อัปเดตล่าสุด 2019-03-19 01:09:19

ตอนที่ 8 หมู่บ้านซุงิซะวะ

ตำนานสยองขวัญ “หมู่บ้านซุงิซะวะ”

                หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านที่อยู่ในเขาลึกในจังหวัดอะโอะโมะริ

                ทุกคนในหมู่บ้านอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขเรื่อยมา จนมีอยู่วันหนึ่ง ผู้ชายคนหนึ่งเกิดอาการคลุ้มคลั่งไล่ฆ่าคนในหมู่บ้านตายหมดโดยใช้ขวาน หลังจากฆ่าคนทั้งหมู่บ้านตาย ผู้ชายคนนี้ก็ฆ่าตัวเองตายตาม จึงทำให้ไม่เหลือใครเลยในหมู่บ้าน

                จากเหตุการณ์นี้ ทำให้หมู่บ้านซุงิซะวะไม่สามารถดำรงอยู่ในสถานะหมู่บ้านต่อไปได้ บวกกับสำนักข้าราชการท้องถิ่นก็พยายามปกปิดเรื่องราวที่เกิดขึ้น จึงได้ทำการลบหมู่บ้านซุงิซะวะออกจากแผนที่และเอกสารราชการของจังหวัดทั้งหมด หมู่บ้านซุงิซะวะกลายเป็นหมู่บ้านร้างและไม่มีใครกล้าเข้าไปอีกถึง 50 ปี แต่ถึงข้าราชการจังหวัดจะทำการปกปิดยังไง ก็ไม่สามารถลบความทรงจำของผู้คนในท้องถิ่นแถบนั้นได้ เรื่องราวของหมู่บ้านซุงิซะวะยังถูกกล่าวขานกันต่อไปเรื่อย ๆ โดยคนเฒ่าคนแก่ที่อาศัยอยู่ใกล้ ๆ แถบท้องถิ่นนั้น

                มีสมมติฐานหนึ่งกล่าวว่า นักเขียนชื่อโยะโกะมิโสะ เซชิได้เข้าไปเสาะหาเรื่องราวของหมู่บ้านซุงิซะวะ แล้วใช้เป็นต้นแบบในการแต่งนิยายสืบสวนเรื่องยาวชื่อ “ยะสึฮะกะมุระ (Village Of The Eight Tombs)” ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนักสืบคินดะอิจิ

                สำหรับคนในแถบท้องถิ่นนั้น เหตุการณ์ในหมู่บ้านซุงิซะวะคือความลับที่รู้กัน

                ตำนานที่เกี่ยวข้องกับหมู่บ้านซุงิซะวะ

                มีอยู่วันหนึ่ง มีชายหญิง 3 คน (ชายสองหญิงหนึ่ง) ขับรถเล่นในจังหวัดอะโอะโมะริ แต่ขับไปขับมาทั้งสามคนก็หลงทาง ขับรถเข้าไปในป่าลึกไปจนเจอทางเข้าที่เป็นไม้ ตรงข้างเสามีหินก้อนใหญ่สองก้อนวางอยู่ หนึ่งในสองก้อนนั้นมีรูปร่างคล้ายหัวกะโหลก

                ชายหนุ่มที่เป็นคนขับรถบังเอิญนึกถึงข่าวลือที่เขาเคยได้ยินในอดีต ข่าวลือนั้นบอกว่าทางเข้าหมู่บ้านซุงิซะวะจะมีหินรูปร่างคล้ายหัวกะโหลกวางไว้อยู่

                ชายสองคนลงจากรถ จากนั้นก็ชักชวนแกมบังคับผู้หญิงให้ลงจากรถด้วย ชายทั้งสองคนบอกผู้หญิงให้เดินไปด้วยกัน หลังจากลอดประตูไปและเดินผ่านป่าสนไปได้ประมาณ 100 เมตร ทั้งสามคนเห็นพื้นที่ว่างเปล่าอยู่ตรงหน้า แต่ไม่นานหลังจากนั้น จู่ ๆ ก็มีบ้านร้างเก่า ๆ 4 หลังปรากฏขึ้นมาให้เห็นตรงพื้นที่ว่างเปล่านั้น

                ทั้งสามคนเดินเข้าไปสำรวจในบ้านหลังหนึ่งในสี่หลังนั้น ที่กำแพงบ้านเต็มไปด้วยรอยเลือดแห้ง ๆ ติดอยู่ มันทำให้ชายสองคนรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันทีเมื่อได้เห็น

                ในตอนนั้นเอง อยู่ดี ๆ ผู้หญิงก็พูดเสียงดังออกมาว่า “พวกเธอ! มันต้องมีอะไรแปลก ๆ ที่นี่แน่ ฉันรู้สึกว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย

                ทั้งสามคนรู้สึกตื่นตระหนก รีบเดินออกจากบ้านร้าง แต่ทันใดนั้นเองพวกเขาก็รู้สึกเหมือนกับว่า มีกลุ่มคนจำนวนมากกำลังยืนล้อมพวกเขาอยู่ ทั้งสามคนพยายามวิ่งกลับไปที่รถ แต่ไม่ว่าพวกเขาจะวิ่งไปไกลแค่ไหน ไปนานแค่ไหน พวกเขาก็กลับไปไม่ถึงรถสักที        

                จากพื้นที่ว่างเปล่าไปถึงจุดที่จอดรถก็แค่ประมาณ 100 เมตร ทางเดินก็เป็นทางเดินเส้นเดียว เป็นไปไม่ได้ที่จะหลงทาง แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงกลับไปที่รถไม่ได้สักที ไม่ว่าทั้งสามคนจะวิ่งไปไกลแค่ไหนก็ไม่มีวี่แววว่าจะออกจากป่าสนได้ จนในที่สุด ทั้งสามคนก็หลงกันไปคนละทิศคนละทาง โดยมีเพียงแค่ผู้หญิงเท่านั้นที่วิ่งต่อไปเรื่อย ๆ จนเจอรถในที่สุด โชคดีที่กุญแจรถเสียบเอาไว้อยู่ ผู้หญิงรีบขึ้นรถและคิดจะขับรถไปตามคนมาช่วย แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามสตาร์ทรถสักกี่ครั้ง รถก็สตาร์ทไม่ติด เธอรู้สึกกลัวจนร้องไห้และก้มหน้าลงที่พวงมาลัยรถ

                ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีเสียงดังขึ้น

                “ตึง ตึง ตึง...” เสียงทุบดังมาก ๆ และดังเหมือนอยู่ตรงหน้า

                พอผู้หญิงเงยหน้าขึ้นมอง เธอเห็นรอยมือเป็นสีเลือดติดที่กระจกหน้ารถเต็มไปหมด

                แต่ไม่ใช่แค่นั้น หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงดังมาจากกระจกรอบรถทุกบานพร้อมกับมีรอยมือเป็นสีเลือดติดบนกระจก เสียงดังราวกับว่าต้องการจะทุบกระจกให้แตกเพื่อเข้าไปในรถ เธอห่อตัวเองให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วยความกลัว จนในที่สุดเธอก็หมดสติไป

                เช้าวันรุ่งขึ้น คนที่อาศัยอยู่ในแถบพื้นที่นั้นมาพบเจอรถที่เต็มไปด้วยรอยมือสีเลือดพร้อมกับผู้หญิงที่อยู่ในรถ เพียงแค่คืนเดียว ผมของผู้หญิงเปลี่ยนเป็นสีขาวทั้งหัวเพราะความกลัว เธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีและเธอก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่ได้พบเจอมาให้คุณหมอฟัง

                แต่หลังจากนั้นไม่นาน จู่ ๆ เธอก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีใครพบเห็นเธออีกเลย ส่วนผู้ชายอีกสองคนที่ไปกับเธอก็หายตัวไปโดยที่ไม่มีใครพบเห็นเหมือนกัน

                เรื่องทั้งหมดกลายเป็นตำนาน “หมู่บ้านต้องคำสาป ซุงิซะวะ ไม่มีทางรอดสำหรับผู้ที่ได้ย่างกรายเข้าไป


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น