อัปเดตล่าสุด 2019-03-12 01:00:02

ตอนที่ 7 สถานีรถไฟฟ้าคิซะระกิ

            ตำนานสยองขวัญ "สถานีรถไฟฟ้าคิซะระกิ"

​                เรื่องเล่านี้เป็นตำนานสยองขวัญที่มีจุดเริ่มต้นมาจากเว็บบอร์ดชื่อดังของญี่ปุ่นชื่อ “2ちゃんねる” โดยเรื่องราวนี้ถูกกล่าวถึงในกระทู้ “รายงานสดเรื่องราวแปลกประหลาดที่คุณกำลังเจอ”

                เริ่มต้นเรื่องเกิดจาก มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ใช้ชื่อไอดีว่า はすみ (ฮะซุมิ) ได้พิมพ์ข้อความลงในกระทู้ โดยที่ได้เธอเริ่มต้นพิมพ์ลงไปว่า "ตอนนี้กำลังนั่งรถไฟฟ้าเอกชนสายหนึ่งอยู่ แต่รู้สึกแปลกๆ "

                แล้วเธอก็พิมพ์ลงต่อไปว่า “เป็นรถไฟฟ้าสายที่นั่งไปทำงานประจำ ปกติต่อให้วิ่งนานยังไงทุกๆ ประมาณ 5-7 นาทีก็ต้องหยุดที่สถานีแล้ว แต่นี่วิ่งมาจะ 20 นาทีแล้วยังไม่หยุดเลย มีคนอื่นนั่งอยู่ในรถไฟฟ้าด้วยอีก 5 คน แต่ทุกคนก็นั่งหลับกันหมด

                มีหลายคนเข้ามาทักเธอว่า “นั่งผิดขบวนรึเปล่า ไปขึ้นรถไฟฟ้าด่วนแทนที่จะเป็นรถไฟฟ้าธรรมดารึเปล่า

                เธอพิมพ์ตอบกลับไปว่า “อาจจะเป็นไปได้ เดี๋ยวจะลองอดทนนั่งดูต่ออีกสักพัก ถ้ามีเรื่องอะไรแปลกๆ อาจจะขอคำปรึกษาอีก

                ระหว่างนั้นก็มีคนพิมพ์แนะนำว่า “ให้ลองเดินไปดูตู้หน้าสุดที่ติดกับห้องคนขับ

                เธอรู้สึกว่าไม่มีท่าทีที่รถไฟฟ้าจะหยุด เลยเดินไปดูห้องคนขับตามคำแนะนำ เมื่อเดินไปถึงก็ปรากฏว่าม่านที่กระจกห้องคนขับปิดไว้อยู่ เธอเลยมองไม่เห็นคนขับ เธอเขียนบอกทุกคนในเว็บบอร์ด คนในเว็บบอร์ดเลยบอกให้เธอลองเคาะกระจกดู แต่ถึงแม้เธอจะเคาะกระจก ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา

                ระหว่างนั้นรถไฟฟ้าก็วิ่งเข้าอุโมงค์แล้วก็ออกจากอุโมงค์ เมื่อออกจากอุโมงค์ก็เริ่มชะลอความเร็ว

                เธอเลยพิมพ์ลงในเว็บบอร์ดว่า “รถไฟฟ้าเริ่มชะลอความเร็วหลังจากออกจากอุโมงค์ แต่ปกติรถไฟฟ้าที่ขึ้นไม่มีวิ่งเข้าอุโมงค์อะ นั่งรถไฟฟ้ามาจากสถานีชินฮะมะมะสึ

                แล้วเธอก็พิมพ์ลงต่อไปว่า “ดูท่าทางจะหยุดที่สถานีแล้ว

                มีคนพิมพ์ตอบเธอกลับมาว่า “คงไม่คิดจะลงไปใช่มั้ย

                เธอพิมพ์ลงต่อไปอีกว่า “ตอนนี้หยุดที่สถานีคิซะระกิ ไม่มีใครอยู่เลย ไม่เคยเห็นหรือไม่เคยได้ยินชื่อสถานีนี้มาก่อนเลย จะลงดีรึเปล่าคะ

                มีคนถามเธอว่านั่งรถไฟฟ้าเที่ยวกี่โมง เธอตอบกลับไปว่าเที่ยวห้าทุ่มสี่สิบนาที หลายคนในเว็บได้เสิร์ชหาสถานีรถไฟฟ้าคะซะระกิในอินเทอร์เน็ต แต่ปรากฏว่าไม่มีใครหาเจอสักคน ระหว่างนั้นเธอก็ลงจากรถไฟฟ้าไปเดินหาตารางเวลาเดินรถ แต่ก็หาไม่เจอ ระหว่างที่เธอกำลังพิมพ์ลงไปถามในเว็บบอร์ดว่าจะกลับเข้าไปในรถไฟฟ้าดีมั้ย ปรากฏว่ารถไฟฟ้าก็ออกไปซะก่อนแล้ว

                หลายคนพิมพ์แนะนำให้เธอลองออกจากสถานีไปหาบ้านคน รถแท็กซี่หรือสถานีตำรวจ แต่เมื่อเธอออกจากสถานี กลับไม่เห็นอะไรเลย มีแต่ภูเขากับทุ่งหญ้า

                เธอโทรกลับไปที่บ้าน บอกพ่อแม่ให้มารับ แต่พอบอกพ่อแม่ว่าอยู่สถานีคิซะระกิ พ่อแม่ก็ไม่รู้จักแล้วบอกกับเธอว่าจะลองหาดูในแผนที่ก่อนแล้วจะออกไปรับ

                คนในเว็บบอกเธอว่า ให้ช่วยไปดูว่าป้ายบอกชื่อสถานีว่า สถานีก่อนหน้านี้กับสถานีต่อจากนี้สถานีหนึ่งชื่ออะไร เมื่อเธอไปดูที่ป้ายก็ไม่มีบอกชื่อสถานีข้างๆ เลย คนในเว็บบอร์ดบางคนก็แนะนำให้เธอเดินย้อนกลับตามทางรถไฟฟ้า แต่บางคนก็บอกให้รอถึงเช้าแล้วค่อยหาทางกลับ แต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจเดินตามทางรถไฟฟ้ากลับไป

                ระหว่างที่เธอเดินย้อนกลับไป ที่บ้านก็โทรมาหาเธอแล้วบอกว่าหาไม่เจอว่าอยู่ตรงไหน ให้เธอโทรหาตำรวจเอง แต่เมื่อเธอโทรหาตำรวจและพยายามจะอธิบายเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ตำรวจกลับไม่เชื่อ คิดว่าเธอโทรมาแกล้งจนเธอต้องยอมแพ้ไปเอง

                หลังจากเดินไปสักพัก เธอก็พิมพ์ลงเว็บบอร์ดว่า “ได้ยินเสียงตีกลองปนกับเสียงกระดิ่งดังมาแต่ไกล ไม่รู้จะทำยังไงดี

                แล้วเธอก็พิมพ์ลงไปต่ออีกว่า “ตอนนี้รู้สึกกลัวมาก จนไม่กล้าหันกลับไปมอง

                คนในเว็บหลายคนพิมพ์ตอบกลับมาว่า “อย่าหันไปมองนะ” “วิ่งไป

                จากนั้นไม่นานเธอก็พิมพ์ต่อว่า “เมื่อกี้มีเสียงคุณลุงตะโกนมาจากข้างหลังว่า ลงมาเดินบนทางรถไฟฟ้าทำไม มันอันตรายนะ แต่พอหันกลับไปดู ปรากฏว่าเป็นคุณลุงมีขาข้างเดียวยืนอยู่ จากนั้นก็หายตัวไป

                เธอรู้สึกตกใจกลัวจนเดินต่อไปไม่ไหว คนในเว็บก็พยายามพิมพ์บอกเธอว่าให้เดินต่อไป ให้ออกจากอุโมงค์ให้ได้แล้วค่อยหาคนช่วย เธอพยายามทำใจเดินต่อไป พอใกล้ถึงปากทางอุโมงค์ เธอก็เห็นเงาคนยืนอยู่

                เธอพิมพ์บอกทุกคนในเว็บว่า “ออกจากอุโมงค์แล้ว เจอคุณลุงคนหนึ่งแล้ว ใจดีมาก คุณลุงจะขับรถพาไปส่งที่สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดให้ คุณลุงบอกว่ามีโรงแรมใกล้สถานีด้วย ขอบคุณทุกคนมากนะคะที่ให้คำแนะนำ

                ไม่นานจากนั้น หลายคนในเว็บบอร์ดพิมพ์ตอบกลับไปว่า

                อย่าไปนะ

                หยุดก่อน อย่าพึ่งไป มันแปลกๆ นะ

                คนอะไรจะมายืนอยู่กลางดึกแบบนี้

                ซึ่งตอนที่ทุกคนพิมพ์ข้อความลงไป ก็เวลาตีสามกว่าๆ แล้ว

                ระหว่างที่เธอนั่งรถไปกับคุณลุง คนในเว็บบอกให้เธอลองถามคุณลุงคนนั้นว่า ที่เธออยู่ตอนนี้มันคือที่ไหน เมื่อเธอลองถามคุณลุง คุณลงก็บอกว่า “ฮินะ

                แต่คนในเว็บก็ไม่มีใครรู้จักสถานที่ที่ชื่อ “ฮินะ” สักคน

                เธอนั่งรถไปสักพักก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ เลยพิมพ์ลงในเว็บบอร์ดว่า “ยิ่งวิ่งยิ่งเหมือนมุ่งหน้าไปทางภูเขา ดูข้างๆ ก็ไม่เห็นมีที่ไหนน่าจะจอดรถได้ คุณลุงก็ไม่ยอมคุยด้วยแล้ว

                ทุกคนในเว็บแสดงอาการเป็นห่วง บอกให้แจ้งตำรวจหรือหาทางหนีออกมา

                และนี่คือข้อความสุดท้ายที่เธอพิมพ์ลงไป

                แบตมือถือใกล้หมดแล้ว ตอนนี้เริ่มดูแปลกๆ เลยคิดจะหาทางหนีแล้ว และคุณลุงเริ่มพูดอะไรไม่รู้อยู่คนเดียวตั้งแต่เมื่อกี้ อาจจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นก็ได้ ขอเขียนข้อความนี้เป็นข้อความสุดท้ายค่ะ

                หลังจากข้อความข้างต้น ในวันนั้นก็ไม่มีข้อความของเธอให้เห็นอีกหลังจากนั้นผ่านไป 7 ปี มีคนใช้ชื่อไอดีเหมือนเธอพิมพ์ข้อความลงไปในเว็บบอร์ด แต่เมื่อคนในเว็บลองสืบก็รู้ว่าไม่ใช่เธอตัวจริง

                ในปัจจุบัน เรื่องสถานีคิซะระกิยังคงเป็นเรื่องเล่าที่ถูกพูดถึงในกลุ่มคนญี่ปุ่นที่ชื่นชอบตำนานสยองขวัญ


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น
Rei Nantonoken
2019-05-08 11:52:17

น่ากลัวมาก คืนนี้จะนอนหลับมั้ยเนี่ย ตอนนี้เรียนอยู่ที่ญี่ปุ่น บางวันต้องกลับบ้านดึก สงสัยต้องระวังตอนขึ้นรถไฟฟ้าด้วยแล้วมั้ง55 จะรออ่านเรื่องอื่น ๆ ต่อนะ ขอบคุณมากน้า

#1