อัปเดตล่าสุด 2019-02-15 08:50:19

ตอนที่ 12 ตอนที่ 12 โป่งกองกอย

                “ย้อนกลับไปไม่ง่ายกว่าเหรอครับ” ตรัยสีหน้าคร่ำเคร่ง ห่วงรุ่นน้องที่เกิดอาการแปลกประหลาดขึ้นเมื่อสักครู่ สายสิญจน์ลงอาคมที่ผูกไว้บนข้อมืออ๊อตโต้ไม่ช่วยแสดงอิทธิ์ฤทธิ์เลยสักนิด

                “ไม่ได้ แบบนั้นยิ่งอันตราย” พรานตีหน้าขรึมจัด “อาการแบบนี้เคยเกิดขึ้นกับพรรคพวกของข้ามาก่อน ข้ารู้ดีว่าใครสามารถรักษาเพื่อนของพวกเองได้ เราถึงต้องไปกันต่อไงล่ะ”

                ขณะที่อ๊อตโต้หมดสติ คำเมี่ยงจึงได้ปฐมพยาบาลบาดแผลที่ศีรษะ จากบวมเป่งเท่าผลมะนาวจนกลายเป็นแผลเปิด  มีการฉีกขาดของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง น้ำสะอาดในเป้ของนาคิมถูกเอามาล้างแผล ยาเหลืองจากกล่องพยาบาลที่คณะเดินทางเตรียมมาถูกนำมาใช้งานครั้งแรก หลังจากนั้นผ้าเคียนเอวของพรานคำเมี่ยงถูกปลดออกแล้วคาดศีรษะห้ามเลือดเอาไว้

                กลังจากนั้นจึงได้ทำการตรวจวัดชีพจรเบื้องต้นโดยใช้หลักการนับอัตราการเต้นของหัวใจใน 1 นาที ผลที่ได้คืออัตราการเต้นต่ำกว่า 60 ครั้ง เข้าสู่ภาวะหัวใจเต้นช้า ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาคือไม่สามารถสูบฉีดเลือดและนำออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆได้อย่างเพียงพอ อาจนำไปสู่อาการร้ายแรงนั่นก็คือหัวใจวายหรือหยุดเต้นได้

                เพื่อนๆในทีมได้ยินดังนั้นต่างหวั่นวิตก แผนที่วางเอาไว้ในตอนแรกว่าจะถ่ายทำระหว่างทางพังครืนไม่เป็นท่า ไม่มีใครสนใจเรื่องงานอีกต่อไป กลับพุ่งประเด็นมาที่อาการป่วยของอ๊อตโต้แทน พวกผู้หญิงต่างขนลุกชูชันทันทีที่ได้เห็นอากัปกริยาผิดปรกติของรุ่นน้อง หลังจากนั้นภาพชวนหลอนก็นำพาทั้งคู่เข้าสู่ความเงียบงัน ไม่มีใครกล้าพูดกับใครขณะเดินเท้าออกมาจากถ้ำ เรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติแบบนี้คือสิ่งที่ไอรีนและเหมยไม่ต้องการสัมผัสมันมากที่สุด แต่กลับกลายเป็นอยู่ใกล้ตัวพวกเธอมากกว่าที่คิด

                ขุนศึกที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพวกขวางโลกในเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ ครั้งนี้กลับลังเล กายร้อนวูบ หัวใจสั่นสะท้านอย่างไม่เคยได้สัมผัสจากที่ไหนมาก่อน ส่วนตัวหนุ่มสักลายรู้ดีว่าอ๊อตโต้เป็นคนยังไง แม้รุ่นน้องคนนี้จะชอบเล่นอะไรบ้าบอ ชอบหยอกล้อและขี้แกล้ง แต่เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเล่นอะไรที่ทำให้ตัวเองเจ็บตัวแบบนี้ แถมแววตาที่เห็นก็ไม่ใช่แววตาของมนุษย์ทุกคนที่เขาเคยประสบพบเจอมาก่อน

                หลังจากทีมถ่ายทำสารคดีเดินทางออกจากถ้ำมุ่งตรงเข้าสู่ป่าเบญจพรรณตามคำชี้นำของพรานคำเมี่ยง พวกเขาไม่ลืมที่จะใส่ถุงเท้ากันทากที่เตรียมมาด้วย คนเป็นผู้นำกำชับว่านอกจากทากที่น่ารำคาญแล้ว ยังมีอันตรายที่ไม่ควรมองข้ามจากโรคสครับไทฟัส หรือไข้รากสาดใหญ่ที่เกิดจากการถูกตัวไรอ่อนกัด

                ความอันตรายจากเจ้าตัวเล็กพริกขี้หนูนี้ เริ่มแรกจะมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตัว ตาแดง ปวดกระบอกตา ผู้ป่วยเกินครึ่งจะพบแผลคล้ายถูกบุหรี่จี้บริเวณที่ถูกไรอ่อนกัด ลักษณะมีสีแดงคล้ำ บางรายหายได้เอง แต่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดหรือสมองอักเสบ นำไปสู่การเสียชีวิตได้

                ร่างของผู้ป่วยถูกยกขึ้นหลังของคนตัวใหญ่ที่สุดในกลุ่ม นาคิมสามารถแบกคนที่มีน้ำหนัก 62  กิโลกรัม ได้ราวกับแบกกระสอบปุยนุ่น สีหน้าหนุ่มอ้วนบ่งบอกแบบนั้นจริงๆ แต่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าหลังจากนี้อีกสัก 20 นาที เขาจะยังคงมีสีหน้ามั่นใจแบบเดิมอยู่มั้ย

                ส่วนสำภะระของอ๊อตโต้และนาคิมถูกแบ่งกระจายไปสู่มือของลูกทีมคนอื่นๆ มันตกไปอยู่กับคนที่มีร่างกายกำยำอย่างตรัยและขุนศึกมากกว่าเพื่อน ส่วนผู้เป็นพรานต้องคอยระแวดระวังภัยจากสัตว์ร้ายที่อาจซุ่มรออยู่ เพราะหากมัวไปช่วยขนสัมภาระก็คงจะไม่ทันการหากถูกจู่โจมเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว

                ฝนที่ตกหนักในตอนแรกเริ่มซาลงเมื่อพวกเขาออกเดินทางมาได้ซักระยะ กิ่งก้านสาขาของต้นไม้เป็นเกราะกำบังเม็ดฝนที่ตกลงมาจากฟากฟ้าไม่ให้คนที่อยู่ข้างล่างเปียกปอนไปมากกว่าเดิม แม้ความชื้นแชะของสภาพดินทำให้พวกเขาเดินทางลำบากมากขึ้น แต่ทั้งหมดรู้ดีว่าหยุดไม่ได้

                ไม่ว่าเป็นตายร้ายดียังไงก็หยุดก้าวขาไม่ได้ เพราะมีอีกหนึ่งชีวิตที่รอการช่วยเหลือ

 

***********************************

 

            หลังการเดินทางนับชั่วโมง ไม่มีแสงแดดจากดวงอาทิตย์สาดกระทบลง ณ ที่แห่งใดในดงพญาเย็น บรรยากาศอึมครึมชวนอึดอัดอยู่ตลอดเวลา เต็มไปด้วยมวลเมฆาสีเทาทมิฬฉาบไปทั่วผืนฟ้า ความชื้นแฉะเป็นเชิงบอกให้รู้ว่าบัดนี้อุณหภูมิหนาวเย็นกว่าปรกติ ซ้ำยังได้กลิ่นดินและรากไม้แจ่มชัดยิ่งขึ้น

                ระหว่างเดินทาง พรานคอยตรวจสอบชีพจรของผู้ป่วยเป็นระยะ อาการดีขึ้นตามลำดับหลังจากร่างกายได้รับการพักผ่อน เป็นโชคดีของชายผู้เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เพราะหากอาการทรุดลงเรื่อยๆ เขาอาจจากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควร ทว่าเหมือนบางสิ่งที่คุกคามนั้นยังไม่มีกำลังจิตแข็งกล้าพอที่จะพรากเอาชีวิตของอ๊อตโต้ไปได้ อัตราชีพจรของเขาจึงกลับมาเต้นเป็นปรกติ

                มันจึงส่งผลให้กองถ่ายเดินทางช้าลงและได้พักเอาแรงมากขึ้น สองชั่วโมงถัดมาพวกเขาก็พบเจอกับสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสีสัน เห็ดหลากหลายชนิดขึ้นทั่วบริเวณหน้าดินที่พวกเขาเดินผ่าน คณะเดินทางฝ่าดงเห็ดที่ปลูกเป็นแนวยาวด้านขวาง พรานคำเมี่ยงรู้ดีว่าเข้าใกล้โป่งกองกอยเต็มที เพราะป่าเห็ดคือสัญลักษณ์ของสถานที่แห่งนี้

                กล้องดิจิตอลที่นาคิมฝากไว้กับเหมยถูกสาวแว่นยกขึ้นในระดับสายตาแล้วบรรจงกดชัตเตอร์ไปยังสีสันของดอกเห็ด เธอรู้ดีว่าวิวธรรมชาติสวยงามนั้นหายาก และมั่นใจเต็มอกว่าหากคิมไม่ได้แบกอ๊อตโต้เต็มสองมืออยู่ก็คงต้องเก็บภาพเอาไว้แน่

                “แปลกมาก” ตรัยกวาดสายตาไปทั่ว ไม่คิดว่าจะมีเห็ดหลายชนิดขึ้นติดกันเยอะขนาดนี้

                “ชุมชนภูก๋อยพึ่งพาวัตถุดิบชนิดนี้เป็นอาหารมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว พวกเขามีความเชื่อกันว่ากลิ่นของเห็ดสามารถไล่ผีป่าได้ มันถึงถูกปลูกขึ้นเป็นรั้วรอบรัศมีหมู่บ้าน” ชายผู้มีตอหนวดขึ้นเต็มใบหน้าช่วยไขปริศนาให้กระจ่าง

                “ผีป่า” น้ำเสียงของเหมยเหวอไปเล็กน้อยขณะเดินเข้าสู่ใจกลางของดงเห็ด กลิ่นหอมของมันโชยอบอวลไปทั่ว

                เมื่อรุ่งอรุณของทุกๆวันมาถึง ชาวบ้านจำนวนหนึ่งจะผลัดเปลี่ยนเวรกันออกมาพร้อมกับตะกร้าสานด้วยไม้ไผ่ แล้วเก็บเห็ดกลับไปให้พ่อเฒ่าตามคำสั่งที่ได้รับมา เพราะท่านจะเป็นผู้เดียวในหมู่บ้านที่รู้ว่าเห็ดชนิดไหนที่ไว้ใจได้ ต้องหยิบขึ้นมาพินิจทีละดอก ดอกไหนน่าสงสัยก็โยนทิ้งไป เก็บไว้เฉพาะเห็ดที่รู้ว่าทานได้และรสดี เป็นเพราะพ่อเฒ่าเป็นคนนำเข้ามาปลูก เขาจึงรู้ดีว่าชนิดไหนมีพิษหรือไม่มีพิษ

                “ใช่ ฟังไม่ผิดหรอก” เสียงแหบพร่าย้ำเตือน “เพราะเมื่อมันถูกเก็บไปปรุงเป็นสมุนไพร หลังจากดื่มกินแล้วกลิ่นก็ยังคงออกทางลมหายใจ ทำให้พวกผีไม่กล้าเข้าใกล้”

                ระหว่างการสนทนา ขุนศึกเค้นหน้าเยาะเป็นเชิงทับถมคนตรงหน้าว่ากำลังสร้างเรื่องหลอกเด็กอะไรขึ้นมาอีก แม้จะเกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นกับอ๊อตโต้ แต่ท้ายที่สุดเขาก็เชื่อว่าเป็นเพราะอ๊อตโต้อาจกำลังช็อคจากสถานการณ์ฉุกเฉินที่ผ่านมาในบึงมรณะนั่นก็เป็นได้ ถึงทำให้สมองสั่งการผิดปรกติ

                กามาลู ---- กามาลูลา ----กามาลูมาลา

                จู่ๆพรานคำเมี่ยงก็ส่งเสียงดังขึ้นเป็นทำนอง ลากเสียงยานไปตามสายลม ท่ามกลางความฉงนใจของทุกคน ไอรีนที่เดินอยู่ใกล้ๆถึงกับผละตัวออกห่าง

                “อะไรเนี่ย” เธออุทาน

                “ทำไมจู่ๆถึงส่งเสียงแบบนั้น” ตรัยย้ำคำถามของไอรีนอีกรอบ ทว่าเขากลับไม่ได้รับคำตอบ เพราะชายฉกรรจ์ยังคงตั้งหน้าตั้งตาส่งเสียงแปลกๆต่อเนื่อง

                กามาลู ---- กามาลูลา ----กามาลูมาลา

                หลังจากที่พรานคำเมี่ยงส่งเสียงยืดยานอยู่ระยะหนึ่ง คณะเดินทางทุกคนก็รู้สึกได้ถึงความผิดปรกติรอบข้างคล้ายกำลังถูกจับจ้องจากรอบทิศ มีเงาตะคุ่มๆอยู่หลังต้นไม้ที่แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มกว้าง ในมือถืออาวุธบางอย่างคล้ายหน้าไม้

                “ทำไมล่ะครับ” หนุ่มผิวแทนไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเดินเข้าไปแบบเงียบๆไม่ได้

                กองถ่ายเริ่มบีบเข้ามาเดินใกล้กัน สัญชาติญาณของมนุษย์เมื่อตกอยู่ในสถานะอันตรายทำให้ต่างเข้ามาเกาะกลุ่มกันอัตโนมัติโดยไม่มีใครต้องออกคำสั่ง คำเมี่ยงไม่รู้ว่าจะเชื่อใจคนในหมู่บ้านแห่งนี้ได้มากน้อยแค่ไหน เนื่องจากตัวเองก็ไม่ได้เดินทางมาเยือนเป็นเวลานานแล้ว

                “เพราะว่าพวกเราเข้าเขตชุมชนภูก๋อยแล้ว จึงต้องส่งเสียงให้พวกเขารู้ คำร้องนี้เป็นการสื่อสารระหว่างผู้มาเยือนและผู้ที่ต้อนรับให้เข้าใจตรงกันว่าเรามาดี”

                ทั้งหมดกำลังย่างกรายเข้าสู่สถานที่ที่คนในชุมชนโคกนางเลิ้งได้กล่าวเตือนเอาไว้ว่าปัจจุบันเป็นชนเผ่าปิด ไม่สุงสิงกับใคร และเคร่งครัดพิธีกรรมประหลาด ใครก็ตามที่ได้เข้ามาแล้วยากนักที่จะได้กลับออกไป

                เมื่อตรัยภูมิเห็นหมู่บ้านลิบๆเด่นตระหง่านมาแต่ไกล เขารู้สึกปวดป่วนในลำไส้อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ภาพเหตุการณ์ในความฝันแล่นวาบเข้ามาในสมองอย่างไม่สามารถควบคุมได้

 

*****************โปรดติดตามตอนต่อไปทุกวันศุกร์หรืออาจเร็วกว่านั้น*****************


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น