อัปเดตล่าสุด 2019-02-25 09:10:23

ตอนที่ 19 เตรียม

“ผมกำลังจะอธิบายต่อไปครับ และครั้งนี้ผมคงต้องอาศัยคุณหมอช่วยยืนยันข้อสันนิษฐานนี้ด้วยนะครับ”

              หมวดเสือเปิดหนังสือเก่าๆของตัวเองออกมา ปลายนิ้วไล่เรียงไปตามบรรทัดต่างๆบนหน้าหนังสือ ข้อมูลการเตรียมเครื่องถวายต่างๆถูกไล่ให้ฟังทีละข้อจนกว่าจะมีข้อใดสะดุดหูของผู้ฟัง

“เครื่องสังเวยเทวดานั้นต้องถูกทำการล้างจนสะอาดไร้สิ่งปฏิกูล”

“เดี๋ยวหมวด”

              นายแพทย์ตุลย์ขัดการนำเสนอของหมวดเสือด้วยความสงสัยบางอย่าง ตุลย์หยิบเอกสารจากกระเป๋าสะพายข้างออกมาวางกองบนโต๊ะเช่นเดียวกับเอกสารอื่นๆ

              เขากวาดสายตามองบทสรุปรายงานต่างๆเพื่อยืนยันความจำของตัวเองอีกครั้ง

“เครื่องสังเวยต้องสะอาด เป็นไปได้ไหมว่าถ้าเป็นมนุษย์จะหมายถึงการล้างท้องล้างกระเพาะอะไรพวกนี้”

              หมวดเสือคิดตามคำถามของนายแพทย์ตุลย์ ไม่นานเขาก็ตอบกลับคำถามนั้นด้วยการพยักหน้า เขาเชื่อว่ามันน่าจะเป็นไปได้เพราะบางศาสนา บางลัทธิก็มีพิธีกรรมคล้ายๆกันเช่น การอดอาหารให้ดื่มน้ำเพียงอย่างเดียว ปล่อยให้ของเสียที่กินเข้าไปก่อนหน้านั้นถูกขับออกมาผ่านการขับถ่าย อาหารที่พอจะกินได้นั้นมีแค่ผลไม้บางชนิด แต่ก็ต้องอยู่ในปริมาณที่น้อยมากๆ

“ถ้าใช่จริงๆ ก็จะตรงกับผลการตรวจพิสูจน์เกือบทุกอย่าง”

              ตุลย์พูดออกมาเบาๆพร้อมประมวลผลเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว ในครั้งแรกเขาไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดศพจึงตกอยู่ในสภาพขาดสารอาหารและไม่พบของเสียในกระเพาะ ลำไส้ หรือที่ใดๆ

              ถ้าจะบอกว่าผู้ก่อเหตุเป็นผู้กระทำการก็อาจจะพอเชื่อได้ แต่ก็ยังไม่สามารถจะอธิบายแรงจูงใจที่ทำให้ผู้ก่อเหตุต้องสร้างความยุ่งยากให้ตัวเองมากขนาดนั้น เพราะกว่าที่ของเสียจะถูกขับออกหมดก็น่าจะต้องใช้เวลาเป็นวันๆ อีกทั้งยังต้องระวังไม่ให้เหยื่อขาดสารอาหารจนตายอีก

              ข้อมูลของหมวดเสือเป็นประโยชน์อย่างมากในคดีนี้ ทุกอย่างเริ่มถูกอธิบายได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล แม้ว่าเหตุผลเหล่านั้นจะเกินเชื่อไปมาก”ก็ตาม

“แล้วลวดลายตัวอักษรอื่นๆที่อยู่ตามร่างกายของศพล่ะหมวด”

              กานต์ถามถึงอักขระที่ถูกจารไว้ตามเนื้อหนังของเหยื่อ และเขาเองก็เกือบจะหลุดปากถามถึงวิญญาณที่หายไปจากร่างนั้น แต่ก็ยั้งตัวเองไว้ได้ทัน เพราะที่นี่มีคนอื่นอยู่พอสมควร

              หมวดเสือเริ่มนำเสนอข้อสันนิษฐานต่ออีกครั้ง สิ่งที่หมวดเสือค้นเจอนั้นเป็นเพียงแค่บางส่วนของสิ่งที่ถูกสลักเอาไว้เท่านั้น เพราะบางอย่างก็เป็นภาษาที่เขาไม่รู้ที่มาและตามสืบไม่ได้

              ใจความส่วนหนึ่งของอักขระเหล่านั้นมาจากอักษรขอมโบราณกล่าวถึงการสรรเสริญเทพเจ้าองค์หนึ่ง ที่เชื่อว่าเป็นผู้กำหนดดวงชะตาของมนุษย์ทุกคนบนโลกเปรียบได้ดั่งผู้สร้าง

"พระพรหม?"

              นนทการนึกออกถึงตำนานเทพที่เขาเพิ่งศึกษามาเมื่อเร็วๆนี้หลังจากยอมรับว่าต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับคดีที่มีเรื่องราวของไสยศาสตร์เข้ามาเกี่ยว

              หมวดเสือพยักหน้าตอบรับกับคำตอบนั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วพระพรหมนั้นเป็นตัวแทนของความดีงามไม่น่าจะมีพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าสังเวยอย่างนี้

              เนื้อหาของตัวอักษรเหล่านั้นยังมีบางส่วนที่กล่าวไว้เป็นข้อความสั้นๆไม่ปะติดปะต่อกัน

‘เครื่องสังเวยนี้เปรียบดั่งสินบนแก่ท่าน’

‘ขออำนาจท่านจงขีดเขียนเปลี่ยนดวงชะตาของผู้ประกอบพิธี’

              หมวดเสืออ่านข้อความสั้นๆที่ถอดออกมาจากรอยสลักเหล่านั้น คราวนี้ทุกอย่างถูกคลี่คลายอย่างชัดเจนถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของผู้ประกอบพิธี

              มันอาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกนักที่คนธรรมดาคนหนึ่งเกิดฝันอยากจะยิ่งใหญ่และอยู่เหนือผู้อื่น เทวกานต์ทบทวนความทรงจำทุกครั้งที่ได้พบกับนายสมัย และนั่นก็ยิ่งทำให้เขามั่นใจว่า คนที่มีอุปนิสัยเลือดเย็นอย่างนั้น ถ้าจะคิดทำเรื่องอย่างนี้เพื่อตัวเองก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

              หมวดเสือก้มหัวแทนคำพูดว่าตนได้อธิบายสิ่งที่ตนรู้ออกมาจนหมดแล้ว ที่เหลือก็คือหน้าที่ของนนทการที่มีข้อมูลบางอย่างมานำเสนอเช่นกัน

              ข้อมูลที่นนท์สืบหามาได้นั้นไม่ได้เชื่อมโยงถึงนายสมัยและคนในสังกัดของเทวกานต์แต่อย่างใด ไม่มีแม้แต่ร่องรอยการติดต่อของนายสมัยและบุคคลภายนอก แต่เบาะแสที่ได้มานั้นกลับสำคัญยิ่งกว่า

              เมื่อไม่นานมานี้มีคนพบเห็นนายสมัยอยู่ที่บริเวณตัวเมืองในจังหวัดหนึ่ง ซึ่งอาจจะไม่น่าแปลกอะไร แต่มีรายงานว่ามีผู้พบเห็นนายนิยมในพื้นที่ใกล้เคียงเช่นกัน

              จากปากคำของพยานบอกว่านายนิยมที่ได้พบเห็นนั้นดูผอมลงจากในรูปถ่ายที่ทางตำรวจได้มามาก แต่เค้าโครงหน้ายังคงชัดเจนว่าเป็นผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ไม่ผิดแน่

“ดีมากนนท์ มีอะไรอีกไหม”

“มีครับ ชาวบ้านแถวนั้นบอกว่าพบเจอนายสมัยอยู่บ่อยครั้ง มาเป็นเวลาร่วมเดือนแล้วครับ”

              ข้อมูลใหม่ที่ได้มานั้นมีค่ามากเพราะมันอาจหมายถึงบริเวณนั้นคือแหล่งกบดานหรือที่อยู่อาศัยของนายสมัยก็เป็นได้ซึ่งมันผิดวิสัยของคนร้ายโดยทั่วไปที่มักจะย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะคนร้ายที่เปิดเผยใบหน้ากับตำรวจ และมีหมายจับ

“ทำไมมันกล้าออกมาเดินขนาดนี้ ข่าวมันก็ไปทั่วแล้วไม่ใช่รึไงวะ”

              ตุลย์ถามอย่างไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และทุกคนก็มั่นใจว่ามันควรจะเป็นอย่างนั้น ไม่มีใครรู้และเข้าใจได้ว่าทำไมการที่นายสมัยออกมาเดินเพ่นพ่านในย่านชุมชนจึงไม่ได้รับแจ้งเบาะแสใดๆมาเลย

“ถ้ามันทำได้ขนาดนี้ การหนีจากเราคงไม่ใช่เรื่องยาก”

              ในเวลานี้คงไม่มีใครกล้าเถียงหรือแย้งหมวดเสืออีก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันเริ่มห่างไกลจากสามัญสำนึกและความเข้าใจของคนทั่วไปออกไปเรื่อยๆแล้ว

              การประชุมในวันนี้จบลงด้วยคำสั่งของเทวกานต์ว่าให้เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการบุกเข้าจับนายสมัยได้ทุกเมื่อ ภายในสามวันนี้จะต้องได้เบาะแสเพิ่มพร้อมระบุพิกัดที่แน่นอนพอจะให้คนทั้งหมดเข้าปฏิบัติการ

“นนท์ ผมฝากคุณนะ”

              ผู้กองนนท์ยืนขึ้นทำท่าเคารพตอบรับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาอย่างเข้มแข็ง และก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายจากกัน หมวดเสือเดินเข้ามาหานนทการด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

“รับนี่ไว้ผู้กอง มันน่าจะมีประโยชน์”

              ปืนลูกโม่เก่าๆในมือของหมวดเสือถูกห่อไว้ด้วยผ้าสีขาที่สกปรกจนเกือบเป็นสีดำ ปลายกระบอกของมันยาวกว่าปืนพกทั่วๆไปพอสมควร ลักษณะของมันน่าจะเป็นปืนที่ผ่านเวลามาหลายสิบปี

“มันยังยิงได้เหรอหมวด” นนท์ถามด้วยอารมณ์ขัน

“ได้สิผู้กอง มันเป็นปืนลงอาคม ไว้ใช้ล่าพวกเสือ พวกโจรสมัยก่อน”

“แล้วทำไมเอามาให้ผม” นนทการยังไม่เข้าใจในสิ่งที่หมวดเสือทำ

“ผมเชื่อว่ามันต้องมีวิชาดี อาวุธทั่วๆไปคงจะทำอะไรมันไม่ได้”

              นนท์กำลังจะอ้าปากหัวเราะตามนิสัยแต่สมองของเขาก็ทบทวนถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมา และมันก็ทำให้เขาหัวเราะไม่ออก สุดท้ายเขาก็เอื้อมมือไปรับปืนนั้นมาไว้กับตัว และหวังว่ามันจะไม่เป็นไปอย่างที่หมวดเสือคาด

“ขอบคุณนะพี่เสือ จบเรื่องผมจะเลี้ยงเหล้าพี่ให้หนำใจเลย”

              หมวดเสือยิ้มให้คนที่อายุอ่อนกว่าอย่างเอ็นดู เด็กคนนี้ยังไม่โตมากนักในสายตาของเขา แต่ก็เป็นคนหนึ่งที่มีความตั้งใจที่ดีและน่าจะไปได้ไกลเหมือนกับนายของเขา นั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้หมวดเสือรู้สึกกังวลใจและเป็นห่วงเขามากกว่าทุกที

........................................................................

              ลึกเข้าไปในซอยเปลี่ยวของย่านชุมชนหนึ่ง ถนนเส้นนั้นมืดสนิทไฟถนนเข้าไม่ถึง เสาไฟที่เคยมีก็ชำรุดเสียหายไม่ได้รับการดูแล          

              ที่ปลายทางนั้นมีตึกเก่าๆอยู่ตึกหนึ่ง ที่ด้านหน้าตึกนั้นมีวงเหล้าวงหนึ่งนั่งฉลองกันอย่างสนุกสนาน แต่ตามเสื้อผ้าและกระเป๋ากลับมีอาวุธอยู่ครบมือ

              ภายในตึกนั้นไม่ได้มีเครื่องใช้เพื่ออำนวยความสะดวกใดๆ เหมือนอย่างที่อยู่อาศัยทั่วๆไป ข้าวของที่วางไว้มีเพียงของใช้ที่จำเป็นเช่นอ่างล้างหน้าและห้องน้ำ ที่นอนที่มีนั้นเป็นเพียงเสื่อราคาถูกเท่านั้น

              เสียงฉลองที่ด้านนอกตึกนั้นมีไว้เพื่อกลบเสียงอีกเสียงหนึ่งที่ดังอยู่ด้านใน

              ตึกนั้นรกร้างมานานนับปีก่อนที่จะถูกซื้อด้วยเงินของใครบางคนที่เตรียมการสถานที่นี้ไว้เพื่อให้นายสมัยได้ใช้เก็บตัวในบางเวลา และในตอนนี้นายสมัยก็ใช้มันเพื่อเตรียมการ เครื่องสังเวย ของเขา

              ลึกลงไปจากพื้นคอนกรีตนั้นมีบันไดเตี้ยๆลงไปความสูงเท่ากับชั้นหนึ่งชั้น ที่ชั้นใต้ดินนั้นอับอากาศมีเพียงช่องระบายอากาศไม่กี่ช่องพอให้ไม่ขาดอากาศ

              ความเย็นจากพื้นดินและความชื้นจากท่อน้ำเก่าๆที่รั่วซึมเป็นบางจุดทำให้มันหนาวจนเหมือนกับห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ น้ำที่หยดลงกับพื้นส่งเป็นเสียงกังวานไปทั่วห้องทุกครั้งที่มันกระทบกัน

              ตรงกลางห้องนั้นมีร่างหนึ่งถูกขึงเอาไว้กับโซ่เหล็กขนาดใหญ่ เครื่องพันธนาการนั้นถูกตรึงเอาไว้ทั้งมือและเท้า สองเส้นโยงจากเพดานห้อยลงมาพอให้ปลายเท้าเหยียบถึงพื้น

              ที่พื้นนั้นใช้เป็นโซ่ขนาดเท่ากันมัดตรึงข้อเท้าไว้กับพื้นไม่ให้ขยับไปไหน เหยื่อต้องยืนอยู่ในท่านั้นตลอดเวลา ถ้าหากเมื่อยจนเกิดอยากจะหย่อนขาน้ำหนักทั้งหมดก็จะถ่วงลงทำให้เจ็บที่ข้อมือ

              ไม่รู้ว่าควรจะเรียกว่าความเห็นใจหรือความต้องการส่วนตัวกันแน่ อย่างน้อยๆที่ข้อมือและข้อเท้าของเหยื่อก็ยังมีผ้าหนาๆผืนหนึ่งรองเอาไว้ระหว่างเนื้อกับเหล็ก แต่ผ้านั้นไม่ได้ทำให้เขามีโอกาสหนีไปจากสภาพนั้นได้เลย เพราะมันยังมีกุญแจมือล็อคเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง

              นายนิยมปล่อยตัวทิ้งน้ำหนักทั้งหมดให้ร่วงลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก แม้จะรู้สึกเจ็บที่ข้อมือแต่เขาก็อ่อนแรงจนเกินกว่าจะสามารถยืนได้ด้วยเท้าของตัวเองในเวลานี้

              ตามร่างกายของเขามีเลือดไหลเป็นจุดๆตามรอยกรีดด้วยของมีคมเป็นลวดลายคล้ายตัวหนังสือ ความเจ็บเริ่มทำให้เขาเสียสติเพราะไม่ได้ถูกฝึกมาอย่างเช่นทหารหรือตำรวจ

              ด้วยเหตุนี้ห้องนี้จึงถูกรมไปด้วยควันอ่อน ๆของเครื่องหอมหลายชนิดที่ทำให้เกิดความมึนเมา ผสมกับสมุนไพรที่ถูกใช้แทนยาเสพติด ฤทธิ์ของมันทำให้เคลิบเคลิ้มสติเลื่อนลอยจนลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ

              แต่ความเมตตานั้นอยู่ได้ไม่นานเพราะเมื่อไหร่ที่นายสมัยต้องการจะจารอักขระเพิ่มลงบนตัวของเหยื่อ ควันต่างๆจะต้องถูกพัดให้หายไปจนหมดด้วยช่องระบายอากาศเล็กๆนั้น

              นายสมัยจะรอให้เหยื่อฟื้นคืนสติจากความมึนเมานั้นสักครู่ก่อน จึงจะเริ่มใช้มีดปลายแหลมกดและกรีดไปมาตามผิวหนังอย่างเบามือ พร้อมบริกรรมคาถากำกับในทุกๆตัวอักษรที่ถูกจารึก

              เสียงโหยหวนยามที่ถูกเหล็กแหลมกรีดแทงผ่านผิวหนังนั้นคล้ายคีตาขับกล่อมสรรเสริญแด่ผู้รอรับเครื่องสังเวยก็มิปาน หรือจริงๆแล้วที่นายสมัยทำอย่างนั้นก็เพียงเพื่อตอบสนองความสุขส่วนตัวเท่านั้น

              นายนิยมถูกสั่งให้อดอาหารตั้งแต่ถูกพาตัวมาจากหน้าบ้าน เขาถูกผ้าที่ชุ่มไปด้วยยาสลบปิดเข้าที่จมูก ความทรงจำสุดท้ายของเขาคือ ชายร่างใหญ่สามสี่คนยืนล้อมรอบตัวเขา ก่อนที่จะแบกเขาขึ้นหลังแล้วพาเขามายังที่นี่

              เขาฟื้นสติขึ้นมาหลังจากเวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ ยาสลบที่มากเกินขนาดทำให้เขาปวดหัวคลื่นไส้จนต้องอาเจียนออกมา ความแสบร้อนที่เกิดจากการสำรอกเอาอาหารในกระเพาะออกทางปากทำให้สติของเขาชัดเจนขึ้น

              สัมผัสหนักๆที่ข้อมือและข้อเท้าทำให้เขาตกใจจนสะบัดร่างกายเพื่อหนีจากสภาพอันไร้อิสระนั้น แต่มันก็เปล่าประโยชน์

              วันแล้ววันเล่าที่เขาไม่ได้รับอาหารนอกจากน้ำเปล่าและน้ำมะพร้าวเนื้อมะพร้าวบ้างเป็นบางครั้ง อย่างดีก็คือกล้วยน้ำว้าที่พอจะช่วยบรรเทาอาการแสบท้องรุนแรงจากการอดอาหารได้

              วันคืนที่ทรมานที่สุดคงจะเป็นคืนแรกที่เขาตื่นมาในห้องปิดตายแห่งนี้ เขาถูกปล่อยให้หิวและกระหายน้ำจนถึงขีดสุดของความอดทน จากนั้นชายร่างใหญ่คนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับน้ำขวดหนึ่ง

              ด้วยความกระหายเขาจึงใช้ปากกัดหลอดและดูดน้ำขวดนั้นจนหมดในชั่วเวลาเพียงอึดใจ เมื่อน้ำหมดขวดแล้วชายคนเดิมก็เดินกลับออกไปโดยไม่พูดจาใดๆกับเขาแม้แต่คำเดียว

              เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่นาทีเขาก็รู้สึกปวดท้องอย่างรุนแรง ลำไส้หดตัวบีบรัดจนสร้างความเจ็บปวดทรมานไปทั่วร่างกาย เสียงโครกครากในท้องเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ

              สิ่งทีเกิดขึ้นทั้งหมดนั้นมาจากยาถ่ายที่ถูกผสมใส่น้ำให้เขาดื่มจนเกินปริมาณเพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกในร่างกายออกจนหมดไม้ให้เหลือ

              นายนิยมถูกตรึงไว้ในท่านั้นทั้งที่รู้สึกปวดท้องหนักอยากจะถ่ายอุจจาระออกมาจนทนไม่ไหว เขาส่งเสียงเรียกขอความช่วยเหลือแต่ก็ไม่มีใครตอบรับ เขาถูกปล่อยให้ถ่ายหนักออกมาทั้งอย่างนั้นหลายต่อหลายรอบจนอ่อนแรงและหมดสติไป

              เขาค่อยๆรู้สึกตัวอีกครั้งเพราะสัมผัสจากน้ำเย็นๆที่ถูกฉีดผ่านสายยางสีเขียวๆเหมือนอย่างที่ใช้กันทั่วไปในบ้านเรือน ร่างกายของเขาถูกชำระล้างด้วยสบู่ที่มีกลิ่นหอมเฉพาะคราบสิ่งปฏิกูลใดๆที่เคยมีถูกล้างออกไปจนเกลี้ยง

              เมื่อสิ่งสกปรกถูกขับออกจนหมด ร่างกายถูกทำความสะอาดจนหอมไปด้วยกลิ่นดอกไม้จากสบู่ ก็ได้เวลาที่จะเตรียมเครื่องสังเวยในขั้นต่อไป

              ครั้งแรกที่เขาได้พบกับนายสมัยนั้น ชายแก่เดินเข้ามาพร้อมไม้เท้าในมือ ใบหน้านั้นยิ้มแย้มอย่างใจดี เขาพยายามพูดขอความช่วยเหลือและความเมตตาจากคนตรงหน้าแม้ว่าจะอ่อนแรงเหลือเกิน

              ชายแก่ไม่ฟังคำพูดใดๆจากชายคนนั้น เขาเดินไปที่มุมห้องทั้งสี่มุมจุดกำยานให้ส่งกลิ่นหอมจางๆลอยในอากาศ ที่ด้านหลังของนายนิยมนั้นมีโต๊ะหมู่บูชาตัวหนึ่งวางตั้งอยู่ที่เขาไม่มีทางหันกลับไปมองได้

              ที่หน้าโต๊ะหมู่นั้นมีมีดเล่มเล็กๆวางอยู่ ปลอกของมันทำจากงาช้างสีขาวบริสุทธิ์ ตัวใบมีดมีสีดำสนิทแวววาว ในเนื้อมีดถูกจารึกอักระไว้อย่างบรรจงสวยงาม

              นายสมัยหยิบมันขึ้นมาส่องดูในอากาศ ความแวววาวของมันสะท้อนกับแสงสลัวในห้องวูบไหวสวยงาม

              เสียงฝีเท้าสลับกับไม้เท้าดังเข้ามาใกล้นายนิยมอย่างช้าๆ เขาพยายามจะส่งเสียงเรียกและอ้อนวอนอีกครั้งแต่เสียงนั้นก็ต้องถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นเสียงกรีดร้องสุดลำคอ ด้วยความเจ็บปวดจากปลายแหลมของมีดที่กรีดลงบนผิวหนังสดๆของตัวเขา

“อีกไม่นานแล้ว อีกไม่นาน ทุกอย่างก็จะพร้อม”


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น