อัปเดตล่าสุด 2020-01-20 05:02:51

ตอนที่ 32 สมัครงานที่เรียวคัง

                ตำนานสยองขวัญ “สมัครงานที่เรียวคัง”

                ตำนานนี้เป็นเรื่องเล่าที่ถูกบันทึกอยู่ในเว็บบอร์ด 2Channel ในห้องเรื่องลึกลับสยองขวัญ เรื่องราวได้พูดถึงผู้ชายคนหนึ่งที่พยายามหางาน พาร์ทไทม์เพื่อเก็บเงินไปเที่ยวและได้ไปเจอประกาศรับคนงานในเรียวคัง (เรียวคัง คือ โรงแรมประเภทหนึ่งของญี่ปุ่นโดยจะตกแต่งภายในเป็นสไตล์ญี่ปุ่น)

                ตำนานมีอยู่ว่า…

                เมื่อหลายปีก่อนในช่วงฤดูร้อน คะมิโอะ (ชื่อสมมติ) อยากเดินทางไปเที่ยวที่ต่าง ๆ จึงเริ่มหางานพาร์ทไทม์เพื่อเก็บเงิน คะมิโอะลองหางานที่แล้วที่เล่าแต่ก็หาไม่ได้สักที ลองโทรศัพท์ไปถามที่นั่นที่โน่น แต่ก็ไม่มีที่ไหนคิดจะรับพนักงานพาร์ทไทม์

                คะมิโอะได้แต่นอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนพื้นเสื่อเก่า ๆ ในห้องอพาร์ทเม้นท์และจะไม่เปิดไฟในห้องจนกว่าจะดึกเพื่อประหยัดค่าไฟฟ้าในยามที่เศรษฐกิจไม่ดีแบบนี้ ภายในห้องที่เริ่มมืดลงตอนที่พระอาทิตย์ใกล้จะลับฟ้าไป ขอบหน้าต่างสะท้อนเงาเป็นรูปกากบาทลงมาที่พื้นห้อง มีเสียงรถยนต์ดังมาแต่ไกล พอคะมิโอะนอนหลับตา มีกลิ่นหุงข้าวสวยลอยมาจากห้องอื่น

                “รู้สึกจะมีบะหมี่กระป๋องเก็บไว้อยู่นะ” คะมิโอะนอนนึกในใจ

                ผ่านไปสักพัก คะมิโอะลุกขึ้นด้วยความเกียจคร้าน เดินไปเก็บนิตยสารหางานพาร์ทไทม์ แต่ในจังหวะนั้นเอง จะด้วยเหตุบังเอิญหรืออะไรก็แล้วแต่ หน้านิตยสารเกิดพลิกไปที่หน้าที่มีโฆษณาว่าเรียวคังในจังหวัดOOOประกาศรับพนักงานพาร์ทไทม์และจังหวัดนั้นก็เป็นที่คะมิโอะคิดอยากจะไปเที่ยวพอดี

                เงื่อนไขการจ้างงานคือจะรับเข้าทำงานในช่วงฤดูร้อนเท่านั้นด้วยค่าจ้างต่อชั่วโมงที่ไม่สูงมากนัก แต่จะมีอาหารให้และมีห้องให้นอนค้างในเรียวคัง

                ด้วยความที่ผ่านมา คะมิโอะได้แต่กินบะหมี่กระป๋อง พอเห็นโฆษณารับพนักงานพาร์ทไทม์ของเรียวคังที่ถึงแม้ค่าแรงจะไม่สูงแต่มีอาหารให้ด้วย จึงคิดที่จะโทรศัพท์ไปสอบถามเพราะถ้าได้งานนี้จริง จะได้ทั้งกินอาหารดี ๆ แถมได้ไปเที่ยวที่ ๆ อยากไปด้วย

                สวัสดีค่ะ ที่นี่เรียวคังOOO ยินดีให้บริการค่ะ” คนของเรียวคังพูดมาตามสายตอนที่คะมิโอะโทรศัพท์ไป

                เอิ่ม…ผมได้ดูโฆษณาประกาศรับพนักงานพาร์ทไทม์ ไม่ทราบว่าเต็มไปรึยังครับ? คะมิโอะถาม

                กรุณารอสักครู่นะคะ” คนของเรียวคังตอบกลับมา

                เสียงคนของเรียวคังดูเหมือนเป็นเสียงของหญิงสาว ในช่วงเวลาเดียวกัน คะมิโอะได้ยินเสียงผู้ชายที่คาดว่าน่าจะเป็นเจ้าของเรียวคังกำลังคุยเสียงเบา ๆ กับหญิงสาวโดยที่คะมิโอะนั่งถือหูโทรศัพท์รอด้วยความตื่นเต้น  

                ครับ…ผมขอรับโทรศัพท์แทนนะครับ เอ่อ…จะสมัครงานพาร์ทไทม์ใช่มั้ยครับ” ผู้ชายคุยโทรศัพท์แทนหญิงสาว

                ใช่ครับ พอดีผมเห็นประกาศในนิตยสารหางานพาร์ทไทม์ ก็เลยอยากจะสมัครครับ” คะมิโอะตอบกลับไป

                อ๋อ…ได้ครับ ไม่ทราบว่าจะมาเริ่มงานได้เมื่อไหร่ครับ” ผู้ชายถามกลับมา

                เมื่อไหร่ก็ได้ครับ แล้วแต่ทางเรียวคังจะสะดวกเลยครับ” คะมิโอะตอบกลับไปทันที

                ถ้าอย่างนั้น มาเริ่มงานพรุ่งนี้เลย ขอชื่อด้วยครับ” ผู้ชายพูดกลับมา

                คะมิโอะครับ” คะมิโอะตอบกลับไป

                ชื่อคะมิโอะคุงนะ อืม…พรุ่งนี้รีบ ๆ มานะครับ” ผู้ชายพูดทวน

                หลังจากนั้น คะมิโอะคุยโทรศัพท์กับผู้ชายต่อไปอีกสักพัก

                เรื่องราวดำเนินไปอย่างรวดเร็วมาก คะมิโอะรู้สึกว่าตนเองโชคดีที่ได้งานนี้และอัดเสียงบทสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อกี้เอาไว้เพื่อที่จะได้ไม่ลืมว่าต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง

                คะมิโอะเปิดฟังเสียงบทสนทนาที่อัดไว้พร้อมกับจดลงกระดาษว่าจะต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง เนื่องจากจะต้องไปนอนค้างที่เรียวคังตอนทำงาน ผู้ชายจึงพูดย้ำว่าต้องเอาใบประกันสังคมติดตัวไปด้วย

                ในนิตยสารหางานพาร์ทไทม์มีลงรูปขาวดำของเรียวคังตรงโฆษณาประกาศรับพนักงาน ถ้าดูจากรูปจะเห็นเป็นเรียวคังขนาดไม่ใหญ่มากนัก ดูน่าอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม คะมิโอะรู้สึกโล่งใจที่ได้งานพาร์ทไทม์นี้ซึ่งเป็นสถานที่ที่อยากไปเที่ยวด้วย

                แต่ในเวลาเดียวกัน…คะมิโอะก็รู้สึกว่ามีอะไรแปลก ๆ แม้กระทั่งตอนฮัมเพลงด้วยความสบายใจก็รู้สึกแปลก ๆ ชอบกล

                ฟ้ามืดสนิทไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ลมอุ่น ๆ ชื้น ๆ พัดเข้ามาในห้องจากทางหน้าต่างที่เปิดทิ้งเอาไว้ คะมิโอะนั่งกินบะหมี่กระป๋อง พลางนึกถึงเรื่องตอนที่คุยโทรศัพท์ ถึงค่าแรงจะถูกหน่อยแต่เงื่อนไขการทำงานก็ไม่เลว ได้เงิน ใช้ไปเที่ยวที่อยากจะไปแถมยังมีผู้หญิงสาว ๆ ในเรียวคังอีก เผลอ ๆ อาจจะได้แฟนกลับมาด้วย แต่…แต่มันรู้สึกแปลกตงิด ๆ ยังไงไม่รู้

                กระจกหน้าต่างในความมืดมิดกลายเป็นเหมือนกระจกเงา คะมิโอะเห็นเงาของใบหน้าตนเองในนั้น พลางนึกในใจว่าทำไม…ทำไมตอนนี้ตนเองกลับไม่ค่อยรู้สึกดีใจ ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไรตอนนี้กลับรู้สึกหดหู่แปลก ๆ คะมิโอะจ้องมองเงาของตนเองในกระจกหน้าต่าง รู้สึกว่าตนเองดูแกขึ้นและไร้ชีวิตชีวา

                วันรุ่งขึ้น คะมิโอะตื่นขึ้นพร้อมกับอาการปวดหัวอย่างรุนแรง รู้สึกคัดจมูกมากเหมือนกับว่าเป็นไข้หวัด จากนั้นก็เดินโซเซไปแปรงฟังและมีเลือดไหลออกจากเหงือก

                คะมิโอตกใจเมื่อเห็นหน้าตัวเองในกระจก ใบหน้าซีดขาวและใต้ตาก็ดำคล้ำเหมือนกับ…

                พอได้เห็นสภาพของตนเองในกระจก ทำให้คะมิโอะคิดในใจว่า “หรือว่าจะไม่ไปทำงานพาร์ทไทม์ดีวะ” แต่ก็จัดเตรียมของไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อคืน แต่…ไม่รู้ว่าทำไม มันไม่รู้สึกอยากไปแล้ว

                ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น

                สวัสดีครับ โทรจากเรียวคังOOOนะครับ ใช่คุณคะมิโอะรึเปล่าครับ? เสียงผู้ชายดังมาตามสาย

                ใช่ครับ ตอนนี้กำลังเตรียมของแล้วจะออกไปทันทีครับ” คะมิโอะตอบกลับไป

                อ่อครับ…แต่คุณคะมิโอะเป็นอะไรรึเปล่าครับ ทำไมเสียงพูดฟังดู ล้า ๆ…” ผู้ชายในสายถามต่อ

                เอ่อ…ขอโทษด้วยครับ พอดีเพิ่งตื่นครับ” คะมิโอะตอบกลับไป

                ไม่ต้องฝืนมากก็ได้นะครับ ถ้ามาถึงเรียวคัง จะไปแช่น้ำพักผ่อนในบ่อน้ำพุร้อนของเรียวคังก็ได้นะครับ ยังไงวันนี้ก็ทำตัวตามสบายไปก่อน งานที่เรียวคังไม่ได้ยุ่งมากขนาดนั้นครับ” ผู้ชายในสายพูดแนะนำคะมิโอะ

                ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้ครับ ขอบคุณมากนะครับ” คะมิโอะตอบกลับไปด้วยความเกรงใจ

                ทางเรียวคังอุตส่าห์โทรศัพท์มาสอบถามด้วยความเป็นห่วง จะไม่ไปก็ไม่ได้ แต่ว่า…ตั้งแต่วางสายไปไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกหนาวสันหลังขึ้นมาเฉย ๆ และทันทีที่ออกจากอพาร์ทเม้นท์และล็อกประตูห้อง คะมิโอะรู้สึกหน้ามืดตาลายขึ้นมาทันที

                ไม่ว่ายังไงก็ต้องไปให้ถึงเรียวคังก่อน” คะมิโอะนึกในใจ

                คะมิโอะเดินโซเซมุ่งหน้าไปสถานีรถไฟฟ้า แต่ฝนก็ดันตกลงมาอีก ซึ่งคะมิโอะไม่ได้เอาร่มติดตัวมาด้วย…

                มิหนำซ้ำยังเริ่มมีอาการไอรุนแรงตามมาอีก

                อยากจะนอนพักในเรียวคังจังเลย…” คะมิโอะนึกในใจ

                กว่าจะไปถึงสถานีรถไฟฟ้า ตัวก็เปียกปอนไปหมด คะมิโอะหยิบเงินจากกระเป๋าเพื่อซื้อตั๋วรถไฟฟ้า แต่ในตอนนั้นเอง คะมิโอะรู้สึกตกใจมากเมื่อได้เห็นมือของตัวเอง ผิวหนังที่มือแห้งแตกราวกับมือของคนแก่

                นี่เราป่วยเป็นโรคอะไรร้ายแรงรึเปล่า…? ถ้ายังมีแรงเดินทางไปถึงเรียวคังได้ก็ดี…” คะมิโอะนึกในใจ

                คะมิโอะจับราวบันไดเพื่อช่วยพยุงตัวตอนเดินขึ้นไปที่ชานชาลาซึ่งก็ต้องหยุดพักหายใจหลายครั้งอยู่เหมือนกัน ยังมีเวลาเหลือกว่ารถไฟฟ้าจะมา คะมิโอะจึงเดินไปนั่งบนม้านั่งยาวบนชานชาลาเพื่อพักเหนื่อย

                คะมิโอะหายใจหอบ เสียงแหบแห้ง มือเท้าชาไปหมดและมีอาการปวดหัวมาเป็นระลอก อาการไอหนัก ๆ ยังไม่หายและไอจนมีเลือดออกมา คะมิโอะหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดปากและเห็นเลือดติดผ้าเช็ดหน้าเยอะมาก

                ต้องรีบ…ต้องรีบไปเรียวคัง…” คะมิโอะนึกในใจพร้อมกับมองตรงออกไปด้วยสายตาที่เลือนราง

                เสียงแตรของรถไฟฟ้าดังขึ้นก่อนจะจอดที่ชานชาลา ประตูรถไฟฟ้าเปิดออกหลังจากหยุดรถ มีผู้โดยสารเดินขึ้นลงไม่มากนัก คะมิโอะพยายามลุกขึ้นเพื่อเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าแต่รู้สึกปวดเอวมาก กว่าจะลุกขึ้นได้ต้องทนเจ็บอยู่พอสมควร

                คะมิโอะเดินโซเซไปที่ประตูรถไฟฟ้า แต่ก็ปวดตามร่างกายไปหมด ได้แต่นึกในใจว่าถ้าขึ้นรถไฟฟ้าได้… ถ้าขึ้นรถไฟฟ้าได้…

                แต่ตอนที่คะมิโอะเอามือจับขอบประตูรถไฟฟ้าเพื่อจะเดินเข้าไปข้างในรถ จู่ ๆ ก็มียายแก่ทำหน้าตาดุยิ่งกว่ายักษ์เดินตรงดิ่งมาจากด้านในรถและชนคะมิโอะจนล้มลงบนชานชาลา ถึงตัวยายแก่จะโซเซไปบ้าง แต่ก็ยังเดินตรงมาที่คะมิโอะอีกและทั้งคู่ก็ลงไม้ลงมือกัน

                แต่ทว่า…คะมิโอะไม่มีแรงพอที่จะตอบโต้ถึงแม้อีกฝ่ายจะเป็นแค่ยายแก่ ดู ๆ ไปก็รู้สึกสมเพชตัวเอง

                หยุดนะ! พอสักที ผมต้องขึ้นรถไฟฟ้าขบวนนั้นให้ได้” คะมิโอะพูดออกไปเสียงดัง

                ทำไมล่ะ? ทำไมต้องขึ้นด้วย? ยายแก่นั่งคร่อมตัวคะมิโอะและใช้มือจับหัวกดลงกับพื้น

                เรียว…ผมต้องไปเรียวคัง” คะมิโอะตอบกลับไป

                ไม่นานหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่รถไฟฟ้ามาถึงที่เกิดเหตุและแยกทั้งคู่ออกจากกัน แต่ตอนนั้นรถไฟฟ้าได้ออกจากสถานีไปแล้ว คะมิโอะทำอะไรไม่ถูก ได้แต่นั่งลงที่พื้นท่ามกลางเหล่าผู้โดยสารคนอื่นที่มายืนมุงดู

                ยายแก่ที่ถูกเจ้าหน้าที่รถไฟฟ้าจับแยกออกไป พยายามรวบรวมลมหายใจและพูดออกมาแปลก ๆ ว่า “เจ้ากำลังถูกลากตัวไป…ซึ่งมันอันตรายมาก”

                พอพูดจบ ยายแก่ก็เดินจากไป

                คะมิโอะถูกเจ้าหน้าที่รถไฟฟ้าสอบสวนสักพักแล้วก็ปล่อยตัวกลับบ้านไป พอออกจากสถานี คะมิโอะก็ตรงดิ่งกลับอพาร์ทเม้นท์ทันที แต่ก็มีเรื่องแปลกอยู่อย่างหนึ่งคือ พอคะมิโอะตัดสินใจกลับบ้าน สภาพร่างกายก็ดีขึ้นทันตาเห็น เสียงกลับมาเป็นเหมือนเดิม พอส่องกระจกที่ห้อง หน้าตาก็ไม่ซีดเซียวเหมือนตอนแรก

                คะมิโอะวางสัมภาระ หยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ รอให้ตัวเองตั้งสติได้เต็มที่ก่อนแล้วค่อยโทรศัพท์ไปปฏิเสธงานที่เรียวคัง

                คะมิโอะกดหมายเลขโทรศัพท์ของเรียวคังที่เครื่องโทรศัพท์บ้าน แต่กลับมีเสียงตอบรับกลับมาว่า “หมายเลขที่ท่านเรียกยังไม่ได้เปิดใช้ในขณะนี้”

                หรือว่ากดเบอร์ผิด คะมิโอะลองกดเบอร์โทรศัพท์ใหม่อีกครั้ง แต่เสียงตอบรับก็เป็นแบบเดิมคือ “หมายเลขที่ท่านเรียกยังไม่ได้เปิดใช้ในขณะนี้”

                คะมิโอะรู้สึกสับสนว่ามันเกิดอะไรขึ้นทั้ง ๆ ที่เมื่อเช้ายังมีเบอร์โทรศัพท์นี้โทรเข้ามาแท้ ๆ

                แปลก…แปลก…แปลกมาก ๆ” คะมิโอะพึมพำกับตัวเอง

                ในจังหวะนั้นเอง คะมิโอะนึกถึงเสียงบทสนทนาทางโทรศัพท์ที่อัดเอาไว้ขึ้นมาได้ จึงรีบกรอเทปที่อัดไว้กลับไปตอนเริ่มต้น

                วี้ ๆ” เสียงกรอเทปดังขึ้น

                หลังจากกรอเสร็จ คะมิโอะกดปุ่มเพลย์เพื่อเล่นเทปทันที

                ซ่าาาา…สวัสดีครับ ที่นี่เรียวคังOOO ยินดีให้บริการครับ

                คะมิโอะตกใจกลัวจนตัวสั่นเพราะว่าของเดิมเป็นเสียงของหญิงสาว แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนเป็นเสียงต่ำ ๆ ของผู้ชายไปแล้ว

                เอิ่ม…ผมได้ดูโฆษณาประกาศรับพนักงานพาร์ทไทม์ ไม่ทราบว่าเต็มไปรึยังครับ?

                กรุณารอสักครู่……นะ…หนา……จะ……ลว…

                คะมิโอะได้ยินเสียงพูดอะไรบางอย่างซึ่งตอนแรกนั้นไม่มี ด้วยความสงสัย คะมิโอะกรอเทปกลับและเปิดฟังอีกครั้งโดยเพิ่มเสียงให้ดังขึ้น

                กรุณารอสักครู่……นะ…หนา……จะ……ลว…

                ยังได้ยินไม่ชัด จึงกรอเทปกลับและเปิดเสียงให้ดังกว่าเดิม

                กรุณารอสักครู่……หนาว……จะ…แล้ว…

                คะมิโอะกรอเทปกลับอีกรอบ แต่คราวนี้เปิดเสียงให้ดังที่สุด

                ……หนาวมาก…จะแข็งตายอยู่แล้ว…

                ช่วงท้ายเป็นเสียงเด็กแทรกเข้ามา ยิ่งไปกว่านั้นยังได้ยินเสียงผู้ใหญ่หลายคนร้องโหยหวนอยู่ข้างหลังเสียงเด็กด้วย

                เฮ้ยยยย…” คะมิโอะร้องตกใจเหงื่อแตก เดินออกห่างจากเครื่องโทรศัพท์ แต่เทปยังคงเล่นต่อไป

                อ๋อ…ได้ครับ ไม่ทราบว่าจะมาเริ่มงานได้เมื่อไหร่ครับ

                เมื่อไหร่ก็ได้ครับ แล้วแต่ทางเรียวคังจะสะดวกเลยครับ

                …

                ทั้งหมดเป็นบทสนทนาทางโทรศัพท์ที่ถูกบันทึกไว้เมื่อวาน แต่คะมิโอะจำได้ว่าตอนนั้นคุยกับผู้ชาย ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นเสียงที่คล้ายกับเสียงของยายแก่ที่กดหัวเขาบนชานชาลา

                ชื่อคะมิโอะคุงนะ อืม…พรุ่งนี้รีบ ๆ มานะ

                พอเล่นเทปมาถึงตรงนี้ บทสนทนาก็เริ่มขาด ๆ หาย ๆ คะมิโอะรู้สึกหวาดกลัวจนเหงื่อโชกไปทั่วร่างกาย

                ข้างนอกห้อง ฝนตกลงมาหนักอีกครั้ง คะมิโอะพยายามรวบรวมสติให้กลับคืนมา

                เทปที่อัดเสียงบทสนทนาทางโทรศัพท์ยังเล่นต่อไปจนมาถึงช่วงบทสนทนาเมื่อตอนเช้าที่ผ่านมา แต่คราวนี้มีแต่เสียงของคะมิโอะ

                ไปตายซะ ไปตายซะ ไปตายซะ ไปตายซะ ไปตายซะ

                ใช่ครับ ตอนนี้กำลังเตรียมของแล้วจะออกไปทันทีครับ

                ไปตายซะ ไปตายซะ ไปตายซะ ไปตายซะ ไปตายซะ

                เอ่อ…ขอโทษด้วยครับ พอดีเพิ่งตื่นครับ

                ไปตายซะ ไปตายซะ ไปตายซะ ไปตายซะ ไปตายซะ ไปตายซะ ไปตายซะ ไปตายซะ ไปตายซะ ไปตายซะ ไปตายซะ ไปตายซะ ไปตายซะ ไปตายซะ

                ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้ครับ ขอบคุณมากนะครับ

                คะมิโอะตกใจกลัวจนต้องดึงปลั๊กของเครื่องโทรศัพท์ออก กลืนน้ำลายทั้ง ๆ ที่คอแห้งสนิท ไม่เข้าใจว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นคืออะไร ทำไมถึงเป็นแบบนั้นไปได้

                คะมิโอะรีบหยิบนิตยสารหางานพาร์ทไทม์ขึ้นมา พลิกหาหน้าที่มีโฆษณาประกาศรับพนักงานของเรียวคังOOO มือของคะมิโอะสั่นตลอดเวลาระหว่างที่พลิกหน้านิตยสาร มันแปลกผิดปกติมากแต่ก็ไม่รู้ว่าทำไม

                ในที่สุด คะมิโอะก็เจอหน้าที่มีรูปเรียวคังOOO แต่หน้านั้นไม่ได้ดูสะอาดสะอ้านเหมือนตอนแรกที่เห็น มันมีรอยเปื้อนขนาดใหญ่ มีรอยไหม้แถมยังมีรอยยับด้วย ซึ่งไม่ว่าจะดูยังไงกระดาษก็ดูเก่ามากอย่างกับเป็นนิตยสารเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว

                ในหน้านั้น มีรูปเรียวคังOOOที่ถูกไฟไหม้เกือบทั้งหมด ใต้รูปมีข้อความเขียนไว้ว่า “มีผู้เสียชีวิต 30 คน ไฟลุกลามมาจากห้องครัว

                เนื่องจากพบศพไหม้เกรียมที่คาดว่าน่าจะเป็นเจ้าของเรียวคังที่ห้องครัว จึงสันนิษฐานว่าไฟน่าจะลุกไหม้ตอนกำลังทำอาหาร เหล่าแขกที่มาพักที่หนีออกไปไม่ทันเสียชีวิตลงจากการถูกไฟคลอก

               

 

 

 

                คะมิโอะรู้สึกงงไปหมด จับต้นชนปลายไม่ถูกเพราะที่เห็นตอนนี้มันไม่ใช่โฆษณาประกาศรับพนักงาน

                คะมิโอะพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ

                ลมพัดเข้ามาในห้องทางหน้าต่าง หน้านิตยสารพลิกไปเรื่อย ๆ ตามแรงลม ดูเหมือนว่าฝนจะเบาลงแล้วและความเงียบสงัดค่อย ๆ เข้าปกคลุมตัวของคะมิโอะ

                …

                  ภายใต้ความเงียบสงัดนั้น เสียงโทรศัพท์ได้ดังขึ้นอีกครั้ง


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น