อัปเดตล่าสุด 2019-02-01 11:25:33

ตอนที่ 10 ตอนที่ 10 สู่ป่าอาถรรพ์

                ปัง!

                เมื่อตั้งท่าร่างกายจนสมดุล รักษาระดับการเหยียดแขนอยู่ในจุดที่เหมาะสม กระสุนนัดแรกจึงแหวกอากาศพุ่งตรงสู่เป้าหมายที่ชายหนวดเขี้ยวเล็งเอาไว้ในคราแรกผ่านแรงถีบบนอุ้งมือเล็กน้อย แม้ไม่สามารถระบุระยะที่ชัดเจนของสัตว์เลื้อยคลานได้ แต่ก็พอคาดคะเนจากที่มันกระโดดลงมาในบึงและคำนวณเวลาคร่าวๆเอาก่อนที่พวกมันจะถึงตัวของชายหนุ่มที่ลอยคออยู่ในน้ำผลพวงจากความประมาท

                “ยิงกราดไปตรงนั้นเลย เร็ว” ผู้มากประสบการณ์ออกคำสั่งด้วยปาก ขณะที่มือก็ต้องคอยควบคุมเรือไปด้วย บริเวณพื้นที่ที่เขาชี้เป็นไปได้ว่าพวกมันอาจจะเคลื่อนกายอยู่ใต้ผิวน้ำ

                ขุนศึกเหงื่อซึมบนร่องแก้ม พับผ่าสิ! อากาศก็ไม่ได้ร้อนอบอ้าวซะหน่อย แต่เป็นเพราะเขากำลังประหม่าอยู่ต่างหาก ประสบการณ์ยิงปืนสั้นในสนามซ้อมไม่ช่วยอะไรชายหนุ่มเมื่ออยู่ในสมรภูมิรบของจริง บททดสอบที่เคยฝึกซ้อมมันแค่ช่วยทำให้เขากล้าเหนี่ยวไกมากขึ้นก็เท่านั้น

                เขาลอกเลียนท่ายิงของครูดำรง โค้ชอาวุโสประจำสนามซ้อมยิงปืนเขตบางกอกน้อย ที่เคยสาธิตวิธีการยิงลูกซองยาวให้ดู ขุนศึกยกพานท้ายแนบอยู่ในร่องไหล่ ทิ้งน้ำหนักตัวไปที่เท้าทั้งสองข้าง เล็งด้วยตาขวาเพียงข้างเดียว จังหวะนั้นเองที่คำเมี่ยงดับเครื่องยนต์เพื่อชะลอความเร็วของเรือหางยาวเนื่องจากเข้าใกล้เป้าหมายที่เฝ้ารอการช่วยเหลือ เป็นโชคดีของหนุ่มสักลายเพราะอาการโคลงเคลงแทบไม่มีให้รู้สึก กระสุดโหลดอยู่ในรังเพลิงสามนัดซ้อนเตรียมประจัญบาน ลำกล้องพร้อมคายกระสุนคร่าชีวิต

                มันต้องการดื่มเลือด…

                ปัง!

                เหมยและไอรีนกระตุกวาบแม้ว่าจะเตรียมตัวรับมือกับเสียงปืนบ้างแล้วก็ตาม ทั้งคู่รู้ดีว่าคงทำอะไรได้ไม่มากนัก ต่างคนจึงช่วยกันตะโกนรบเร้าให้อ๊อตโต้รีบว่ายเข้ามา ถึงแม้ไม่มีใครเชื้อเชิญผู้ที่ลอยคออยู่ในน้ำ แต่เขาก็รู้ดีว่าครึ่งล่างของตัวเองไม่ปลอดภัย ควรย้ายไปอยู่บนเรือโดยสารโดยด่วน

                เสียงเพชฌฆาตรมดำดังสนั่นไปทั่วผืนป่า ระยะสังหาร 15 เมตร ส่งผลให้ลูกตะกั่วชนิดปรายเก้านัดยังสามารถเกาะกลุ่มกันได้เป็นอย่างดี ทะลุผิวน้ำลงไปข้างใต้โดยผู้ที่อยู่ข้างบนก็ไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่ามันระคายผิวหนังของไอ้เข้น้ำจืดได้มากหรือน้อยเพียงใด หรือบางทีอาจจะไม่ประสบความสำเร็จเลยก็ได้ แรงถีบนัดแรกไม่ส่งผลให้ร่างกายบึกบึนของขุนศึกล้มลง แม้สองเท้าจะไม่ได้ยืนอยู่บนพื้นราบก็ตาม

                “ถีบแรงชะมัด” เขารู้สึกหนักๆที่บ่าขวา ย่นหน้าจนเห็นฟันกราม

                “ตอนนี้แหละ รีบโยนเชือกไปให้เพื่อนเอ็ง” คำเมี่ยงพูดพร้อมยกขวดเหล้าขึ้นกระดก ส่วนตรัยรับคำสั่งแล้วปฎิบัติตามโดยทันที เชือกที่ขุนคล้องไว้เป็นบ่วงถูกขว้างออกไปในระยะเดียวกันกับที่ปืนยิงไปในตอนแรก

                สีหน้าของอ๊อตโต้เริ่มมีความหวังเมื่อเห็นเชือกบ่วงสายธนูลอยแต่ไกลมาตกอยู่ไม่ห่างจากตัว เขากำลังจะรอดแล้ว แต่กลับต้องสิ้นความหวังด้วยจิตใจหวั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อรู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังแหวกว่ายเข้ามาเช่นกัน

                มันค่อยๆเคลื่อนกายเข้ามาเรื่อยๆเหมือนกับต้องการเช็คให้แน่ใจว่าเหยื่อที่กำลังจะเขมือบไม่มีพิษสงใดน่าหวาดหวั่น ความน่าพรั่นพรึงของมันทำให้อ๊อตโต้รู้สึกตึงๆหนักๆในทรวงอก ปวดป่วนลำไส้จนอย่างจะขับถ่ายออกมาให้รู้แล้วรู้รอด ตัวของเขาแข็งและเย็นเฉียบยิ่งกว่าอุณหภูมิของน้ำในบึงแห่งนี้เสียอีก

                หากเขาไม่รีบหนีออกมาจากตรงนั้นแล้วล่ะก็ รับประกันได้เลยว่าร่างกายของชายหนุ่มคงต้องถูกฉีกกระชากไม่เหลือชิ้นดีเป็นแน่ เมื่อหันไปอีกทิศที่อยู่ตรงกันข้าม มีจระเข้อีกตัวโผล่ศีรษะขึ้นมาเหนือน้ำเช่นกัน แววตาเขียวมรกตของมันส่อประกายสังหาร ฟันแหลมคมพร้อมบดขยี้ได้แม้กระทั่งกระดูกแข็งเสมือนหินผา หางของมันโบกสะบัดไปมาขณะเคลื่อนที่

                ไม่ได้การ แม้อ๊อตโต้จะหวาดกลัวเพียงใด แต่การอยู่เฉยๆโดยที่ไม่ทำอะไรเลยเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่นำพาเขาไปสู่ความตายชัดๆ ชายหนุ่มเขยื้อนตัวไปหาเชือกอย่างรีบร้อนโดยระแวดระวังภัยรอบข้างอยู่ตลอดเวลา แววตาจับจ้องไปยังจระเข้สองตัวที่ลอยคอเข้ามาใกล้จนอยู่ในระยะไม่ถึง 20 เมตร โดยที่ไม่รู้ว่าอีกสามตัวที่นับได้ในตอนแรกหายไปไหน

                ไม่แน่ว่ามันอาจจะพร้อมพุ่งเข้ามางับท่อนขาเล็กๆของอ๊อตโต้จากใต้น้ำก็เป็นได้…

                หรือไม่ก็กำลังจ้องตะครุบท่อนแขนที่กำลังแหวกว่ายอยู่ไม่สุขนี้…

                ไม่รู้จะเรียกว่าเป็นเกียรติได้มั้ยที่อ๊อตโต้กำลังจะได้กลายเป็นอาหารของจระเข้น้ำจืดตามธรรมชาติที่เริ่มมีจำนวนลดน้อยลงเรื่อยๆในปัจจุบัน โดยเหลือเพียงไม่กี่ร้อยตัวจนต้องเพาะเลี้ยงในฟาร์มเพื่อขยายพันธุ์

                “ห่าเอ้ย! เร็วสิวะ” ผู้ที่ลอยคอเอาบ่วงธนูคล้องตัวเองเรียบร้อย ตะโกนเรียกพวกรุ่นพี่บนเรือเพื่อส่งสัญญาณให้ดึงได้เลย คิมผู้เป็นเสาหลักและเจ้าเนื้อที่สุดเอาเชือกม้วนที่ฝ่ามือทั้งสองข้างแล้วกำแน่น ก่อนสาวเข้ามาเรื่อยๆ ด้วยพละกำลังมหาศาลส่งผลให้ร่างกายของรุ่นน้องถูกดึงเข้ามาอย่างรวดเร็ว เมื่อตรัยเห็นว่าวิธีนี้ได้ผลเขาจึงช่วยดึงอีกแรงเพื่อทำให้มันรวดเร็วยิ่งขึ้น

                จู่ๆ ปากเรียวแหลมของจระเข้ก็โผล่พรวดขึ้นมาเหนือผิวน้ำแล้วงับไปที่บริเวณศีรษะของเด็กฝึกงาน ชายหนุ่มเอี้ยวหลบได้ทัน ไม่สิ มันกัดพลาดมากกว่า น้ำถูกแหวกกระเซ็นออกเสียงดังซ่าตามลำตัวอวบปล้องที่พุ่งขึ้นมา

                กรี๊ดดดด….

                ไอรีนและเหมยตกใจสุดขีด ต่างคนต่างเอามือปิดตา ใจสั่นระทึกด้วยความหวาดเสียว กลัวศีรษะของรุ่นน้องตัวเองจะถูกกระชากขาดออกจากลำตัว

                “เฮ้ย…ไม่…ไม่ พี่ ลากเร็วๆสิโว้ย” นาทีนี้อ๊อตโต้ไม่สนใจแล้วว่าตัวเองจะสบถคำสถุลหรือหยาบคายอะไรออกมาบ้าง เขาไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว แม้ว่าขึ้นฝั่งได้ขุนศึกจะรอคิดบัญชีอยู่ก็ตาม

                ขุนเล็งปืนตามสัญชาติญาณไปยังบริเวณที่สัตว์ร้ายโผล่หัวออกมา คำเมี่ยงก็เช่นกัน แต่ชายเจ้าของหมวกคาวบอยไม่เล็งเปล่า ซัลโวกระสุนใส่ไม่ยั้ง เขามั่นใจในฝีมือการยิงปืนของตัวเองพอตัวจึงไม่ได้คำนึงถึงความปลอดภัยของอ๊อตโต้เลยสักนิด เพราะคิดว่ายังไงเขาก็ไม่มีทางยิงโดนสิ่งที่เขาไม่คิดจะฆ่า แต่กลับกันอ๊อตโต้ไม่คิดแบบนั้น เขารู้สึกไม่มั่นใจเลยสักนิดที่เอาชีวิตไปฝากไว้กับคนที่ตัวเองพึ่งรู้จักเพียงไม่กี่ชั่วโมง

                นายพรานอ้าแขนบังหนุ่มผมยาวเอาไว้ กดปลายกระบอกปืนลงเป็นเชิงบอกว่าอย่าผลีผลาม “ก็บอกแล้วไงว่าระยะนี้มันอันตรายเกินไป เกิดปืนลั่นขึ้นมา เพื่อนเอ็งจะตายเอาได้”

                “มันหายไปแล้ว” คิมเม้มปาก

                “ไม่หรอก มันไม่หนีไปง่ายๆแน่” พรานกัดฟันกรอด ขณะที่จระเข้อีกสองตัวกำลังเข้ากระหนาบข้างของเหยื่อที่ไร้หนทางสู้ แล้วจู่ๆก็ดูเหมือนคำเมี่ยงจะนึกอะไรบางอย่างออก อย่างน้อยมันก็พาอ๊อตโต้ออกไปจากสถานที่แห่งนี้ได้ก็แล้วกัน

                “ช่วยกันดึงเร็ว” ตรัยยังไม่สิ้นหวัง

                “ทำอะไรสักอย่างสิ ฮือๆ” คนขวัญอ่อนอย่างไอรีนเริ่มตื่นตระหนกและร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร เหมยกุมมือเธออยู่และมีอาการไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก

                พรานไม่รีรอ ทำสิ่งง่ายๆที่ตัวเองคิดได้ เขาติดเครื่องยนต์ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องกังวลว่าอ๊อตโต้จะถูกใบพัดท้ายตัดอวัยวะจนขาดสะบั้นเนื่องจากร่างของชายหนุ่มอยู่บริเวณด้านข้างของตัวเรือ แต่เมื่อขับออกไปแล้วมีโอกาสที่ร่างของเขาจะถูกเหวี่ยงเข้าไปที่บริเวณใบพัด วิธีนี้จึงมีแต่ต้องแข่งกับเวลาเท่านั้น เขาจึงออกคำสั่งให้ทุกคนช่วยกันยึดตัวนาคิมเอาไว้ ให้หนุ่มอ้วนเป็นเสาหลักคอยลากอ๊อตโต้มาให้ถึงเรืออีกทีโดยไม่พลาดท่าจมลงไปในน้ำด้วยอีกคน

                ขณะเรือเริ่มออกตัว  เชือกที่พันมือของคิมก็ค่อยๆตึงขึ้นแล้วดึงเอาร่างของคนที่ถูกเชือกคล้องติดตามมาด้วย หนุ่มอ้วนเสียการทรงตัวเล็กน้อยแต่ก็ประคองตัวได้อยู่ ส่วนคนที่เหลือช่วยกันลากร่างของน้องผู้เป็นที่รักด้วยอีกแรงอย่างไม่คิดชีวิตโดยไม่กลัวว่ามือจะเจ็บ เพียงหวังให้ทุกอย่างจบลงด้วยดีโดยไม่มีใครต้องเสียเลือดเสียเนื้อ

                แล้วในที่สุดความพยายามของพวกชายฉกรรจ์ก็ประสบความสำเร็จเมื่ออ๊อตโต้ถูกลากขึ้นมาบนเรือหางยาวอย่างทุลักทุเล ตัวของเขาสั่นไหว ฟันกระทบกันกึกๆบ่งบอกได้ถึงความหนาวเย็น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหนุ่มหัวเกรียนอยู่ในภาวะช็อกด้านอารมณ์และจิตใจ ขุนศึกหยิบเสื้อยีนส์ของตัวเองมาคลุมร่างกายให้ช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายมากขึ้น

                เมื่อมองย้อนกลับไปด้านหลังพลันเห็นศีรษะของพวกมันปริ่มเหนือผิวน้ำ แววตาเดรัจฉานสัตว์ส่อประกายโกรธแค้นที่ปล่อยให้เหยื่ออันโอชะหลุดมือไปได้ ท่ามกลางมวลหมู่เมฆบนท้องนภาที่โอบครึ้ม ส่วนอีกด้านหนึ่งเริ่มมองเห็นแผ่นดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

 

****โปรดติดตามตอนต่อไปทุกวันศุกร์****

 

**ใกล้ถึงโป่งกองกอยเต็มทีแล้วเด้อ ฝากเอาใจช่วยกองถ่ายให้เดินทางไปถึงโดยสวัสดิภาพด้วยนะครับ


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น