อัปเดตล่าสุด 2018-11-19 09:00:32

บทนำ

แฮ่ก... แฮ่ก...

                เสียงหอบหายใจหนักดังเป็นจังหวะก้องอยู่ในความมืด แม้ว่าเจ้าตัวจะพยายามกดเสียงนั้นให้เงียบลงมากแค่ไหน แต่ความเหนื่อยล้าจากการใช้แรงอย่างต่อเนื่อง ก็ดูจะเป็นเรื่องยากเกินจะควบคุม

                ชายหนุ่มกระพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับให้สายตาเข้ากับความมืดในยามนี้ แสงไฟสลัวจากช่องลมเล็กๆ แทบจะไม่มีประโยชน์

                ยามนี้ความมืดคือเพื่อนที่ดีที่สุด เมื่อต้องการจะหลบซ่อนจากสายตาของใครสักคน

                เขาไม่ใช่คนที่ตัวใหญ่มากนัก กล้ามเนื้อที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีนั้น ไม่สามารถถูกบังมิดได้ด้วยเสาปูนเก่าๆ เพียงต้นเดียว

                เสียงฝีเท้าดังสะท้อนในความมืดระยะห่างออกไป และค่อยๆ ใกล้เข้ามาอย่างช้าๆ

                เจ้าของฝีเท้านั้นดูเย็นใจ ต่างจากคนที่ตอนนี้เพียงแค่จะหายใจให้อยู่ในระดับปกติก็ยังยากเสียเหลือเกิน

หนีไปก็เท่านั้น แกก็รู้

                เสียงทุ้มต่ำ ทรงอำนาจ เพราะเพียงพูดเบาๆ ก็กังวานไปทั่วห้องชั้นใต้ดินที่แสนอับชื้นแห่งนี้

                เสียงของแข็งบางอย่างกระทบกับพื้นเป็นจังหวะ เข้ากับเสียงของการก้าวเดิน ราวกับไม้เท้าหรือสิ่งช่วยค้ำยันอย่างใดอย่างหนึ่ง

                แม้ว่าลักษณะของผู้ล่าจะดูไม่สมประกอบเท่าไร ทว่าผู้ถูกล่ากลับตกที่นั่งลำบากจนน่าประหลาดใจ

                เขากดเสียงลมหายใจให้ต่ำลงอีก จนเกือบจะเป็นปกติ บางทีการกลั้นหายใจอาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดในเวลานี้ แต่ก็เหนื่อยเกินกว่าจะทำอย่างนั้นได้

                ปืนพกกระบอกเล็กที่เพิ่งยึดเอามาจากพวกที่ปะทะกันก่อนหน้านี้ถูกกระชับให้แน่นขึ้น

                ชายที่กำลังหลบอยู่หลังเสาตอนนี้ ตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ที่จะวัดดวงกับคนตรงหน้า ตายเป็นตาย ไม่กูก็มึงต้องมีใครสักคนเจ็บ นั่นคือทางออกสุดท้ายในห้องปิดตายแห่งนี้

                สายตากวาดสอดส่อง ทุกซอกมุมเท่าที่ความมืดจะอำนวย เขาแน่ใจแล้วว่าไม่มีทางออกอื่นใด นอกจากทางที่เพิ่งวิ่งผ่านเข้ามา

                เสาปูนเก่าๆ กับซากเครื่องจักรที่กองไว้เหมือนขยะ มีประโยชน์เพียงแค่ไว้ใช้หลบเท่านั้น ไม่มีความเป็นไปได้อื่นใดนอกจากนี้

                เขาเงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาอย่างช้าๆ ใกล้จนเขารู้ว่า มันอยู่ห่างจากจุดที่หลบซ่อนไม่ถึง 10 เมตร และนั่นคือระยะยิงที่ไม่มีทางพลาดเป้า

ออกมาเถอะครับคุณตำรวจ ผมเบื่อจะเล่นซ่อนหาแล้ว

                น้ำเสียงนั้น เย้ยหยันปนหัวเราะอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า การจะคุมสติไว้ให้ได้ในเวลาอย่างนี้ เป็นสิ่งที่เกือบจะเป็นไปไม่ได้

                กลิ่นอับชื้นของห้องปิดตาย ความมืดที่มีแสงสลัวทำให้สภาพจิตไม่คงที่ผสมกับความอ่อนล้าอิดโรยที่เกินจะทานทน

                สภาวะกดดันเช่นนี้ มันดูหนักเกินกว่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะรับไหว สิ่งเดียวที่ค้ำจุนจิตใจของเขาไว้คือ ความรับผิดชอบต่ออีกหนึ่งชีวิต

                หากเขาไม่สามารถรอดออกไปจากตรงนี้ได้ อีกหนึ่งชีวิตที่เฝ้ารอความช่วยเหลือของอยู่ จะต้องจบลงอย่างอเนจอนาถเป็นที่สุด และเขาจะไม่ปล่อยให้มันเป็นอย่างนั้น

                เมื่อคิดได้ดังนั้น จึงสูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอดเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะกระชากตัวออกจากมุมอับหลังเสาปูนที่ใช้หลบภัย

                การกลั้นหายใจไว้ ช่วยให้การเล็งเป้าหมายนิ่งขึ้น เพราะอาการหอบนั้นเป็นตัวรบกวนชั้นดี

                ปลายกระบอกปืนชี้ไปทางต้นตอของเสียงที่ลอบฟังมาตลอด สายตาคู่นั้น คมกริบและแน่วแน่ จ้องไปยังอากาศธาตุเบื้องหน้า

                ที่ซึ่ง ไม่มีอะไรนอกจากความว่างเปล่า ทั้งที่เขามั่นใจว่า มันต้องมีร่างของใครสักคนที่ไล่ตามเขามาจนถึงที่นี่

หาผมไม่เจองั้นเหรอ คุณตำรวจ

ปัง!

                เสียงนั้นดังมาจากข้างหลัง ด้วยความตกใจและสัญชาตญาณเอาตัวรอด ทำให้เขาหันหลังกลับและลั่นไกปืนด้วยความเคยชิน

                กระสุนฝังเข้ากับกำแพงปูนอันไร้ร่องรอยของสิ่งมีชีวิต นอกจากเสียงหัวเราะที่เหมือนจะดังก้องไปมาอยู่ทั่วบริเวณห้อง

                เขาหันปลายกระบอกปืนไปมาอย่างลนลาน ด้วยความหวาดผวาที่ก่อตัวขึ้นในจิตใจ สายตาเริ่มพร่ามัว สติเริ่มจะเลือนรางลงทุกทีๆ

                ดูเหมือนว่า ผู้ล่าคนนี้จะถนัดในการสร้างความกดดันและเล่นสนุกกับจิตประสาทของเหยื่อเสียเหลือเกิน หากไม่ใช่คนที่เคยถูกฝึกมาเป็นอย่างดี คงจะเป็นบ้าไปแล้วอย่างแน่นอน

ผมอยู่ตรงนี้คุณตำรวจ

                เขาหันไปตามเสียงเรียก และครั้งนี้เขาก็ได้เห็นใบหน้าของมันอย่างชัดเจน นอกจากภาพถ่ายที่เคยให้สายสืบหามาระหว่างการทำคดี

                ชายร่างใหญ่ในวัยราว 50 ปี ยืนอยู่ในความมืดไกลออกไป จนสายตาของเขาเก็บรายละเอียดได้ไม่มาก

                มือข้างหนึ่งเกาะกุมไม้เท้าที่ส่วนหัวนั้น ทำมาจากอะไรก็ไม่แน่ใจ แต่มันดูใหญ่ผิดปกติ ดวงตาคมกริบที่เหมือนจะส่องประกายอยู่ในความมืด

                แม้ว่าร่างกายภายนอกนั้น จะดูชราลงไปตามวัย แต่แววตาคู่นั้นกลับสดใสและเต็มไปด้วยประกายความทะเยอทะยานอย่างคนหนุ่มวัยฉกรรจ์

                เขากดปลายกระบอกปืนลงให้อยู่ในระดับสายตา พร้อมกดลมหายใจให้ต่ำลงอีก กระชับมือที่ชุ่มเหงื่อให้แน่นเข้า แล้วตัดสินใจลั่นไกอย่างไม่ลังเลทันทีที่เห็นคนตรงหน้า

                ไม่มีเสียงของการจุดระเบิดใดๆ จากรังเพลิงของปืนในมือ ไม่มีเสียงกลไกของปืน หรือแม้แต่การขยับเขยื้อนใดๆ ของปลายนิ้ว

                ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเขา รู้แต่ว่า ไม่สามารถขยับตัวได้แม้แต่ปลายนิ้ว

                ร่างทั้งร่างแข็งเกร็งราวกับถูกโบกด้วยปูนที่แห้งแข็งเป็นกำแพง ทุกส่วนของอวัยวะสัมผัสได้ถึงน้ำหนักและความกดดันที่ผิดปกติ

                ลมหายใจที่เคยหอบถี่ ตอนนี้ทำไม่ได้ แม้แต่การหายใจเข้าเพียงเล็กน้อย เขาพยายามบังคับให้ตัวเองหายใจแต่ก็ไม่เป็นผล

                ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกถึงสัมผัสแปลกๆ บริเวณลำคอ และน้ำหนักจากปลายนิ้วที่กดลง จนเขารู้สึกเจ็บและหายใจไม่ออก

                แปลก ที่สัมผัสของมือนั้นไม่ได้อ่อนนุ่มอย่างมือของผู้หญิง หรือแข็งกระด้างอย่างมือของผู้ชาย หากแต่มันชื้นแฉะ และลื่นไหลคลายกับเนื้อสดๆ ที่เคยหยิบจับอยู่บนเขียงตามตลาด

                กลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งอยู่ใกล้ตัวเขาจนรู้สึกอยากอาเจียน แม้ว่าจะไม่ได้สูดหายใจเข้าไป

                มือนั้นลงน้ำหนักมากขึ้นอย่างช้าๆ พร้อมกับที่คนตรงหน้าเดินเข้ามาใกล้

                ชายมากอายุไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่มองดูเขาอย่างพินิจราวกับจะหาคำตอบอะไรบางอย่างจากใบหน้า และดวงตาของชายหนุ่มคนนี้

มาอยู่ฝั่งนี้เถอะ ฝั่งนั้นไม่เหมาะกับคุณหรอก

                เขาพยายามจะส่งเสียงตอบกลับ แต่ก็ทำไม่ได้ นอกจากคิดอยู่ในใจ กูไม่ใช่พวกเดียวกับมึง

อย่าพูดจาโหดร้ายอย่างนั้นสิครับ ผมออกจะถามด้วยความสุภาพ

                ชายหนุ่มถึงกับนิ่งอึ้ง ทั้งที่เขาไม่ได้เอ่ยอะไรออกไปแม้แต่น้อย แต่คนตรงหน้ากลับพูดตอบแทบจะในทันทีที่เขาคิด หรือมันอาจจะเป็นแค่ความบังเอิญ

ไม่บังเอิญหรอกครับ

                ผู้สูงวัยยิ้มให้อย่างสุภาพเหมือนกับคำพูดของเขา เสียงไม้เท้าดังเป็นจังหวะในทุกก้าวที่เดินเข้ามาใกล้

จะไม่ลองคิดดูดีๆ อีกครั้งหรือครับ ความสามารถของคุณนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ

ให้กูไปอยู่กับพวกมึง กูตายซะยังจะดีกว่า

                เขาคิดอย่างนั้น เพราะเชื่อว่าคนตรงหน้าจะรับรู้ได้ถึงความคิดของเขา

ความตายมันก็แค่การเริ่มต้นนิทานบทใหม่เท่านั้นแหละครับคุณตำรวจ

แต่จะว่าไป คุณตอนตาย คงจะทำงานให้ผมง่ายกว่ากระมัง

                สิ้นเสียงประโยคนั้น เขาก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ พร้อมกับที่ตำรวจหนุ่มรู้สึกถึงแรงบีบที่คออย่างมหาศาล แรงจนได้ยินเสียงลั่นของกระดูกที่ถูกบีบ

                สัมผัสเละๆ ของปลายนิ้วนั้น น่าขยะแขยง ซ้ำยังกลิ่นที่ชวนอ้วกนั่นอีก ทั้งหมดเริ่มมากเกินกว่าจะรับมันได้ เขามองไม่เห็นว่า สิ่งที่อยู่ข้างหลังเขานั้น คืออะไร และใครที่กำลังบีบคออยู่

                เขารู้สึกถึงสัมผัสของมืออีกคู่หนึ่งที่มือข้างขวา มือนั้นเล็กกว่ามือที่อยู่บนคอของเขา แล้วก็รู้ได้ทันทีว่ามันคือ มือของเด็ก

                ด้วยความประหลาดใจ จึงหันไปมองที่มือข้างนั้น ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ดวงตาเบิกโพลงด้วยความกลัวปนความตกใจ

                เด็กน้อยอายุไม่เกิน 7 ปี กำลังนั่งยองๆ อยู่ที่พื้น ยื่นมือมากุมปลายกระบอกปืนในมือของเขาไว้ด้วยรอยยิ้มที่ปราศจากฟันแม้สักซี่

                ใบหน้านั้น มีแผลช้ำเลือดช้ำหนองอยู่ทั่วทั้งใบหน้า ตาข้างหนึ่งมีรอยปาดยาวไปจนถึงใบหู ทำให้ไม่เห็นลูกตาที่ควรจะอยู่ตรงนั้น ดวงตาอีกข้างมีเพียงสีขาวขุ่นไร้แววแห่งความมีชีวิต

                มือเล็กนั้น ค่อยๆ ออกแรงดันปลายกระบอกปืนกลับเข้าไปหาคนถือ เด็กน้อยยืนขึ้นด้วยรอยยิ้มที่กว้างขึ้น

                ชายหนุ่มพยายามออกแรงฝืน ไม่ให้มันเป็นไปตามแรงของอีกฝ่าย

                ปลายกระบอกปืนที่เริ่มถูกยกให้สูงขึ้นจนอยู่ในระดับเดียวกับขมับขมับ มันถูกดันเข้าหาศีรษะของเขาจนชิด

                ผิวหนังสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของเนื้อโลหะในมือ เพียงขยับนิ้วเท่านั้น ทุกอย่างก็จะจบลง

                เด็กน้อยในตอนนี้ แขนขายืดยาวจนดูผิดปกติ แต่รอยยิ้มนั้น ดูมีความสุขมากกว่าเมื่อครู่อย่างเห็นได้ชัด

                ตอนนี้เขาทำได้เพียงจ้องมองชายแก่ตรงหน้าด้วยความโกรธแค้น และความกลัวที่มากมายไม่แพ้กัน

                สัมผัสของกระบอกปืนนั้นบอกเขาว่า โลกนี้และโลกหน้าอาจห่างกันเพียงลัดปลายนิ้ว

                เมื่อต้องตกอยู่ในความเป็นและความตาย มันง่ายเหลือเกินที่เราจะหลุดออกจากกรอบของความปกติสู่ความวิปลาสในเสี้ยววินาที

ผมขอถามอีกครั้ง จะมาอยู่กับเราไหม คุณตำรวจ

ไปตายซะ

อย่างนั้นผมคงต้องกล่าวคำลาเพียงเท่านี้

ปัง!

                สิ้นเสียงลั่นไกของอาวุธสังหารห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดและกลิ่นดินปืนตลบอบอวน

                เลือดจากรูกลวงตรงข้างศีรษะไหลนอง ดวงตาของตำรวจหนุ่มเบิกกว้าง ม่านตาขยายไร้ลมหายใจ

                ชายแก่เดินเข้ามาใกล้กับศพของเขาแล้วถอดถอนใจอย่างเวทนากับสิ่งที่วางกองอยู่ตรงหน้า

‘ผมไม่ได้อยากทำอย่างนี้เลย ผมสาบานได้ แต่คุณดันไปเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นเข้าเสียแล้ว มันก็ช่วยไม่ได้’

…………………………………………………………………..

               

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น
Fern Lida
2018-12-11 10:28:35

ชอบๆๆๆ น่าติดตามมากค่ะ

#1

Jirapa
2019-06-19 13:38:33

เปิดเรื่องได้น่าสนใจมากค่า TT

#2