อัปเดตล่าสุด 2018-11-25 00:26:12

ตอนที่ 1 ตัวประหลาดในความมืด

คืนวันที่ 25 เมษายน เมื่อกว่า ยี่สิบปีที่แล้ว เป็นคืนที่ฉันจะไม่วันลืม…

            ตอนนั้น แม่ฉันเพิ่งตายไปได้สักสามสี่เดือน ทิ้งให้ฉันต้องอยู่บ้านกับพ่อและน้องชายที่ฉันแสนเกลียด

          ฉันเกลียดสองคนนี้ เพราะเป็นตัวการทำให้แม่ต้องตาย พ่อที่เอาแต่กินเหล้า กับน้องชายที่เอาแต่ขโมยเงินขายของของแม่ไปซื้อกาวมาดม ขนาดว่าแม่ตายไปแล้ว สองคนนี้ก็ยังทำแบบเดิมไม่เคยเปลี่ยน

           ฉันพยายามขอร้องญาติๆ ว่าขอไปอยู่บนยายที่อีกหมู่บ้าน ห่างไปราวสองกิโลเมตร แต่ญาติๆคนอื่นก็กลับยืนยันให้ฉันที่ตอนนั้นอายุแค่ 15 ปี  อยู่ที่บ้านเพื่อช่วยดูแลพ่อกับน้อง อย่างน้อย ยังมีคนเตรียมข้าวปลาอาหาร ดูแลบ้านช่อง หรือคอยปรามน้องไม่ให้ไปลักขโมยของคนอื่น

            พวกนี้มีแต่พูดเอาแต่ได้ ในขณะที่ยายก็พยายามชวนฉันให้หนีไปอยู่กับยาย แต่พวกน้าๆน้องแม่ก็กลัวทางพ่อจะมาโวยวายที่บ้าน เลยดูไม่ค่อยกล้าออกหน้าเต็มตัวเสียอีก เรื่องนี้ทำให้ฉันในวัยนั้นสิ้นหวังและน้อยใจในโชคชะตาตัวเองเอาเสียมากๆ

            คืนวันนั้น ฉันนั่งรอพ่ออยู่จนดึก ส่วนน้องชายกินข้าวเข้านอนไปแต่หัวค่ำ หลังจากที่ฉันจัดการลากไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจนตัวหายเหม็น

            พอพ่อกลับมาพร้อมกลิ่นเคล้าโชยคละคลุ้งฉันก็พยายามพูดดีๆด้วย ว่าทางโรงเรียนทวงค่าเทอมมาแล้ว ให้พ่อเอาไปจ่ายให้ภายในอาทิตย์นี้ พอพ่อได้ยินก็โวยวายดังลั่น ขว้างของใกล้มือใส่ฉันจนชิ้นหนึ่งลอยมากระแทกปากฉันแตกเลือดซึม

            พ่อพูดด้วยไม่รู้เรื่องอีกต่อไป ฉันเองก็ไม่ไหว หูอื้อ ตาลาย ใจสั่นจนเหมือนข้างในจะระเบิด ฉันพรั่งพรูสิ่งที่เก็บกดมาไว้ตั้งแต่แม่ตาย ด่าความเลวทรามฉิบหายวายป่วงของพ่อกับน้องที่ฉันต้องทนมาตลอด ต้องทนอยู่ที่นี่กับคนกากเดนสองคนนี้ไปเพื่ออะไร ต่อไปนี้จะไม่ทน ไม่ทนอีกต่อไปแล้ว

            ด้วยอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูงสุด ฉันก้มลงคว้ากระปุกออมสินเหล็กที่พ่อเพิ่งขว้างใส่ปากฉันแตก ขว้างกลับใส่หน้าพ่อจนได้ยินเสียงกระแทกหัวดังปัง

            พ่อทรุดลงนั่ง แล้วฉันก็หันหลังวิ่งหนีออกนอกประตูบ้านไปทันที

            หมู่บ้านของฉันเป็นหมู่บ้านที่อยู่นอกอำเภอ และค่อนข้างห่างไกลความเจริญ ฉันวิ่งออกไปจากบ้านโดยหมายใจจะวิ่งหนีไปบ้านยาย

             คืนนั้นเป็นคืนเดือนแรม ฟ้าสลัวเกือบมืดสนิท  ไฟทางมีแค่ในตัวหมู่บ้าน แต่ระหว่างหมู่บ้านที่ไม่มีบ้านคน เป็นถนนตัดทุ่งนาโล่งๆ

              ฉันวิ่งตีนเปล่าพลางร้องไห้ไปตามทิศทางที่จำได้ ถนนเป็นถนนลูกรังที่บาดเท้าเอาเจ็บแปลบเกือบทุกย่างก้าว แต่ตอนนั้นแทบไม่รู้สึกเพราะอารมณ์เจ็บใจมีมากกว่า

               ยิ่งวิ่งก็ยิ่งมืด เหนื่อย หอบ หูอื้อจนเหมือนได้ยินเสียงหายใจและหัวใจของตัวเองเต้นอยู่ในหู ตอนนั้นเองที่เริมตระหนักว่าท่ามกลางความมืดรอบตัวในที่เปลี่ยวๆไร้ผู้คนอย่างนี้มันน่ากลัวขนาดไหน

               ฉันเริ่มช้าลงจนหยุด  ชักใจคอไม่ค่อยดี ตอนนี้วิ่งมาได้สักครึ่งทางแล้ว จะกลับก็คงมีค่าเท่ากัน ยังไงคงต้องไปต่อให้ถึงบ้านยาย แต่ตอนนั้นเอง...

               ฉันรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง กำลังเคลื่อนไหวฝ่าข้าวในแปลงนามาจากทางด้านซ้าย เป็นบางสิ่งที่มาอย่างเงียบเชียบมีแต่เสียงแหวกซังข้าวเหมือนงูเลื้อย แต่ถ้าเป็นงูคงต้องเป็นงูขนาดใหญ่มาก

              อากาศรอบตัวก็เย็นยะเยือกขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ขาที่ใส่แค่กางเกงขาสั้นสั่นสะท้านทั้งด้วยหนาวและกลัว

             สิ่งประหลาดนั่นค่อยๆเคลื่อนมาบนถนน ที่มองเห็นได้สลัวๆ มันทำให้ฉันกลัวจนตัวชา ขยับไม่ได้ ได้แต่ยืนตาค้าง เป็นสิ่งที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต

             มันเหมือนก้อนสีดำสนิทใหญ่มหึมา ไม่มีแขนไม่มีขา ส่วนหัวที่เหมือนมีปากเปิดอ้ากว้าง มีเขี้ยวสีขาวแหลมยาวลากพื้น ไม่มีตา ลำตัวกว้างราวสี่-ห้าเมตร ยาวไปอีกหลายสิบเมตร เคลื่อนที่เหมือนไหลผ่านถนนอีกฟากไปถึงอีกฟาก

           ฉันขาอ่อนทรุดนั่งลงกับพื้น เบิกตาจ้องมองมันเคลื่อนผ่านไปไม่กล้าส่งเสียง กลัวกระทั่งว่าเสียงหัวใจที่กำลังเต้นโครมครามจะทำให้มันได้ยิน

           จนมันข้ามไปถึงอีกฟาก ฉันจึงเห็นแสงไปจากหน้ารถมอเตอร์ไซค์ตามมาจากด้านหลัง พ่อขับมอเตอร์ไซค์มาตามด้วยความเป็นห่วง เห็นฉันนั่งกับพื้นก็จอดรถวิ่งลงมาถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

             ฉันเอาแต่สะอื้น ตอนนั้นหายโกรธพ่อแล้ว แต่กลัวมาก ชี้มือไปที่รอยบนถนนที่ยังเป็นคราบเมือกสีเงินๆเกรอะเต็มเหมือนมีใครมาราดไว้ แถมรอยเขี้ยวของมันก็ขูดถนนเป็นทางยาว

             พ่อใช้ไฟหน้ารถส่องดู พอเห็นรอยประหลาดนั่น ก็บอกให้ฉันรีบขึ้นรถ แล้วขับกลับบ้านทันที ระหว่างทางเราไม่กล้าพูดอะไรกันเลย

             กลับถึงบ้าน เท้าฉันมีแต่แผลเพราะลูกรังบาด พ่อกับน้องลุกมาช่วยกันล้างเท้า ใส่ยาพันแผลให้

              เช้ามา ฉันถึงกล้าเล่า คนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านบอกว่า ที่ฉันเจอน่าจะเป็นผีกละหรือ "ของ" อาคมที่ถูกคนเลี้ยงปล่อยออกมาในคืนเดือนดับ

              ว่ากันว่ามันจะตามกลิ่นเลือดคนที่ออกมากลางแจ้งในตอนกลางคืน โชคดีแล้วที่รอดมาได้ เรื่องนี้ทำฉันกลัวจนไม่กล้าออกนอกบ้านตอนกลางคืนอีกนาน

             หลังจากนั้น พ่อเหมือนพยายามทำตัวดีขึ้น และหันมาช่วยดูแลฉันกับน้อง ฉันเลยอยู่บ้านต่อมาได้จนโต แต่กระนั้นเมื่อนึกถึงเรื่องคืนนั้นก็ยังขนหัวลุกอยู่ทุกที#.


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น