อัปเดตล่าสุด 2018-12-22 22:48:43

ตอนที่ 5 ผีโพงที่บ้านตาดแสง(ตอนจบ)

            ผมมองเห็นเหมือนดวงไฟกลมๆเล็กๆ แสงสีเขียว ลอยตามมาห่างๆราวห้าเมตร แต่ความเร็วที่ตามมาเหมือนกำลังวิ่งมากับเราด้วย  ทีแรกเกือบจะร้องว้ากออกมาแล้ว แต่ก็นึกได้ถึงคำเตือนเมื่อกลางวัน ว่าอย่าไปพูดหรือทักอะไรแปลกๆ ได้แต่กลั้นใจเร่งสปีดวิ่งแซงพี่อ่อน ขึ้นไปจนทันพี่หมอส่ง

            กลิ่นเหม็นคาวเหมือนคาวเลือดคาวปลาจู่ๆก็ฟุ้งขึ้นมาตลบคลุ้งในคอจนแทบจะอาเจียนออกมา  พี่หมอส่งพูดขึ้นมาว่า “อุ๊ย ใครได้กลิ่น...” พูดยังไม่ทันจบผมก็เห็นพี่อ่อนพุ่งตัวมาตบใหม่พี่หมอดังปั๊กจนตัวโยน

เป็นอันว่าทุกคนน่าจะได้กลิ่นเหมือนกัน แถมตอนนี้ดูเหมือนพี่อ่อนก็หน้าตาตื่นวิ่งแซงผมกลับมาอยู่ตำแหน่งเดิมแล้วด้วย

            เรามาถึงบ้านคนไข้ชื่อน้อย ที่น้ำคร่ำแตกและดูเหมือนจะไม่ค่อยมีแรง แต่พอเห็นหน้าทีมหมอ เธอก็ดูมีกำลังใจมากขึ้นทันที  พี่ผู้ช่วยอีกสองคนที่แยกไปบ้านยายไหวเดินทางมาสมทบในเวลาไม่นาน บอกว่ายายไหวไม่น่าเป้นห่วงมาก กำลังนอนพักอยู่

            เราดำเนินการช่วยคลอดจนเด็กทารกน้อยคลอดออกมาได้อย่างปลอดภัย แต่ตัวเล็กมาก กะด้วยสายตาน่าจะไม่ถึง 2000 กรัม ตัดสายสะดือทายาฆ่าเชื้อแล้วหมอส่งบอกให้สามีคนไข้ ก่อไฟเตาถ่าน แล้วห่อตัวทารกด้วยผ้า รอคลอดรกเสร็จแล้วจึงพาแม่เด็กไปนอนใกล้ๆบริเวณเตาไฟให้ร่างกายอบอุ่น ช่วงนั้นเป็นหน้าหนาว อากศค่อนข้างหนาวเย็นมากอยู่แล้ว

            ขณะนั้นเอง พี่อสม.ก็มาบอกว่า ตามความเชื่อ เขาให้เขารกเด็กใส่กระบอกไม้ไผ่ไปผูกไว้กับต้นไม้ใหญ่ แกใส่กระบอกมาให้เรียบร้อยแล้ว  แต่วิ่งมาเมื่อกี้หกล้มขาเลยเจ็บ จะขอวานผมไปผูกให้หน่อย ต้นมะค่าต้นที่ว่าอยู่หลังบ้าน ต้นใหญ่ ห่างบ้านไปไม่ถึงยี่สิบเมตร  พูดแล้วก็ยื่นกระบอกไม้ไผ่บรรจุรกเด็กปิดปากกระบอกด้วยผ้าแดง และมีผ้าแดงยาวที่ไว้ผูกติดกับต้นไม้มัดมาให้เรียบร้อย

            ผมรับมาอย่างงงๆ ดูคนอื่นก็ยุ่งๆวุ่นวายกันไปหมด พี่หมอกำลังปรึกษากับพี่ผู้ช่วยคนที่ขับรถพาเรามาปากทาง ว่าจะหาวิธีพาทารกน้อยกับแม่ของแกเข้าไปที่รพ.ในตัวอำเภอได้อย่างไรดี เพราะแม้ตอนนี้เด็กดูแข็งแรงดี แต่การที่คลอดก่อนกำหนดมากตัวเล็ก อยากให้ได้รับการดูแลที่โรงพยาบาลมากกว่า สามีคนไข้ก็สาละวนดูแลลูกเมียอยู่หน้าเตา

            ผมเลยพยายามไม่คิดฟุ้งซ่าน โผล่หน้าออกมานอกชานมองหาต้นมะค่าที่เขาว่าก็มองเห็นว่าอยู่ไม่ไกลจริงๆ เลยรีบๆจ้ำลงบันได ใส่รองเท้าใจหวิวๆ กระทั่งแสงสีเขียววาบๆที่กระทบหางตาตอนนั้นผมยังพยายามบอกตัวเองว่ากลัวจนประสาทหลอนไปเอง

            ผมเดินห่างบันไดออกมาได้สักสี่ห้าก้าว ตาก้มลงมองพื้น แต่ก็ต้องสะดุดกึก!

            ผมเห็นเท้าเหมือนเท้าคน แต่เล็บแตกหักดำปี๋และใหญ่โตกว่าหยุดยืนตรงหน้า!

ทั้งๆที่กลัว แต่ตามสัญชาตญาณ ผมก็ค่อยๆเงยหน้าไล่มองขึ้นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเห็นแสงเรืองวาบสีเขียว แสงอ่อนๆเหมือนหลอดแอลอีดีประดับงานปีใหม่ ห้อยย้อยออกมาจากจมูก ดวงตาโปนจ้องเขม็งมาที่หน้าผม!! กลิ่นเหม็นคาวปลาคลุ้งขึ้นมาอีกจนแทบอ้วก

            เท้าผมแข็งจนก้าวไม่ออกและทำอะไรไม่ถูก ตัวสั่นทั้งตัว หัวใจเต้นเหมือนจะหลุดออกจากอก เจ้าตัวที่อยู่ตรงหน้าจ้องหน้าผมสลับกับมองกระบอกไม้ไผ่ที่อยู่ในมือ ผมก้มมองแล้วก็นึกได้ว่าอะไรบรรจุอยู่ในนั้น...

            จะหันหลังก็ไม่กล้า ผมตัดสินใจเดินถอยหลังช้าๆทีละก้าว พลางจ้องเจ้าตัวประหลาดตรงหน้าอย่างหวาดระแวง แต่ดูเหมือนมันก็ไม่ได้ขยับตัวตามมาแต่อย่างใด

            พอถึงบันได ผมพุ่งสองพรวดถึงตัวบ้าน เข้าไปยืนกอดกระบอกรกเด็กตัวสั่นอยู่ จนพี่พากันเข้ามารุมถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

            ผมหลับตาปี๋ ชี้ไปข้างล่าง แล้วเอามือทำท่าดวงไฟวาบๆที่จมูก ไม่กล้ากระทั่งจะพูดเล่าออกมาเป็นคำพูด แต่พี่อสม.เข้าใจ “มันจะมาเอารกเด็กไปกิน ไอ้ผีระยำนี่” แกรับกระบอกรกคืนไปและยอมเขยกขาเดินลงไปข้างล่าง

            พวกเราได้แต่นั่งเงียบ พ่อเด็กกอดลูกเมียแน่น ตัวสั่นงันงกกันอยู่ที่หน้าเตา สักเดี๋ยวก็ได้ยินพี่ข้างล่างตะโกนว่า “ไอ้ชิต กูจำมึงได้ ไปให้พ้น!”

            แล้วแกก็กลับขึ้นบ้านมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            เช้าวันนั้นเรื่องน่าแปลกก็คือ พวกเราได้พากันไปเป็นพยานในการระบุตัวผีโพง หรือคนเลี้ยงว่านผีโพงที่ชื่อชิต ที่ตอนนี้นอนเสียชีวิตอย่างไม่ทราบสาเหตุอยู่บนบ้าน ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่า ผีโพงตัวนี้อาละวาดในหมู่บ้านมาพักหนึ่งแล้ว เพราะคนชื่อชิตเลี้ยงว่านผีโพงจนมันแก่กล้าเข้าสิงกัดกินคนเลี้ยง แต่พอเจอตัวแล้วถูกระบุชื่อ ผีโพงก็สิ้นฤทธิ์ ออกจากร่าง แล้วทำให้เจ้าของร่างเสียชีวิตไปด้วย

            เรื่องน่ายินดีคือเราสามารถประสานขอเฮลิคอปเตอร์มารับคนไข้ทั้งแม่และลูกเพื่อเข้ามาส่งถึงในตัวอำเภอได้อย่างปลอดภัย ส่วนพวกเรา เดินเท้ากันกลับเองเหมือนขาเข้ามา 

           มีเรื่องตื่นเต้นนิดหน่อยตอนใกล้หลุดออกจากแนวป่าไปถึงรถที่จอด คือไฟฉายที่เตรียมไปแบตหมด พี่อ่อนเลยเอาไฟฉายเล็กที่ชาวบ้านให้ไว้สำรองออกมาเปิดแล้วปรากฏว่าดวงไฟมันเป็นสีเขียว

            พี่หมอส่งหัวเราะแทบตายตอนที่แกจับผมไว้ได้ทันก่อนวิ่งเตลิดเข้าป่าไปเพราะนึกว่าผีโพงโผล่มาอีกตัว แหม ใครลองได้มาเจอผีในตำนานระยะประชิดแบบผม ก็ต้องสติแตกกันง่ายๆแบบนี้ทั้งนั้นแหละครับคุณว่าไหม#.


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น