อัปเดตล่าสุด 2019-12-30 05:02:38

ตอนที่ 29 คุณฮิคิโคะ

                ตำนานสยองขวัญเรื่อง “คุณฮิคิโคะ” เป็นตำนานที่พูดถึงผู้หญิงใส่ชุดสีขาวเดินลากสิ่งของที่มีรูปร่างคล้ายคนในวันที่ฝนตก

                คุณฮิคิโคะมีชื่อเดิมว่า “โมะริ ฮิคิโคะ” เป็นเด็กดี น่ารัก ตัวสูงและเชื่อฟังคำพูดของคุณครู แต่คุณฮิคิโคะมักจะถูกเพื่อน ๆ แกล้งที่โรงเรียน สาเหตุที่ถูกแกล้งคือเด็ก ๆ คนอื่นรู้สึกหมั่นไส้ที่พวกคุณครูชอบเธอ นอกจากนี้ ชื่อ “ฮิคิโคะ” ฟังดูแล้วรู้สึกเหมือนเป็นคนหยิ่งยโสโอหัง

             คุณฮิคิโคะถูกเด็กคนอื่นแกล้งอย่างโหดร้ายทุกวี่ทุกวัน มีอยู่วันหนึ่ง คุณฮิคิโคะถูกเด็กหัวโจกจับมัดแขนมัดขา แล้วก็ลากไปตามพื้นทั่วโรงเรียน

                กูจะลากฮิคิโคะที่คุณครูชอบไปให้ทั่วโรงเรียนเลย

             คุณฮิคิโคะถูกลากไปทั่วโรงเรียนจนร่างกายชนกับสิ่งนั้นสิ่งนี้มีแผลเต็มไปหมดและเกิดบาดแผลที่ใบหน้าจนดูน่าเกลียด ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้เธอกลายเป็นเด็กเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านและไม่อยากไปโรงเรียน แต่พออยู่ที่บ้านก็ถูกพ่อขี้เมาทำร้ายร่างกายทุกวันจนแม่เองก็เริ่มทำร้ายร่างกายเธอด้วย กลายเป็นว่าถึงแม้จะอยู่ในบ้าน คุณฮิคิโคะก็ถูกลากไปลากมาเหมือนกัน แต่ถึงกระนั้น คุณฮิคิโคะก็ยังปฏิเสธที่จะไปโรงเรียนและเก็บตัวอยู่ในห้องตัวเองทั้งวัน และพ่อแม่ของคุณฮิคิโคะไม่เอาอาหารให้เธอกินเลย

                เวลาผ่านไป พ่อแม่ของคุณฮิคิโคะได้แอบมองเข้าไปในห้องของเธอและเห็นเธอกำลังจับแมลงในห้องกินเป็นอาหาร พวกเขารู้สึกขยะแขยง จึงไม่ยอมปล่อยเธอให้ออกมาจากห้อง แต่จะให้ข้าวปั้นราคา 100 เยนจากร้านสะดวกซื้อกับน้ำเปล่าวันละครั้ง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปสักกี่ปี คุณฮิคิโคะก็ไม่ได้ออกมาจากห้อง

                ว่ากันว่าคุณฮิคิโคะชอบวันที่ฝนตก ในตำนานสยองขวัญบอกไว้ว่า พอฝนตก คุณฮิคิโคะจะยื่นหน้าออกมาจากหน้าต่าง เมื่อเธอมองเห็นคางคกที่ดูน่าเกลียด เธอจะรู้สึกสบายใจขึ้นจากการถูกรังแกจนทำให้มีหน้าตาน่าเกลียด จากนั้น เธอจะจับคางคกขึ้นมากิน

            เวลาผ่านไปอีก คราวนี้คุณฮิคิโคะเริ่มมีนิสัยชอบทำร้ายเด็ก เธอจะกระโดดออกมาจากทางหน้าต่าง วิ่งไล่ตามเด็ก ถ้าจับขาเด็กได้ เธอจะวิ่งลากเด็กไปเรื่อย ๆ

                ยังมีเรื่องเล่าอีกว่าคุณฮิคิโคะจะโผล่ออกมาให้เห็นเฉพาะวันที่ฝนตก เมื่อเด็กที่เป็นเป้าหมายกางร่มเพื่อกันฝน จะทำให้เด็กสังเกตเห็นคุณฮิคิโคะได้ไม่ถนัด ด้วยเหตุนี้เอง คุณฮิคิโคะจึงสามารถจับเด็กลากไปลากมาได้ง่ายยิ่งขึ้น ในตำนานที่เล่าต่อ ๆ กันมานั้น บ้างก็บอกว่าคุณฮิคิโคะจะลากเด็กกลับไปที่ห้องของตนเองเพื่อทำเป็นของสะสม บ้างก็บอกว่าจะลากไปสถานที่เฉพาะสำหรับตนเอง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอย่างไหนกันแน่ที่เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง

                นอกจากนี้ ที่บอกไปตอนแรกว่าคุณฮิคิโคะจะลากสิ่งของที่มีรูปร่างคล้ายคนนั้น จริง ๆ แล้ว มันคือเด็กที่มองเห็นคุณฮิคิโคะและถูกจับลากไปมาจนรูปร่างเปลี่ยนไป ในตำนานที่เล่าบอกต่อกันนั้น บางส่วนก็บอกว่า คุณฮิคิโคะจะลากเด็กที่จับอยู่ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเจอเด็กที่เป็นเป้าหมายคนต่อไป

                ในวันที่ฝนตก ฮิคิโคะจะเอาเด็กที่ตนเองชอบที่สุดออกมาวิ่งลากไปมาข้างนอกบ้าน

                แต่ก็มีบางคำบอกเล่าบอกว่าคุณฮิคิโคะคือแม่ของเด็กที่ถูกรังแก โดยตำนานนี้บอกว่าแม่ของเด็กที่ถูกรังแกรู้สึกโกรธแค้นเด็กที่รังแกลูกของตนเองจนเสียชีวิต จึงออกตามหาเด็กที่รังแกลูกของตนเองเพื่อระบายความแค้นและจะลากเด็กคนนั้นไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะตาย

                ในกรณีนี้ จะมีเรื่องเล่าอยู่สองแบบคือ เด็กที่ถูกรังแกฆ่าตัวตายเองเพราะทนการถูกรังแกไม่ไหว กับ เด็กที่ถูกรังแกโดนรังแกโดยการลากตัวไปตามพื้นจนเสียชีวิต ซึ่งก็ไม่แน่ชัดว่าแบบไหนเป็นต้นฉบับและไม่มีความแน่ชัดว่า “ฮิคิโคะ” มาจากชื่อแม่ของเด็กที่ถูกรังแกหรือมาจากการลากเด็กไปมา (คำว่า ひき (ฮิคิ) แปลว่า “ลากหรือดึง” ส่วนคำว่า (โคะ) แปลว่า “เด็ก”)

                วิธีป้องกัน

                ถือแม้จะเป็นปีศาจที่มีความโหดร้ายป่าเถื่อนมาก แต่จะไม่จู่โจมเด็กที่มีชื่อเหมือนกับลูกที่ถูกรังแกและจะไม่จู่โจมเด็กที่ถูกรังแกที่โรงเรียน

                - ถ้าพบเจอ ก็ให้ชูกระจกให้ดู เพราะคุณฮิคิโคะไม่ชอบดูหน้าตัวเองในกระจกเนื่องจากมีหน้าตาน่าเกลียด

                - ถ้าถูกถามว่า “หน้าตาฉัน น่าเกลียดมั้ย?” ให้ตะโกนกลับไปว่า “เดี๋ยวกูจะลากมึง! เดี๋ยวกูจะลากมึง!” แล้วฮิคิโคะจะหนีไป

                เรื่องเล่าที่เป็นต้นกำเนิดตำนานสยองขวัญ “คุณฮิคิโคะ”

                ในโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งมีเด็ก A, B, C, D เป็นเพื่อนกัน ทุก ๆ วันหลังเลิกเรียน เด็ก A จะอยู่ที่โรงเรียนต่อเพื่อเล่นกับเด็ก B, C, D

                แต่เย็นวันหนึ่ง ฝนตกลงมา เด็ก A จึงรีบกลับบ้าน ระหว่างทางกลับบ้านของเด็ก A จะมีสะพานข้ามแม่น้ำ เย็นวันนั้น พอเด็ก A เดินไปเกือบถึงกลางสะพาน เด็ก A มองเห็นอะไรบางอย่างอยู่ไกล ๆ กำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วบนบันไดหินข้าง ๆแม่น้ำ แต่เนื่องจากฟ้าเริ่มมืด จึงทำให้เด็ก A ต้องเพ่งมองอย่างเต็มที่

                .........แล้วก็มองเห็นเป็นผู้หญิง

                ผู้หญิงคนนั้นใส่ชุดสีขาวเก่า ๆ ผมยาวปิดหน้าและตัวสูงมาก กำลังลากหุ่นขนาดใกล้เคียงกับเด็ก A แต่ไม่รู้ทำไมว่าถึงเห็นหน้าตาของผู้หญิงชัดมาก ตากับปากฉีกออกด้านข้าง และพอเด็ก A เพ่งมองดูดี ๆ อีกครั้ง ก็มองเห็นว่า สิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นกำลังลากอยู่ไม่ใช่หุ่นแต่เป็นเด็กซึ่งน่าจะเป็นเด็กประถมตัวใหญ่ประมาณเด็ก A

                เด็ก A รู้สึกกลัว จึงพยายามวิ่งหนีออกจากตรงนั้น แต่ผู้หญิงก็เข้ามาใกล้จนมองเห็นเด็ก A และวิ่งไล่ตามเด็ก A พร้อมกับตะโกนอะไรบางอย่างออกมาเสียงดัง เด็ก A วิ่งหนีไม่คิดชีวิตกลับไปที่บ้าน โดยคืนนั้นทั้งคืน เด็ก A นอนไม่หลับเลย แต่พอถึงตอนเช้า ฟ้ากลับสดใสไม่เหมือนเมื่อวานที่ฝนตกทั้งวันและทำให้เด็ก A ลืมเรื่องราวเมื่อวานจนหมดสิ้น

                เย็นวันนั้นหลังเลิกเรียน เด็ก A อยู่กับเด็ก B, C, D ต่อที่ห้องเรียนเพื่อเล่นกันต่อ แต่พอเวลาผ่านไปเลย 6 โมงเย็น ฝนก็เริ่มตกลงมา พอเด็ก A เห็น เขาก็นึกถึงเรื่องเมื่อวานขึ้นมาได้ทันที เด็ก A เล่าเรื่องเมื่อวานให้เพื่อน ๆ ฟัง แต่เพื่อน ๆ ก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

            เด็ก B รู้สึกสงสารเด็ก A มาก ตอนที่เด็ก B กำลังจะเดินเข้าไปปลอบเด็ก A จู่ ๆ เด็ก A ก็พูดขึ้นมาตอนที่มองออกไปนอกหน้าต่างว่า “นั่นไง! มันอยู่ที่หน้าประตูโรงเรียน!”

                ทุกคนวิ่งมาดูที่หน้าต่าง เห็นผู้หญิงดูท่าทางน่ากลัวยืนก้มหน้าตัวสั่นคนเดียวท่ามกลางสายฝนปรอย ๆ ผู้หญิงคนนั้นเงยหน้ามองมาที่หน้าต่างและพอเธอมองเห็นเด็กทั้งสี่คน เธอก็ทำท่าทางเหมือนกับกำลังตะโกนอะไรบางอย่างออกมา จากนั้นก็วิ่งอย่างรวดเร็วมาทางเข้าตึกของโรงเรียน

               เด็ก C ตะโกนขึ้นมาว่า “ที่ A เล่ามันเป็นเรื่องจริงนี่หว่า! ทุกคนหนีกันเร็ว!”

            ตอนนั้นทุกคนพยายามจะวิ่งหนีลงบันไดไปชั้นล่าง แต่ผู้หญิงก็เข้ามาอยู่ข้างในตึกแล้ว ทุกคนได้เห็นตัวผู้หญิงเป็น ๆ กับตา เธอตัวสูงมากจนเกือบถึงเพดาน ต่างคนต่างวิ่งหนีไปกันคนละทาง

                เด็ก A วิ่งหนีไปห้องพักครู

                เด็ก B วิ่งหนีเข้าไปหลบในตู้ใส่อุปกรณ์ทำความสะอาดในห้องเรียน

                เด็ก C วิ่งหนีไปห้องทดลองวิทยาศาสตร์

                และเด็ก D โชคดีวิ่งหนีออกไปนอกเขตโรงเรียนได้ทัน

                ต่างคนต่างซ่อนตัวอยู่นิ่ง ๆ รอเวลาให้ผู้หญิงวิ่งไปที่อื่น ระหว่างที่ทุกคนซ่อนตัวอยู่ พวกเขาได้ยินเสียงร้องที่น่าสะพรึงกลัวกับเสียงวิ่งไปวิ่งมาของผู้หญิง รอกันจนถึงรุ่งเช้า เด็ก C รู้ว่าผู้หญิงน่าจะไปแล้ว จึงออกมาจากห้องทดลองวิทยาศาสตร์และเดินไปหาเด็ก B ที่อยู่ในห้องเรียน

                เด็ก C ถามว่า “B เป็นอะไรรึเปล่า?” พร้อมกับเปิดประตูตู้ใส่อุปกรณ์ทำความสะอาด

             เด็ก B รู้สึกโล่งใจและออกมาจากตู้

                เด็ก C ถามเด็ก B ว่าเด็ก D ไปไหน พอรู้ว่าเด็ก D หนีออกจากโรงเรียนทันและกลับไปที่บ้านได้ ก็รู้สึกโล่งใจ จึงถามเด็ก B ต่อว่าเด็ก A ไปซ่อนตัวที่ไหน

                เด็ก B ตอบด้วยเสียงสั่นเครือว่า “ฉันเห็น......ตอนกลางคืน..ฉันรู้สึกว่ามันไม่อยู่แล้วเลยลองแง้มประตูออกดู....จากนั้นก็เดินไปดูที่หน้าต่างเพื่อจะลองดูข้างนอก......ฉันเห็นมัน......มันวิ่งด้วยความเร็วและลากเด็ก A ไปด้วย.....แล้วมันก็วิ่งหายไป”

                ผู้หญิงที่ลากเด็ก A ไปคือ “โมะริ ฮิคิโคะ” ในตำนานสยองขวัญ “คุณฮิคิโคะ”


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น