อัปเดตล่าสุด 2019-03-01 22:29:29

ตอนที่ 14 ตอนที่ 14 แรกพบ

                สภาพบ้านเรือนของชาวภูก๋อยนั้น ส่วนใหญ่เป็นเรือนไม้ทรงมนิลาโถงสูง หลังคามุงจั่วหญ้าคา  ใต้ชานสูงประมาณ 2 เมตร มีฝาผนังปิดทึบล้อมรอบ ประตูหน้าบ้านและหน้าต่างมีขนาดกะทัดรัดให้พอเอาศีรษะและลำตัวลอดเข้าออกได้       

                โครงสร้างแปลกๆเช่นนี้มีให้เห็นเกือบทุกหลังคาเรือน เริ่มแรกทางเข้าออกเคยปลอดโปร่งกว่านี้ แต่หลังจากสิ่งไม่ชอบมาพากลเข้าแทรกซึมหมู่บ้าน มันก็ถูกปรับปรุงใหม่หมดเพื่อให้ผู้บุกรุกไม่กล้าย่างกรายเข้าหา ยิ่งแคบยิ่งดี ศัตรูจะได้กลายเป็นเป้าหมายใหญ่เมื่อจู่โจมเข้ามา

                หมู่บ้านเล็กกลางดงลึกแห่งนี้มีลักษณะความเป็นอยู่แบบครอบครัวใหญ่ เป็นกลุ่มคนที่มีความขยันขันแข็งและทำงานได้หลากหลายอาชีพ เช่น ทำไร่และปศุสัตว์ ครั้งก่อนเคยนำกองเกวียนบรรทุกสินค้าไปขายต่างถิ่น เนื่องจากชนม์เผ่าภูก๋อยพัฒนาได้รวดเร็วกว่าเผ่าข้างเคียงในทุกๆด้าน อีกทั้งยังถูกกล่าวขานว่าสตรีในหมู่บ้านแห่งนี้มีหน้าตาที่สละสวย มารยาทแช่มช้อย มีมิตรไมตรีในการต้อนรับแขกแปลกถิ่นจนเป็นที่กล่าวขวัญ

                โชคไม่ดีที่คณะเดินทางถูกต้อนรับจากเหล่าชายฉกรรจ์หน้าเหี้ยม เพราะปัจจุบันพวกผู้หญิงถูกย้ายเข้าไปอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของตัวหมู่บ้านแล้ว เหตุเพราะพวกเธอบอบบางเกินกว่าที่จะดูแลตัวเองได้ หน้าที่ตระเวนรอบเขตแดนหมู่บ้านจึงตกเป็นของพวกผู้ชาย ซึ่งก็ได้แต่หวังว่ารูปร่างล่ำสันของพวกเขาจะสามารถข่มขู่สิ่งที่ปองร้ายได้บ้าง

                “จับมันนอนลง”  ชายชราที่ร่างกายเต็มไปด้วยอักขระเลขยันต์ออกคำสั่ง ขณะเตรียมการช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้าย หมากพลูที่บดเคี้ยวอยู่ในช่องปากบางส่วนพลันหยดเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าของอ๊อตโต้โดยไม่ทันได้ระมัดระวัง

                ไอ้มั่นกับไอ้มิ่ง พี่น้องฝาแฝดที่แตกต่างกันเพียงแค่สีผิวกับไฝเล็กๆที่มุมปากช่วยกันขยับร่างหนุ่มหัวสกินเฮดลงบนพื้นไม้ภายในเรือนของพ่อเฒ่าที่เต็มไปด้วยเครื่องรางของขลังมากมาย ไอ้มั่นคือคนพี่ผิวขาว ส่วนไอ้มิ่งคนน้องผิวเกรียมแดด ใบหน้าของทั้งคู่แทบแยกจากกันไม่ออก กรามใหญ่เป็นเอกลักษณ์พอๆกับร่างกายบึกบึนที่มีส่วนสูงเหยียบ 180 เซนติเมตร

                กระนั้นมันทั้งคู่ไม่เคยฉีกยิ้มให้ใครเห็นเลยสักครั้ง เครื่องแต่งกายก็แตกต่างจากคนอื่นโดยสิ้นเชิง ชาวบ้านทั่วไปสวมใส่เสื้อคอจีนกางเกงขาก๊วย ส่วนมันทั้งสองถอดเสื้อตลอดเวลา ใบหน้าถมึงทึงเป็นที่จดจำของทุกคนในหมู่บ้านไปเสีย แววตาเกรี้ยวกราดขู่เขม็งทุกคนที่สบตา แม้แต่เสียงพูดของทั้งคู่ก็ไม่มีใครเคยได้ยินเลยสักครา บ้างก็ลือกันว่ามันเป็นใบ้ บ้างก็ลือว่าพ่อเฒ่าใช้อาคมปิดปากพวกมันไม่ให้เพ่งพรายวาจามิชอบออกจากปาก

                “ระวังหน่อยสิ ไม่เห็นต้องรุนแรงเลยก็ได้” ขุนศึกกล่าวเตือนเมื่อเห็นว่าศีรษะของรุ่นน้องกระแทกเข้ากับพื้นไม้โดยการเคลื่อนย้ายที่ไม่ทันระวัง  คู่แฝดค้อนตา ท่าทางไม่พอใจ “เขาหมดสติอยู่ พวกนายก็เห็น”

                 ตรัยจับไหล่หนุ่มผมยาวเป็นเชิงบอกให้ปล่อยผ่านไปกับเพียงแค่เรื่องเล็กน้อยนี้ อันที่จริงเจ้าตัวไม่อยากมีปัญหาตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกันมากกว่า อีกทั้งชาวบ้านภูก๋อยยังเป็นฝ่ายออกตัวช่วยเหลือด้วย ถึงแม้ว่าจะได้รับการต้อนรับที่ไม่น่าประทับใจสักเท่าไหร่ แต่การนอบน้อมก็เป็นสิ่งสมควรกระทำของผู้มาเยือนอยู่ดี

                อย่างน้อยอ๊อตโต้ก็ถึงมือของผู้ที่ดูท่าทางน่าเลื่อมใสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้ตรัยภูมิและคนอื่นหมดห่วงราวกับยกภูเขาออกจากอก ช่วงระหว่างการเดินทางที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความอึดอัดและแรงกดดันมหาศาล เป็นเพราะกลัวว่าอาการรุ่นน้องของพวกเขาจะทรุดลงจนถึงขั้นถึงแก่ความตาย เวลาจึงเป็นสิ่งที่มีค่ามาก และพวกเขาก็รักษามันได้ดี

                “สรุปอ๊อตโต้ถูกผีเข้าจริงๆเหรอพี่” เหมยลูบขนที่ลุกชูชันบนท่อนแขน

                “ไม่อยากจะเชื่อเลย” ไอรีนซุบซิบกับเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ข้างกัน ขณะมองดูร่างของรุ่นน้องนอนแผ่หลา

                ยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำรงชีวิตในปี 2019 ยากนักที่จะมีสิ่งลี้ลับหลงเหลืออยู่ให้เห็นแบบโจ่งแจ้ง แต่บนโลกใบนี้เต็มไปด้วยสถานที่ที่ยังไม่ได้ถูกค้นพบอีกมากมาย ทั้งเรื่องของความเชื่อ พิธีกรรม และศาสตร์หลายแขนงที่ยังไม่ได้พิสูจน์ ดังนั้นบางแห่งที่ตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างโป่งกองกอยแห่งนี้ บางทีอาจเป็นศูนย์รวมของสิ่งลี้ลับที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดก็เป็นได้

                “เห็นแววตามันมั้ยล่ะ ตอนที่อยู่ในถ้ำ” นาคิมพูดขณะหอบอ่อนๆ เสื้อยืดคอกลมเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อที่แผงหลังและหน้าอก เป็นเพราะกล้ามเนื้อบริเวณน่องอวบๆผ่านการใช้งานมาอย่างหนักหน่วง ส่งผลให้ขณะนั่งพักเป็นตะคริวฉับพลัน  กล้ามเนื้อเกร็งจนเห็นเป็นก้อนแข็ง

                อย่างไรก็ตาม ตรัยภูมิพยายามยืดเส้นและนวดกล้ามเนื้อบริเวณที่ปวดเป็นตะคริวให้กับนาคิมหวังให้อาการทุเลาลง ปรกติแล้วการประคบร้อนหรือประคบเย็นอาจได้ผลดีกว่า แต่เป็นเพราะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเช่นน้ำแข็งหรือแผ่นทำความร้อน จึงทำให้ผู้เป็นหัวหน้าทีมต้องอาศัยวิธีการบำบัดด้วยการนวด

                ขณะที่ทุกคนกำลังวุ่นอยู่ในเรือนของพ่อเฒ่า พรานคำเมี่ยงก็ปลีกตัวออกไปข้างนอก คาดว่าอาการอยากนิโคตินคงกำเริบ นอกเหนือจากชุดใบจากยาเส้นที่พกติดตัวมา ก็ยังมีบุหรี่ที่ขอขุนศึกเอาไว้อีกสามมวน เพื่อเป็นตัวเลือกในการเผาปอดแบบหลากหลาย กระนั้นนายพรานคงอยากรื้อฟื้นความหลังที่เคยอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ด้วย จึงออกไปสำรวจว่าปัจจุบันมันเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหนแล้ว

                “ทอซิ่น ที่ข้าให้เตรียมไว้เสร็จรึยัง”  พ่อเฒ่าเปล่งวาจาแก่ผู้เป็นลูกสาวที่อยู่หลังเรือน ครู่หนึ่งก็มีเสียงเล็กๆขานรับ

                “รอประเดี๋ยวค่ะ” เสียงหวานนั้นส่งผลให้ตรัยภูมิหันขวับไปยังต้นตอ กลิ่นหอมของบางอย่างเรียกน้ำย่อยในกระเพาะของทุกคนจนดังโครกคราก

                ภาษาที่ชาวภูก๋อยใช้ไม่เชิงโบราณเสียทีเดียว เป็นการผสมกันระหว่างคำสมัยก่อนและใหม่ เนื่องจากในอดีตผู้คนจากโคกนางเลิ้งต่างแวะเวียนกันเข้ามาอยู่บ่อยๆ จึงไม่แปลกที่ภูก๋อยจะได้รับอิทธิพลภาษาของคนในยุคปัจจุบันอยู่บ้าง  

                “กลิ่นอะไรเนี่ย” คิมน้ำลายสอมุมปาก จินตนาการถึงมื้ออาหารสัปดาห์ก่อนที่รับประทานแบบไม่บันยะบันยัง

                “หอมจังเลย” เหมยทำจมูกฟึดฟัด สาวหัวทองที่อยู่ข้างกันกลืนน้ำลายดังเอื้อก

                ตั้งแต่ออกเดินทางมา ไม่มีอะไรตกถึงท้องของคณะเดินทางเลย มื้อเช้าได้กินอะไรรองท้องนิดหน่อยจากบ้านของพรานคำเมี่ยง เพราะนอกเหนือจากหนูนาแล้วก็มีแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่พวกผู้หญิงพอจะกินได้ ระหว่างวันมีขนมปังและนมกล่องที่จัดเตรียมเป็นเสบียง บางคนก็พกอาหารกระป๋องอย่างเช่น หอยลายผัดฉ่า หรือทูน่าในน้ำแร่มารับประทานด้วยเหมือนกัน แต่ยังไม่มีอาหารหนักหน่วงตกถึงท้องของพวกเขาเลย 

                อึดใจต่อมาสำรับอาหารก็ถูกจัดเรียงสวยงามอยู่ตรงหน้าคณะเดินทางเป็นที่เรียบร้อย ประกอบไปด้วยน้ำพริกผักต้ม และสารพัดเมนูเห็ดเป็นตัวชูโรง ส่วนที่เป็นเนื้อสัตว์มีผัดเผ็ดกระรอกกับคั่วกลิ้งกระต่าย มั่นใจได้เลยว่าพวกผู้หญิงคงไม่กล้าแตะมันหรอก เพราะสัตว์เหล่านี้ถึงแม้จะกินได้และมีรสชาติอร่อย แต่ความน่ารักของมันก็ทำให้ไอรีนและเหมยกลั้นใจกลืนลงคอไม่ได้อยู่ดี

                กลิ่นหอมของเมนูเห็ดสีสันจัดจ้านยึดครองประสาทรับกลิ่นของทุกคนได้ดีกว่ากลิ่นฉุนของเครื่องเทศเสียอีก น่าแปลกที่สุดคือ แม้คอเหล้าอย่างขุนศึกจะรู้ดีว่าอะไรในสำรับอร่อยสุด แต่ก็ยังไม่วายเบนความสนใจให้กับเมนูที่ดูเหมือนไม่มีอะไรพิเศษราวถูกสะกดด้วยกลิ่นหอมรัญจวนของมัน

                อีกสำรับเป็นของผู้ที่นอนสลบเหมือด ซุปเห็ดร้อนๆควันโชยโขมงออกจากไหดูแล้วช่างน่ารับประทานยิ่ง เมื่ออ๊อตโต้ได้สติแล้ว เขาจำเป็นต้องกินมันตามคำสั่งของพ่อเฒ่าแม้ว่าจะหิวหรือไม่หิวก็ตาม เพราะผู้คนที่นี่ต่างเข้าใจตรงกันว่า เห็ดสามารถช่วยขับไล่สิ่งแปลกปลอมจากร่างกายได้ มันจึงเป็นสิ่งวิเศษสุดที่ชาวบ้านต่างต้องดื่มกินทุกวัน นอกเหนือจากนี้ในสำรับยังมีกริชลงอาคมที่แกะสลักจากไม้กะลาและสร้อยประคำวางอยู่ข้างกันอีกด้วย

                “เคยได้ยินมาว่าเห็ดที่มีสีฉูดฉาดแบบนี้ส่วนใหญ่แล้วมีพิษไม่ใช่เหรอ” คิมป้องมือกระซิบกับตรัย ทว่านาทีนี้อีกฝ่ายดูเหมือนไม่ได้สนใจคำพูดของเพื่อนเลยแม้แต่น้อย เพราะมีบางอย่างที่น่าสนใจยิ่งกว่าอยู่เบื้องหน้าของเขาแล้ว

                “ทานอะไรก่อนสิคะ” หญิงนัยน์ตาหวานเชื้อเชิญแขกผู้มาเยือนอย่างเป็นมิตร ฉับพลันหญิงสาวรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกจับจ้องจากสายตาคู่หนึ่ง เธอจึงเสยผมสีดำขลับที่ปรกตาออกเพื่อจะได้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น

                ทันทีที่ทั้งคู่สบตากัน……….เสี้ยววินาทีนั้นเหมือนเวลาหยุดเดินไปชั่วขณะ


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น