อัปเดตล่าสุด 2019-05-12 00:07:29

ตอนที่ 20 ตอนที่ 20 ใต้ต้นตะเคียน

           ช่วงฟ้ามืดซึ่งเข้าสู่สภาวะเสี่ยงอันตรายที่สุดไม่สามารถรั้งชายทั้งสองที่เปี่ยมล้นไปด้วยคำถามมากมายที่ค้างคาใจต่อกันได้ ทั้งคู่ยืนอยู่ท้ายหมู่บ้านหลังคอกไก่ ข้างต้นมะพร้าวสูงชะลูด และใบของมันกำลังพลิ้วไหวไปตามแรงลมกรรโชก หลบซ่อนภายใต้เงามืดทมึนของร่มไม้ที่ไม่ว่ามนุษย์หน้าไหนก็ไม่สามารถมองเห็นได้ หากทั้งสองไม่เผลอทำซุ่มเสียงให้ไก่ตื่นไปเสียก่อน

            เรื่องของแผลเป็นเมื่อตอนกลางวันนั้นเพิ่มความสงสัยให้กับตรัยทบทวี บางทีมันอาจเกี่ยวพันกับฝันร้ายในทุกๆวันที่เขาต้องเผชิญอยู่ก็ได้ รอยกรงเล็บลากเป็นทางยาวฝากเอาไว้บนเรือนร่างโดยที่เขาก็ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของนั้นเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับ

             ทำไมน่ะเหรอ!

            ก็เพราะว่าเขาจำไม่ได้เลยว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร เกิดขึ้นที่ไหน ใครเป็นตัวการ แม้แต่ ดรุณา ผู้เป็นแม่ก็ปิดปากเงียบไม่เคยเล็ดลอดออกจากไรฟันจนกระทั่งเธอลาโลกนี้ไป เวลาล่วงเลยกว่าทศวรรษทิ้งเป็นปริศนาคาใจ แล้วจู่ๆวันนี้ก็มีนายพรานท้องถิ่นคนหนึ่งมาสาธยายเกี่ยวกับชีวิตของเขาราวกับรู้เรื่องราวทุกอย่างดียิ่งกว่าตัวตรัยเองเสียอีก จึงไม่แปลกเลยที่ทั้งสองคนจะลอบออกมาโยนคำถามใส่กันมากมายในยามวิกาล

                “มันเป็นเรื่องบ้ามาก ที่คุณบอกว่าคุณเป็นพี่ชายผม” ตรัยกระซิบ น้ำเสียงเหวอไปเล็กน้อย ประหลาดใจกับสิ่งที่นายพรานพยายามยัดเยียด

                “ใช่…ถ้าเอ็งมั่นใจว่าผู้หญิงในรูปนี้คือแม่เอ็ง”คำเมี่ยงกระดกเหล้าหนักขึ้น จนกลิ่นลมหายใจของตัวเองไม่หลงเหลือสาปมนุษย์ มีเพียงแอลกอฮอล์ที่โชยตลบอบอวลไปทั่ว “เรามีแม่คนเดียวกัน”

                “หมายความว่าไง” ใจเขาสั่นระรัวจนแทบระเบิดออกมาจากทรวงอก นี่มันละครน้ำเน่าหลังข่าวชัดๆ

                “เธอชื่อดรุณาใช่มั้ย” ทันทีที่คำเมี่ยงพูดจบ ตรัยภูมิปวดแปลบปลาบในหัวใจขึ้นมาทันที นานเท่าไหร่แล้วนะที่เขาไม่ได้ยินคนพูดถึงชื่อนี้ เพราะแม่ตนไม่เคยกล่าวถึงบรรพบุรุษตัวเองมาก่อนตั้งแต่เขาจำความได้ ไม่เคยบอกว่าญาติสนิทมิตรสหายเป็นใครอยู่ที่ไหน ผู้เป็นลูกจึงไม่เคยได้รับคำตอบใดๆจากปากของดรุณา นั่นจึงทำให้เขารู้สึกปั่นป่วนในลำไส้เมื่อได้ยินคนเรียกชื่อนี้

                “คุณรู้จัก…”ตรัยไม่รู้ว่าควรถามอะไรต่อ นั่นจึงทำให้รูปประโยคไม่สมบูรณ์ เขาสับสนกับเรื่องราวต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนไม่รู้จักจบสิ้น หรือสถานที่ที่เขาจำได้ว่าไม่เคยเหยียบย่างแต่กลับรู้สึกว่าเป็นบ้านของตัวเองอย่างสถานที่แห่งนี้

                “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเอ็งถึงจำอะไรเกี่ยวกับที่นี่ไม่ได้เลย รวมถึงแผลเป็นนั่น” เขาชี้ไปยังต้นตอที่ตัวเองได้เห็นเมื่อตอนกลางวัน หลังจากนั้นเรื่องราวเมื่อครั้งอดีตก็หลุดออกจากปากของชายวัยสามสิบกลางๆในเวลาไล่เลี่ยกัน

                แต่ก่อนจะเล่านั้น คำเมี่ยงส่งเหล้าในมือให้คู่สนทนาด้วยท่าทางขึงขังแกมบังคับ ทว่าอีกฝ่ายปฏิเสธอย่างสุภาพ แต่นั่นไม่เป็นผลเมื่อนายพรานกล่าวเตือนว่า พวกผีป่ามีระบบรับกลิ่นล้ำเลิศ มันสามารถดมกลิ่นสาปจากตัวมนุษย์ที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตรได้ผ่านกระแสลม

              หลังจากนั้นต้นไม้สูงทุกต้นคือเส้นทางสัญจรของมัน ผีป่ากระโจนไปมาไม่ต่างกับลิงลม พวกมันเข้าใกล้เหยื่ออันโอชะได้ในช่วงอึดใจเดียวก่อนสังหารด้วยกรงเล็บหรือไม่ก็คมเขี้ยว ด้วยความที่พวกมันว่องไว จึงต้องแลกมากับร่างกายที่บอบบาง ฉะนั้นการเลือกเล่นงานเหยื่อจากที่สูงหรือโหยหาร่างกายแข็งแกร่งเพื่อสิงสู่คือทางเลือกอันดับต้นๆ

             นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมแอลกอฮอล์ถึงไม่เคยอยู่ห่างกายเขาเลย เพราะมันสามารถขจัดทุกกลิ่นได้อย่างหมดจด  หากจะกล่าวว่าเหล้านั้นมีประโยชน์ก็ฟังดูไม่เข้าท่าสักเท่าไหร่ แต่หากตรัยภูมิต้องดื่มมันเพื่อรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้ เขาก็จำเป็นต้องทำ

                เมื่อแอลกอฮอล์ถูกกลืนลงคอของชายทั้งสองจนกลิ่นลมหายใจมีเหล้าแดงเป็นส่วนหนึ่ง คำเมี่ยงจึงเอ่ยปากเล่าถึงเรื่องราวอันน่าพรั่นพรึงในอดีตที่ทั้งตัวเขาและตรัยภูมิเคยพานพบจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

 

               ค่ำคืนที่พระจันทร์เต็มดวง คล้ายกับว่ามันกลมโตที่สุดเท่าที่เคยมีมา ฉาบเคลือบไปด้วยสีแห่งความน่าขยะแขยงของโลหิต หญิงวัยกลางคนจูงมือเด็กชายจ้ำอ้าวอย่างร้อนรน  มุ่งหน้าสู่ป่าทางใต้ซึ่งเป็นประตูทางออกไปสู่หมู่บ้านโคกนางเลิ้ง

             สีหน้าของทั้งคู่ไม่สู้ดีนัก เนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยรอยยางบอนจากคมหนามของกิ่งไม้ เปียกปอนไปด้วยครอบน้ำฝนที่ตกค้างอยู่บนเสื้อผ้า ในขณะที่สภาพแวดล้อมในป่าเต็มไปด้วยความเปียกแฉะ

             ฝนตกพรำๆช่วยกลบเสียงฝีเท้า ทั้งยังช่วยชำระล้างกลิ่นสาปที่หลงเหลืออยู่บนผิวกายมนุษย์ได้เป็นอย่างดี แววตาทั้งคู่ดูหวาดกลัว คล้ายกับกำลังหนีจากบางสิ่งที่ไล่ล่ามาอย่างกระชั้นชิด

             แสงจากไฟฉายตัดผ่านความมืดมิดทมิฬเป็นตัวนำไปสู่เส้นทางที่ง่ายดายต่อการหลบหนี ทว่าไม่นานสายฝนก็พรากแสงสว่างไปโดยกระหน่ำเทลงมาบดบังทัศนียภาพจนแทบมองไม่เห็นทาง

             บางอย่างส่งเสียงร้องลั่นไล่ตามหลังดัง ก๋อย ก๋อย ก๋อยยย……

            ทันทีที่ได้ยิน ไฟฉายในมือพลันดับวูบลง ดรุณารู้ดีว่าแสงสว่างท่ามกลางความมืดนั้นเป็นตัวเชื้อเชิญภยันตรายจากทั่วทุกสารทิศ เธอจึงจำเป็นต้องปิดสวิทซ์ แล้วมันก็ส่งผลทางลบทันตาเห็น เมื่อท่อนขาเล็กๆเจ้ากรรมดันเหวี่ยงไปฟาดเข้ากับรากไม้ที่โผล่พ้นดินจนทรุดลงจ้ำอ้าว

            ขณะเดียวกัน เสียงกระโจนไปมาบนต้นไม้สูงใกล้เข้ามาเรื่อยๆราวกับว่ามันอยู่บนหัวของพวกเขาแล้ว ตรัยภูมิในวัยเด็กพยายามประคองร่างของผู้เป็นแม่ ทว่าหญิงสาวยังเจ็บแปลบไม่สามารถลุกขึ้นได้ในทันที ผลพวงจากตาตุ่มกระแทกขอนไม้เข้าจังๆจนเกิดอาการชา

             เงาดำแคระแกรนที่เหลื่อมล้ำอยู่ในพุ่มไม้ของต้นตะเคียนกำลังสั่นไหว ลักษณะเป็นเชิงแสดงอาการดีใจที่ไล่ตามเหยื่ออันโอชะได้สำเร็จ เสียงกรงเล็บกรีดเปลือกไม้ดัง ครืด ครืดดด…. ชวนขนหัวลุก

             ก๋อย ก๋อย ก๋อยยยย….

              สิ้นเสียงคำรามเล็กแหลม มันกระโจนไล่ระดับจากอีกต้นไปสู่อีกต้นจนลงมาอยู่ในระยะไม่ถึง 5 เมตรจากผิวดิน ระยะนี้ทำให้ตรัยภูมิและดรุณาเห็นใบหน้าของมันชัดเจนที่สุด หากเลือกได้เธออยากควักลูกตาตัวเองและลูกทิ้งไปเสียเดี๋ยวนี้

                ภาพเบื้องหน้าอุบาทก์เกินกว่าจะพรรณนาออกมาเป็นคำพูด กระอักกระอ่วนอยู่ในลำคอจนไม่สามารถเรียบเรียงตัวอักษรในหัวขึ้นมาขึ้นมาเป็นรูปประโยคได้ แขนขาตามข้อของมันบิดงอผิดรูปไม่ต่างอะไรกับคนป่วยที่มีผลข้างเคียงจากการสูดดมสารกรัมมันตรังสีในปริมาณมาก

                แววตาเดรัจฉานวาววับประหนึ่งสัตว์ดุร้ายที่ออกหากินในยามค่ำคืน กรงเล็บแหลมคมยาวราว 5 นิ้ว ผิวหนังย่นติดกระดูก กายโก่งค่อมคล้ายคนชราภาพ บางครามันก็ใช้มือช่วยเดินคล้ายกับอุรังอุตัง ภาพรวมไม่ต่างอะไรกับคนป่าในยุคดึกดำบรรพ์เลยสักนิด

                มันทิ้งร่างลงมาจากต้นตะเคียนด้วยความเร็วที่ไม่สามารถประมาณได้ในขณะที่เด็กชายยืนตัวแข็งทื่อไม่ทันได้ตั้งตัว ตรัยภูมิที่กำลังเยี่ยวราดอยู่นั้นเป็นเป้าหมายอันเย้ายวนของมัน กลิ่นฉี่ดึงดูดผีป่าได้อีกเท่าตัว ลิ้นสากเต็มไปด้วยตุ่มหนองตวัดแกว่งไกวไปมาอย่างเพลิดเพลิน

                มันกางเล็บออกหวังควักเอาอะไรบางอย่างจากหน้าอกเด็กน้อย ทว่าไหวพริบของดรุณาช่วยให้ตรัยภูมิไม่เจ็บหนัก เธอดึงแขนเด็กชายให้สูญเสียการทรงตัว มันจึงสูญเสียจังหวะสังหารตามไปด้วย กรงเล็บนั้นจึงทำได้แค่ฝากรอยถากบนหน้าอกเอาไว้ให้เป็นของดูต่างหน้า

 

                “คุณกำลังจะบอกว่ารอยบนหน้าอกผมคือฝีมือผีป่างั้นเหรอ” ตรัยขัดขึ้น เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรรู้สึกยังไง โล่งใจงั้นเหรอที่ในที่สุดก็ได้รู้ว่าแผลนี้ได้แต่ใดมา หรือจริงๆแล้วเขาไม่ควรค้นหาความจริงตั้งแต่แรก หากรู้ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นแบบนี้ อะไรที่ผู้เป็นแม่ไม่อยากให้ทราบนั่นคือการบอกกลายๆตั้งแต่ต้นแล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องดี

               “แล้วคุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง” สิ้นสุดคำถามที่ยังคงเคลือบแคลงใจ คำเมี่ยงก็เล่าส่วนที่เหลือคร่าวๆให้ตรัยฟังว่า

 

              แท้ที่จริงแล้วตัวเขาเองคือลูกชายแท้ๆของพ่อเฒ่าและทอซิ่นคือน้องสาวโดยชอบธรรม ครอบครัวของเขาได้ทำพันธสัญญาบางอย่างกับพวกผีป่า หนึ่งในนั้นก็คือปล่อยตัวผู้เป็นแม่และน้องชายให้เป็นอิสระ

               แต่ทว่าผู้นำผีป่าไม่สามารถควบคุมความกระหายของสมุนได้ทั้งหมด นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมดรุณาและตรัยภูมิจึงถูกตามล่าหมายเอาชีวิต

               คืนนั้นพ่อเฒ่าและตัวเขาไล่ตามตรัยภูมิมาติดๆ เพราะรู้ว่าพวกผีป่าคงไม่ยอมปล่อยให้ผู้ลอบเร้นหลบหนีไปได้ง่ายๆ เมื่อรู้ว่ามันไล่ตามมากระชั้นชิดจวนจะลงมือสังหารได้แล้ว พ่อเฒ่าจึงแอบซุ่มรอจังหวะหลังต้นตะเคียนอีกฝั่ง หน้าไม้ง้างเล็งเตรียมประจัญบาน เมื่อเห็นว่ามันกระโจนลงมาทำร้ายตรัย เขาจึงยิงสวนไปปลิดชีพมัน

                “ถ้างั้นพ่อของผมคือ...”

                 ยังไม่ทันได้ตอบ คำเมี่ยงก็ส่งสัญญาณมือเป็นเชิงบอกให้หุบปากเสียก่อนเมื่อสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวมาจากทางหมู่บ้าน เงาแข็งทื่อที่ย่างใกล้เข้ามานั้นดูเหมือนซากศพไร้ชีวิต ไร้จิตวิญญาณของมนุษย์สวมอยู่ในสรรพางค์กาย คล้ายเป็นอสูรร้ายที่หมายปองความตายของผู้อื่นเพียงอย่างเดียว

                  “อ๊อตโต้….” ตรัยเบิกตาโพลง

        

               


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น
Samranjai
2019-05-13 22:08:37

???????? เป็นกำลังใจให้นะคะ จะคอยติดตามค่ะ ????????

#1

เท็ดดี้
2019-05-19 00:53:12

@Samranjai 

??????? กราบขอบพระใจมากครับ มีกำลังใจขึ้นเยอะเลย ??????

#2