อัปเดตล่าสุด 2019-01-12 21:46:04

ตอนที่ 8 สถานีผีหลอก

 

            หลายคืนแล้วที่ฉันทำโอที กลับราวสาม-สี่ทุ่ม งานค้างคาต่อเนื่อง ไม่จบในคืนเดียว  เนื่องจากต้องช่วยกันทำบัญชีสรุปรายปีให้เสร็จ จนในที่สุด คืนนี้พวกเราในแผนกบัญชีก็ช่วยกันปิดยอดได้สำเร็จตอนห้าทุ่มครึ่ง

            ด้วยความเหนื่อยล้าเหลือประมาณแทบจะสลบลงกับโต๊ะทำงาน เพื่อนๆชวนกันไปหาอะไรมื้อดึกกินฉลอง ฉันจึงขอตัวเพราะไม่ไหวจริงๆ อยากกระโดดลงที่นอนแล้วนอนหลับยาวๆสักที ยิ่งพรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ ตั้งใจไว้ว่าจะตื่นสักเที่ยงมันไปเลย แต่ถึงแม้ตอนนี้จะเหนื่อยและง่วงมากแค่ไหนก็ต้องรีบเก็บข้าวของจ้ำออกจากออฟฟิศสุดฤทธิ์ เพราะรถไฟฟ้าขบวนสุดท้ายจะมาช่วงเที่ยงคืนพอดี ถ้าหลังจากนั้นแล้วคงต้องพึ่งแต่แท๊กซี่ซึ่งดึกๆอย่างนี้ฉันไม่ค่อยสะดวกใจเอาเลย

            ฉันกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปที่สถานีรถไฟฟ้า ดูเวลาระบุเวลาใกล้เที่ยงคืนเต็มที ทำเอาใจตุ้มๆต่อมๆกลัวว่าจะไม่ทัน ยิ่งรีบยิ่งช้า เพิ่งนึกได้ว่าบัตรเดือนหมดพอดี และไม่ได้กดเงินมาพอที่จะซื้อใบใหม่อีก เลยรีบลนลานหาเหรียญ หยอดตู้ซื้อบัตรแล้วรีบกึ่งวิ่งกึ่งเดินขึ้นบันไดเลื่อนไปรอรถเที่ยวสุดท้าย เมื่อขึ้นไปถึง ชานชาลาว่างโล่ง ไม่มีใครสักคน ลมเย็นต้นฤดูหนาวพัดวูบมาทำเอาสั่น แต่ไม่ใช่สั่นเพราะความหนาว มันกลับเป็นความรู้สึกประหลาดบางประการที่อธิบายไม่ได้ มวลอากาศอับชื้นไม่รู้ที่มาวูบผ่านจมูกไปราวกับมีใครบางคนเดินผ่านในระยะประชิด แต่ก็ไม่มีใครสักคน

            แสงไฟจากด้านหน้าขบวนรถสาดส่องมาแต่ไกล ทำให้ฉันใจชื้นขึ้นมาบ้าง รถไฟมาแล้ว เดี๋ยวก็ถึงห้อง เดี๋ยวก็ได้นอน แต่ทำไมก็ไม่รู้ ใจเต้นรัวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ขณะที่รถไฟเทียบชานชาลาด้วยความเงียบ รอบตัวฉันไม่มีใครเลย ฉันก้าวขึ้นไปบนขบวนรถ เย็นวูบจนหนาวเยือก น่าจะเพราะด้านในแทบไม่มีคน บนรถไฟมีคนนั่งกันอยู่ราวสิบกว่าคน ส่วนใหญ่เอาแต่ก้มมองมือถือ บางคนซบหลับกับพนักพิงหรือกระจกข้างทางออก ตั้งแต่ฉันใช้รถไฟฟ้าเดินทางมา วันนี้เป็นครั้งแรกที่ขึ้นตอนรถโล่งและเงียบมากขนาดนี้ ตรงกันข้ามกับตอนเช้าที่แสนเบียดเสียดอย่างกับคนละโลก

            ฉันนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง มองเห็นประตูเคลื่อนปิด ก่อนที่จะค่อยๆเคลิ้มหลับไปด้วยความอ่อนล้า ฉันลืมตาขึ้นอีกทีด้วยอาการสะดุ้งเฮือก รู้สึกว่าหลับไปนานมาก ประสาททุกส่วนตื่นจนเหงื่อแตกทั้งที่อากาศในรถไฟฟ้าเย็นเหมือนช่องแช่แข็ง ก้มมองเวลาในมือถือ ปรากฏว่ายังคงเป็นเวลาเที่ยงคืน ฉันประหลาดใจมาก แสดงว่าหลับไปไม่กี่นาทีเท่านั้น แต่กลับรู้สึกเหมือนยาวนาน

            ฉันมองไปรอบๆตัวแล้วก็นึกหวั่นๆ เพราะไม่เห็นใครเลยสักคน คงลงกันไปหมดแล้ว มองออกไปนอกหน้าต่างจำไม่ได้ว่าด้านนอกรถไฟจะมืดมากขนาดนี้ มืดจนมองไม่เห็นแสงอะไรเลย พยายามจะมองว่าถึงสถานีไหนแล้วแต่ก็มองไม่เห็น ฉันเริ่มกระสับกระส่าย เมื่อเวลาผ่านไปนานถึงสิบนาทีแต่รถไฟก็ยังไม่จอด ทั้งที่ปกติแล้ว ใช้เวลาเดินทางจากสถานีถึงสถานีไม่เคยเกินห้านาที รถไฟยังแล่นไม่หยุดด้วยความเร็วที่ฉันรู้สึกได้ว่าเร็วกว่าปกติมาก

            ฉันเปิดโปรแกรมไลน์ แชทคุยกับเพื่อนที่ทำงานที่เพิ่งแยกกันมา ว่าตอนนี้อยู่บนรถไฟ และมีอะไรแปลกๆ จู่ๆไฟดับลงจนมืดสนิทเหลือแต่แสงจากมือถือ ฉันกลัวจนน้ำตาคลอ ตอนนั้นเองที่รถไฟเริ่มชลอและจอดที่ชานชาลาแห่งหนึ่ง ไฟกลับสว่างอีกครั้ง ไม่มีเสียงประกาศบอกชื่อสถานีอย่างเคย ฉันมองไปที่ชานชาลาพยายามอ่านป้าย เห็นป้ายเขียนไว้ว่า สถานีทับซ้อน ฉันยิ่งสับสนและหวาดกลัวมากขึ้น แชทเล่าให้เพื่อนฟัง ทั้งยังเปิดกล้องไลน์ เพื่อนๆที่นั่งกินข้าวกันอยู่พากันกลัวไปด้วย และยืนยันว่าเส้นทางรถไฟฟ้าไม่ว่าสายไหนก็ไม่มีสถานีชื่อนี้

            รถไฟฟ้าจอดแช่อยู่นานมาก ทั้งที่ไม่มีคนขึ้นคนลง ฉันใจสั่น พยายามปรึกษาเพื่อนว่าควรลงไปดีไหม เพราะก็กลัวจนไม่กล้าอยู่ต่อแล้ว แต่เพื่อนๆก็รีบตะโกนกันว่าอย่าลง มันแปลกเกินไป มันน่ากลัวเกินไป ฉันรออยู่นานหลายนาทีโดยมีเพื่อนๆที่อยู่ในไลน์คอยอยู่เป็นเพื่อน ตอนนั้นเริ่มใจชื้นขึ้น เมื่อเห็นคนเดินขึ้นมาที่ชานชาลาหลายสิบคน ท่าทางเร่งรีบ แต่ทว่าเรื่องประหลาดก็เกิดขึ้นอีก เมื่อคนเหล่านั้นพากันมายืนออที่หน้าประตูรถไฟฟ้าแล้วยืนนิ่งอยู่ ทั้งที่ประตูรถเปิดอยู่ ทุกคนใบหน้าเรียบเฉย เหมือนมองไม่เห็นรถไฟทั้งที่อยู่ตรงหน้า

ฉันกลัวจนใจสั่น เมื่อโทรศัพท์แบตหมดไป ตอนนี้ต้องเลือกระหว่างอยู่บนรถต่อ กับออกไปจากรถเพราะรถไม่ขยับไปไหนนานแล้ว ฉันเผชิญหน้ากลุ่มคนที่ยืนอยู่หน้าประตูรถไฟฟ้า พวกเขายังคงยืนนิ่ง ดวงตาว่างเปล่า ในขณะที่ประตูรถค่อยๆเลื่อนปิดและออกตัวไป

ฉันกลับลงไปนั่ง หลับตา ตัวสั่น จนกระทั่งรถเข้าเทียบชานชาลาอีกครั้งที่สถานีแบริ่ง มีเสียงประกาศตามปกติ ฉันรีบก้าวลงไปที่ชานชาลา ก่อนหันไปอีกทีแล้วพบเพียงความว่างเปล่า ไม่เห็นขบวนรถสายที่นั่งมา แม้คนอื่นๆอีกสองสามคนบนชานชาลาตอนนั้นก็มองมาที่ฉันด้วยความตกใจเช่นกัน หลังจากนั้นฉันพยายามสืบหาข้อมูล สถานีทับซ้อน แต่ก็ไม่มีปรากฏที่ไหนเลย และยังคงเป็นปริศนามาจนถึงบัดนี้#.


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น