อัปเดตล่าสุด 2019-05-26 02:22:00

ตอนที่ 22 ตอนที่ 22 ความตายใต้แสงจันทร์

          ร่างที่เต็มไปด้วยรอยแผลขีดข่วนของตรัยภูมิยังไม่ทันหายดีก็เกือบได้ชิมลางแผลใหม่เข้าเสียแล้ว เมื่ออ๊อตโต้กระโจนเงื้อกรงเล็บเข้าหาในระยะกระชั้นชิด สัญชาตญาณเอาตัวรอดของพรานคำเมี่ยงบอกให้รู้ว่าเขาควรทำเช่นไรในเวลาคับขันเช่นนี้

            ร่างกายล่ำสันของตรัยภูมิถูกกระชากเพื่อหลีกหนีจากการถูกกระทำ ทว่ามืออีกข้างที่เงื้ออยู่ของมันโฉบเข้าที่หัวไหล่ของคำเมี่ยงเข้าเต็มรัก เลือดกระฉูดออกจากบาดแผลพุ่งเป็นเส้นตรงราวกับสายย่างรั่ว

             คาวเลือดโชยเตะจมูกของผีป่าที่กำลังฟึดฟัด พลันชูเล็บแล้วตวัดลิ้นชิมอย่างเป็นสุข สำหรับพวกผีกองกอย ไม่มีรสชาติใดยอดเยี่ยมไปกว่าโลหิตของมนุษย์ที่ยังมีชีวิต

คำเมี่ยงเม้มปากบ่นลมกับฟ้า “พลาดซะแล้ว” ก่อนใช้มีดที่เหน็บข้างกายตัดผ้าเคียวเอวแล้วผูกหัวไหล่เพื่อห้ามเลือด

             “เป็นเพราะผมแท้ๆ” ตรัยกร่นด่าตัวเองไม่หยุดปาก

             “โทษตัวเองไม่ได้ช่วยทำให้เรารอดหรอกนะ” พรานฉกรรจ์กัดฟันกรอด หากไม่เป็นเพราะช่วยหนุ่มผู้เป็นน้องชายอาไว้ เขาไม่พลาดท่าให้กับผีป่าง่ายๆเป็นแน่ แต่ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต เขาก็พร้อมที่จะปกป้องคนที่เขาเชื่อว่าเป็นน้องชายผู้นี้อย่างสุดกำลัง

               “มีอะไรที่พอเป็นอาวุธติดตัวมาบ้างมั้ยนอกจากไฟฉาย” คนที่อายุมากกว่าเอ่ยถาม อีกฝ่ายตอบคำถามที่เขาไม่อยากได้ยินที่สุด “ไม่มีครับ”

                 จังหวะเดียวกันความรวดเร็วของมันก็โฉบเข้าหาทั้งคู่อีกครั้งพร้อมส่งเสียงร้องรบกวนโสตประสาท ก๋อย ก๋อยๆๆๆๆ ที่แม้ว่าจะฟังสักกี่ครั้งก็ไม่ชินหูสักที มีแต่เพิ่มความน่ารังเกียจต่อผู้ที่ได้ยิน

                   คำเมี่ยงฉุดมือตรัยภูมิให้วิ่งหนีตามตนออกไปจากบริเวณนี้เพราะเกรงว่าฝูงไก่ที่อยู่ในเล้าข้างกันจะแตกตื่นแล้วทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงไปอีก มันกระโจนกลับขึ้นต้นตะเคียนหายวับเข้าไปในเงามืดอีกครั้งแล้วใช้ความเงียบกดดันผู้ที่กำลังหลบหนี เพราะไม่รู้ว่าเมื่อใดมันจะปรากฏกายออกมาเล่นงานพวกเขาอีก

                    “มันหายไปอีกแล้ว” หนุ่มผิวแทนพูดขณะก้าวสวบสาบบนหญ้าสูงที่รกรุงรัง

                    “มันไม่ไปไหนหรอก ดูนี่สิ” ชายหนวดเขี้ยวบอกให้ตรัยดูบางอย่างที่กำลังซึมออกมาจากหัวไหล่ของตน “มันตามกลิ่นเลือด”

                    “’งั้นเราจะหนีไปไหนได้” ตรัยกดเปิดไฟฉายในมือ เพราะเส้นทางข้างหน้ามีแต่รากไม้โผล่เหนือดินยั้วเยี้ยเต็มไปหมด ง่ายต่อการหกล้ม ทว่าคนที่ร่วมทางมาด้วยออกคำสั่งให้เขาปิดมันทันที เพราะแสงสว่างเป็นเป้าหมายเด่นชัดในป่าที่มืดสนิทเช่นนี้

                   จริงๆแล้วเรื่องพื้นฐานแค่นี้ตรัยภูมิก็คิดเองได้ ไม่จำเป็นต้องมีใครมาสอนสั่ง ทว่านาทีนี้สติของเขาล่องลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ขวัญกระเจิงเป็นเพราะผลพวงจากการเห็นเรื่องเหนือธรรมชาติแบบซึ่งหน้า มีใครบ้างที่เห็นคนกระโดดไปมาบนต้นไม้ราวกับลิงลม แถมเล็บงอกแหลมคมไม่ต่างอะไรกับสุนัขป่าล่าเนื้อแล้วจะไม่ตกใจบ้าง

                 ไม่ตกใจสิแปลก…

                  พรานคำเมี่ยงวาดมีดในมือไปมาในอากาศ ดวงตาจดจ่ออยู่บนที่สูง อีกคนก็ช่วยมองหาอยู่เช่นกัน ลมทำให้ใบไม้พลิ้วไหวและสั่นกระเพื่อมอยู่ตลอดเวลา ทำให้ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าอันไหนเกิดขึ้นเพราะลมอันไหนเกิดขึ้นเพราะการเคลื่อนไหวของผีป่า

                ชั่วอึดใจมันก็กระโจนออกมาอีกครั้งพร้อมกรงเล็บมรณะ มันเล็งไปยังร่างของคนที่กำลังเสียเลือดหวังเล่นงานซ้ำ ทว่าคำเมี่ยงไม่ยอมพลาดเป็นหนที่สอง เขาเอี้ยวตัวหลบพ้น และเป็นผีป่าเองที่ได้แผลกลับไป คมมีดเฉือนเข้าที่แขนซ้ายของอ๊อตโต้ลากเป็นทางยาว

                 “พี่ทำบ้าอะไรลงไป” ตรัยกระแทกน้ำเสียงเมื่อเห็นน้องชายในทีมตัวเองถูกทำร้ายจนเลือดไหลนองเต็มท่อนแขน มันส่งเสียงร้องครวญครางดั่งคนเจ็บปวดแสนสาหัส ทว่าเสียงนั้นไม่ใช่เสียงของอ๊อตโต้ที่ตรัยคุ้นเคย กลับกลายเป็นเสียงเล็กแหลมอีกเสียงที่น่าขยะแขยงเกินบรรยาย “น้องผมมันไม่รู้สึกตัวนะพี่”

                   “แล้วเองไม่เห็นเหรอว่ามันกำลังจะฆ่าเรา”

                   “ก็ใช้วิธีอื่นสิพี่ ที่ไม่ต้องทำร้ายมัน”

                   “ข้าเคยลองมาหมดแล้ว ไม่มีวิธีไหนหยุดมันได้นอกจากฆ่าหรือทำให้หมดสติ”

                    ผู้ถูกกระทำกรีดรอยยิ้มอย่างกับปีศาจ ตวัดลิ้นตุ่มสากบนท่อนแขนตัวเองจนเลอะริมฝีปากเต็มไปหมดราวกับไม่อยากให้มันหยดลงพื้นแม้แต่หยดเดียว

                     หากสังเกตให้ดีลิ้นของอ๊อตโต้ยาวขึ้นจากเดิมราว 3 นิ้ว น้ำลายที่มีความเหนียวหนืดแบบเข้มข้นสูงเป็นกุญแจสำคัญในการจับเหยื่อ ระบบการทำงานภายในร่างกายของผู้ล่าค่อยๆแปรสภาพตั้งแต่ถูกครอบงำ

                      ก๋อย ก๋อย ก๋อยๆๆๆๆ

                       มันพุ่งพรวดเข้ามาเสมือนหมาในหิวโหย เสี้ยววินาทีนั้นเหมือนมีเขี้ยวงอกยาวโผล่พ้นออกมาจากริมฝีปากบน เป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามันพร้อมแล้วที่จะฉีกทึ้งลำคอเหยื่อให้หลอดลมขาดสะบั้น

                       “มันมาแล้ว” ตรัยอุทาน มือควานหาสิ่งของบนพื้นที่พอจะปกป้องตัวเองได้ แล้วก็ไปเจอเข้ากับท่อนไม้ขนาดพอดีมือ เขาตั้งท่าเตรียมพร้อมประจัญบานเงอะๆงะๆ ชายหนุ่มไม่เคยทะเลาะวิวาทมาก่อน ต่างจากขุนศึกที่ใช้ชีวิตช่วงวัยรุ่นราวกับผ่านสมรภูมิสงครามที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

                          เขาไม่ต้องการทำร้ายอ๊อตโต้…ไม่เลยจริงๆ เด็กฝึกงานคนนี้เป็นน้องชายที่ร่าเริงและน่ารัก มักสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้เหล่าพี่ๆในกลุ่มได้เสมอ มีน้ำใจและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มาโดยตลอด แค่คิดจะทำร้ายคนแบบนี้ก็ผิดแล้ว

                             แต่เมื่อสถานการณ์จวนตัวจริงๆ ตรัยภูมิก็จำเป็นต้องป้องกันตัวเพื่อรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้ เลวร้ายที่สุดก็แค่ฟาดหัวให้สลบ ยังดีกว่าไปเข้าทางมีดของพรานคำเมี่ยงซึ่งนั่นอาจทำให้อ๊อตโต้ไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลยก็เป็นได้

                   “ขอโทษนะพี่” เสี้ยววินาทีที่อ๊อตโต้กำลังพุ่งเข้ามาหา ตรัยผลักคนถือมีดล้มลงโดยหวังว่าตนจะสามารถควบคุมสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเอาไว้ได้โดยใช้ท่อนไม้เพียงอันเดียว

                   “ทำบ้าอะไรของเอ็ง” คำเมี่ยงอุทานขณะล้มลงจนมีดกระเด็นหลุดจากมือ เขาพลาดท่าให้กับพวกเดียวกัน

                   “ขืนให้พี่จัดการ เดี๋ยวมันก็ได้ตายกันพอดี” ตรัยอธิบายถึงสิ่งที่เขาทำลงไป ซึ่งหารู้ไม่ว่าเป็นการตัดสินใจผิดมหันต์ซึ่งอาจนำพาเขาไปสู่ความตายได้ ตรัยภูมิไม่ควรขัดขวางคนที่กรำศึกอย่างนายพรานฉกรรจ์ผู้นี้เลย

                  แล้วผีป่าก็เข้าประชิดตัวตรัยภูมิได้สำเร็จ มันเงื้อปากกว้างไม่ต่างกับอสรพิษที่กำลังเขมือบเหยื่อ ตรัยภูมิสบถในใจ นี่ไม่ใช่อ๊อตโต้ ดูยังไงก็ไม่ใช่ มันน่าขยะแขยงและออกห่างคำว่ามนุษย์ไปไกลแล้ว

                    กายสั่นสะท้านไม่สามารถทำตามแผนที่วางไว้ได้สำเร็จ มือที่ถือท่อนไม้อ่อนแรงยวบยาบ มันฉวยโอกาสกัดเข้าที่ลำคอของชายหนุ่ม เขี้ยวฝังจมลงไปในเนื้อจนมิด นั่นส่งผลให้ตรัยภูมิเยี่ยวราดไม่ต่างอะไรกับวัยเด็กที่เขาเคยเผชิญหน้ากับผีป่า น้ำปัสสาวะเรี่ยราดเลอะกางเกงอย่างไม่สามารถควบคุมได้

                    จู่ๆภาพเมื่อครั้งอดีตแล่นวาบเข้ามาในสมอง ถาโถมเข้าใส่ชายหนุ่มโดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว มันคือความทรงจำส่วนที่หายไปตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาจำได้แล้ว เหตุการณ์ครั้งนั้น ค่ำคืนเลวร้ายที่น่าจงเกลียดจงชัง ค่ำคืนที่เขาและครอบครัวพยายามหลบหนีออกจากโป่งกองกอย

                     พรานคำเมี่ยงไม่ได้โกหก เขาไม่ได้สร้างเรื่อง …

                     ตรัยภูมิค่อยๆหมดสติลงช้าๆ กองกอยสูบเลือดออกจากตัวของชายหนุ่มจนเริ่มรู้สึกเหน็บชาไปทั่วทั้งตัว เขาพยายามมองหาพรานคำเมี่ยงเพื่อบอกบางอย่างที่อยากจะพูดมานานแสนนาน

                    “พะ พะ พี่ชาย”

                     จังหวะเดียวกันพรานคำเมี่ยงที่ตั้งตัวได้พลันง้างมือสุดแรง มีดปลายแหลมเล่มโปรดปักเข้าขมับขวาอ๊อตโต้จนได้ยินเสียงโลหะเสียดสีกับกะโหลก มันคายเขี้ยวออกจากเนื้อก่อนเดินสะเปะสะปะทั้งที่มีดยังปักคาศีรษะอยู่

เลือดแดงฉานทะลักออกจากปากที่อ้าพะงาบ ซึมออกทางไรฟัน มันสำลักลิ่มเลือดในคอก่อนทรุดลงไปกองกับพื้นดิน นอนชักดิ้นชักงออยู่อีกชั่วอึดใจ

ก๋อย ก๋อย ก๋อยๆๆๆๆ

ก๋อย ก๋อย…

ก๋อย…


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น