อัปเดตล่าสุด 2018-12-30 00:02:27

ตอนที่ 6 สัญญาหลอนในคืนข้ามปี

บ้านผมมีธรรมเนียมประหลาดอยู่อย่างหนึ่ง คือช่วงเทศกาลปีใหม่ คืนสิ้นปี หลังนับเคาน์ดาวน์ส่งท้ายปี แม่จะต้องปิดเครื่องเสียง ทีวี ที่กำลังจัดงานปาร์ตี้ในครอบครัวกันครึกครื้นแล้วเปิดเครื่องเล่นแผ่นเสียงไวนิลเพลงเดิมตรงเวลาทุกครั้ง คือเพลง ลืมไม่ลง ของ สุรพล สมบัติเจริญ  แต่เวอร์ชั่นที่บ้านเราเปิดนี้เป็นเพลงที่ใครนำมาร้องใหม่ก็ไม่ทราบ แต่เสียงของนักร้องหวานใส เหมือนยังสาว ดนตรีก็เหมือนดนตรีเล่นสดอัดสดตามบาร์ มันก้องๆยังไงพิกล เคยถามแม่ แม่ก็ได้แต่พูดว่าแล้วจะเล่าให้ฟัง 

จนกระทั่ง คืนสิ้นปีปีนี้นี่แหละ ที่ผมถึงได้รู้ความจริงอันแสนปวดร้าวที่เคยเกิดขึ้นในครอบครัวตัวเอง

        ก่อนจะเล่าเรื่องเพลงนั้น ผมต้องเกริ่นก่อน ว่าที่บ้านผมนี้เป็นครอบครัวใหญ่ เราจะจัดงานปีใหม่กันทุกปี มากันครบๆเลยก็เกือบสามสิบคนได้ล้วนแต่เป็นญาติทางแม่ ส่วนทางพ่อมีไม่กี่คน แม่เล่าว่า จริงๆก่อนหน้านี้ก็ไม่มีจัดหรอก มาจัดกันหลังจากที่พ่อป่วยแล้วนั่นแหละ

        พ่อผมป่วยมาตั้งแต่ผมเริ่มจำความได้ สักห้าหกขวบ แม่กับญาติๆเล่าให้ฟังว่า พ่อประสบอุบัติเหตุ ตกลงมาจากตึกชั้นห้า ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนกลายเป็นอัมพาตทั้งตัว แม่ต้องคอยดูแลตลอดโดยอาศัยเงินจากญาติทั้งทางพ่อและแม่ช่วยๆกัน บ้านผมปกติอยู่กันแค่พ่อแม่และผม การจัดงานปีใหม่ในแต่ละปีจึงเป็นความรื่นเริงที่แสนจะยิ่งใหญ่และผมเฝ้ารอคอยเสมอ

        ทว่าเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากที่พ่อนอนป่วยอยู่นานเกือบ 20 ปี พ่อก็เสียชีวิตลง หลังจากงานศพที่แสนจะหนักหน่วงสำหรับแม่ หลังจากความโศกเศร้า เพียงสองเดือนหลังจากพ่อตายแม่ก็กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

        คืนข้ามปีปีนี้ไม่มีจัดงาน เราจึงหาอะไรมานั่งกินด้วยกันสองแม่ลูก นั่งโซฟากินขนม น้ำหวาน ดูหนังสนุกๆและรอเคาน์ดาวน์ด้วยกันเองสองคน นั่นแหละผมจึงได้โอกาสถามแม่เรื่องเพลงปริศนานั่นอีกครั้ง

        แม่หัวเราะร่วน “โธ่เอ๊ย นี่แกคิดว่าแม่เป็นคนปิดเพลงปิดทีวีทั้งบ้านแล้วเดินไปเปิดเครื่องเล่นแผ่นเสียงนั่นเองทุกปีเลยงั้นเหรอ”

        ผมเริ่มงง “อ้าว ไม่ใช่แม่แล้วจะใครล่ะ นี่ผมถามคนอื่นๆดูก็ไม่เห็นมีใครตอบ”

        แม่ดูสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น แววตาปวดร้าว ยิ้มเศร้าที่มุมปาก “ที่ไม่เคยเล่าเพราะคิดว่าเป็นเรื่องของผู้ใหญ่เขา ไม่เกี่ยวกับเด็ก แต่เดี๋ยวนี้แกไม่เด็กแล้ว และพ่อแกก็ตายไปแล้ว จะเล่าให้ฟังก็ได้”

        แม่ว่า เมื่อตอนผมได้สักสี่ขวบ พ่อผมกับแม่มีปัญหากัน เนื่องจากแม่จับได้ว่าพ่อไปมีผู้หญิงอีกคน ชื่อรฐา เป็นนักร้องร้านอาหารแนวเพลงเก่าย้อนยุค เธอเป็นคนสวยหวานแบบไทยๆ ตางี้คมชนิดดาราทีวีแพ้ราบคาบ ร้องเพลงเก่าแม่ผ่องศรี รวงทอง สวลี ดาวใจ เพราะเสียงใสจนมีลูกค้ามาติดทั้งเพลงทั้งรูปโฉมรฐามากมาย หนึ่งในนั้นก็พ่อผมนี่แหละ ไปเจอกันในคืนก่อนสิ้นปีที่พ่อพาลูกน้องไปเลี้ยงที่ร้านนั้น

        หลังจากนั้นพ่อแอบไปหารฐาเกือบทุกคืนโดยที่แม่ก็เข้าใจว่าพ่อเลิกงานดึก คืนสิ้นปีทุกปีก็ไปขลุกอยู่ด้วยกันอ้างว่าไปงานเลี้ยงที่ทำงาน ตอนที่แม่รู้เรื่อง พ่อก็ว่า แอบคบกับรฐามาได้สามปีแล้วตอนนี้ก็ท้องกับพ่อ โดยที่หล่อนไม่รู้ว่าพ่อมีครอบครัว

        แม่เสียใจมาก แต่ก็สงสารผู้หญิงด้วยกัน แม่เลยจะขอเลิกกับพ่อให้พ่อไปรับผิดชอบเขา แต่พ่อบอกว่าทางแม่กับผมมาก่อนยังไงก็ต้องเลือกก่อน และขอเวลาเคลียร์สักอาทิตย์  ระหว่างนั้นแม่บอกว่ารฐาแอบมาดูที่บ้านอยู่บ่อยครั้ง หนักข้อขึ้นจนกระทั่งโทรข่มขู่ มายืนร้องไห้หน้าบ้าน จนพ่อต้องมาไล่กลับไป

        รฐาเสียใจมากจนไปกระโดดตึกที่ทำงานฆ่าตัวตาย เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้พ่อ บอกว่าจะรักตลอดไป และจะกลับมาหาทุกคืนสิ้นปี

        แต่พ่อผมทนความเสียใจไม่ไหว เลยไปโดดตึกกะจะฆ่าตัวตายตาม แต่ดันไม่ตาย นอนเป็นอัมพาตขยับไม่ได้ หลังจากนั้นทุกคืนสิ้นปี เพลงนี้ก็จะดังมาจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงเองทั้งที่ไม่มีใครเปิด ทุกคนจำได้ว่าเป็นเสียงรฐา แน่นอนมีคนให้แม่พาพ่อหลบไปที่อื่นจนพ้นช่วงเวลานั้น แต่แม่อยากให้พ่อเจ็บปวดทุกครั้งที่ได้ยินเสียงนั้น เจ็บเหมือนที่แม่เจ็บมาเสมอ เลยต้องพากันมาจัดงานปีใหม่กลบเกลื่อนที่บ้านเราเพื่อจะได้อยู่เป็นเพื่อนแม่ในช่วงเวลาเลวร้ายก่อนข้ามปีทุกครั้ง อาศัยพวกมากไม่ให้กลัว จนกระทั่งปีนี้พ่อตายไปแล้ว ทุกคนก็คิดว่าเรื่องพวกนี้คงจบลงได้เสียทีเลยเลิกจัดงานกัน

        หลังจากแม่เล่าเรื่องนั้นจบลง นาฬิกาแขวนผนังบอกเวลาเที่ยงคืน โทรทัศน์ก็ดับลง และเสียงเพลงที่ร้องอย่างอ่อนหวานทว่าเศร้าสร้อยดังขึ้นอีกครั้ง ทั้งที่ด้ยินจนชินทุกปีทว่าคราวนี้ทำเอาผมขนหัวลุก ต้องเอานิ้วอุดหู หลับตาปี๋ขยับมานั่งชิดกับแม่ที่นั่งนิ่งตัวแข็งด้วยความกลัวและเจ็บปวดอยู่เช่นกัน

                ไม่ลืม ไม่ลืมสัญญาที่เคยผูกพัน

                ว่าเราสองคนจะครองมั่นหมาย

                กอดคอกันตายไม่คลายจากกัน

                ตราบสิ้นชีวัน ฉันก็ไม่ลืม ... ไม่ลืม ไม่ลืม ไม่ลืม...                   

ไม่ลืม ไม่ลืม ไม่ลืม....... •


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น