อัปเดตล่าสุด 2020-01-13 05:23:59

ตอนที่ 31 โรงพยาบาลไปทางไหน

                โรงพยาบาลไปทางไหน

                เรื่องขนหัวลุกนี้เป็นเรื่องของวัยรุ่นหญิงญี่ปุ่นที่กำลังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเกียวโต

                เรื่องมีอยู่ว่า...

                วัยรุ่นหญิงญี่ปุ่นชื่อคะโอริ (ชื่อสมมติ) ได้รวมกลุ่มกับเพื่อนอีกประมาณสามสี่คนซ้อมเต้นเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันที่จะถูกจัดขึ้นในไม่กี่เดือนข้างหน้า ในตอนกลางวัน เธอกับเพื่อน ๆ จะซ้อมเต้นกันในโรงพละของมหาวิทยาลัย และในตอนเย็นจะไปซ้อมกันที่สวนสาธารณะแถวบ้านของเธอ

                คะโอริจะซ้อมกับเพื่อนทุกวันจนถึงเวลาตีหนึ่งตีสอง ซึ่งโดยปกติหลังจากซ้อมเสร็จ คะโอริจะขี่มอเตอร์ไซด์กลับบ้านทันที

                จากสวนสาธารณะไปถึงที่บ้านจะมีอยู่สองเส้นทาง คือ ทางลัดเลาะในสวนสาธารณะกับทางถนนใหญ่ซึ่งเป็นถนนสองเลน ระยะทางที่วิ่งบนถนนใหญ่จะไกลกว่าทางลัดเลาะในสวนสาธารณะเล็กน้อย

                โดยปกติแล้ว ถ้าเป็นเวลาดึก ๆ ตีหนึ่งตีสอง คะโอริจะเลือกกลับทางถนนใหญ่เพราะถนนหนทางจะสว่างกว่า แต่ทว่าถึงแม้จะเป็นถนนใหญ่ แต่จะมีคนสัญจรไปมาหรือมีรถยนต์วิ่งผ่านไปมาน้อยมาก ๆ ในเวลากลางดึก

                ทุก ๆ ครั้งที่ขี่มอเตอร์ไซด์กลับบ้าน คะโอริมักจะขี่ไปติดสัญญาณไฟแดงที่สี่แยกหนึ่งอยู่เสมอ ๆ ที่สี่แยกไฟแดงนั้นจะมีแฟมิลี่มาทอยู่ทางด้านขวามือ ตัวคะโอริเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงชอบมาติดที่ไฟแดงนี้เสมอ ๆ

                มีอยู่คืนหนึ่ง หลังจากซ้อมเต้นกับเพื่อน ๆ เสร็จ คะโอริกลับบ้านทางถนนใหญ่เหมือนเช่นเคย และเธอก็ขี่มอเตอร์ไซด์มาติดที่ไฟแดงนี้เหมือนทุกที ระหว่างที่รอสัญญาณไฟเขียว มีรถยนต์มาจอดรอไฟแดงอยู่ข้าง ๆ รถมอเตอร์ไซด์ของเธอ ไม่นานนัก รถยนต์ที่จอดข้าง ๆ ก็เลื่อนกระจกลง คะโอริมองเห็นคนขับรถที่เป็นคุณลุงคนหนึ่ง

                คุณลุงคนนั้นหันมาถามทางกับคะโอริ ว่า “โรงพยาบาลกุนจินไปทางไหนครับ?”

                คะโอริรู้อยู่แล้วว่าโรงพยาบาลแห่งนั้นอยู่เลยไฟแดงข้างหน้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร แต่เนื่องจากตอนนั้นเป็นเวลาดึกมาก ๆ และเมื่อคะโอริมองเข้าไปในรถยนต์ ก็ไม่เห็นมีคนเจ็บอยู่ในรถเลยสักคน จึงทำให้เธอคิดไปเองในใจว่าคุณลุงคนนี้อาจจะไปก่อเรื่องอะไรที่โรงพยาบาลก็เป็นได้ และเธอก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย เธอจึงพูดโกหกคุณลุงไปว่าไม่รู้

                “ขอโทษค่ะ หนูไม่รู้ค่ะว่าอยู่ที่ไหน” คะโอริพูดโกหกคุณลุง

                เมื่อคุณลุงได้ฟังคำตอบของคะโอริ ก็นิ่งเงียบไปโดยไม่พูดอะไรต่อ พอสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นไฟเขียว คุณลุงก็ขับรถยนต์วิ่งตรงไป

                คืนต่อมา คะโอริซ้อมเต้นกับเพื่อนจนดึกเหมือนเคย พอซ้อมเต้นเสร็จ คะโอริก็ขี่มอเตอร์ไซด์กลับบ้านทางถนนใหญ่เหมือนเดิม แล้วก็มาติดไฟแดงตรงแฟมิลี่มาทเหมือนเดิมอีก

                ระหว่างที่รอสัญญาณไฟเขียว คะโอรินึกในใจว่า “เมื่อไหร่จะไฟเขียวซะทีว้า?”

                ในตอนนั้นเอง รถยนต์คันเดิมที่เจอเมื่อวานวิ่งมาจอดข้าง ๆ เหมือนเมื่อคืน กระจกด้านคนขับถูกเลื่อนลง คะโอริมองเห็นคุณลุงคนเดิมที่ถามคำถามเหมือนเดิม

                “โรงพยาบาลกุนจินไปทางไหนครับ?” คุณลุงถามคะโอริ

                คะโอริตกใจมากและรีบตอบกลับไปทันทีว่า “ขอโทษจริง ๆ ค่ะ”

                ในจังหวะนั้นเอง สัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นไฟเขียวพอดี คะโอริจึงรีบขี่มอเตอร์ไซด์ออกไป

                คะโอริเจอรถยนต์คันนี้อีก 2-3 คืนติด ๆ จนทนไม่ไหวและคืนสุดท้ายที่เจอ คะโอริรีบขี่มอเตอร์ไซด์ฝ่าไฟแดงกลับบ้านไปเลย

                คะโอริเอาเรื่องนี้มาเล่าให้เพื่อน ๆ ที่ซ้อมเต้นด้วยกันฟัง เพื่อน ๆ รู้สึกกลัวกันหมดแถมยังมีเพื่อนคนหนึ่งที่รู้สึกกลัวมากจนหน้าซีดเผือด

                คะโอรินึกขึ้นได้ว่าเพื่อนที่กลัวมากจนหน้าซีดเผือดนั้นอาศัยอยู่ที่แมนชั่นด้านหลังแฟมิลี่มาทตรงไฟแดงนั้น คะโอริจึงถามเพื่อนคนนั้นว่าเป็นอะไร

                “เธอเป็นอะไรเหรอ ทำไมกลัวจนหน้าซีดเผือดขนาดนั้น” คะโอริถามเพื่อนที่กลัวจนหน้าซีดเผือดด้วยความสงสัย                    

                “ไม่มีสัญญาณไฟตรงแฟมีลี่มาทนะ แล้วก็...เธอไม่รู้เหรอว่าโรงพยาบาลกุนจินเป็นโรงพยาบาลที่ร้างมานานแล้วนะ” เพื่อนที่รู้สึกกลัวจนหน้าซีดตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น