อัปเดตล่าสุด 2019-02-26 00:00:26

ตอนที่ 5 ยะมะโนะเคะ

ตำนานสยองขวัญ “ยะมะโนะเคะ

                ชายคนหนึ่งไปขับรถเล่นกับลูกสาว เขาขับรถไปตามถนนที่ไม่มีอะไรแปลกใหม่เป็นพิเศษ ระหว่างทางก็แวะเข้าไดร์ฟอินเพื่อสั่งอาหารกิน หลังจากนั้น ชายคนนี้เกิดคิดพิเรนทร์อยากจะลองแกล้งลูกสาวโดยขับรถเข้าไปในถนนเล็ก ๆ ที่เป็นถนนลูกรัง ยิ่งชายคนนี้เห็นลูกสาวพยายามห้าม ก็ยิ่งรู้สึกสนุกชอบใจ แล้วเขาก็ขับรถเข้าไปในป่าบนเขาต่อไปเรื่อย ๆ

                แต่ทันใดนั้นเอง อยู่ดี ๆ เครื่องยนต์ก็ดับกะทันหัน บริเวณรอบ ๆ เป็นป่าลึก ไม่มีคลื่นโทรศัพท์แถมชายคนนี้ก็ไม่มีความรู้เรื่องเครื่องยนต์เลย ชายคนนี้กับลูกสาวของเขาไม่รู้จะทำยังไง ต่างคนต่างมึนงง ถ้าจะเดินจากตำแหน่งที่อยู่ปัจจุบันไปไดรฟ์อินที่พึ่งไปมา ก็น่าจะใช้เวลาหลายชั่วโมง ชายคนนี้จึงตัดสินใจว่าคืนนี้จะนอนในรถกับลูกสาวก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยเดินไปที่ไดร์ฟอิน

                ทั้งคู่นั่งทนหนาวอยู่ในรถจนถึงตอนกลางดึก บางครั้งมีลมพัดมาให้ได้ยินเสียงกิ่งไม้สั่นไหวบ้าง แต่โดยรวมแล้วจะไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย

                เวลาผ่านไป ลูกสาวที่นั่งอยู่เบาะข้าง ๆ คนขับก็นอนหลับไป เมื่อชายคนนี้เห็นลูกสาวนอนหลับ ตนเองจึงพยายามจะข่มตานอนบ้าง แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็นอนไม่หลับ ซึ่งในจังหวะนั้นเอง ชายคนนี้ได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง เป็นเสียงประหลาดอะไรไม่รู้ แต่รู้แค่ว่าเป็นเสียงที่ได้ยินแล้วทำให้ใจคอไม่ดี

                เทง...โซ...เมะสึ

                เทง...โซ...เมะสึ

                เทง...โซ...เมะสึ

                เสียงนี้ดังขึ้นซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด

                ตอนแรก ชายคนนี้คิดว่าตนเองคงหูฝาดไปเอง จากนั้นก็พยายามจะข่มตานอนต่อ แต่ยิ่งเวลาผ่านไป เสียงนั้นยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับว่าต้นเสียงกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้เรื่อย ๆ

                ชายคนนี้รู้สึกทนไม่ไหวจนต้องเปิดตาดู แล้วเขาก็เห็น “อะไร” บางอย่างผิวเรียบ ๆ มีสีขาว เคลื่อนที่ด้วยท่าทางประหลาด ๆ เข้ามาใกล้รถเรื่อย ๆ รูปร่างคล้ายกับสัตว์ประหลาด “จะมิระ” ในหนังอุลตร้าแมน ไม่มีหัวและดูเหมือนจะมีขาข้างเดียว มันกระโดดตัวโอนเอนพร้อมกับหมุนแขนสองข้างแบบแปลก ๆ เข้ามาใกล้เรื่อย ๆ

                ชายคนนี้รู้สึกกลัวมากจนอยากจะตะโกนร้องออกมา แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากให้ลูกสาวตื่นขึ้นมาเห็นสัตว์ประหลาดตัวนี้ ชายคนนี้ไม่รู้จะทำยังไงดี หนีก็ไม่ได้ตะโกนร้องก็ไม่ได้ ในขณะเดียวกัน ไอ้สัตว์ประกลาดตัวนี้ก็เข้าใกล้รถมาเรื่อย ๆ แต่พอรอดูไปสักพัก ดูเหมือนว่าสัตว์ประหลาดตัวนี้จะเคลื่อนที่ผ่านข้างรถฝั่งคนขับไปโดยไม่ทำอะไร

                ระหว่างที่สัตว์ประหลาดตัวนี้กำลังเคลื่อนที่ผ่านไป ชายคนนี้จะได้ยินเสียงตลอดเวลาว่า

                เทง...โซ...เมะสึ

                เทง...โซ...เมะสึ

                เทง...โซ...เมะสึ

                พอเวลาผ่านไปสักพัก เขาได้ยินเสียงนั้นเบาลง จึงคิดว่าสัตว์ประหลาดน่าจะเคลื่อนที่เลยรถไปแล้ว และเมื่อลองหันไปดู ก็มองไม่เห็นสัตว์ประหลาดแล้ว ทำให้เขารู้สึกโล่งอกขึ้นทันที

                แต่ทว่า...พอเขาลองหันไปดูลูกสาว ปรากฏว่าสัตว์ประหลาดกลับโผล่ไปอยู่ที่กระจกประตูรถฝั่งเบาะที่นั่งของลูกสาว พอได้เห็นใกล้ ๆ ก็รู้ว่ามันไม่มีหัว แต่มีใบหน้าอยู่ตรงบริเวณที่เป็นหน้าอก

                ตอนนั้น มันยิ้มแบบมีเลศนัย... เขาเริ่มรู้สึกโมโหมากกว่ารู้สึกกลัวเพราะสัตว์ประหลาดพยายามจะเข้าใกล้ลูกสาวของเขา

                ไอ้สัตว์นี่ !!!” ชายคนนี้ตะโกนออกไปด้วยความโมโห

                ทันใดนั้นเอง สัตว์ประหลาดหายตัวไปอย่างกะทันหัน ซึ่งในเวลาเดียวกัน ลูกสาวก็ตกใจตื่นขึ้น ชายคนนี้รีบเข้าไปปลอบลูกสาวเพราะคิดว่าตนเองตะโกนเสียงดังจนลูกสาวตกใจตื่น

                แต่ลูกสาวของเขากลับนิ่งและเอาแต่พูดพึมพำว่า “ฮะอิเระตะ ฮะอิเระตะ ฮะอิเระตะ ฮะอิเระตะ ฮะอิเระตะ

                ชายคนนี้รู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมาทันทีและคิดในใจว่าจะต้องรีบหนีออกไปจากที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุด จึงลองสตาร์ทรถอีกครั้ง

                ...และโชคยังเข้าข้างเขา คราวนี้รถสตาร์ทติด เขารีบขับรถกลับไปทางเดิมที่วิ่งมา

                ในขณะที่เขาขับรถออกไป ลูกสาวยังคงพูดพึมพำตลอดเวลาว่า “ฮะอิเระตะ ฮะอิเระตะ ฮะอิเระตะ ฮะอิเระตะ ฮะอิเระตะ

                ชายคนนี้เหยียบคันเร่งเต็มที่เพื่อจะไปให้ถึงที่ ๆ มีคนอยู่เร็ว ๆ เขารู้สึกโล่งอกขึ้นบ้างหลังจากเห็นไฟถนนอยู่ข้างหน้า

                แต่ในเวลาเดียวกันนั้น ใบหน้าของลูกสาวเริ่มเปลี่ยนไปและพูดพึมพำว่า “เทง...โซ...เมะสึ...เทง...โซ...เมะสึ

                ชายคนนี้คิดในใจว่าเขาไม่สามารถพาลูกสาวกลับไปที่บ้านในสภาพแบบนี้ได้แน่ ๆ พอเขามองเห็นวัด เขารีบขับรถเข้าไปในวัดทันที ถึงแม้จะเป็นเวลากลางดึก แต่ไฟของบ้านพักที่อยู่ข้าง ๆ ตัววัดยังเปิดอยู่ เขารีบจูงลูกสาวไปที่หน้าประตูบ้านหลังนั้นและกดกริ่งเรียก

                คนที่เปิดประตูออกมาดูเหมือนจะเป็นพระที่ประจำอยู่ที่วัด

                เมื่อพระรูปนี้เห็นลูกสาวของเขา ก็ถามขึ้นมาทันทีว่า “ไปทำอะไรมา!?

                ชายคนนี้ตอบกลับไปว่าเขาขับรถเข้าไปในป่าบนเขาแล้วก็เห็นสัตว์ประหลาด พอพระรูปนี้ได้ฟังก็ทำหน้าเหมือนกับหมดหวัง จากนั้นก็สวดมนต์และตบหลังกับหัวไหล่ของลูกสาวของเขา

                พระรูปนี้บอกให้เขากับลูกสาวนอนพักที่วัดก่อนคืนนี้และอธิบายให้เขาฟังว่า ลูกสาวของเขาถูกปีศาจที่เรียกว่า “ยะมะโนะเคะ” เข้าสิง ถ้าผ่านไป 49 วันแล้วยังคงมีสภาพแบบนี้ ก็คงจะหมดทางรักษาและเป็นแบบนี้ตลอดไป

                ชายคนนี้โทรศัพท์ไปหาภรรยาของเขา ขอร้องให้พระรูปนี้ช่วยอธิบายเรื่องราวให้ภรรยาของเขาเข้าใจ พระรูปนี้ยังพูดเตือนด้วยอีกว่า ถ้าเขาพาลูกสาวของเขากลับไปในสภาพแบบนี้ ภรรยาของเขาจะถูก “ยะมะโนะเคะ” เข้าสิงด้วยเหมือนกัน

                ยะมะโนะเคะ” จะเข้าสิงเฉพาะผู้หญิงและภรรยาของเขาจะไม่สามารถพบลูกสาวได้จนกว่า “ยะมะโนะเคะ” จะออกจากร่างแบบสมบูรณ์

                ...เวลาผ่านไปอีก 1 อาทิตย์

                ลูกสาวยังอยู่ที่วัด ชายคนนี้ไปหาลูกสาวของเขาทุกวัน แต่สภาพของลูกสาวก็ไม่ดีขึ้นเลย เอาแต่นั่งยิ้มแสยะทั้งวัน และมองผู้ชายด้วยสายตาแปลกๆ

                เขาอยากให้ลูกสาวกลับมาเป็นเหมือนเดิมเร็วๆ และจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เขาไม่คิดที่จะขับรถเข้าไปในป่าแบบล้อเล่นอีกแล้ว

                -------------------------------------------------------------------------

                ลักษณะพิเศษของ “ยะมะโนะเคะ

                (1) มีผิวเรียบสีขาว ไม่มีหัว มีใบหน้าที่บริเวณหน้าอก

                (2) มีขาข้างเดียว เคลื่อนที่โดยการกระโดด

                (3) จะร้องเสียงประหลาด ๆ ว่า “เทง...โซ...เมะสึ

                (4) จะเข้าสิงเฉพาะผู้หญิง

                ยะมะโนะเคะ” จะปรากฎตัวออกมาให้เห็นบนถนนในป่า เป็นปีศาจที่ชอบความสุขทางเพศ จึงมักจะเข้าสิงเฉพาะผู้หญิง ผู้หญิงที่ถูกสิงจะพูดพึมพำว่า “ฮะอิเระตะ ฮะอิเระตะ ฮะอิเระตะ ฮะอิเระตะ ฮะอิเระตะ” พร้อมกับยิ้มด้วยใบหน้าแปลก ๆ ว่ากันว่าผู้หญิงที่ถูกสิงจะเริ่มช่วยตนเองและจะไม่หยุดทำจนกว่าจะเสียชีวิต

                ยะมะโนะเคะ” มักจะไม่อดทนต่อความเจ็บปวด ดังนั้นวิธีการที่จะไล่ให้ออกไป จึงเป็นการตี การตบ ในบางกรณีถึงกับต้องดึงเล็บออกที่ละนิ้ว และอีกวิธีที่ใช้ในการไล่คือการให้ผู้หญิงที่ถูกเข้าสิงคลอดลูก เพราะ “ยะมะโนะเคะ” ไม่สามารถทนความเจ็บปวดจากการคลอดลูกได้


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น