อัปเดตล่าสุด 2018-11-05 16:54:25

ตอนที่ 4 โฮอิฉิไร้หู

ตำนานสยองขวัญ “โฮอิฉิไร้หู”

            ในสมัยก่อน มีนักร้องตาบอดเล่นเครื่องดนตรีบิวะ (คล้ายกีตาร์) ชื่อ “โฮอิฉิ” อาศัยอยู่ในวัดอะมิดะ (ปัจจุบันคือศาลเจ้าอะคะมะ)

            โฮอิฉิเล่นเครื่องดนตรีบิวะและร้องบทกลอนเรื่องราวของเฮเคะ (The tale of Heike: เรื่องราวของกองทัพในสมัยคะมะคุระ) ได้ไพเราะมากจนมีชื่อเสียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นนักร้องบทกลอนเรื่องราวการรบที่ดันโนะอุระที่เก่งมาก ซึ่งไม่ว่าใครเมื่อได้ฟังแล้วจะรู้สึกประทับใจอย่างที่สุด

            มีอยู่ค่ำคืนหนึ่ง โฮอิฉิได้ยินเสียงของผู้หญิงขณะที่เล่นเครื่องดนตรี  บิวะพร้อมกับร้องบทกลอนเล่าเรื่องราวอยู่ในวัด

            “ฝีมือการร้องเล่นเครื่องดนตรีของท่านยอดเยี่ยมมาก อยากจะเชิญท่านไปร้องเล่นเครื่องดนตรีที่บ้านพักของฉันเพื่อให้คนในบ้านได้ฟังด้วย ถ้าเป็นไปได้ อยากจะขอร้องท่านให้ตามฉันไปที่บ้านพัก

            โฮอิฉิรู้สึกแปลกประหลาดใจว่าทำไมถึงมาซะดึกขนาดนี้ แต่ก็ยังเดินตามผู้หญิงไปเพราะรู้สึกดีที่มีคนยอมรับในฝีมือ

            พอไปถึงที่หมาย ถึงแม้โฮอิฉิจะเป็นนักร้องตาบอด แต่ก็สามารถสัมผัสได้ว่ามีคนจำนวนมากนั่งรออยู่

            รู้สึกดีใจและอยากจะขอบคุณที่มีคนจำนวนมากขนาดนี้เฝ้ารอการร้องเล่นเครื่องดนตรีของกระผม” โฮอิฉิพูดต่อหน้าคนจำนวนมากที่มารอ

            หลังจากนั้น โฮอิฉิเริ่มเล่นเครื่องดนตรีบิวะพร้อมกับร้องบทกลอนเล่าเรื่องราวต่าง ๆ อย่างสุดฝีมือ ผู้ชมหลายคนมีอาการเคลิบเคลิ้มไปกับการร้องเล่นของโฮอิฉิ ผู้ชมบางคนเปล่งเสียงร้องออกมาด้วยความดีใจเป็นบางครั้งบางคราวระหว่างการร้องเล่น โฮอิฉิรับรู้ได้ถึงการเป็นที่ยอมรับแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน จึงตั้งสมาธิในการร้องเล่นเครื่องดนตรีให้มากขึ้นไปอีก

            พอโฮอิฉิร้องเล่นบทกลอนท่อนที่เล่าเรื่องราวการรบที่ดันโนะอุระ มีผู้ชมบางคนถึงกับร้องไห้สะอึกสะอื้นเพราะซึ้งใจกับเนื้อหา โฮอิฉิรู้สึกอิ่มเอิบใจอย่างบอกไม่ถูกหลังจากที่ร้องเล่นจบ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเหนื่อยล้ามากกว่าปกติ

            หลังจากนั้นไม่นาน โฮอิฉิก็ได้ยินเสียงผู้หญิงอีกครั้ง

            ฝีมือการร้องเล่นเครื่องดนตรีบิวะของท่านไพเราะกว่าคำร่ำลือมาก ถ้าเป็นไปได้อยากให้ท่านมาร้องเล่นให้ฟังอีกในคืนพรุ่งนี้อีกจะได้มั้ย แต่ว่า…ท่านอย่าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเด็ดขาดนะ

            เมื่อได้ฟังสิ่งที่ผู้หญิงพูด ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่โฮอิฉิจะต้องปฏิเสธ และด้วยเหตุนี้ โฮอิฉิจึงออกจากวัดทุกคืนตั้งแต่คืนนั้นเป็นมา

            เวลาผ่านไป เจ้าอาวาสเริ่มรู้สึกสงสัยว่าโฮอิฉิออกจากวัดไปไหนทุกคืน ยิ่งไปกว่านั้น พักหลัง ๆ มานี้ โฮอิฉิมีสีหน้าซีดเซียวและร่างกายก็ผอมแห้งลงเรื่อย ๆ

            อืม…โฮอิฉิออกจากวัดไปที่ไหนทุกคืนนะ?” เจ้าอาวาสพูดกับชายรับใช้ของวัด

            เจ้าอาวาสสั่งให้ชายรับใช้แอบสะกดรอยตามโฮอิฉิไปในตอนกลางคืน

            พอเริ่มตกดึก ชายรับใช้แอบเฝ้าดูโฮอิฉิอยู่ภายในวัด ซึ่งไม่นานหลังจากนั้น โฮอิฉิลุกขึ้นยืน แล้วก็เดินโซซัดโซเซออกไปจากวัด ชายรับใช้รีบเดินสะกดรอยตามไปโดยไม่ให้โฮอิฉิรู้ตัว ทั้ง ๆ ที่โฮอิฉิเป็นคนตาบอด แต่กลับเดินได้สบายโดยไม่หลงทางและไม่มีสะดุดราวกับว่าไม่ได้เป็นคนตาบอด ถนนหนทางนั้นมืดมาก ชายรับใช้ต้องอาศัยแสงจันทร์เพียงอย่างเดียวในการเดินสะกดรอยตาม

            หลังจากที่ชายรับใช้เดินสะกดรอยตามได้พักใหญ่ ๆ โฮอิฉิก็หยุดเดินและนั่งลงที่หน้าสุสานของจักรพรรดิอันโทะคุ

            ทำไมโฮอิฉิถึงมาในที่แบบนี้ยามค่ำคืน” ชายรับใช้แอบสงสัยในใจ

            แต่ยังไม่ทันไร จู่ ๆ ก็มีลูกไฟลอยขึ้นมาล้อมรอบตัวของโฮอิฉิ หลังจากนั้น โฮอิฉิก็เริ่มร้องเล่นเครื่องดนตรีบิวะด้วยสีหน้าท่าทางจริงจังมาก

            ให้ตายซิ! โฮอิฉิถูกปีศาจสิงซะแล้ว” ชายรับใช้ตกใจกลัวมาก รีบวิ่งหนีกลับไปที่วัด จากนั้นก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้เจ้าอาวาสฟัง

            เมื่อเจ้าอาวาสรู้ว่าโฮอิฉิถูกวิญญาณของเฮเคะเข้าสิง จึงเรียกโฮอิฉิมาสอบถามในวันรุ่งขึ้น แต่โฮอิฉิก็ไม่ยอมตอบคำถามอะไรทั้งสิ้นเพราะได้สัญญากับผู้หญิงไว้แล้วว่าจะไม่บอกใคร

            เมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าอาวาสจึงบอกกับชายรับใช้ให้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่พบเจอเมื่อคืนให้โฮอิฉิฟัง

            ไม่อยากจะเชื่อ…มันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ หรือเนี่ย” โฮอิฉิเปรยออกมา

            ตัวของโฮอิฉิสั่นเทาด้วยความกลัว ไม่อยากจะเชื่อว่าเสียงชื่นชมและเสียงร้องดีใจที่ตนเองได้ยินตอนร้องเล่นเครื่องดนตรีจะเป็นเสียงของคนที่ไม่ได้อยู่ในโลกนี้แล้ว

            เจ้าอาวาสพูดขึ้นมาหลังจากเห็นท่าทางหวาดกลัวของโฮอิฉิว่า “ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เจ้าจะถูกสิงจนตายแน่ ๆ อาจจะเป็นเพราะเจ้ามองไม่เห็นก็เลยไม่รู้ว่าตอนนี้เจ้าผอมแห้งมากจนเห็นรอยกระดูก

            แล้วกระผมจะต้องทำยังไงดีครับ” โฮอิฉิถามด้วยความรู้สึกไม่อยากตาย

            เอาอย่างนี้ละกัน อาตมาจะสวดมนต์สะกดให้เหล่าวิญญาณของ เฮเคะสงบลง อาจจะช่วยให้วิญญาณเหล่านั้นไม่ปรากฏต่อหน้าเจ้าอีก นอกจากนี้จะต้องทำพิธีปกปิดตัวด้วย…” เจ้าอาวาสเสนอวิธีช่วยเหลือโฮอิฉิ

            เจ้าอาวาสใช้พู่กันจุ่มหมึกสีดำ เขียนบทสวดลงบนตัวของโฮอิฉิโดยไม่ให้เหลือช่องว่างเพื่อปกปิดตัวโฮอิฉิ

            คืนนี้ อาตมาจะออกจากวัดไปสวดมนต์สะกดเหล่าวิญญาณของ เฮเคะ เจ้าห้ามอ้าปากเด็ดขาดจนกว่าอาตมาจะกลับมานะ” เจ้าอาวาสพูดย้ำเตือนโฮอิฉิ

            พอพระอาทิตย์ตกดิน โฮอิฉิเข้าไปเก็บตัวในหออาคารหลักของวัด ส่วนเจ้าอาวาสก็เดินออกจากวัดไป

            โฮอิฉิทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งนิ่งเงียบ ๆ ให้พ้นคืนนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปได้สักพัก โฮอิฉิได้ยินเสียงผู้หญิงอีกครั้ง

            คุณโฮอิฉิ คุณอยู่ที่ไหนคะ…

            วิญญาณของเฮเคะมารับตัวโฮอิฉิถึงที่ แต่ว่า…วิญญาณของเฮเคะก็มองไม่เห็นโฮอิฉิเนื่องจากเจ้าอาวาสได้เขียนบทสวดลงบนตัวของโฮอิฉิจนไม่เหลือช่องว่าง

            วิญญาณนั้นเดินไปเดินมาในวัดเพื่อมองหาโฮอิฉิ เสียงเดินไปเดินมาดังให้ได้ยินอยู่สักพักใหญ่ ๆ กว่าจะเงียบหายไป

            ในที่สุดก็ยอมแพ้กลับไปจนได้…” โฮอิฉิพูดขึ้นมาเบา ๆ ด้วยความอุ่นใจ

            แต่ในจังหวะนั้นเอง

            คุณโฮอิฉิ

            เสียงเรียกแบบกระซิบของผู้หญิงดังขึ้นข้าง ๆ หูของโฮอิฉิ

            โฮอิฉิอ้าปากและกำลังจะส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจในสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่ก็เอามือปิดปากได้ทันก่อนที่เสียงร้องจะหลุดออกมา

            แย่แล้ว! มันเห็นเราแล้ว!” โฮอิฉินึกในใจ

            โฮอิฉิเหงื่อไหลท่วมตัว

            จากนั้นก็เสียงผู้หญิงดังขึ้นอีกว่า “ถึงจะหาคุณโฮอิฉิไม่พบ แต่ตรงนี้มีหูอยู่ งั้นเราขอเอาหูคู่นี้ไปแทนละกัน

            พอสิ้นเสียงผู้หญิง โฮอิฉิรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หูขึ้นมาทันที หลังจากนั้นความเจ็บปวดก็ทวีคูณขึ้นอย่างรวดเร็วจนโฮอิฉิหมดสติไป

            โฮอิฉิมารู้สึกตัวอีกทีตอนที่กำลังนอนอยู่ในที่นอน

            รู้สึกตัวแล้วหรือ โฮอิฉิ” โฮอิฉิได้ยินเสียงเจ้าอาวาส

            โฮอิฉิถามเจ้าอาวาสว่าวิญญาณของเฮเคะเป็นยังไงบ้าง

            เจ้าอาวาสตอบว่า “เมื่อคืน อาตมาใช้เวลาเกือบถึงเช้าสวดมนต์สะกดวิญญาณของเฮเคะได้สำเร็จแล้ว แต่ต้องขอโทษเจ้าด้วยนะ อาตมาลืมเขียนบทสวดมนต์ที่ใบหูของเจ้าด้วย มันเลยเอาหูทั้งสองข้างของเจ้าไปได้

            พอโฮอิฉิได้ฟังคำตอบของเจ้าอาวาส ก็รีบเอามือจับที่หูของตนเอง โฮอิฉิจับถูกผ้าทำแผลที่ติดเอาไว้และมีความรู้สึกว่าหูของตนเองได้หายไปแล้ว

            ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา วิญญาณของเฮเคะไม่ปรากฏตัวออกมาให้โฮอิฉิเห็นอีกเลย อาการบาดเจ็บดีขึ้นเรื่อย ๆ และโฮอิฉิก็กลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงขึ้นมาทันทีภายใต้สมญานามว่า “โฮอิฉิไร้หู

            ……………………………………………………………

            ในบางเรื่องเล่าบอกว่าในอดีต โฮอิฉิเคยเป็นทหารในกองทัพของ    เฮเคะ ในช่วงที่กองทัพเฮเคะรบต่อสู้กับศัตรู โฮอิฉิได้รับมอบหมายให้คุ้มกันเจ้าหญิงตอนที่หลบหนีออกมา แต่โชคไม่ดี เจ้าหญิงและโฮอิฉิกับพวกถูกศัตรูตามจับได้ โฮอิฉิรู้สึกกลัวตายจึงร้องขอชีวิตและพูดหักหลังเจ้านายตนเอง แม่ทัพของศัตรูยอมไว้ชีวิตโฮอิฉิแต่ก็ใช้ดาบซามุไรฟันตาของโฮอิฉิจนบอด สุดท้ายเจ้าหญิงกับคนอื่น ๆ ที่เหลือก็ถูกฆ่าตายหมด โฮอิฉิที่เหลืออยู่ตัวคนเดียวไปไหนไกลไม่ได้เพราะตาบอด เวลาผ่านไปก็ระเห็จไปเรื่อยจนได้ไปอยู่ในวัด ส่วนเจ้าหญิงที่เสียชีวิตกลายเป็นวิญญาณที่มีความอาฆาตต้องการแก้แค้นทุกคนรวมถึงโฮอิฉิ


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น