อัปเดตล่าสุด 2019-01-11 09:39:36

ตอนที่ 7 ตอนที่ 7 รุ่งอรุณแห่งการเดินทาง

                กลิ่นควันไฟที่สุมเมื่อคืนเกาะติดหนังหัวของทุกคนจวบจนรุ่งอรุณมาถึง มีเพียงตรัยภูมิและนาคิมที่มีกลิ่นแชมพูบนหนังศีรษะ ส่วนคนอื่นทำได้เพียงแค่ล้างหน้าแปรงฟันเท่านั้นในยามที่อุณหภูมิหนาวเย็นปวดกระดูกเช่นนี้ มีน้ำค้างที่เกิดจากความชื้นในอากาศจับตัวกันอยู่บนยอดหญ้ากระจายไปรอบบริเวณ ภูเขาและผืนป่าถูกครอบคลุมไปด้วยหมอกหนาคล้ายกำลังถูกอารักขาจากสรวงสรรค์

                หกโมงเช้าคือเวลานัดหมายออกเดินทาง ไร่มันสำปะหลังซึ่งเป็นพื้นที่หลังบ้านของคำเมี่ยงคือเส้นทางที่พวกเขาต้องมุ่งหน้าไปสู่ป่าเบญจพรรณซึ่งอยู่ถัดออกไปราว 20 กิโลเมตร ใช้สำหรับลัดเลาะออกจากชุมชนโคกนางเลิ้งได้ในกรณีที่ไม่ต้องการให้ใครเห็น

                ทางลูกรังที่ถูกกัดเซาะจนกลายสภาพเป็นหลุมบ่อมากมายนี้จะนำพากองถ่ายไปสู่เป้าหมายแรกนั่นก็คือหมู่บ้านที่ไม่มีชื่อ เพื่อติดต่อโดยสารขอนำเรือยนต์ล่องออกไปยังบึงทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่มหาศาลกว่า 131,735 ไร่

                เมื่อเวลาหกโมงเช้ามาถึง คิมก็ทำให้แผนที่วางไว้ล่าช้าไปจากเดิมอีก 15 นาที หนูนากับกระต่ายย่างจิ้มน้ำพริกพรานเมื่อคืนทำพิษจนนอนไม่เป็นสุข เพราะหนุ่มอ้วนต้องลำบากลำบนลุกขึ้นมาถ่ายท้องกลางดึกทุกๆสองชั่วโมง แม้ว่าการกินยาแก้ท้องเสียจะทำอาการทุเลาลงแล้วก็ตาม แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเลยเพราะถูกสายตาของพรานคำเมี่ยงคุกคามอยู่ตลอดเวลาราวกับวาการผิดนัดแค่เล็กน้อยมีโทษพอๆกับไปฆ่าใครตาย

                  สัมภาระทั้งหมดเตรียมขึ้นรถเป็นที่เรียบร้อย คำเมี่ยงไม่ลืมที่จะนำแกลลอนน้ำมันเติมใส่ถังให้เต็มส่วนหนึ่งและนำติดรถไปด้วยเผื่อได้ใช้ในยามฉุกเฉิน นอกเหนือจากสิ่งของที่คณะเดินทางเตรียมมาแล้ว ก็ยังมีของจำเป็นที่คำเมี่ยงและภีมได้ช่วยกันขนออกมาจากห้องเก็บของอันประกอบไปด้วยถุงกันทากแบบรัดคล้ายถุงเท้า ถุงมือผ้าสำหรับป้องกันแมลงกัดต่อยและต้นไม้ที่มีหนาม  เทียน และเชือก 

                ก่อนออกเดินทาง ตรัยไม่ลืมที่จะส่งข้อความไปรายงาน ผอ.ไพโรจน์ เพื่อบอกว่าเขาและทีมงานกำลังจะเดินทางเข้าสู่โป่งกองกอยในรุ่งเช้าของวันนี้ และจะกลับออกมาในอีกสี่ถึงห้าวันให้หลัง โดยพื้นที่ที่พวกเขาไปนั้นจะไร้สัญญาณโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตทุกเครือข่าย ตรัยจึงต้องบอกเจ้านายให้ทราบเอาไว้ก่อน เพราะมิเช่นเขาอาจจะคิดเองเออเองว่าลูกน้องหายสาบสูญไปไหนจึงไม่สามารถติดต่อได้ รวมไปถึงคนอื่นด้วยที่ต่างก็โทรบอกครอบครัวและญาติสนิทมิตรสหายให้ทราบเอาไว้เช่นกัน

                กองถ่ายสารคดีทั้ง 6 ชีวิต โดยสารอยู่บน ซูซูกิ คาริเบี้ยน ที่มีกระบะท้ายค่อนข้างคับแคบ จึงต้องอาศัยการยืนทรงตัวเกาะหลังคารถเพื่อประหยัดเนื้อที่และให้เหลือพื้นที่พอสำหรับวางสัมภาระ ตรัยนั่งหน้ารถเช่นเคย เพราะจากการลงมติแล้ว ดูท่าว่าจะไม่มีใครชอบขี้หน้าพรานคำเมี่ยงเลยสักคน ด้วยกลิ่นกายคละคลุ้งไปด้วยสุรา ฝีปากกล้าเกินกว่าจะต้านทานไหว อีกทั้งบุคลิกยังดูไม่เอื้ออำนวยกับคำว่าอัธยาศัยดีสักเท่าไหร่ ตรัยจึงถูกโหวตด้วยเสียงข้างมากจากลูกทีมในท้ายที่สุด

                ส่วนภีม คนขับรถที่พาพวกเขามาส่งยังที่หมายไม่ได้ติดตามมาด้วย เพราะตัวเองก็มีหน้าที่ที่ต้องทำ อีกทั้งเขายังเกลียดการเดินป่าเป็นที่สุด โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าจุดหมายปลายทางที่กองถ่ายมุ่งหน้าไปคือที่ไหน เท่านี่ก็เป็นเหตุผลสำคัญแล้วที่ทำให้ภีมไม่กล้าออกเดินทางตามมาด้วยอีกคน

               

 

                ราวค่อนชั่วโมงหลังพวกเขาออกเดินทางมา

                ด้วยเส้นทางที่ลำบาก หากเป็นมือใหม่ที่ไม่เคยสัญจรผ่านไปมาบนเส้นทางนี้อาจต้องใช้เวลาถึงชั่วโมงครึ่งหรือแตะสองชั่วโมงเลยก็เป็นได้ แต่เป็นเพราะคำเมี่ยงใช้เส้นทางนี้บ่อยครั้งจึงหลบหลุมบ่อได้ค่อนข้างชำนาญและมันก็นำพาพวกเขาไปสู่จุดหมายรวดเร็วยิ่งขึ้น

                สองข้างขนาบด้วยไร่มันสำปะหลังและไร่มะม่วง พื้นที่ชื้นแฉะจากฝนตกเมื่อวานเริ่มคืนสภาพแห้งระแหงดังเดิม ล้อรถ 4x4 ปัดฝุ่นดินฟุ้งขึ้นมาเป็นช่วงๆทำเอาไอรีนหน้ามุ่ย เธอเกลียดความสกปรกมากที่สุด ต่างจากเหมยที่ไม่ได้ใส่ใจกับอะไรแบบนี้มากนัก กลับให้ความสนใจไปกับวิวทิวทัศน์เช่นเดียวกับคนอื่นๆ และที่ดูสนใจบรรยากาศรอบข้างมากเป็นพิเศษก็คงจะหนีไม่พ้นช่างกล้องประจำทีมนั่นก็คือนาคิม ที่กำลังถ่ายวีดีโอโดยต้องคอยประคองของราคาแพงเอาไว้ให้ดี

                “ระวังหล่นล่ะ เดี๋ยวได้ซวยกันหมด” ขุนเตือน เพราะดูจากสภาพถนนที่โยกไปโยกมา เกรงว่าหากหล่นแล้วเลนส์แตกขึ้นมาจะไม่คุ้ม

                “เชื่อมือเถอะ ระดับไหนแล้ว” คิมยังคงตั้งหน้าตั้งตาเก็บฟุตเทจต่อไป (1)

                “ตื่นเต้นจัง ผมไม่ค่อยได้ออกมาเที่ยวธรรมชาติแบบนี้สักเท่าไหร่ ปกติไปแต่ผับรัชดา” อ๊อตโต้ยิ้มหน้าระรื่น ทำจมูกฟึดฟัด

                “แหม…มีตังเที่ยวผับแต่ไม่มีตังเลี้ยงข้าวพี่ๆบ้างเลยนะ” เหมยแซว

                “โห่พี่…อย่ากดดันกันสิ ตกลงไว้แล้วว่าเดี๋ยวได้โบนัสแล้วจะพาไปเลี้ยงฮาจิบัง โอเคนะ” เป็นเพราะพวกพี่ๆในทีมผลัดกันเลี้ยงเด็กฝึกงานรายนี้มาหลายรอบแล้ว จึงถึงคราวของเจ้าตัวเองบ้างที่จะต้องตอบแทนพวกพี่ๆในแบบเดียวกัน แต่ท้ายที่สุดก็ถูกบ่ายเบี่ยงตั้งแต่กลางปีจวบจนถึงจนปีใหม่แล้วก็ยังไม่มีใครได้กินฟรีจากเงินของอ๊อตโต้เลยสักคน  

                “ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกมั้ง ส้มตำป้าแป๋วหน้าออฟฟิตอ่ะ เลี้ยงให้ได้ก่อนเถอะ” ไอรีนปิดท้ายด้วยอาหารอีสานร้านโปรดของเธอ ซึ่งหากคำนวณจากแต่ละเมนูที่เธอเลือกดีๆแล้ว ราคาแพงกว่าอาหารญี่ปุ่นที่เหมยอยากกินเสียอีก

 

 

                หลังจากเดินทางผ่านพ้นอาณาเขตหมู่บ้านโคกนางเลิ้งซึ่งเต็มไปด้วยไร่เกษตรกรรมเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็เข้าสู่ผืนป่าเบญจพรรณที่มีพันธุ์ไม้นานาชนิด อาทิ สัก แดง มะค่าโมง ประดู่ป่า และชิงชัง ขึ้นสูงเทียมฟ้า พนันได้เลยว่าช่วงกลางวันแสงแดดคงส่องเล็ดลอดผ่านใบไม้ลงมาได้เพียงแค่เล็กน้อย เพราะกิ่งก้านสาขาและไม้พุ่มขนาดใหญ่ที่ปกคลุมอยู่ด้านบนนั้นเป็นร่มเงาบดบังแสงอาทิตย์ได้อย่างมิดชิด

                ด้วยความที่ป่าเบญจพรรณมีความสำคัญต่อสัตว์ป่ามากโดยเฉพาะกับนก เพราะเป็นป่าผลัดใบซึ่งมีความหลากหลายของพันธุ์พืช มีความชุ่มชื้นและสมบูรณ์ค่อนข้างมากเหมาะแก่การหากินของสัตว์ป่า ฉะนั้นจึงมีสัตว์ปีกให้พวกเขาเห็นตลอดทางที่ผ่านเข้ามา

                “ร็อคเก็ตสวยดีนะ เงินแท้เหรอ” พรานหาเรื่องคุย แม้คำถามจะดูไม่เข้าท่าสักเท่าไหร่

                 ตรัยก้มมองสร้อยทรงกลมบนหน้าอกตัวเอง ก่อนหยิบขึ้นมากำไว้ในอุ้งมือ “ใช่ครับ มันเป็นของดูต่างหน้า…”

                ตรัยเหมือนหลุดพูดออกมา…

                “ของดูต่างหน้า” คำเมี่ยงเลิกคิ้ว

                “ไม่มีอะไรสำคัญหรอกครับ” ชายหนุ่มทำท่างเหมือนไม่อยากพูดถึงมัน สิ่งที่เขากลัวมากที่สุดก็คือ…กลัวจะมีคนถามว่าแม่ของเขาตายเพราะอะไร อันที่จริงเขาไม่อยากนึกถึงช่วงที่แม่ของตัวเองฝันร้ายก่อนตายมากกว่า

                “ว่าแต่บึงที่เรากำลังจะไปมีชื่อมั้ยครับ” ตรัยรีบเปลี่ยนเรื่อง ส่วนคนที่เอ่ยปากก็พอจะรู้ว่าตัวเองได้ถามในสิ่งที่ไม่ควรถามเข้าซะแล้ว และมันก็กลายเป็นความสงสัยคาใจเขาด้วย แต่เขาก็เลิกล้มความตั้งใจที่จะถามต่อเพราะคิดว่ามันคงไม่ได้สำคัญอะไรมากมายนัก ก่อนตอบคำถามที่ควรตอบ

                “มี”

                “งั้นพอจะเล่าให้ฟังได้มั้ยครับ”

                “ได้…แต่ฟังแล้วอย่าหัวหดแล้วกัน” เขาเค้นเสียงเยาะ

               “ต้องเท้าความก่อนว่าพื้นที่ของบึงตาแดงในอดีตนั้นเป็นที่ราบลุ่ม สภาพแวดล้อมรอบข้างเต็มไปด้วยป่าไม้เบญจพรรณอุดมสมบูรณ์ ซึ่งมีลำคลองหลายสายไหลผ่านและประกอบไปด้วยหนองน้ำหลายแห่ง เมื่อถึงฤดูฝนทีหนึ่งก็จะมีน้ำทางเหนือไหลหลากทำให้บริเวณบึงตาแดงมีน้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง และมันเป็นแบบนี้ทุกปีจนกลายเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่”

                “ใหญ่แค่ไหนครับ” ตรัยขัด

                “ก็ราวๆแสนกว่าไร่”

                “โห…นี่มันใหญ่มากเลยนะครับ” ตรัยเบิกตาโพลง เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีบึงขนาดมหึมาแห่งนี้แอบซ่อนอยู่ในดงพญาเย็น เท่าที่เคยเห็นสารคดีผ่านตามาก็ไม่มีสำนักไหนนำเสนอบึงตาแดงแห่งนี้เลย เป็นไปได้ว่าเมื่อก่อนอาจมีเส้นทางอื่นที่ใช้นำพาไปถึงง่ายกว่าเส้นทางนี้ก็เป็นได้ ตรัยคิด

                “ว่าแต่ทำไมถึงชื่อบึงตาแดงล่ะครับ”

                “ก็หลังจากน้ำทางเหนือไหลหลากมารวมกันมากเข้าก็เกิดการขยายตัวออกด้านข้าง กัดเซาะจนมีรูปทรงคล้ายดวงตามนุษย์ ซึ่งทำให้การเดินทางผ่านป่าแถบนี้ไปยังโป่งกองกอยลำบากมากขึ้น และต้องใช้เวลานานอีกเท่าตัวหากต้องอ้อมปลายแหลมข้างใดข้างหนึ่งของดวงตานั้น”

                 เขาทิ้งช่วงพักกลืนน้ำลาย หมุนฝาเหล้าเปิดออกแล้วกระดกเพียวๆ

                “ในบึงเต็มด้วยพันธุ์ปลาชนิดต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของจระเข้ อันเป็นที่เลื่องลือกันว่าพวกมันชุกชุมมากจนผู้คนที่นั่งรถไฟผ่านในสมัยก่อนสามารถมองเห็นจระเข้ที่ลอยอยู่ ส่วนหนึ่งขึ้นมานอนผึ่งแดดตามชายบึงหรือใต้กิ่งไม้เหนือน้ำ มีคนเล่าว่าบางครั้งแววตาของพวกมันแดงก่ำเหมือนดวงตาของปีศาจร้าย คล้ายกับว่ามีบางอย่างสิงสถิตอยู่ในร่างกายของพวกมัน”

               “นั่นจึงเป็นที่มาของบึงตาแดงสินะครับ”

               “ถูกต้อง”

                ตรัยจ้องหน้าอีกฝ่ายตาไม่กะพริบ แล่วจู่ๆสิ่งที่ค้างเติ่งอยู่ในใจเขามาเนิ่นนานก็ถูกปลดปล่อยออกมาจนได้ “ผมอยากฟังเรื่องของพ่อคุ…..”

                ยังไม่ทันพูดจบประโยค เสียงเอะอะจากหลังรถก็ลั่นขึ้น

                ถึงแล้ว ถึงแล้ว….

                ตรัยเงยหน้ามองทัศนียภาพเบื้องหน้าเผยให้เห็นชุมชนขนาดย่อมซึ่งประกอบไปด้วยสิ่งปลูกสร้างอย่างง่ายคล้ายกับขนำประมาณสิบหลัง มีประมาณห้าหลังที่ถูกปล่อยทิ้งร้างให้เป็นร่มเงาของหยากไย่ ถัดลงจากเนินสูงชันเห็นบึงทอดยาวไปสุดสายตาจนเห็นป่าอีกฝั่งเพียงแค่ลิบๆ หากมองจากบนรถ โดยรวมแล้วบรรยากาศค่อนข้างวังเวง เป็นหมู่บ้านที่ถ้าพรานคำเมี่ยงซึ่งเป็นคนในพื้นที่ไม่พามา ดูท่าว่าพวกเขาก็ไม่คิดที่จะเฉียดเข้าใกล้เลยสักนิด

                 ตรัยซึ่งได้ฟังประวัติของบึงตาแดงเมื่อครู่กำลังนั่งจินตนาการไปต่างๆนานาว่ามันจะมีอะไรรออยู่ข้างหน้าบ้าง เขาก็ได้แต่หวังว่าเรื่องที่พรานคำเมี่ยงเล่านั้นจะที่ความจริงปะปนอยู่บ้างเพียงเล็กน้อย และก็คงจะรู้สึกดีกว่านี้หากมันเป็นเรื่องโกหก

 

------------------โปรดติดตามตอนต่อไปทุกวันศุกร์---------------------------

 

(1) ฟุตเทจ คือ ไฟล์วิดีโอต้นฉบับที่ถ่ายรวบรวมเอาไว้เป็นวัตถุดิบสำหรับใช้ในงานตัดต่อ


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น