาก

            จากข่าวลือที่ลือกันภายในคนท้องถิ่น ว่ากันว่าคนที่มาฆ่าตัวตายที่สะพานแห่งนี้ ส่วนมากไม่ได้เป็นคนที่มีปัญหาในชีวิต แต่จะเป็นคนที่จิตใจอยู่ในภาวะไม่ปกติหรือจิตใจที่ไม่อยู่กับตัว แล้วก็กระโดดลงไปจากสะพาน นอกจากนี้ยังพูดกันว่า เนื่องจากสะพานยะงิยะมะอยู่ใกล้กับปราสาทอะโอะบะซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง การที่มีคนไปฆ่าตัวตายที่สะพานยะงิยะมะจะเป็นการทำให้ภาพพจน์ของสถานที่ท่องเที่ยวอย่างปราสาทอะโอะบะแย่ลงไป จึงมีกฎไม่ให้รายงานข่าวการฆ่าตัวตายที่สะพานแห่งนี้ ทำให้ปัจจุบันไม่มีข้อมูลที่แน่นอนของจำนวนผู้ที่ฆ่าตัวตาย แต่ว่ากันว่าน่าจะมีมากกว่า 100 คน

            ข่าวลือที่ได้ยินบ่อยเกี่ยวกับสะพานนี้ เช่น

            - ถ้าอยู่กลางสะพาน จะได้ยินเสียงดังมาจากข้างหลังว่า “อย่าปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียว” และถ้าหันกลับไปดูก็จะเห็นผู้หญิงยืนอยู่

            - ถ้าไปถ่ายรูปหน้าผาที่มืดสนิทในยามค่ำคืน จะถ่ายติดดวงไฟสีแดงเป็นจำนวนมาก

            - ถ้าไปเดินบนสะพานในช่วงกลางดึก จะได้ยินเสียงคนกระโดดจากสะพานตกลงไปกระแทกกับพื้นใต้หน้าผา

            - จะมีมือขาว ๆ ยื่นขึ้นมาจากใต้สะพาน ถ้าใครโดนมือขาว ๆ นี้คว้าจับได้ จะต้องกระโดดจากสะพานลงไป

            - ที่สะพานแห่งนี้จะมีป้ายรถเมล์และบางครั้งจะมีรถเมล์ “ไปโลกหน้า” วิ่งผ่านมา ถ้าดูจากภายนอก ก็จะเหมือนกับรถเมล์ทั่วไป แต่ถ้าเผลอขึ้นรถเมล์ไป จะเจอคุณยายแก่ ๆ เดินเข้ามาเตือนว่า “คุณยังขึ้นรถเมล์คันนี้ไม่ได้หรอก คุณยังไม่อยากตายใช่มั้ย?

            สมัยที่ผมยังเรียน ป.โท อยู่ที่เซนไดและกำลังหาอพาร์ตเมนต์ เพื่อนคนญี่ปุ่นที่อยู่ห้องแลบฯ ข้าง ๆ เคยชวนไปดูอพาร์ตเมนต์ที่เขาเช่าอยู่บนเขา ผมนั่งรถไปกับเพื่อน ตอนที่เพื่อนกำลังขับรถข้ามสะพานนี้ เพื่อนหันมาถามว่า “รู้มั้ยว่าทำไมสะพานนี้ เขาต้องทำรั้วเหล็กสูงปิดขึ้นไปตลอดสะพาน

            ผมตอบไปว่า “ไม่รู้

            แล้วเพื่อนก็บอกว่า “แต่ก่อนมีคนมาฆ่าตัวตายกันเยอะ เขาเลยทำรั้วสูงขึ้นมาปิด ตอนกลางคืนดึก ๆ เนี่ย ไม่ค่อยมีใครอยากมาทางนี้หรอก

            ในปี 1965 ได้มีการทำรั้วเหล็กสูง 1.2 เมตรปิดเพื่อป้องกันไม่ให้คนมากระโดดฆ่าตัวตาย แต่ก็ไม่สามารถป้องกันได้ จนในปัจจุบันได้เพิ่มความสูงของรั้วเป็น 2 เมตรซึ่งเป็นรั้วของสะพานที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น

 

            เรื่องหลอนของคนไปลองดี

            เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าประสบการณ์หลอนของเด็ก ม.ปลาย 5 คน น่าจะผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้ว

            วันนั้น รุ่นพี่คนหนึ่งในกลุ่มพูดขึ้นมาว่า “พวกเรายังไม่เคยไปสะพานยะงิยะมะเลย ลองไปดูกันดีกว่า

            ทั้ง 5 คนรอเวลาจนถึงกลางดึก จากนั้นก็ขี่รถมอเตอร์ไซด์ขนาด 50cc. โดยไปกัน 3 คัน และรุ่นพี่ในกลุ่มก็เอากล้องวิดีโอไปด้วย

            เมื่อไปถึงสะพาน รุ่นพี่ขี่มอเตอร์ไซด์รอบสะพานไปกลับ 1 รอบโดยให้คนที่นั่งซ้อนท้ายถือกล้องวิดีโอบันทึกภาพโดยหันไปทางหน้าผา

            หลังจากขี่มอเตอร์ไซด์ครบหนึ่งรอบ รุ่นพี่คนนั้นก็พูดว่า “กะไว้แล้ว ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นอย่างที่ทุกคนเขาลือกันเลย

            แล้วก็ชวนกันกลับบ้าน

            แต่พอเวลาผ่านไปได้ 2-3 วัน อยู่ดี ๆ รุ่นพี่ที่เป็นคนให้ถ่ายวิดีโอก็หายสาบสูญไปเฉย ๆ พ่อแม่เข้าแจ้งความคนหายและช่วยกันออกตามหาตามสถานที่ที่รุ่นพี่คนนี้น่าจะไป แต่ไม่ว่าจะพยายามหายังไงก็หาไม่เจอ

            จนรุ่นพี่อีกคนหนึ่งในกลุ่มนึกขึ้นมาได้ว่า “เออ....แล้ววิดีโอที่ถ่ายไว้ตอนนั้นล่ะ?

            พอเอาวิดีโอนั้นส่งให้ตำรวจแล้วลองเปิดดู ในวิดีโอถ่ายติดหัวคนที่คาดว่าน่าจะเป็นคนที่มาฆ่าตัวตายที่สะพานนี้เรียงต่อกันอยู่บนราวจับสะพาน

            ......และหัวสุดท้ายที่ถ่ายติดก็คือ “หัวของรุ่นพี่ที่หายสาบสูญไป

            ทุกคนที่ดูวิดีโอตกใจกลัวมาก รีบเอาวิดีโอไปฝากไว้ที่วัด จากนั้นก็ให้พระทำพิธีปัดรังควานให้

 

            ประสบการณ์หลอนของนักศึกษามหาวิทยาลัย

            เวลาที่จะไปมหาวิทยาลัย นักศึกษาคนนี้จะต้องเดินทางผ่านสะพานยะงิยะมะทุกครั้ง ตัวนักศึกษาเองก็รู้เรื่องข่าวลือของสะพานนี้ดี ทุกครั้งที่ไปมหาวิทยาลัย เขาจะพึงระวังไว้เสมอว่าจะไม่ลืมของไว้ที่มหาวิทยาลัยเพื่อที่จะได้ไม่ต้องย้อนกลับไปเอาในตอนกลางคืน

            แต่แล้วก็มีอยู่วันหนึ่ง เขาเผลอลืมของไว้ที่มหาวิทยาลัยจนได้ วันนั้นกว่าเขาจะนึกออก เวลาก็ปาไปสี่ทุ่มแล้ว ตอนแรกเขาคิดว่าจะไปมหาวิทยาลัยแต่เช้าในวันพรุ่งนี้แทนเพื่อจะได้มีเวลาทำอย่างด้วย แต่ทว่าด้วยความกลัวว่าของจะหาย เขาจึงพูดย้ำกับตัวเองหลายรอบว่า “แค่ไปเอาของเท่านั้น

            เขาขับรถออกจากอพาร์ตเมนต์และพอไปถึงสะพานยะงิยะมะ ตอนที่กำลังจะข้ามสะพาน เขาได้สังเกตเห็นอะไรแปลก ๆ

            ตรงสะพานจะมีป้ายรถเมล์ เขาเห็นเงาคนทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่กำลังรอรถเมล์อยู่ทั้ง ๆ ที่เวลานั้นมันเลยเวลาของรถเมล์เที่ยวสุดท้ายแล้ว เขารู้สึกแปลกใจว่าทำไมยังมีคนรอรถเมล์อยู่ จึงพยายามจ้องมองไปที่ป้ายรถเมล์ ซึ่งในจังหวะนั้นเอง เขาได้มองเห็นภาพที่ไม่ควรเห็น เงาคนที่เขาคิดว่าเป็นเงาเด็ก จริง ๆ แล้วมันคือคนที่มีเฉพาะครึ่งท่อนบน ส่วนเงาที่เขาคิดว่าเป็นเงาผู้ใหญ่ มันเป็นคนที่ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายขาดไป ไม่ว่าจะดูยังไงก็ไม่น่าจะเป็นคนที่มีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน แถมจำนวนที่ยืนเรียงต่อกันที่ป้ายรถเมล์นั้นมีเป็นสิบ ๆ คน

            เขารู้สึกตกใจกลัวมากจนหักพวงมาลัยรถโดยไม่รู้ตัว รถหมุนไปชนกับเสาไฟ พอเขารู้สึกตัว ก็รีบลงจากรถ แล้วก็วิ่งข้ามสะพานไปอย่างไม่คิดชีวิตโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น พอข้ามสะพานไป เขามองเห็นร้านสะดวกซื้อ จึงรีบวิ่งเข้าไปในร้านทันที

            เขาเล่าเรื่องที่เจอมาทั้งหมดให้ผู้จัดการร้านฟัง ผู้จัดการร้านบอกให้เขาพักสงบสติอารมณ์ในห้องพักพนักงานจนถึงเช้า

 

            คำล่ำลือเรื่องพิศวงเกี่ยวกับสะพานยะงิยะมะยังมีอีกมาก เช่น จะเห็นมือจำนวนมากเกาะรั้วเหล็กขอบสะพานหรือบางครั้งจะเห็นหน้าผู้หญิงเละ ๆ เวลาที่ขับรถข้ามสะพานในช่วงเที่ยงคืน บ้างก็พูดว่ารถบัสประจำทางเที่ยวสุดท้ายที่ผ่านสะพานยะงิยะมะ ก่อนที่จะข้ามสะพาน คนขับรถจะประกาศออกลำโพงแจ้งผู้โดยสารว่า “ขณะนี้รถบัสกำลังจะข้ามสะพานยะงิยะมะ อยากจะขอร้องผู้โดยสารทุกท่านว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกรุณาอย่าหันหลังกลับไปมองข้างหลังจนกว่ารถบัสจะข้ามสะพานไปแล้ว


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น