อัปเดตล่าสุด 2018-12-25 10:02:42

ตอนที่ 5 บาคุ

สวัสดีครับ ในที่สุดทุกท่านก็ได้มาเยือนห้องแสดงภาพแห่งนี้...ห้องแสดงภาพแห่งฝันร้ายที่เคยจัดแสดงมาแล้วก่อนหน้า ทั้งใน Horrorism และในพันทิบ (ครั้งนั้นได้จัดแสดงในฐานะ ผลงานเข้ารอบสุดท้ายถุงมือเรื่องสั้น – เรียกว่า The mask writer คงเข้าใจได้ง่ายกว่า) และด้วยเหตุที่เป็นผลงานที่จิตรกรผู้สร้างชื่นชอบและอยากเผยแพร่อีกครั้ง เรื่องนี้จึงได้ถูกนำมาแสดงที่นี่ด้วยครับ สำหรับสีสันของเรื่องนี้ คงจะง่ายและตรงไปตรงมา มันเป็นสีของความน่าสะพรึง...สีที่ไม่มีใครอยากที่จะเข้าใกล้เวลาที่ต้องออกท่องในพงไพร...มันคือริ้วสีเหลืองสลับดำ!
                เอาล่ะครับ หลายท่านคงพอที่จะเดาออกแล้วว่าสีเหลืองสลับดำที่ว่าหมายถึงสิ่งใด เช่นนั้นแล้ว...เชิญครับ

******************************************************


 

บาคุ

 

            เนื้อที่ย่างอยู่บนกองไฟส่งกลิ่นหอมฉุยชวนให้น้ำลายสอ ‘ไตรภพ’ หมุนเนื้อซ้ายทีขวาที พิจารณาอยู่สองสามครั้ง เมื่อเห็นว่าเนื้อสุกกำลังได้ที่ ชายหนุ่มจึงจัดมันลงจานใบใหญ่ การกินอาหารกลางป่าดงพงไพรนับเป็นความฝันตั้งแต่ตัวเขายังเป็นเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อสัตว์ที่เขาเป็นคน ‘ล่า’ ได้ด้วยตัวเอง

                “กินไหมวะ?” ไตรภพหันไปถามเพื่อนรุ่นน้องสองคนที่นั่งกินอาหารกระป๋องอยู่ข้าง ๆ

                “ไม่ไหวล่ะพี่ ตัวอะไรก็ไม่รู้” ‘นพ’ หนึ่งในสองรุ่นน้องปฏิเสธพร้อมกับหันไปมองซากที่ไตรภพชำแหละไว้ มันดูละม้ายคล้ายหมูป่าด้วยเพราะมีขนาดที่ใกล้เคียงกัน แต่ก็ไม่ใช่...เพราะจมูกของมันยื่นยาวเหมือนงวงช้าง ซ้ำยังมีลายที่ลำตัวลักษณะคล้ายเสือโคร่ง ทำให้พวกเขาสรุปไม่ได้ว่าเป็นตัวอะไร

                “สัตว์สงวนหรือเปล่าวะพี่” ‘สอง’ เพื่อนรุ่นน้องอีกคนถามอย่างแคลงใจ เพราะถึงพวกเขาจะชอบการเข้าป่าล่าสัตว์ แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะยิงสัตว์ป่าประเภทคุ้มครอง

                “สัตว์เชี่ยอะไรก็ช่างเถอะ มันตายไปแล้วนี่ แถมเนื้อยังอร่อยดีเสียด้วย” ไตรภพยักไหล่ แถมพูดไม่พูดเปล่า เขายังยื่นเนื้อเสียบไม้ย่างส่งให้เพื่อนรุ่นน้อง ทั้งไอ้นพและไอ้สองต่างส่ายศีรษะปฏิเสธ พร้อมกับบอกว่าถ้าต้องหิวจนไม่มีอะไรรองท้องเสียก่อนถึงจะยอมกิน

                หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ กิจกรรมต่อไปคือการขัดห้างบนต้นไม้ใหญ่เพื่อซุ่มยิงสัตว์ในเวลากลางคืน โดยไตรภพที่มีประสบการณ์จะอยู่เดี่ยว แยกกับสองรุ่นน้องที่จะรวมตัวบนห้างเดียวกัน โดยระยะห่างของต้นไม้ที่พวกเขาขึ้นประจำการก็ราวๆ หนึ่งร้อยเมตร และแม้ทั้งสามจะไม่ใช่พรานมืออาชีพ หากแต่ครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาลักลอบล่าสัตว์ โดยเฉพาะไตรภพที่ยิงไม่เลือก ชายหนุ่มไม่สนใจว่าเหยื่อที่จะล่าเป็นสัตว์ประเภทใด เป็นสัตว์สงวนหรือไม่ เรียกได้ว่าพอใจจะยิงสัตว์ตัวไหน เขาก็จะยิง!

                …

                เย็นย่ำแล้ว ห้างถูกขัดบนคาคบไม้เสร็จเรียบร้อย สามสหายนักล่าทบทวนข้อปฏิบัติอีกครั้งก่อนจะแยกย้ายกันขึ้นห้าง โดยข้อปฏิบัติที่สำคัญที่สุด...นั่นคือการห้ามลงจากห้างในเวลากลางคืน! แท้จริงแล้วตัวไตรภพเองก็ไม่ค่อยศรัทธาข้อปฏิบัตินี้สักเท่าไร สาเหตุก็เพราะการที่นายพรานรุ่นเก่าได้กำหนดข้อปฏิบัตินี้...นั่นเพราะพวกเขากลัว ‘เสือสมิง’ ซึ่งไตรภพไม่คิดว่าเสือประเภทนั้นจะมีตัวตนจริง แต่ที่ชายหนุ่มยังทำตามข้อปฏิบัตินี้อยู่ตลอด เพราะเขารู้ว่าการลงจากห้างจะทำให้มีข้อจำกัดในด้านการมองเห็น อีกทั้งยังถูกโจมตีได้ง่ายจากทุกทิศทาง

                หลังจากส่งสองรุ่นน้องขึ้นห้างแล้ว ไตรภพจึงเดินกลับมายังต้นไม้ที่ตนเองขัดห้างไว้ ชายหนุ่มรีบปีนขึ้นไปนั่งบนห้างเพราะเขารู้ว่าในเวลากลางคืน ป่าจะมืดลงอย่างรวดเร็ว ไตรภพตรวจสอบปืนไรเฟิลให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เตรียมกระติกน้ำ ไฟฉายฉุกเฉิน รวมถึงมีดเดินป่าที่ใส่ฝักเหน็บไว้ที่เอว เพียงเท่านี้เขาก็พร้อมสำหรับการล่า! ชายหนุ่มตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เข้าป่า การล่าเหยื่อในที่ปลอดภัย...ล่าโดยที่ตัวเองไม่ต้องเสี่ยงต่อการได้รับบาดเจ็บ มันคือความสุขสมที่เติมเต็มชีวิต สนุกเสียยิ่งกว่าการไปเที่ยวต่างประเทศเมื่อสัปดาห์ก่อนเสียอีก...ป่าในประเทศญี่ปุ่น อย่างไรก็ไม่น่าตื่นเต้นเท่าป่าดิบในประเทศไทย

                ไตรภพนั่งขดตัวอยู่ในผ้าห่ม แม้วัตถุประสงค์จะอยู่ที่การล่า ทว่าชายหนุ่มกำลังเพลิดเพลินกับสรรพสำเนียงในป่าใหญ่ เสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมสลับเสียงนกกลางคืน บางคราวจึงจะแว่วยินเสียงสุนัขป่าที่หอนมาแต่ไกล และครั้งใดที่ปรากฏเสียงเสือโคร่งคำรามจากที่ไหนสักแห่ง บรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลายก็จะพากันเงียบสนิทหยุดนิ่ง ครั้นเมื่อเสียงเจ้าป่าเงียบไป ดนตรีแห่งพงพนาไพรจึงจะกลับมากังวานเซ็งแซ่อีกครั้ง

                ไตรภพสะดุ้งจากการสัปหงก เขารีบตรวจสอบนาฬิกาว่าเผลอหลับไปนานแค่ไหน เมื่อเห็นหน้าปัดนาฬิกา เขาจึงถอนหายใจยาว ด้วยเพราะเป็นเวลาเพียงแค่สามทุ่มเศษเท่านั้น สัตว์ป่าคงยังไม่ผ่านมา อีกทั้งเขายังไม่ได้ยินเสียงปืนจากทางห้างของสองรุ่นน้อง

                ชายหนุ่มหยิบหมากฝรั่งขึ้นมาเคี้ยวฆ่าเพื่อเวลาและไม่ให้เผลอหลับ เวลานั้นเองที่ชายหนุ่มสามารถสัมผัสถึงบรรยากาศที่ผิดปกติ นั่นคือป่าทั้งป่าพลันเงียบสนิทอย่างกะทันหัน ไม่มีเสียงมดแมลงจิ้งหรีดเรไร ไม่มีเสียงนกกลางคืนที่ออกหากิน อากาศของป่าข้นคลั่กหนักอึ้ง

                ไตรภพคว้าปืนมาเตรียมไว้ในมือ แม้เขาจะไม่เชื่อเรื่องภูตผีปิศาจ แต่เขาก็ไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน และยังไม่ทันทำอะไร ชายหนุ่มจึงได้ยินเสียงแกรกกรากจากราวป่าข้างล่าง

                กอหญ้าด้านล่างห่างออกไปราวสิบเมตรถูกแหวกออก เขาเลิกคิ้วด้วยความฉงน เมื่อร่างที่โผล่ออกมาเป็นไอ้นพ...เพื่อนรุ่นน้องที่มาล่าสัตว์ด้วยกัน

                “พี่ไตรภพ...ช่วยหน่อยครับ ไอ้สองมันลงจากห้าง...มันถูกเสือคาบไปแล้ว!” ไอ้นพตะโกนบอกหน้าตาตื่น

                ชายหนุ่มทั้งใจหาย ทั้งงุนงงสงสัย นั่นเพราะพวกเขามีข้อตกลงกันว่าจะไม่ลงจากห้างในเวลากลางคืนโดยเด็ดขาด แล้วไฉนไอ้สองจึงฝ่าฝืนข้อตกลงนี้ ไตรภพรีบคว้าปืนไรเฟิล คว้าไฟฉายเพื่อเตรียมที่จะปีนลงจากห้าง

                เวลานั้นเองที่ไตรภพรู้สึกตงิดใจ

                “เฮ้ย! ไอ้นพ แล้วมึงลงจากห้างมาได้ยังไงวะ” ชายหนุ่มตะโกนถาม

                ไอ้นพส่ายศีรษะพร้อมตอบด้วยน้ำเสียงเร่งเร้า

                “โธ่! พี่ไตรภพ ผมก็ปีนลงมาธรรมดานี่แหละ รีบ ๆ ลงมาเถอะครับ ผมตามไปคนเดียว ไม่มั่นใจ กลัวด้วย”

                ไตรภพนิ่งไปอึดใจ หวนนึกถึงพรานรุ่นเก่าที่เคยเล่าถึงวิธีการพิสูจน์เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างเช่นตอนนี้ และแม้เขาจะไม่เชื่อในสิ่งที่พรานเก่าแก่บอกเล่า หากเวลานี้ไม่มีตัวช่วยอื่นใดที่จะสามารถทำให้ตัดสินใจได้

                ชายหนุ่มหยิบไฟแช็คจากในกระเป๋าเสื้อ เขาโยนมันลงไปยังโคนต้นไม้

                “ไอ้นพ มึงลองจุดไฟให้กูดูหน่อย”

                เพื่อนรุ่นน้องมองไฟแช็คสลับกับไตรภพที่นั่งอยู่บนห้าง เขาไม่ได้เดินไปหยิบไฟแช็ค หากแต่พยายามตะโกนเร่ง

                “ปัดโธ่! พี่จะมาเล่นอะไรตอนนี้ ลงมาเร็ว ๆ เถอะ! ถ้าตามไปตอนนี้ ไอ้สองอาจจะรอดนะครับ”

                เมื่อได้ยินคำตอบ ไตรภพรีบนำปืนไรเฟิลที่ถืออยู่ ก่อนที่จะเล็งไปยังขาของเพื่อนรุ่นน้อง

                เปรี้ยง!

                กัมปนาทราวสายฟ้าฟาด ร่างไอ้นพลงไปกลิ้งกับพื้น มันร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด

                “โอ๊ยยยยยย! เหี้ยเอ๊ย! พี่ยิงผมทำไมวะ! โอยยยยย...” ร่างรุ่นน้องดิ้นพราดๆ นอนกลิ้งอยู่กับพื้น และในพริบตานั้นเอง ไตรภพเห็นอะไรบางอย่างที่มีลายสีเหลืองสลับดำตรงพุ่มไม้ด้านหลังไอ้นพ และยังไม่ทันได้ทำสิ่งใด เพียงเสี้ยววินาทีต่อจากนั้น ชายหนุ่มจึงได้เห็นตัวมัน...มันคือเสือลายพาดกลอนขนาดใหญ่เท่าแม่วัว เสือร้ายกระโจนออกจากพุ่มไม้ก่อนที่จะกัดเข้าที่ลำคอด้านหลังของไอ้นพ เสียงกัดดังกร๊อบเพียงครั้งเดียวก็ทำให้ไอ้นพคอหักตายคาที่ในทันที ไตรภพมือสั่น แม้สมองจะนึกถึงปืนที่อยู่ในมือ ทว่าเขาไม่ทันที่จะยิงมัน ไอ้ลายลากร่างรุ่นน้องหายเข้าไปในพงป่าต่อหน้าต่อตา

                ไตรภพใจสั่นระรัว นี่เขายิงผิดตัว!? เพราะเขาไม่เชื่อรุ่นน้องว่าถูกเสือจู่โจมจริง ซ้ำยังยิงไอ้นพ เป็นเหตุให้มันถูกเสือคาบไปต่อหน้าต่อตา!

                ถึงตอนนี้ชายหนุ่มรู้สึกวิงเวียนคล้ายจะเป็นลม

                ...

                เฮือก! ไตรภพสะดุ้งตื่น ชายหนุ่มมองรอบตัว จึงพบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนห้าง พรายน้ำที่หน้าปัดนาฬิกาบอกเวลาสามทุ่มเศษ

                ฝัน!?

                ไตรภพส่ายศีรษะให้กับความฝันไร้สาระ นี่เขาคงกินอิ่มเกินไปจนฝันเป็นตุเป็นตะสินะ และนาทีนั้นเอง ชายหนุ่มรับรู้ถึงการขยับเขยื้อนสั่นไหวที่พุ่มไม้ด้านล่าง มันเป็นพุ่มไม้ที่อยู่ห่างออกไปราวสิบเมตร

                พุ่มเดียวกับในความฝันเมื่อครู่!

                “พี่ไตรภพ...ช่วยหน่อยครับ ไอ้สองมันลงจากห้าง...มันถูกเสือคาบไปแล้ว” ไอ้นพที่แหวกพุ่มไม้ออกมาตะโกนเรียก ชายหนุ่มขนลุกวาบ สถานการณ์เหมือนกับในความฝันไม่ผิดเพี้ยน ? หรือฝันเมื่อครู่คือลางบอกเหตุ ? คิดได้ดังนั้น ไตรภพจึงรีบไต่ลงจากห้าง เขานึกกระหยิ่มใจที่สามารถรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า เขารู้กระทั่งว่าตอนนี้เสือลายพาดกลอนกำลังแอบซุ่มอยู่ตรงไหน ไตรภพตั้งใจว่าเมื่อลงไปถึงพื้นจะรีบยิงมันให้ตายภายในนัดเดียว

                “ระวังเสือนะ อยู่ข้างหลังกูไว้” ไตรภพบอกรุ่นน้อง เขาประทับปืนไว้บนบ่าพร้อมที่จะลั่นไกทันทีที่เห็นลายเหลืองสลับดำ

                “เขาห้ามไม่ให้ลงจากห้างไม่ใช่เหรอครับพี่” ไอ้นพถาม โธ่! มันยังอุตส่าห์ถามอะไรตอนนี้

                “เออ...ใช่ แต่กูจะลงมาฆ่าเสือ!” ชายหนุ่มตอบ เขากัดฟันกรอดเมื่อนึกถึงไอ้สองที่โดนเสือลากไป

                “แต่ตอนนี้ เสืออยู่ข้างหลังพี่นะ” เป็นเสียงห้าวๆ ของไอ้นพที่ยืนอยู่ด้านหลัง ไตรภพโกรธขึ้นหัว เวลาอย่างนี้มันยังเล่นไม่เลิก

                ทว่าเมื่อชายหนุ่มหันกลับไป...ไม่มีร่างของรุ่นน้อง!? หากแต่กลายเป็นเสือลายพาดกลอนขนาดใหญ่ มันกระโจนเข้าหาชายหนุ่ม คมเขี้ยวกัดเข้าที่คอจนเลือดทะลัก

                “อ๊ากกกกกกก!!” เป็นเสียงร้องสุดท้ายก่อนที่วิญญาณจะออกจากร่าง

                ...

                เฮือก! ไตรภพสะดุ้งตื่นอีกครั้งบนห้างซุ่มยิงสัตว์ ชายหนุ่มอยู่ในท่านอนกุมคอ เหงื่อแตกโซมกาย หัวใจเต้นสั่นระรัว และเมื่อสมองตื่นรับรู้ดี เขาจึงบอกกับตัวเองได้ว่า สิ่งที่สัมผัสเมื่อครู่นั้น...คือความฝัน!

                “เชี่ย! ฝันบ้าอะไรวะ น่ากลัวชิบหาย” ไตรภพลุกขึ้นนั่ง นี่ถ้าไม่อยู่กลางป่ากลางดง เขาคงต้องรีบหาเหล้ามากระแทกปากสักสองสามกรึ๊บ

            แกรก! แกรก! แกรก!

                เสียงฝีเท้าดังจากทิศทางเบื้องล่าง ไตรภพรีบคว้าไรเฟิลมาไว้ในมือ ชายหนุ่มสบถเบา ๆ เมื่อเห็นพุ่มไม้เดิมในความฝันกำลังถูกแหวกออก

                “บัดซบ!” ชายหนุ่มสบถลั่น เพราะสิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่สัตว์ป่า ไม่ใช่ไอ้นพ และก็ไม่ใช่ไอ้สอง

                หากแต่เป็นน้องเจมส์...ลูกชายวัยแปดขวบของเขา!?

                “พ่อ...พ่อจ๋า...” เสียงเรียกของน้องเจมส์เมื่อเดินมาถึงโคนต้นไม้ ไตรภพกัดฟันกรอด นั่นเพราะเสียงที่เขาได้ยินจากปากเด็กน้อย...มันคือเสียงของลูกเขา! เสียงน้องเจมส์อย่างแน่นอน!?

                “มา...มาทำไมลูก...” ไตรภพกลั้นใจถาม แม้ไม่รู้ว่ากำลังพูดอยู่กับตัวอะไร

                “แม่ไม่สบายมาก...แม่ถูกรถชน...หนูเลยมาตามพ่อ...” เด็กน้อยพูดพร้อมกวักมือให้ไตรภพลงไปด้านล่าง

                ชายหนุ่มหยิบไฟแช็คออกจากกระเป๋า จากนั้นจึงโยนลงไปที่โคนต้นไม้

                “ลูก...ลูกลองจุดไฟแช็คให้พ่อดูหน่อย” ชายหนุ่มใช้วิธีทดสอบตามที่เคยได้ยิน

                ทว่ายังไม่ทันที่เด็กน้อยจะเดินไปหยิบไฟแช็ค พลันปรากฏเสียงคำรามลั่นในระยะไม่ห่าง

                ฮึ่มมมมมม!!

                มันคือเสียงพยัคฆ์ร้าย...ไอ้ลายพาดกลอนซุ่มอยู่ใกล้ๆ นี่เอง และด้วยเหตุนี้จึงทำให้ไตรภพรีบไต่ลงไปที่โคนต้น เขาตั้งใจจะพาน้องเจมส์ขึ้นมาอยู่บนห้าง ไม่เช่นนั้น...หากเสือเข้าจู่โจมลูกชาย ชายหนุ่มไม่มั่นใจว่าจะปกป้องลูกได้ หนำซ้ำการยิงปืนในช่วงชุลมุน กระสุนอาจเสี่ยงไปโดนลูกชายเสียด้วยซ้ำ

                เมื่อถึงโคนต้น ไตรภพรีบอุ้มลูกชาย ก่อนที่จะเตรียมปีนกลับห้างบนคาคบไม้

            กร๊อบ!

                ความเจ็บแปลบที่หัวไหล่พร้อมเสียงกระดูกลั่น ชายหนุ่มหันไปมองแล้วใจหายวาบ นั่นเพราะบัดนี้น้องเจมส์ที่เขากำลังอุ้มอยู่

                ...กลายเป็นเสือ!?

                “อ๊ากกกกก!” เป็นเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนที่ไตรภพจะล้มกลิ้ง เสือลายพาดกลอนกระโดดขึ้นคร่อมทับร่าง มันกัดแทะร่างกายของชายหนุ่ม โดยเฉพาะหน้าท้องที่ถูกลากเครื่องในออกมา!

                …

                เฮือก!

                ไตรภพสะดุ้งสุดตัว ลุกพรวดขึ้นนั่ง หัวใจสั่นระรัวด้วยเพราะได้เห็นความฝันที่เหมือนความจริงทับซ้อนกันหลายครั้ง ชายหนุ่มใช้มือสำรวจร่างกายตนเองก็หาได้พบบาดแผลใดๆ หรือเหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมดล้วนเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น ?

                “เชี่ยเอ๊ย...” ชายหนุ่มสบถ เขาหยิบปืนไรเฟิลคู่ใจมาวางไว้บนตัก และนาทีนั้นเองที่พุ่มไม้เบื้องล่างถูกแหวกอีกครั้ง คราวนี้ไตรภพไม่รอช้า รีบตวัดปืนขึ้นบ่า เล็งและพร้อมยิง!

                พุ่มไม้โดนแหวกออก พร้อมกับเงาที่โผล่ออกมา

                เปรี้ยง!

                กัมปนาทกึกก้องราวป่า ร่างนั้นกระเด็นไปตามแรงปะทะ แสงจันทร์ที่พ้นเมฆเผยให้เห็นร่างที่นอนฟุบอยู่กับพื้น

            น้องเจมส์!?

                “เจมส์!!” ชายหนุ่มร้องด้วยความตกใจ นี่เขายิงลูก! เขายิงลูกตัวเองตาย!!

                “ไม่ใช่! ไม่ใช่เจมส์!” ไตรภพตะโกนเตือนตัวเอง แต่ถึงแม้จะรู้ เขาก็ยังกลัว...กลัวความเป็นไปได้เพียงแค่ไม่ถึงหนึ่งในหมื่นนั้น

                และวินาทีนั้น พลันปรากฏเสือลายพาดกลอนขนาดใหญ่กระโจนออกมาจากพุ่มไม้ มันพุ่งเข้าหาร่างของน้องเจมส์ กัดตรงคอเสียงดังกร้วม จากนั้นมันจึงลากร่างน้อย ๆ นั้นหายเข้าไปในพงไม้ทึบ

                “จะ...จะ...เจมส์...” ชายหนุ่มปากคอสั่น เขากำลังสับสนว่าร่างที่เห็นเป็นร่างของน้องเจมส์ตัวจริง หรือจะเป็นร่างจำแลงของปิศาจเสือสมิง ทว่ายังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะทำสิ่งใดต่อ ไตรภพถึงกับสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้สึกได้ว่ามีใครสักคนอยู่ข้างหลัง...ใครสักคนที่นั่งอยู่กับเขาบนแคร่

                “พ่อจ๋า...ทำไมพ่อไม่ช่วยหนู...” เป็นเสียงที่เขาเคยได้ยิน และเมื่อไตรภพหันไปมอง เขาจึงพบกับร่างที่คุ้นเคย

                มันเป็นร่างของลูกชาย...น้องเจมส์ ร่างนั้นชุ่มโชกไปด้วยโลหิตสีแดงฉาน ที่ลำคอของน้องเจมส์มีแผลเหวอะหวะห้อยร่องแร่งจนเกือบขาด เลือดสดๆ ทะลักออกมาเป็นลิ่ม ดวงตาเหลือกลานฉายแววประกายโกรธแค้น หนูน้อยเปิดเสื้อของตัวเองขึ้นพร้อมกับชี้ให้ไตรภพเห็นรอยกระสุนที่หน้าอก

                “พ่อ...ยิงหนูทำไม...” น้องเจมส์ถามด้วยเสียงแหบพร่า ไตรภพตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า ถอยกรูดไปจนชิดขอบด้านหนึ่งของห้าง

                กร๊อบ! ห้างที่เขานั่งอยู่เกิดมีเสียงดังลั่น...ไม้ที่นำมาขัดห้างกำลังปริแตก!?

                เปรี๊ยะ! ผัวะ! โครม!

                เสียงห้างแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ไม้ทั้งหมดปริแตกแยกออกจากกัน ยังผลให้ร่างของชายหนุ่มร่วงหล่นลงกับพื้น แรงกระแทกจากการตกที่สูงทำเอาไตรภพถึงกับจุกบริเวณหน้าอก

                ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะลุกชันตัว เขาได้ยินเสียงฝีเท้าแกรกกรากจากพุ่มไม้...มันคือพุ่มไม้เดิมกับที่เคยเห็นในความฝัน ไตรภพสบถพร้อมกับพยายามความหาปืนไรเฟิล ทว่าไม่ทัน...พุ่มไม้ได้ถูกแหวกออกให้เห็นเจ้าของเสียงฝีเท้านั้น...มันคือเสือลายพาดกลอนขนาดใหญ่  ไตรภพรีบกระเถิบตัวหนี แต่เสือร้ายไม่รอช้า มันกระโจนเข้าขย้ำคอเขาในทันที

                ...

                เฮือก! ไตรภพสะดุ้งสุดตัว นี่เขาฝันร้ายอีกแล้วหรือ ช่างน่าแปลกนัก ปกติแล้ว ชายหนุ่มไม่เคยฝันซ้ำซ้อนลึกลับขนาดนี้ เขาใช้มือควานหาไรเฟิล ทว่าไม่พบ!? และเมื่อนั้นเองที่ชายหนุ่มรับรู้สภาพโดยรอบ เขาพบว่าเวลานี้ตนเองไม่ได้นอนอยู่บนห้าง

                หากแต่กำลังอยู่ใต้ต้นไม้!?

                และนับเป็นวิกฤตการณ์ยิ่ง นั่นเพราะบัดนี้ ในความมืดรอบกายปรากฏดวงตาสีแดงก่ำนับสิบคู่ ไตรภพรู้ดีว่ามันคือแววตาของอะไร

            มันคือเสือ! แถมยังมีมากกว่าหนึ่งตัว!?

                พวกมันไม่รอช้าเมื่อเห็นเหยื่อตรงหน้า มันกระโจนเข้าหาชายหนุ่ม บางตัวตรงเข้ากัดที่คอ บางตัวกัดแขน กัดขา บางตัวฉีกกัดเนื้อบริเวณหน้าท้องของไตรภพ และนั่นทำให้เครื่องในของเขาทะลักออกมากองที่ด้านนอก!

                ไตรภพไม่ทันที่จะร้องสักแอะ วิญญาณของเขาออกจากร่างในทันทีที่เสือร้ายกระโจนเข้าจู่โจม

                ...

                ...

                “ทางนี้ครับ...ทางนี้” ไอ้สองรีบพาเจ้าหน้าที่และทีมกู้ภัยตรงเข้ามายังต้นไม้ที่ไตรภพใช้ขัดห้าง ไอ้สองกับไอ้นพช่วยกันแบกร่างของไตรภพลงมายังพื้นล่าง ด้วยเพราะเมื่อตอนเช้า พวกเขามาเรียกไตรภพที่ห้าง ก็ปรากฏว่าไม่มีใครขานรับ และเมื่อปีนขึ้นไปดู พวกเขาจึงพบว่าไตรภพกำลังนอนชักเกร็งอยู่บนห้าง เลือดเป็นลิ่มๆ ทะลักออกทางปากและจมูก ไอ้สองเห็นท่าไม่ดีจึงรีบไปเรียกเจ้าหน้าที่จากศูนย์บรรเทาไฟป่าตรงเชิงเขา ส่วนไอ้นพนั่งเฝ้าร่างของไตรภพ…ซึ่งบัดนี้เสียชีวิตแล้ว!?

                “เขาเป็นอะไร รู้ไหม” หนึ่งในเจ้าหน้าที่ถามเมื่อเห็นว่ามาสายเกินการณ์

                “ไม่รู้ครับ ปลุกยังไงก็ไม่ตื่น มีแต่เลือดทะลักออกจากปาก จากจมูก” ไอ้นพตอบ

                “กินอะไรแปลกๆ หรือเปล่า อาจเป็นพวกพืชมีพิษ หรือไม่ก็แพ้อาหาร ?” เจ้าหน้าที่อีกคนสันนิษฐาน

                “ก็ไม่ได้กินอะไรนี่ครับ...อ๋อ! มีอย่างหนึ่งครับ กินเนื้อหมูป่านั่นน่ะครับ” ไอ้สองนึกออก เขาชี้ไปยังซากสัตว์ที่กองไว้ที่โคนต้นไม้ มันคือสัตว์ที่คลับคล้ายจะเป็นช้าง หรือไม่ก็หมูป่า

                “ตัวอะไรน่ะ ? สมเสร็จ ?” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งถาม เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าซากสัตว์ที่เห็นนั้น เป็นตัวอะไรกันแน่ ส่วนไอ้สองกับไอ้นพก็ส่ายหน้ายักไหล่ พวกมันเองก็ไม่รู้ว่าเป็นตัวอะไร

                “เฮ้ย!” เจ้าหน้าที่ป่าไม้คนหนึ่งร้องเสียงหลงเมื่อเดินเข้ามาดูซากประหลาด

                “นี่มันบาคุ (Baku)!”

                “อะไรครับ ?  อะไรคือบาคุ?” ไอ้สองรีบถาม ทุกคนในที่นั้นหันมามองเจ้าหน้าที่ด้วยสายตางุนงง

                “ผมไม่แน่ใจหรอก แต่เมื่อสามสี่ปีก่อน ตอนที่ผมไปดูงานกู้ภัยที่ญี่ปุ่น เพื่อนชาวญี่ปุ่นเคยนำภาพบาคุมาให้ดู เพื่อนเล่าว่ามันเป็นสัตว์ในตำนานพื้นบ้านญี่ปุ่น...ผมเองก็ไม่คิดว่ามันจะมีจริง”

                “แล้ว...แล้วบาคุคืออะไร ?” ไอ้นพถาม

                “มันคือสัตว์ที่กินฝันร้ายของผู้คน อย่างเช่นคนญี่ปุ่นที่ฝันร้าย ก็จะภาวนาให้บาคุมาช่วยจัดการกินฝันร้ายให้ แล้วพวกเขาก็จะได้รับโชคดี...อะไรประมาณนั้นน่ะครับ”

                “งั้น...งั้นคนที่กินเนื้อของบาคุเข้าไปล่ะครับ” ไอ้นพเสียงสั่น มันเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้

                “คนๆ นั้นก็คงได้รับความฝันที่โหดร้ายมาก เพราะเนื้อของบาคุจะต้องอัดแน่นไปด้วยความฝันอันน่าสะพรึงกลัว!” เป็นคำบอกของเจ้าหน้าที่ผู้เคยได้ยินเรื่องเล่าของสัตว์ประหลาดกินฝัน

                “การตายในความฝัน...ตายอย่างโหดร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางทีอาจทำให้เขาตายจริง...ตายอย่างน่าอนาถ” เจ้าหน้าที่อีกคนสันนิษฐาน ไอ้นพกับไอ้สองถึงกับทรุดตัวลงนั่งร่ำไห้กับพื้น เจ้าหน้าที่เห็นดังนั้นจึงเข้ามาปลอบใจ

                “เฮ้อ...เสียใจด้วยนะ พวกน้องนี่คงรักกันมากเลยสินะ เป็นพี่น้องหรือเป็นญาติกันใช่ไหม”

                “ไม่ใช่ครับ เรารู้จักกันผ่านโซเชียลมีเดีย เคยออกล่าสัตว์ด้วยกัน ครั้งนี้เป็นครั้งที่สามเอง” ไอ้นพบอกทั้งๆ ที่ยังสะอื้นไห้ ส่วนไอ้สองก็ร่ำไห้ไม่แพ้กัน

                “อ้าว...ก็เห็นร้องไห้มากขนาดนี้ พวกน้องคงรักเขามากสินะ” เจ้าหน้าที่พูดพลางมองไปยังร่างไร้วิญญาณของไตรภพ

                ไอ้สองส่ายศีรษะ

                “ไม่ใช่ครับ ผมไม่ได้ร้องไห้ให้กับพี่ไตรภพ”

                “แต่ร้องไห้เพราะเมื่อเช้าพวกผมหิวจัด เลยเอาเนื้อไอ้ตัวประหลาดนั่นมาย่างกินจนอิ่ม” ไอ้สองพูดพลางกอดคอร่ำไห้กับไอ้นพ

 

******************************************************

                เป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับ
BAKU สัตว์ในตำนานของญี่ปุ่น หวังว่าทุกท่านคงหลับฝันดีนะครับ สำหรับเรื่องนี้จะเป็นเรื่องสุดท้ายในปี 2561 เรื่องหน้าก็จะเป็นเรื่องที่เปิดแสดงในปีพุทธศักราชใหม่ 2562 กระผม ชวลักษณ์หรือ ‘Lucakrd’ ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย อวยพรให้ทุกท่านผ่านพ้นปี 2561 ได้อย่างมีสุขภาพแข็งแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจครับ

                สวัสดีปีเก่า...พบกันอีกครั้ง วันอังคารที่ 1 มกราคม 2562 ครับ


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น