อัปเดตล่าสุด 2019-03-08 21:27:14

ตอนที่ 15 ตอนที่ 15 โพลีแซคคาไรด์

                ผมสีดำขลับของเธอที่ยาวถึงแผงหลังนั้นถูกเกล้ามวยสูงโดยใช้ปิ่นประดับที่มวยผม ต่างหูเงินห่วงใหญ่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ สวมเสื้อผ้าแบบชาวภูก๋อยแท้โดยไม่ได้ถูกวัฒนธรรมใดกลืนกินไปตามยุคสมัย สวมเสื้อแขนกระบอกคอตั้งแบบเสื้อคอจีน ผ้าย้อมครามดำประดับด้วยกระดุมเงินติดเรียงเป็นแถวจนถึงชาย บนเนื้อผ้าทอลวดลายตกแต่งไว้อย่างสวยงาม

                ดวงตากลมโตของเธอประหนึ่งเพชรเม็ดงามที่เจียระไนเจิดจรัส แวววาวพอที่จะสะกดชายเบื้องหน้าไม่ให้วอกแวก แม้แต่นาคิมและขุนศึกต่างก็มองเป็นตาเดียวกันจนหญิงสาวที่กำลังจัดเตรียมสำรับอดเขินอายไปเสียไม่ได้

                “ทานได้เลยนะคะ” หญิงสาวนาม ทอซิ่น จัดสำรับให้อย่างดีก่อนเดินกลับเข้าไปนั่งพับเพียบอยู่ข้างกายผู้เป็นบิดา

                “เห็ดนั่นมีสรรพคุณต้านทานพวกผีป่า กินซะ…ถ้าไม่อยากโดนพวกมันยึดร่าง” พ่อเฒ่ากระแทกไม้เท้าเบาๆบนพื้น เขาชอบทำแบบนี้เสมอขณะออกคำสั่ง “กินได้มากเท่าไหร่ยิ่งดี ทุกคนที่นี่กินวันละสามมื้อกันทั้งนั้น”

                “ป้องกันยังไงเหรอครับ” ไม่เพียงแต่นาคิมที่สงสัย เป็นใครก็ต้องรู้สึกไร้เหตุผลสิ้นดีที่เพียงแค่กินเห็ดแล้วภูตผีปีศาจไม่กล้าเข้าใกล้ เอาตรรกะไหนมาตัดสิน

                แม้ตรัยจะเคยได้ยินมาบ้างว่าเห็ดนั้นอุดมไปด้วยโปรตีนจากธรรมชาติซึ่งมีคุณสมบัติเด่นในการช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย บำรุงตับและกระเพาะลำไส้ ป้องกันโรคหวัด ช่วยในการไหลเวียนของเลือด ลดความดัน และเร่งการสมานแผล แต่หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วหากศึกษาลงลึกยิ่งขึ้น เห็ด ที่ดูธรรมดาเนี่ยแหละเป็นตัวแปรสำคัญบางอย่างที่ทำให้ชาวภูก๋อยเลือกใช้มัน

                ทอซิ่นอธิบายเสริมให้แก่คณะเดินทางได้ทราบเพิ่มเติมว่าเห็ดนั้นมีคุณประโยชน์เหลือเชื่ออย่างคาดไม่ถึง เพราะมีองค์ประกอบของพฤกษเคมีที่ชื่อว่า โพลีแซคคาไรด์(1) ทำงานร่วมกับ แมคโครฟากจ์(2) ซึ่งช่วยกระตุ้นวงจรการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย เพิ่มประสิทธิภาพทำลายเซลล์แปลกปลอมที่พยายามแทรกซึมเข้ามา รวมถึงพวกไวรัสและแบคทีเรียด้วย

                เห็ดจำพวกที่มีสารโพลีแซคคาไรด์สูง คือ เห็ดนางรม เห็ดหูช้าง เห็ดหอม เห็ดชิตาเกะ และเห็ดกระดุม นอกจากนี้ยังสามารถทำเป็นยาได้อีกด้วย ซึ่งสรรพคุณหลักๆคือช่วยควบคุมการทำงานของอวัยวะสำคัญต่างๆ เช่น สมอง หัวใจ ปอด ตับ และระบบไหลเวียนโลหิต ฉะนั้นจึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เห็ดนานาชนิดนั้นสำคัญกับสมดุลร่างกายของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในโป่งกองกอยมากแค่ไหน

                ซึ่งผู้นำความรู้เข้ามาเผยแพร่แก่ชุมชนภูก๋อยก็คือ พรานอาคม พ่อเลี้ยงของพรานคำเมี่ยง อย่างไรก็ตามชาวบ้านภูก๋อยเพาะเห็ดได้แค่บางชนิดเท่านั้น เพราะดินและสภาพอากาศไม่เหมาะแก่การเพาะปลูกเห็ดบางประเภท   

                “ฟังดูมีเหตุผลนะ แต่ไม่ค่อยอยากจะเชื่อเลย” ขุนศึกหลุดโพล่งออกจากปากตามกมลสันดาล ไอ้มิ่งและไอ้มั่นยังคงจ้องตาไม่กะพริบราวกับว่ามันทั้งสองรู้สึกไม่ถูกชะตากับชายฝีปากชวนหาเรื่องผู้นี้

                ตรัยอมยิ้มเล็กน้อยหลังจากทอซิ่นสาธยายเกี่ยวกับสาระสำคัญที่พวกเขาจำเป็นต้องรู้ อีกฝ่ายก็ดูเหมือนกับว่าจะรู้ตัวจึงพยายามหลบตาและตีสีหน้าเรียบเฉย เธอไม่ควรแสดงกิริยาโจ่งแจ้งให้แก่คนที่พึ่งจะพบกัน โดยเฉพาะเมื่ออยู่ต่อหน้าของพ่อเฒ่าด้วย

                “แหม่ น้อยๆหน่อย มองตาไม่กะพริบเลยนะ” ขุนศึกทำหน้าทะเล้นก่อนที่ตรัยจะรู้สึกตัวว่าเขากำลังมองค้างอยู่ที่ใบหน้าของสาวสวย

                “เงียบเถอะ” เขาพูดแก้เขิน

                ทอซิ่นทำให้ตรัยภูมิหวนนึกถึง ดรุณา มารดาสุดที่รักของตนที่ป่วยเรื้อรังและเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งทางสมอง บางมุมเธอดูอบอุ่น และมีบางมุมที่ดูอ่อนโยนเสียจนน่าปกป้อง แววตาเธอแฝงไปด้วยความเศร้าหมองพอๆกับแววตาของผู้เป็นแม่ที่ไม่เคยเปื้อนยิ้ม คล้ายกับว่ามีเรื่องทุกข์ใจอะไรบางอย่างที่ไม่สามารถระบายให้ใครรับรู้ได้

                “กินกันเถอะๆ หิวจะตายอยู่แล้วเนี่ย” ไอรีนรวบผมสีทองเป็นหางม้าด้วยยางรัดผม ส่วนเหมยถอดแว่นมาเช็ดเลนส์เพราะโดนไออาหารร้อนๆเกาะจนกลายเป็นฝ้า หลังจากนั้นเธอก็มองเห็นสีสันของอาหารตรงหน้าได้อย่างชัดเจน

                ในภาชนะมีเห็ดหลายประเภทปะปนกัน หนึ่งในนั้นมีสีเหลืองก้านสูง แกนกลางลำต้นตัน อีกหนึ่งมีสีส้มและแดง ลักษณะคล้ายเห็ดโคน แต่ก้านจะสั้น หนากว่าและแตกเป็นเส้น สุดท้ายหมวกเห็ดสีขาวคล้ายร่ม เกล็ดน้ำตาลรูปสี่เหลี่ยมกระจายออกไปสู่กลางหมวก 

                “ไม่มีพิษแน่นะ” คิมยังไม่วางใจ ลอบถามคนที่นั่งข้างกันอีกครั้ง

                “ไม่มีเหตุผลอะไรที่พวกเขาจะทำแบบนั้น” ตรัยบอกเป็นนัยว่า สิ่งที่ชาวบ้านควรกำจัดคือผีป่าที่พ่อเฒ่าพูดถึง ไม่ใช่กับพวกเขาที่เป็นมนุษย์เฉกเช่นเดียวกัน

                ระหว่างที่คิมพูดคุยกับตรัย สองสาวก็ได้นำหน้าพวกเขาไปก้าวหนึ่งแล้ว เพราะข้าวสวยร้อนๆถูกตักใส่ชามเตรียมพร้อมเอาไว้ หลังจากนั้นไม่นานพวกคนที่เหลือก็จัดแจงคดข้าวใส่จานแล้วบรรจงรับประทานกับข้าวในสำรับกันอย่างเอร็ดอร่อย

                “อร่อยกว่าที่คิดแฮะ ถึงแม้กลิ่นจะแปลกๆไปหน่อย” คิมหลับตาขณะรับประทาน เพราะเขาเชื่อกว่าเมื่อปิดสัมผัสการมองแล้วจะทำให้ประสาทสัมผัสการรับรสดีขึ้น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าไปจำมาจากตำราอาหารเล่มไหนเข้าอีก แต่ก็ยืนยันชัดเจนได้บนใบหน้าของคนอื่นๆที่มีสีหน้าอิ่มเอิบกับรสชาติไม่ต่างจากหนุ่มอ้วนเท่าไหร่นัก

                “ทานเยอะๆนะคะ” ทอซิ่นยิ้ม

                ขณะที่ทุกคนกำลังเอร็ดอร่อยไปกับชีวอินทรีย์ปรุงรส คนที่เหมือนจะถูกลืมพลันได้สติขึ้น ศีรษะยังคงบวมเป่งทว่าทุเลาลงจากเดิม ผลพวงจากการทำแผลของไอ้มั่นด้วยการคัดเลือดแล้วทาด้วยขี้ผึ้งบริเวณปากแผล หลังจากนั้นพันด้วยผ้าสะอาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

                “เกิดอะไรขึ้น” อ๊อตโต้ใช้ปลายนิ้วแตะๆที่ขมับขวา ฉับพลันใบหน้าเหยเกเพราะความเจ็บปวด “โอ้ย!....เจ็บ”

                ทุกคนหยุดกินชั่วขณะ ต่างหันมาให้ความสนใจกับรุ่นน้องที่กำลังงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่พวกเขากลัวมากที่สุด เมื่ออ๊อตโต้พูดเหมือนกับว่าตัวเองจำเหตุการณ์ในถ้ำไม่ได้เลยสักนิด นั่นก็หมายความว่าบุคลิกในตอนนั้นไม่ใช่ของรุ่นน้องที่พวกเขารู้จัก

                แน่นอนว่าส่วนหนึ่งคณะเดินทางรู้แก่ใจอยู่แล้วว่ามันไม่ใช่ เพราะท่าทางประหลาดที่เอาแต่ทำร้ายตัวเองในตอนนั้นมันผิดวิสัยของคนจิตปรกติ ฉะนั้นมันจึงเชื่อมโยงกับผีป่าที่พ่อเฒ่าพูดถึง และสิ่งลี้ลับที่ถูกเล่าผ่านปากของกำนันทองด้วงที่โคกนางเลิ้งส่วนหนึ่งนั้นเป็นเรื่องจริง

                “เอ็งจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ” คิมย่นคิ้ว 

                “คล้องประคำที่คอมัน” พ่อเฒ่าใช้ไม้เท้าดันตัวเองขึ้นจากเก้าอี้ไม้คล้ายบัลลังก์ ใบหน้าเหี่ยวย่นและตกกระของเขาช่วยทวีความน่ากลัวขณะทำสีหน้าขึงขัง

                ไอ้มิ่งและไอ้มั่นไม่รอช้า มันไม่ได้ขานรับอันใด เพียงรับคำสั่งจากปากของผู้เป็นนายและทำตามอย่างเคร่งครัดไม่ต่างอะไรกับเครื่องจักรไร้ชีวิต หนึ่งคนกดบ่าผู้ป่วยเอาไว้ ส่วนอีกคนคล้องประคำลงอาคม อ๊อตโต้รู้สึกผวาที่จู่ๆก็ถูกชายร่างยักษ์สองคนกำลังร่วมมือกันทำอะไรแปลกๆกับร่างกายของตน

                “ช่วยด้วยพี่ พวกนี้เป็นใคร” เด็กฝึกงานพยายามดิ้นให้หลุดจากการฉุดรั้งของอีกฝ่ายที่มีพละกำลังเหนือกว่า และแน่นอนว่ามันไม่เป็นผล

                “ใจเย็นๆแล้วทำตามที่พวกเขาบอกเถอะ เอ็งถูกผีเข้ารู้ตัวรึเปล่า” คิมพยายามอธิบาย ถึงแม้ว่ารุ่นน้องจะไม่ค่อยเข้าใจก็ตาม

                “แต่ผม…” อ๊อตโตพยายามพูดอะไรบางอย่าง

                “ไว้ใจคนพวกนี้ได้ เขากำลังช่วยเรา” ตรัยขัดขึ้น เสียงอบอุ่นและบุคลิกที่ดูเป็นผู้นำนั้นช่วยทำให้อ๊อตโต้ลดอาการตื่นตระหนกลงได้ ตรัยภูมิเป็นคนเดียวที่เขาเชื่อใจ ให้ความเคารพและเชื่อฟังมาโดยตลอด จึงไม่แปลกเลยที่ขณะนี้เขาจะปฏิบัติตามคำสั่งของพ่อเฒ่าที่กำลังทำพิธีขับไล่ผีป่าอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำทิ้งท้ายของรุ่นพี่

                หลังจากผู้เคราะห์ร้ายยอมให้ความร่วมมือแต่โดยดี ก็เข้าสู่พิธีกรรมไล่ผีอย่างสมบูรณ์แบบ พ่อเฒ่านำน้ำมนต์ที่เตรียมไว้พรมลงบนศีรษะ กริชไม้ไร้คมกรีดลงบนเรือนร่างตั้งแต่หน้าผากจรดปลายตีน พร้อมกับสวดบริกรรมคาถาแปลกๆที่คณะเดินทางไม่เคยได้ยินมาก่อน แม้ฟังไม่ได้ศัพท์ จับใจความไม่ได้ แต่ก็เล่นเอาขนหัวลุกไปตามๆกัน

                ของปลุกเสกบางส่วนรวมไปถึงซุปเห็ดถูกบังคับให้ชายหนุ่มกลืนลงกระเพาะ แม้ว่าอาการคลื่นเหียนและวิงเวียนศีรษะของอ๊อตโต้จะทำให้เขาไม่อยากแตะต้องมันก็ตาม แต่เมื่อมันคือคำสั่ง เขาก็จำเป็นต้องฝืนกิน

                คิมหยิบกล้องที่ฝากไว้กับเหมยขึ้นส่องหวังเก็บภาพหายากนี้รวบรวมไว้เป็นฟุตเทจ ทว่าถูกห้ามปรามจากสมุนทั้งสองพ่อเฒ่าด้วยแววตาขู่เขม็งเป็นเชิงบอกว่า พิธีกรรมนี้เป็นความลับของคนในหมู่บ้านเท่านั้น เขาจึงวางมันลงที่เดิมพร้อมกับรอยยิ้มแห้งๆ

                ชั่วอึดใจเดียวพิธีกรรมก็จบลงอย่างราบรื่น ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับช่วงพลบค่ำมาถึง อ๊อตโต้ไม่ได้แสดงอาการประหลาดออกมาอีกเลยในขณะทำพิธี คล้ายกับว่าบางสิ่งที่พยายามกลืนกินจิตวิญญาณของเขาตั้งแต่ในถ้ำได้ถูกขับไล่ออกไปด้วยฝีมือของผู้ที่มีอาคมแกร่งกล้าเป็นที่เรียบร้อย

                ชายหนุ่มถูกให้พักแยกอยู่บนเรือนเล็กใกล้เรือนของพ่อเฒ่าเพียงคนเดียวเพื่อเฝ้าดูอาการจวบจนรุ่งอรุณมาถึง หลังจากพิธีกรรมเสร็จสิ้น อ๊อตโต้มีโอกาสพูดคุยกับพวกรุ่นพี่ถึงเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมา จึงได้ทราบว่าระหว่างที่ตัวเองหมดสติได้เกิดอะไรขึ้นกับตัวเองบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าชายหนุ่มตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นในถ้ำและไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่พวกพี่ๆพยายามสื่อสาร

                หนุ่มสกินเฮดเริ่มรู้สึกกลัวและขยะแขยงตัวเองขึ้นมาเล็กน้อยก่อนขอตัวเข้าที่พักไปด้วยอาการงัวเงีย วันนี้เขาไม่ต้องการรับฟังเรื่องใดอีกแล้ว อ๊อตโต้โชคร้ายมาทั้งวันตั้งแต่เหตุการณ์ตกเรือและต่อสู้กับจระเข้น้ำจืดตัวใหญ่ยักษ์แบบซึ่งหน้า จวบกระทั่งได้ฟังเรื่องตัวเองถูกผีเข้าแล้วเอาหัวโขกหินย้อยอีก คงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้อีกแล้วล่ะ

                ส่วนคนอื่นนอกจากพรานคำเมี่ยงเดินตามทอซิ่นไปยังเรือนร้างที่อยู่ใจกลางหมู่บ้านโดยใช้คบเพลิงเป็นแสงสว่าง เสียงจั๊กจั่นและนกฮูกกู่ร้องสลับกันเตือนให้รู้ว่าพวกมันกำลังหวาดกลัวบางสิ่งที่กำลังออกล่าในยามวิกาล กลิ่นสาปเย็นๆกลางดงลึกทำให้หัวใจพวกเขาเต้นเร็วขึ้น ระหว่างทางแทบไม่เห็นผู้ใดเลยนอกเหนือจากคณะเดินทางที่เดินจับกลุ่ม คล้ายกับว่าชาวบ้านภูก๋อยขังตัวเองเพื่อหนีบางสิ่ง

                ทั้งที่ต่างก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าหนียังไงก็หนีไม่พ้น  

 

-----------------โปรดติดตามตอนต่อไป-------------------

 

        อ้างอิง

        สรรพคุณของเห็ด : www.lovefitt.com

        ประโยชน์ของโพลีแซคคาไรด์ : www.cordyyak.com

  1. โพลีแซคคาไรด์  มีประโยชน์ต่อร่างกายในเชิงของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมนุษย์ มีการทำงานร่วมกับแมคโครฟาจ (Macrophage) คือเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่จับสิ่งแปลกปลอมในร่างกายเช่น เชื้อโรคต่างๆ ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ
  2. แมคโครฟากจ์ คือ เม็ดเลือดขาวชนิดที่ทำหน้าที่จับกินสิ่งแปลกปลอมที่หลุดเข้าไปในร่างกาย เช่น เชื้อโรคต่างๆ โดยเม็ดเลือดขาวชนิดนี้พบได้ทั้งในเลือดและในเนื้อเยื่อต่างๆ แต่ทั่วไปมักพบอยู่ในเนื้อเยื่อโดยเฉพาะในเนื้อเยื่อที่มีการอักเสบติดเชื้อ เม็ดเลือดขาวชนิดนี้ เซลล์จะมีขนาดใหญ่กว่าเซลล์เม็ดเลือดขาวทั่วไป และภายในเซลล์อาจพบมีสิ่งแปลกปลอมที่ถูกเซลล์นี้จับกิน

แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น