อัปเดตล่าสุด 2019-09-20 17:50:24

ตอนที่ 24 ตอนที่ 23 อดีตที่เลอะเลือน

      4 มกราคม

      ยามเช้าอันแสนมืดหม่น มวลหมู่เมฆเทาทมึนฉาบเคลือบไปทั่วอาณาบริเวณผืนฟ้า ฝนกระหน่ำเทลงมาชะล้างมลทิน เม็ดฝนเปลี่ยนเป็นละอองโปรยปราย พื้นดินเปียกแฉะข้างเล้าไก่พบร่างมนุษย์นอนคว่ำหน้า คาวเลือดถูกชะล้างด้วยน้ำขี้ไก่ที่ไหลลงมาจากเนินที่สูงกว่า ทว่ากลิ่นคาวยังคงโชยอบอวลไปทั่ว

      เช้านี้ผู้คนในหมู่บ้านดูแตกตื่นมากเป็นพิเศษ ต่างให้ความสนใจกับร่างแข็งทื่อที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำของผู้เคราะห์ร้ายที่นอนกองอยู่บนพื้น ขมับขวาปรากฎบาดแผลฉกรรจ์จากของมีคม ที่น่าตกใจมากกว่านั้นคือศีรษะขาดสะบั้นออกจากลำตัวเผยให้เห็นเส้นเอ็นปริขาดที่ลำคอ ดวงตาถลนออกนอกเบ้าห้อยต่องแต่งไม่น่าพิสมัย บาดแผลลวกๆคล้ายถูกของมีคมหั่นซ้ำไปซ้ำมา ต่างจากขวานที่จามไม่กี่ครั้งก็บดเนื้อและเส้นเอ็นจนฉีกขาดออกจากกันได้โดยง่าย

      คำเมี่ยงไม่ใช่คนโหดร้าย แต่เขารู้ดีว่าไม่มีอะไรอันตรายไปกว่าการปล่อยให้ปีศาจร้ายตรงหน้ารอดชีวิตทั้งที่ตัวเองมีโอกาสปลิดชีพ กระนั้นมันไม่สามารถตายได้จากการสร้างบาดแผลเล็กน้อยทั่วไปอย่างการฟันหรือแทง เพราะไม่นานบริเวณช้ำเลือดหรือปริขาดนั้นจะสมานแผลกลับมาดังเดิม

       ทางเดียวที่จะแน่ใจว่ามันได้เดินทางไปสู่ปรโลกอย่างแท้จริงก็คือแยกชิ้นส่วนออกจากร่าง หลังจากนั้นเขาก็ลงมืออย่างโหดเหี้ยมราวกับชำนาญในการชำแหละมาอย่างโชกโชน เป็นโชคร้ายของอ็อตโต้ที่ต้องจบชีวิตลงเพียงเพราะถูกครอบงำจากพวกผีป่า เขาไม่มีกำลังจิตเข้มแข็งพอจะขับไล่มันออกไปจากร่างกายของตัวเองได้

      แม้จิตจะถูกครอบงำ ทว่าหนุ่มสกินเฮดยังคงได้รับความเจ็บปวดจากการโดนคมมีดเชือดเฉือนลงบนลำคอโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง คำเมี่ยงไม่รู้ถึงจุดนี้ เขาไม่เคยรู้เลยว่าจริงๆแล้วร่างที่เป็นภาชนะยังสามารถรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ทุกประการอย่างไม่ผิดเพี้ยน ทว่านายพรานกลับรู้เพียงแค่ไม่ว่าใครถูกเข้าสิง มันผู้นั้นต้องตายทุกคนเพราะไม่เคยมีใครต้านทานอำนาจของพวกผีกองกอยได้ แม้ว่ามันจะออกจากร่างไปแล้ว แต่ไม่นานมันก็จะวกกลับเข้ามาสิงสู่ได้อีกอยู่ดี วนเวียนอยู่กับร่างที่ถูกเลือกนั้นจนกว่าจะหมดประโยชน์และกลายเป็นอาหารเสียเอง

      พวกชาวบ้านที่ต่างพากันมุงดูศพเผยท่าทางประหลาด ใบหน้าของพวกเขาไร้ชีวิตชีวา อากัปกริยาไม่เหมือนกับมนุษย์ที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน เช้านี้ดูเหมือนว่าอะไรจะชัดเจนถนัดตาขึ้น เม็ดฝนที่โปรยปรายกระทบใบหน้าของผู้คนในหมู่บ้านเหมือนมันชำระคราบอะไรบางอย่างของพวกเขาออกไป แล้วเผยให้เห็นภายใต้ หู ตา จมูก ปาก และผิวหนังนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มของปีศาจซุกซ่อนอยู่

      ทีมถ่ายทำสารคดีความลับแห่งสยามก็เป็นหนึ่งในนั้น นาคิม ไอรีน และเหมย ยืนจดจ้องไปที่ร่างของอ๊อตโต้ เด็กฝึกงานผู้เป็นที่รัก ฉับพลันนั้นปรากฎรอยแสยะยิ้มบนใบหน้าของพวกเขา ขัดแย้งกับน้ำตาที่เอ่อซึมออกมาจากดวงตาระเรื้ออยู่บนเนินแก้ม อยากจะพูดอะไรบางอย่างเต็มกลืนทว่าไอ้ที่สิงสู่อยู่ข้างในมันไม่อนุญาตให้พวกเขาทำเช่นนั้น

      ขุนศึกที่ซ่อนตัวอยู่หลังพงไม้กายสั่นสะท้านคล้ายกับถูกควักหัวใจหายไปจนอวัยวะภายในกลวงโบ๋ รู้สึกตัวเบาเข่าแทบทรุดเมื่อเห็นศีรษะและร่างกายของอ๊อตโต้แยกออกจากกัน เขาไม่เข้าใจว่าเมื่อคืนเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแม่ แต่ที่แย่ที่สุดคือ เพื่อนๆทั้งสามคนกลับยืนดูศพของรุ่นน้องอย่างสงบนิ่ง คิม เหมย ไอรีน มีท่าทางสงบนิ่งพอๆกับชาวบ้านทุกคนที่ยืนอยู่ด้วย ไม่มีใครเดือดดาลสักนิดที่เห็นความตายมาเยือนผู้เป็นน้องชาย บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบจนขุนศึกแอบคิดว่าบางทีพวกเขาอาจไม่ได้หายใจอยู่ นั่นจึงทำให้ตัวเขาไม่กล้าขยับเขยื้อนไปไหนเพราะเกรงว่าจะส่งเสียงให้มันได้ยิน

      โชคดีที่ขุนศึกไหวตัวทัน ในช่วงเช้ามืดเขาได้ยินเสียงก๊อกแก๊กดังมาจากข้างนอก เป็นเสียงของฝีเท้าหลายสิบชีวิตเหมือนเกิดการชุมนุมอะไรสักอย่าง เขาแอบดูผ่านช่องไม้หน้าต่างเรือนไทยแล้วก็ต้องตกใจเมื่อภาพเบื้องหน้าพิศวงยิ่ง สิ่งที่หนุ่มสักลายเห็นคือศูนย์รวมของความชั่วร้าย เมื่อสมาชิกทุกหลังคาเรือนต่างลุกฮือเดินออกมาจากที่พักอาศัย เพื่อนของเขาทั้งสามชีวิตก็เข้าไปสมทบด้วยเช่นกัน มันเหมือนกับว่าพวกเขาไม่ได้สติทั้งๆที่ดวงตาลืมอยู่ แต่กลับเลือนลอยเหมือนคนติดเฮโรอีนขนาดหนัก

      ขุนศึกรู้สึกได้ชัดว่ามีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นกับตัวเองเหมือนกัน เมื่อคืนเขาฝันเห็นเงาทมึนพยายามยึดครองร่างกายตน มันอ้าปากของเขาออกแล้วยัดเยียดตัวเองเข้ามาข้างใน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามมันทำไม่สำเร็จ ร่างกายของหนุ่มสักลายปฏิเสธเงามืดนั้น ฉับพลันขุนศึกตาเบิกโพลงขึ้นกลางดึก เหงื่อแตกพลัก รู้สึกฝาดที่ปลายลิ้น น้ำลายมีเมือกลื่นปะปนอยู่ด้วย ไม่อยากจะเชื่อว่าฝันนั้นจะประหลาดพอๆกับเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนเช้า และสิ่งที่คาใจเขาอีกอย่างคือ

      ตรัยภูมิหายไปไหน…

 **********************************************************

      “ฟื้นสิ แล้วเราจะได้รีบออกไปจากที่นี่กัน” คำเมี่ยงส่งสารให้กับคนที่ไม่มีสติพอจะรับมันพลางเอามือโปะหน้าผากน้องชาย ก่อนนำผ้าเคียนเอวชุบน้ำแล้วเช็ดตามเนื้อตัว ทั้งคู่อยู่ในถ้ำทางทิศตะวันตก หลังภูเขารูปตัวยูที่โอบล้อมชุมชนภูก๋อยเอาไว้ มันคือสถานที่ลับที่พรานคำเมี่ยงบังเอิญค้นพบเมื่อนานมาแล้ว ทางเข้าเป็นเพียงซอกหลืบแคบๆพอดีตัวคน หากไม่สังเกตให้ดีไม่มีทางรู้ได้เลยด้วยซ้ำว่ามันคือถ้ำ จะมองเห็นเป็นซอกหลืบของหินเท่านั้น “โชคดีที่ไข้ลดลงแล้ว เอ็งฟื้นตัวเร็วมาก”

      เขารู้ดีว่าคมเขี้ยวของพวกผีป่ามีพิษรุนแรงไม่ต่างอะไรกับพิษของงูเห่า ฉะนั้นใบพญายอจึงถูกบดจนละเอียดแล้วโปะบริเวณปากแผลเพื่อฆ่าเชื้อ แต่ถ้าหากเด็ดกินสดๆจะได้ผลที่ดีกว่า ทว่าตรัยภูมิหมดสติจึงไม่สามารถกลืนมันลงกระเพาะได้ คำเมี่ยงจึงต้องเสี่ยงใช้วิธีนี้เพราะไม่มีตัวเลือกอื่นที่ดีกว่า

      สรรพคุณของมันสูงมาก มีฤทธิ์ในการรักษาโรคผิวหนังเป็นเลิศ รวมไปถึงแมลงสัตว์กัดต่อยตั้งแต่ปริมาณความเข้มข้นของพิษต่ำไปจนถึงเจ้าแห่งอสรพิษอย่างงูเห่าเลยทีเดียว

      “เป็นโชคดีของเองนะตรัยที่พญายอยังหลงเหลืออยู่” เขาถอนหายใจ โล่งอกเป็นปลิดทิ้ง เพราะเมื่อครั้งอดีตพืชชนิดนี้เป็นปฏิปักษ์กับพวกผีกองกอย ไม่ว่าขึ้นที่ไหนก็มักจะถูกพวกมันทำลายทิ้งเสียหมด

       ขณะที่พรานคำเมี่ยงกำลังดูแลตรัยภูมิอยู่นั้น เขาสังเกตเห็นเหงื่อที่ค่อยๆผุดขึ้นมาบนใบหน้าและลำคอ บางจังหวะก็มีอาการสั่นอ่อนๆร่วมด้วยราวกับว่าผู้เป็นน้องกำลังฝันร้าย พรานคำเมี่ยงคาดคะเนไม่ผิด ตรัยภูมิกำลังฝันถึงอดีตบางอย่างที่เขาเคยลืมเลือน

      อดีตที่เขาไม่อยากจำ

ในอดีตนั้นเขาต้องการปกปิดความทรงจำที่เศร้าโศกของตัวเอง ตรัยภูมิไม่ต้องการให้มันหวนกลับมาทำร้ายเขาอีกในภายภาคหน้า เขาไม่ยอมอนุญาตให้ตัวเองรู้สึกโกรธ เศร้า หรือเจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว เรื่องที่ว่าเขาเคยเติบโตที่โป่งกองกอยและถูกเลี้ยงดูจากพวกบูชาผีมาก่อน ลัทธิที่เชื้อในเรื่องของการกินเครื่องในของมนุษย์เพื่อบูชาผีกองกอย ทว่าสิ่งที่เขารังเกียจและอับอายที่สุดกลับไม่ใช่เรื่องนี้ ส่วนหนึ่งเขาขยะแขยง ดรุณา ผู้เป็นแม่ต่างหากล่ะ

จริงๆแล้ว ดรุณา ไม่ได้ป่วยเป็นมะเร็ง เธอป่วยเป็นโรคนิมโฟมาเนียขั้นรุนแรงต่างหาก มันคือโรคที่มีความผิดปกติเกิดขึ้นในสมองตรงส่วนที่ส่งผลต่อการเกิดความต้องการทางแพศ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอเปลี่ยนคู่นอนหลายคน และชอบที่จะมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า ฉะนั้นผัวของเธอจึงไม่ได้มีเพียงแค่พรานอาคมเพียงคนเดียว แต่ยังรวมไปถึงกำนันทองด้วง และพ่อเฒ่าแห่งภูก๋อยอีกด้วย

ด้วยความที่อยากให้ความทรงจำในส่วนนี้หายไป ตรัยภูมิจึงหันหน้าเข้าหาจิตแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านการสะกดจิต ซึ่งเป็นหนึ่งในการรักษาด้วยวิธีจิตบำบัดในระดับจิตสำนึก ช่วยลบล้างความทรงจำเลวร้ายออกไปได้และสร้างความทรงจำใหม่ขึ้นมาทดแทน เขาจึงลบความทรงจำทั้งหมดที่มีต่อโป่งกองกอยและแม่ของเขาทิ้งไป ทดแทนดด้วยความทรงจำใหม่ที่ปล่อยให้เธอตายด้วยโรคมะเร็ง

ซึ่งแพทย์หาได้รู้มาก่อนว่าตรัยภูมิคือผู้ป่วยที่มีอาการผิดปรกติทางจิต ที่มีผลข้างเคียงจากการที่จิตใจถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นข้อห้ามโดยเด็ดขาดในการสะกดจิตพวกเขา เพราะจะทำให้มีข้อเสียตามมามากมายคือทำให้ผู้ป่วยมีภาวะชอบสร้างเรื่อง โกหกตัวเอง และผลข้างเคียงจากการสร้างความทรงจำขึ้นมาใหม่นั้น จะทำให้ผู้ป่วยมีความทรงจำที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม

     ตรัยภูมิสะดุ้งเฮือก!!!

     เขาตื่นขึ้นมาจากความฝัน สีหน้าเปลี่ยนไปเป็นคนละคน คำเมี่ยงสัมผัสได้ว่าชายตรงหน้าไม่ใช่ตรัยภูมิคนที่เขาพึ่งเคยเจออีกต่อไปแล้ว แต่สัมผัสได้ถึงกลิ่นไอที่คุ้นเคย กลิ่นของน้องชายคนเดิมที่ไม่ได้เจอกันมานานแสนนาน มันคือกลิ่นของความกล้าหาญ และกลิ่นของความเคียดแค้น

     ตรัยภูมิได้ความทรงจำของเขากลับคืนมาแล้ว ความทรงจำอันแสนเจ็บปวดในอดีต ความทรงจำที่พยายามหลีกหนีมาตลอดซึ่งครั้งหนึ่งเขาอยากลบมันให้หายไป แต่เมื่อเขาเติบโตขึ้น เขาไม่อยากลืมมันอีกแล้ว เขาจะไม่ลืม……..

     เขาไม่ลืม

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น