อัปเดตล่าสุด 2019-01-25 08:15:58

ตอนที่ 9 ตอนที่ 9 มฤตยูน้ำจืด

               “ชิบหายแล้ว” คิมตาลีตาเหลือก หันมองหน้าตรัยสลับกับพรานคำเมี่ยงราวกับต้องการได้ยินคำพูดอะไรก็ตามที่สามารถคลี่คลายเรื่องราวตรงหน้าลงได้ ทว่าตรัยก็มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ต่างจากอีกคนที่แววตาฉายความมั่นใจว่าเขาสามารถควบคุมเหตุการณ์ตรงหน้าได้

                พวกผู้หญิงต่างร่วมใจกรีดร้องสุดเสียงเมื่อเห็นว่ารุ่นน้องของตนพลัดตกลงไปในบึงที่ใครคนใดคนหนึ่งพึ่งเล่าถึงเรื่องราวของมฤตยูน้ำจืดเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ใครๆจะสามารถจินตนาการถึงบางอย่างที่ไม่ควรนึกถึง สัตว์ที่มีเกล็ดแข็ง ลำตัวอ้วนปล้อง แววตาเดรัจฉาน คมเขี้ยวที่พร้อมขย้ำร่างให้กลายเป็นเศษเนื้อ

                ไอรีนและเหมย ทำหน้าที่ของสตรีเพศได้สมบูรณ์แบบที่สุด เสียงกรีดร้องของทั้งคู่เป็นสัญญาณกระตุ้นให้เพื่อนๆในกลุ่มรีบหาทางทำอะไรสักอย่าง แต่ไม่มีใครคิดอะไรออกนอกจากนายพรานผู้โชกโชน

                เขารู้ดีว่าต้องทำอะไร….

            “พวกมันยังอยู่” ชายฉกรรจ์หมุนโม่ตรวจสอบกระสุนที่บรรจุ ก่อนกระชับ .44 แม็กนั่ม รูเกอร์ซุปเปอร์แบล็คฮ็อค ในมือให้ถนัด รูเกอร์เป็นปืนสั้นคู่กายติดตัวคำเมี่ยงมาตั้งแต่เขาเริ่มออกเดินป่า เนื่องจากมันมีความทนทานเหมาะสมกับการใช้งานแบบสมบุกสมบันซึ่งมีความเร็วของวิถีกระสุนราวๆ 1,495 ฟิต/วินาที ต่างจากลูกซองแฝดที่สะพายอยู่บนบ่าของเขาในขณะนี้ เพราะความไม่คล่องตัวของมัน เมี่ยงจึงมั่นใจว่าชายเคราะห์ร้ายที่ต้องการความช่วยเหลือนั้นอาจถูกลากลงไปกัดทึ้งใต้ผิวน้ำเสียก่อนที่มันจะได้สำแดงเดช

                “หมายถึงอะไรเหรอครับ” ตรัยถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ และทั้งที่รู้ว่าเขาก็คงไม่ได้รับคำตอบอยู่ดี

                ขณะเดียวกัน อ๊อตโต้ก็โผล่พรวดขึ้นมาเหนือผิวน้ำ แล้วไอดัง โคร่ก…โคร่ก… สำลักน้ำออกมาทางช่องปากและรูจมูกจนแก้มแดง สูดกลิ่นของบึงตาแดงแห่งนี้เสียจนเต็มปอดเหมือนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับร่างกายของเขาไปเสียแล้ว ชายหนุ่มโบกมือให้บรรดาเพื่อนรับรู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหน ขอย้ำว่าแค่เพื่อนเท่านั้น เพราะนอกเหนือจากคนที่เขาส่งสัญญาณไปให้แล้ว อ๊อตโต้ก็พยายามทำตัวเองให้เล็กที่สุดเพื่อที่จะได้ไม่เป็นจุดสนใจของบางสิ่งที่เขาไม่ต้องการให้มันเห็น

                หนุ่มหัวเกรียนพยายามตั้งสติ เขาจะต้องไม่เป็นอะไรเพราะพรานคำเมี่ยงกำลังวกหัวเรือกลับมารับ น้ำในบึงแห่งนี้ว่าเย็นแล้ว แต่หัวใจของเขากลับเหมือนถูกแช่แข็ง มันสะท้านไปสุดก้นบึ้งของหัวใจ คงเป็นเพราะอ๊อตโต้หวาดกลัวมากที่ลำตัวท่อนล่างแช่อยู่ในน้ำขุ่นหมองที่มองไม่เห็นทัศนียภาพเบื้องล่าง อีกทั้งมันยังกว้างขวางเสียจนไม่รู้ว่าเขาจะสามารถหลบซ่อนตัวอยู่ตรงไหนได้บ้าง

                “รออยู่ตรงนั้นนะ อย่าขยับ” คำเมี่ยงชี้นิ้วออกคำสั่ง แต่ดูท่าว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ยินเพราะเสียงของเรือหางยาวดังกระหึ่ม หมวกคาวบอยทรงสูงที่ใส่ไว้ปลิวหลุดออกจากศีรษะเพราะความเร็วของเรือที่ถูกเพิ่มระดับขึ้น แต่สายรัดคางช่วยรั้งเอาไว้ไม่ให้มันหล่น

                “บ้าเอ้ย! เดินไม่ระวังเลย ขึ้นเรือมาพ่อจะตบให้คว่ำ” แม้ขุนศึกจะปากร้ายเพียงใด แต่ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะอารมณ์เสียกับความเลินเล่อของเจ้าเด็กฝึกงานคนนี้ ทั้งที่พรานพึ่งเล่าเรื่องจระเข้ให้ฟังอยู่แหมบๆ ก็ยังไม่วายเกิดเรื่องเข้าจนได้

                “พี่!” ตรัยอุทานลั่น ปากเผยอ ดวงตาเบิกกว้าง อีกห้าคนหันตามไปดูยังต้นตอ

                ภาพที่เห็นคือจระเข้น้ำจืดตัวเมียยาวประมาณ 12 ฟุต นอนผึ่งแดดอยู่ริมฝั่ง มันหัวทู่สั้น มีเกล็ดแข็งเรียงตามลำตัวเด่นชัด เท้าหลังมีพังผืด หางขนาดใหญ่ของมันมีกำลังโบกพัดช่วยในการว่ายน้ำไปมาได้อย่างคล่องตัว ทั้งยังเปลี่ยนเป็นอาวุธอันตรายที่ใช้ฟาดได้อีกด้วย

                หนึ่ง…สอง…สาม…สี่….ห้า

                ตรัยหมุนตัวตรวจสอบรอบด้านเมื่อบางส่วนแสดงกายออกมาจากที่กำบัง เท่าที่นับได้มีห้าตัว ยังไม่รวมใต้ผิวน้ำที่ไม่สามารถตรวจสอบได้อีก อย่างไรก็ตามจำนวนไม่สำคัญแล้วในขณะนี้ไม่ว่าจะหนึ่งตัวหรือสิบตัว หากพวกมันถึงตัวอ๊อตโต้ได้เมื่อไหร่ เขาก็ไม่รอดอยู่ดี

                “ช่วยด้วย!” ผู้ที่ลอยคออยู่ในบึงแตกตื่นเมื่อเห็นบางอย่างบนฝั่งขยับเขยื้อน เขารีบจ้วงเข้าหาเรือที่กำลังวกหัวกลับไปรับทั้งที่ระยะห่างกันหลายสิบเมตร แน่นอนว่าสัญชาตญาณเอาชีวิตรอดของมนุษย์ทำงานแล้ว ความกระเสือกกระสนที่ต้องการมีชีวิตอยู่ การพยายามเอาชีวิตรอดเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังพบเจอกับอันตรายที่ไม่สามารถต่อกรได้

                “เร็วเข้าสิ!” เหมยรบเร้าคนบังคับเรือ

                “ไม่นะ ฉันทนดูไม่ได้” ไอรีนจินตนาการไปไกล

                “ไม่ได้การล่ะ ต้องใช้เชือก” ขุนศึกออกความเห็น ใช้เวลามีค่าที่เหลืออยู่น้อยนิดร้อยเชือกแบบบ่วงสายธนูเตรียมเอาไว้ โดยขดเชือกให้กลายเป็นบ่วงคล้ายเลขหก แล้วจับปลายเชือกสอดเข้าไปในบ่วง โชคดีที่เข้าค่ายลูกเสือเมื่อครั้งประถมยังไม่คืนวิชา

                “ใครยิงปืนเป็นบ้าง” พรานถาม น้ำเสียงขอความหวังน้อยนิด

                เป็นเพราะตัวเองต้องคอยบังคับเรือ แถมยังมีอาวุธสังหารหนึ่งกระบอกที่ต้องดูแล ฉะนั้นการหาผู้ครอบครองอีกหนึ่งกระบอกนับเป็นเรื่องที่สมควรทำเป็นอย่างยิ่งในเวลาฉุกละหุกเช่นนี้ เพื่อควบคุมเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า คำเมี่ยงมั่นใจว่าสัตว์ที่หิวโหยนั้นมีความกระหายมากกว่าปกติ พวกมันดุดัน  รวดเร็วมากขึ้น และเขาไม่สามารถทำอะไรหลายอย่างในเวลาเดียวกันได้

                ----------- เงียบ ------------

                ไม่มีเสียงตอบรับจากคนรอบข้าง….

                แน่นอนอยู่แล้วว่าผู้ชายบุคลิกเรียบร้อยแบบตรัยจะเคยยิงปืนได้อย่างไร กิจกรรมยามว่างของชายหนุ่มก็คงจะไม่มีอะไรตื่นเต้นพอๆกับอารมณ์ที่เขาแสดงผ่านสีหน้านั่นแหละ แถมคนที่ดูอ้วนท้วมอย่างคิมก็ดูไม่น่าจะมีงานอดิเรกเป็นการยิงปืนเอาเสียเลยเพราะขนาดเวลาออกกำลังกายยังไม่มี

                “ผมยิงได้” ขุนลั่นเต็มเสียงหวังให้ทุกอย่างราบรื่นขึ้น แน่นอนว่าชายหนุ่มรักกิจกรรมแอดเวนเจอร์มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว  มีกลุ่มเฉพาะกิจที่รวมตัวกันเพื่อไปเล่นกีฬาเสี่ยงตายในยามว่าง ไม่ว่าจะเป็น ไต่หน้าผา เจ็ทสกี ฯลฯ รวมไปถึงการฝึกยิงปืนด้วย ฉะนั้นความสามารถตรงนี้ขุนศึกมีอยู่ แต่อาจจะยังไม่ชำนาญเท่าที่ควร

                “เคยยิงอะไรมา”

                “ก็พวกปืนสั้น”

                แม้ทั้งคู่จะดูไม่ลงรอยกันตั้งแต่เริมออกเดินทาง ทว่าเมื่อมีสมาชิกในกลุ่มกำลังตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายและทั้งคู่มีเป้าหมายเดียวกัน ความสามัคคีจึงบังเกิด “ดี…งั้นอันนี้ก็ไม่ยาก”

                พรานยื่นปืนลูกซองยาวจู่โจม Remington 870 ที่สะพายอยู่บนบ่าให้ตรัย เขาเดินนำมันไปส่งต่อให้หนุ่มสักลายด้วยใบหน้าที่ไม่ค่อยเชื่อมั่นเท่าไหร่นักพร้อมกับคำถาม “ไหวมั้ย เอ็งเคยยิงแต่ปืนสั้นไม่ใช่เหรอ”

                “มันก็ไม่น่าจะต่างกันมากนะ” ขุนถอดเสื้อยีนส์ออก แล้วใช้มือลูบบนตัวปืนเหล็กรมดำเอนกประสงค์ ลำกล้องตัดสั้น พานท้ายไม้ ดุดัน น่าเกรงขามไม่ต่างกับมฤตยูน้ำจืดที่กำลังถาโถมใส่รุ่นน้องของเขา

                “ถ้ายิงปืนสั้นแม่นก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะหากมองข้ามแรงถีบแล้ว ลูกซองยิ่งง่ายกว่าเยอะ แค่ยกปืนจ่อแนวลำกล้องให้ตรงเป้าหมายแล้วลั่นไกเป็นเท่านั้น อาศัยลูกปรายหลายเม็ดก็ถูกเป้าได้ง่ายแล้ว รัศมีมันกว้าง ไม่ต้องเล็งหรือมีทฤษฎีอะไรมากหรอก” ทั้งที่อยู่ใกล้แต่พวกเขากลับต้องตะโกนคุยกันเพราะเสียงเครื่องยนต์ของเรือคอยขัดจังหวะอยู่ตลอดเวลา

                แม้พรานจะพูดออกมาแบบนั้นก็เถอะ แต่ความจริงแล้วขึ้นชื่อว่าปืนมันไม่ใช่ว่าสักแต่จ่อปากกระบอกออกไปแล้วก็ยิง แต่ผู้สั่งการต้องรู้รายละเอียดและใส่ใจว่าปืนที่อยู่ในมือนั้นเป็นโช้คอะไร ลำกล้องยาวกี่นิ้ว กระสุนขนาดอะไร เป็นกระสุนแบบไหน ขนาดรังเพลิง เบอร์กระสุนลูกปราย รวมไปถึงระยะยิงสู่เป้าหมาย แต่เพราะในเวลานี้สิ่งที่เขาทำได้ก็คือการพูดหว่านล้อมไปในทิศทางที่ดี ให้ผู้ที่ใช้งานรู้สึกมั่นใจ

                “แล้วจำไว้ อย่าหันปากกระบอกปืนใส่รุ่นน้องเอ็งเด็ดขาด เพราะเมื่อยิงไปแล้วจะไม่สามารถคาดคะเนวิถีกระสุนลูกปรายได้ มันจะตายเอา”

                “เร็วเข้าพี่ มันมากันแล้ว” สายตาของเด็กฝึกงานจับจ้องไปยังฝั่งทั้งสองฟาก พวกมันเริ่มกระโดดลงมาในบึงเริ่มจากหนึ่งตัว สองตัว ทีละตัวจนครบห้า สถานการณ์บีบคั้นเล่นเอาอ๊อตโต้เกือบเสียสติ ร้องโวยวายไม่ต่างอะไรกับคนตื่นตระหนกถึงขีดสุด ขาข้างใดข้างหนึ่งของเขาที่ขยับเขยื้อนอยู่ใต้ผิวน้ำนั้นก็ไม่รู้ว่าจะถูกกัดทึ้งหรือกระชากหายไปเมื่อไหร่

                ทีนี้ก็ต้องมาลองวัดกันดูแล้วล่ะว่าระหว่างเรือกับจระเข้ อันไหนเร็วกว่ากัน

 

------------------โปรดติดตามตอนต่อไปทุกวันศุกร์---------------------------

 

***กองกอยเดินทางมาถึงครึ่งเรื่องแล้ว ฝากติดตามด้วยครับ

 

 

 

 

                       

 

               

                       

               

 

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น