อัปเดตล่าสุด 2019-02-03 01:21:50

ตอนที่ 11 พรายย้ำ

          

               ผมโดนเรียกตัวกลับบ้านด้วยเหตุผลสุดประหลาด แม่ตามให้ผมไปดูน้องสาวถูก พรายย้ำ

               พูดตรงๆ ตั้งแต่เกิดมาผมก็ไม่เคยได้ยินเรื่องพรายย้ำนี่มาก่อนเลย แม้บ้านจะอยู่ใกล้แม่น้ำ และฟังเรื่องราวของนางพรายในน้ำมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็เป็นการฟังในรูปแบบของนิทานสนุกๆมากกว่าจะเป็นเรื่องความเชื่องมงาย

               ยายเคยเล่าให้ฟังว่า นางพรายในแม่น้ำบ้านเรามีคนเคยเห็นว่าเป็นผู้หญิงสวย สวยหลอนๆแบบกึ่งเทพกึ่งผี ว่ากันว่า นางพรายขี้เหงามักสยายผมเปลือยอกปลั่งเหมือนดอกบัวลงเล่นน้ำ ชวนคนลงไปเล่นด้วยตอนกลางคืน แต่ถ้าใครตามลงไปเล่นกับหล่อน เส้นผมยาวสยายของหล่อนก็จะเลื้อยรัดขาคนที่เล่นน้ำแล้วถูกดึงให้จมลงไปตายในน้ำ ศพมักจมอยู่กับพื้นน้ำ ไม่ลอยขึ้นมาเหมือนศพจมน้ำทั่วไป ตอนกลางคืนถ้าใครอยากเห็นนางพรายน้ำว่าอยู่ตรงไหน ก็ให้เอาไฟส่องดูบริเวณที่มีตาน้ำหรือฟองอากาศฝุดขึ้นผิดปกติต่อเนื่องจนน้ำกระเพื่อมเป็นวงใหญ่ๆนานๆ นั่นแหละ หมายถึงนายพรายว่ายน้ำหรือดำน้ำอยู่แถวนั้น

               ตอนเด็กๆพวกเราพี่น้องกลัวเรื่องนางพรายกันมาก เพียงแค่เริ่มเย็นๆก็ไม่กล้าลงน้ำกันแล้ว มืดค่ำไม่ต้องพูดถึง พอโตมาอีกหน่อยก็คิดกันว่า บางทีอาจจะเป็นกุศโลบายของพวกผู้ใหญ่ ที่อยากจะปกป้องเด็กๆไม่ให้ลงมาเล่นน้ำกันเองตอนกลางคืน ไกลหูไกลตาผู้ใหญ่ เกิดอันตรายอะไรขึ้นมาจะช่วยเหลือกันไม่ทัน อีกอย่างตอนกลางคืนอากาศเย็น เล่นน้ำกันอาจจะเกิดเป็นตะคริวได้ ยังไม่รวมเรื่องน้ำขึ้นน้ำลงอีก
               ผมนั่งคิดมาตลอดทาง พอมาถึงบ้านเข้าไปหาแม่หาน้อง ก็เห็นว่าญาติมากันเต็มบ้านไปหมดจนไหว้กันแทบไม่ทั่ว 

            แม่จูงมือผมมาดูน้องสาววัยมัธยม ที่กำลังนั่งร้องไห้ด้วยความกลัวอยู่ที่โซฟา ที่แขนและขาของน้องเป็นรอยช้ำจ้ำเขียวหลายรอยจนน่าตกใจ

               “เฮ้ย ต้อมเป็นอะไรเนี่ย ทำไมแม่ไม่พาน้องไปหาหมอล่ะ

               “กำลังตามมาเนี่ย เดี๋ยหมอเขาจะมาแก้ให้ รอยปากผีพรายทั้งนั้น

               “เอ้า หมอโรงพยาบาลสิแม่ ไม่ใช่หมอผี

               ผมพูดคำนั้นจบก็เงียบกันไปทั้งบ้าน จ้องมาที่ผมกับแม่เป็นตาเดียว

               “มึงไม่รู้เรื่องอะไรมึงไม่ต้องพูดก็ได้นะไอ้ตาล

               ในเมื่อแย้งไปยังไงก็ไม่ได้ผล แม้แต่ไอ้น้องสาวตัวดียังเชื่อไปด้วย เย็นๆผมเบื่อเลยเดินออกมานั่งเล่นที่ท่าน้ำหลังบ้าน ครุ่นคิดเรื่องความงมงายของญาติๆเกี่ยวกับนางพราย ไม่น่าเชื่อว่ายุคนี้แล้วยังเชื่อกันแบบนี้อยู่ นั่งไปสักพักก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังมาจากข้างหลัง

               “ตาล นั่นตาลหรือเปล่า

               หญิงสาวหน้าตาน่ารักคนหนึ่งยืนยิ้มเขินๆอยู่ใกล้ๆ ผมคุ้นหน้าเธอพิกล แล้วก็นึกขึ้นได้  เฮ้ย ปิ๋มหรือเปล่าเนี่ย ไม่เจอกันแค่ไม่กี่ปีสวยขึ้นจำไม่ได้เลย

            อันที่จริงผมจำเธอได้แม่นทีเดียว เพราะปิ๋มเป็นเพื่อนบ้านที่เล่นกันมาแต่เด็ก แต่เมื่อผมต้องเข้าไปเรียนในกทม. ไม่ค่อยได้กลับมาบ้าน ก็เลยไม่ได้เจอเธออีก ได้ข่าวว่าเธอไปเรียนที่เชียงใหม่ แต่ก็ไม่คิดว่าแค่ข้ามวัยไม่กี่ปี จากเด็กสาวเรียบร้อย หน้าสิวเขรอะ ผมมันๆยุ่งๆคนนั้น จะเปลี่ยนมาสวยเปล่งปลั่งขนาดนี้ได้ แถมยังอยู่ในชุดสุดเซ็กซี่ นุ่งผ้าถุงกระโจมอกคลุมผ้าเช็ดตัวเตรียมอาบน้ำท่า ในมือมีขันพร้อมอุปกรณ์อาบน้ำครบ

               “มองอะไร หน้าเธอแดงซ่าน ทำหยั่งกะไม่เคยเห็น

               ผมเกือบจะหลุดไปว่าก็ที่เคยเห็นมันยังไม่เป็นแบบนี้นี้ จริงเนาะ เมื่อก่อนแก้ผ้าโดดน้ำกันโครมๆ

               ปิ๋มฟาดมือลงกลางหลังผมดังผัวะ ทะลึ่ง ไอ้บ้า

               เธอเปลื้องผ้าขนหนูพาดหัวเสาที่ท่าน้ำแล้วกระโจนลงน้ำตีโป่งเล่นสนุกสนาน หัวเราะร่ากิริยาเดียวกับที่ผมจำได้ตอนเด็กๆ ผมนั่งที่ท่าน้ำด้วยอารมณ์สุนทรีมากขึ้น อยู่ดีๆก็มีสาวสวยมาอาบน้ำให้ดู แถมคุยสนุกเสียด้วย ผมเล่าให้ปิ๋มฟังเรื่องที่ต้อม น้องสาวผมเกิดรอยช้ำหลายรอย แล้วคนในครอบครัวลงความเห็นกันว่าเกิดจากผีพรายขย้ำชิมเพื่อจะเอาไปเป็นตัวตายตัวแทน

               หญิงสาวฟังแล้วหัวเราะคิก เธอว่าเธอเองก็เคยมีรอยแบบนั้นเหมือนกัน เมื่อปีก่อน แต่คิดว่าน่าจะเป็นรอยที่ไปเตะหรือกลิ้งทับอะไรตอนนอนมากกว่า

               “รอยจุ๊บของแฟนหรือเปล่า ผมแกล้งแย๊ปเบาๆ

               “บ้า ปิ๋มเขินหน้าแดงอีก เรายังไม่มีแฟน

            เราคุยกันจนฟ้าค่ำ ผมชวนปิ๋มขึ้นจากน้ำ เพราะแช่นานมากแล้ว เดี๋ยวก็ไม่สบายเอาหรอก

               หญิงสาวยิ้มล้อ หัวเราะร่า ห่วงเราหรือกลัวผีพรายเธอว่าแล้ววาดแขนตีกรรเชียงออกไปกลางน้ำ วินาทีต่อจากนั้นตาผมเห็นผิวเนื้อเปลือยเปล่าขาวสล้างเหนือน้ำแวบหนึ่งก่อนได้ยินเสียง ว้าย

               “โอ๊ย ตายแล้ว ผ้าถุงหลุดหายไปแล้วจะขึ้นยังไงเนี่ย ปิ๋มโวยวาย

               ผมหัวเราะพลางใจเต้นตึกตัก แล้วอาสาจะเอาผ้าเช็ดตัวที่เสาท่าน้ำไปให้เธอกลางแม่น้ำ จะได้ไม่ล่อนจ้อนเข้าฝั่ง ผมว่ายน้ำเข้าไปหาเพื่อนสาวที่ลอยคอหน้าแดงก่ำอยู่กลางน้ำ ใกล้เข้าไปทุกที

               หลังจากนั้นผมแทบจำอะไรไม่ได้ มารู้สึกตัวอีกที ผมนอนตัวเปียกชุ่มอยู่กลางบ้าน ญาติมุงกันเต็ม ผมพยายายามเล่าให้ทุกคนฟังเรื่องเมื่อครู่ แต่พอเล่าจบทุกคนก็หน้าซีดเผือด แม่เอามือกุมอก

               “เกือบไปแล้วไหมไอ้ตาล ไอ้ปิ๋มมันโดนผีพรายย้ำแล้วก็จมน้ำตายไปเมื่อปีที่แล้วนี่เอง”#.

           


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น